***ผู้กล้าทมิฬ [สเลบ]
มีรายงานจำนวนมากถูกส่งมาทางคลื่นสมองพร้อมกับช่วงเวลาที่เกิดระเบิด
หากมองดูให้ดี จะพบว่าพื้นที่ซึ่งถูกระเบิดไปนั้น จะเป็นพวกระดับผู้นำของทุกเผ่า
ซึ่งนั่นรวมไปถึงเผ่าจอมมารของพวกมันเองด้วย
ทำร้ายพวกเดียวกัน? ทำเพื่อรวบอำนาจให้อยู่กับตัวเองเช่นนั้นหรือ?
" (รายงานจากกองกำลังราชินีแฟต ข้างนอกมีการโจมตีมาจากทุกทิศทาง ต้องการให้รับมืออย่างไร ขอคำสั่งด้วย) "
" (รางงานจากกองกำลังราชินีฟรีด้า เขตเมืองทางใต้กำลังถูกโจมตีด้วยฝีมือเผ่าปีศาจยักษ์ ขอคำสั่งโต้กลับ) "
" (รายงาน--) "
รายงานความวุ่นวายยังคงถูกส่งมาต่อเนื่องไม่มีหยุด
ศัตรูกำลังใช้แผนป่วนยุยงส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นระหว่างเผ่าพันธุ์ จนเกิดเป็นสงครามกลางเมืองที่เลวร้าย
แถมดูเหมือนว่าจะยึดการสื่อสารทั้งหมดไปแล้ว
ถ้าไม่รวมเผ่าของเราที่สามารถแบ่งบันข้อมูลข่าวสารผ่านสมอง ก็จะได้ว่ามีชาวเมืองถูกแยกออกเป็นสามประเภท
ประเภทที่กำลังต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเองจนหน้ามืดตามัว
ประเภทที่หวาดกลัวสงครามแล้ววิ่งหนีเข้าบ้าน
กับพวกทหารส่วนกลางที่เข้าไปหยุดพวกบ้าประเภทแรก
" (สเลบกับเหล่าขุนพลจัดการจับหัวหน้าศัตรูให้ได้ เดียวพวกเราจะจัดการสั่งการกองทัพเอง) "
" (รับทราบครับท่านราชินี) "
และด้วยคำสั่งเช่นนั้น จึงเป็นเหตุผลที่พวกเราห้าขุนพลพร้อมใจกันรุมจับตัวต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ศัตรูของพวกเราคือเผ่าจอมมารสิบคนที่สวมชุดเกล็ดสีดำหุ้มทั้งตัว
อาวุธคือสิ่งที่พวกมันเรียกว่า [ปืน] แต่เป็นปืนที่แปลกประหลาด
เพราะว่ามันไม่มีรังเพลิงที่เป็นส่วนสำคัญของอาวุธปรากฏให้เห็น
แต่พวกเรารู้สึกได้ถึงอันตรายของมันเป็นอย่างดี
"โจมตีมาแล้ว! "
หน่วยรบสีดำทั้งสิบตรงหน้าหันปลายกระบอกไร้รังเพลิงมาทางพวกเรา
ไม่มีเสียงระเบิดนำร่อง ไม่มีแรงกระแทก แต่กลับมีแสงสีฟ้าแผ่พุ่งออกมาจากปลายโลหะมนของอาวุธปืน
คลื่นรังสีที่แผ่ออกเป็นลำแสงตรงยาวนั้น พุ่งทะลุทะลวงทุกสิ่งที่มันวิ่งผ่าน
พวกเราเหล่าขุนพลทั้งห้า ต่างเร่งพลังของชุดเกราะแขนกล MK-II ไปพร้อมกับเคลื่อนตัวหลบ
ผู้คนโดยรอบกรีดเสียงร้องเป็นระฆังเปิดศึก ก่อนจะเริ่มยื้อแย่งวิ่งหนีตายออกไป
บางคนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถจากการถูกเหยียบทับ บางคนถูกลูกหลงจากการโจมตี และบางคนยังคงจมอยู่ใต้ซาก
ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ ผมเห็นพวกเอสเทอกำลังหนีออกไปด้วยเช่นกัน
ส่วนคู่ปรับเก่าอย่างบานานั้น… หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
“... ช่างคนอื่นก่อนดีกว่า”
ผมเปลี่ยนเป้าความสนใจไปที่ศัตรูตรงหน้า
อาวุธของพวกมันช่างคล้ายกับอาวุธของพวกเราที่สามารถยิงคลื่นแสงรังสีทำลายล้างออกไปได้
แต่ต่างตรงที่ของเราไม่สามารถยิงค้างแบบของพวกมันได้
เส้นแสงที่ลากเป็นทางยาวนั้น ถูกกวาดออกเป็นแสงสิบสาย
แสงสังหารทั้งสิบเริ่มวิ่งไล่ล่าพวกเรา
“ที่กำบังแบบนี้เอาไม่อยู่แน่”
ผมถีบตัวอย่างรุนแรง วิ่งฉีกออกไปด้านข้างจากที่กำบังตรงหน้า พร้อมกับทิ้งชุดสูทสีดำตัวเก่งเอาไว้ข้างหลัง
โต๊ะและเก้าอี้ที่เคยเอามาใช้เป็นที่กำบังได้ถูกผ่าแยกออกเป็นสองซีกในเพียงเสี้ยววินาที
“ (เป้าหมายกำลังจะหนีออกไปทางประตูหลังแล้ว!) ”
“ (อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้เด็ดขาด!) ”
สกัดกับอลูฟต่างกรีดเสียงดังขึ้นผ่านคลื่นสมอง
บุรุษมดทหารระดับองครักษ์สีแดงนำหอกทั้งสี่เล่มมาประกบจนกลายเป็นหอกเล่มเดียวขนาดใหญ่
แสงสีฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วเกราะแขนกลประดุจสายใยประสาทร่างกาย ก่อนจะพุ่งไปรวมเป็นจุดเดียวที่มือของเขา
พลังงานอันบ้าคลั่งถูกรวมเอาไว้ ณ จุดเดียวที่ปลายหอกทั้งสี่ ก่อนจะยิงทะยานออกไปเป็นเส้นแสงที่หมุนเป็นเกลียวคลื่น
“หนีไปทางขวาเร็วครับท่านดีอ้อน! ”
ศัตรูพูดด้วยภาษาของเผ่าจอมมารเพื่อเตือนภัยเจ้านายของพวกมัน
ในกลุ่มนี้มีแค่ผมที่ฟังภาษาของพวกมันออก จึงรู้ได้ว่าพวกมันพูดอะไรออกไป
แต่ศัตรูไม่น่าจะโง่ขนาดที่พูดเส้นทางหนีออกมาตรง ๆ แบบนั้น
พวกมันต้องทราบอยู่แล้วว่าผมสามารถฟังภาษาของพวกมันได้
ดังนั้น---
“ทางซ้ายหรือ? ”
---ดังนั้นผมจึงบาระเบิดแรงโน้มถ่วงไปทั้งทางซ้ายและขวาดักเอาไว้ก่อน
เพราะบางทีมันอาจจงใจพูดเพื่อหลอกผม
แสงเกลียวคลื่นของสกัดได้ยิงทะลุที่นั่งอันว่างเปล่าจนเป็นรูกว้าง
ส่วนเป้าหมายนั้นกำลังถูกพาหลบไปที่ทางด้านขวาอย่างที่คาดการ
“ระเบิดหรือ!? ”
หนึ่งในผู้คุ้มกันเปลี่ยนเส้นทางรังสีไปทางระเบิดที่ผมข้าวงออกไป
วัตถุก้อนกลมสีขาวถูกแสงสีฟ้าโจมตีใส่ ก่อนจะปริแตกกลายเป็นคลื่นระเบิดที่กดโต๊ะและเก้าอี้โดยรอบจนเป็นผุยผง
แต่รัศมีทำลายล้างนั้นกลับไม่ส่งถึงเป้าหมายที่เราต้องการ
ในเวลาเดียวกัน การต่อสู้ตรงหน้าก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น
พวกมันใช้ถึงสี่คนในการรับมือกับฮอร์เนสที่กำลังบุกเข้าไปตรง ๆ
ถึงง้าวของเขาจะสามารถโจมตีระยะไกลได้ แต่เขายังคุ้นชินกับการบุกประชิดตัวแล้วฟาดฟันโรมรันประดุจสัตว์ที่บ้าคลั่งเหมือนเดิม
“เข้ามาเลย! ”
ทุกครั้งที่ง้าวของฮอร์เนสฟาดฟันออกไป ก็จะมีคลื่นพลังงานบางอย่างแผ่ขยายออกมา
ง้าวที่ยาวเพียงสองเมตร กลับสามารถแผ่คมสีฟ้าออกจนกวาดเป็นพื้นที่กว้างได้ถึงห้าเมตร
ทุกสิ่งโดยรอบรัศมีห้าเมตรได้ถูกผ่าครึ่งไปในทันที
เหล่านักรบสีดำทั้งสี่คนที่กำลังรับมืออยู่ ถึงกับต้องรีบกระโดดล่าถอยออกไป
อาวุธของพวกเรานั้นถูกผลิตในรูปร่างของอาวุธโบราณฟันแทง แต่เพิ่มฟังก์ชั่นการยิงรังสีออกมาจากใบดาบได้
และฮอร์เนสคือผู้ที่คิดค้นวิชาดาบยุคใหม่อันเกิดจากการผสมผสานฟังก์ชั่นเหล่านั้นเข้าไปอย่างที่เห็น
“ไม่พ้นหรอก! ”
ฮอร์เนสใช้มืออีกสองข้างที่ว่างอยู่ปามีดใส่นักรบสีดำ
แต่ทว่าศัตรูเองก็ใช่จะเคี้ยวง่ายนัก
พวกมันกระโดดสองจังหวะกลางอากาศได้อย่างผิดสามัญสำนึก ก่อนจะตีลังกาพร้อมกับยิงปืนรังสีสวนกลับไป
“ไม่ง่ายหรอกนะ! ”
อลูฟขบเสียงดังพร้อมกับใช้หน้าไม้ของเขายิงธนูสวนกลับ
แต่นั่นไม่ใช่ธนูโบราณ
มันเป็นธนูที่ติดตั้งเทคโนโลยีของปีศาจแสงเข้าไป
พวกเราตั้งชื่อให้มันว่า [ระเบิดบาเรีย]
ลูกธนูหัวมนได้ระเบิดออกกลางอากาศพร้อมกับสร้างละอองพลังงานโปรตอนกับอิเล็กตรอนที่หนาแน่นขึ้นในอากาศ
สิ่งที่ไม่สเถียรนั้นได้ปะทะเข้ากับแสงรังสี ก่อนจะดูดกลืนพร้อมกับคายและสลายพลังงานระดับโมเลกุลจนกลายเป็นศูนย์
หลังจากปะทะกันสั้น ๆ พวกเราทั้งสองฝ่ายก็เริ่มกลับมายืนตั้งหลักกันอีกครั้ง
แต่ในเวลานั้นเองที่มีศัตรูสี่คนหันปากกระบอกปืนขึ้นไปทางเพดาน
พวกมันสี่คนคือกลุ่มที่กระโดดตีลังกาหลบการโจมตีของฮอร์เนสเมื่อกี้
หรือว่าจะเห็นแล้ว?
“ (คอมมิว พวกมันเจอแกแล้ว!) ”
“ (ล่อให้ผมได้แค่สิบห้าวินาทีเอง แบบนี้ยังกล้าเรียกว่าเป็นขุนพลกันได้อีกเรอะพวกเอ็ง) ”
“ (คนที่ลอบสังหารศัตรูในสิบห้าวินาทีไม่ได้ ไม่มีสิทธิมาว่าหรอกนะ) ”
มีการแลกสงครามน้ำลายกันเล็กน้อยระหว่างพวกเรา ก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวบุกกันอีกครั้ง
การต่อสู้ร่วมของพวกเราเหล่าขุนพลทั้งห้ามีรูปแบบตามนี้
ใช้ฮอร์เนสดึงความสนใจ
มีผมกับสกัดคอยเป็นแนวกลางเสริมการโจมตีกับระวังหลังของฮอร์เนส
แล้วให้คอมมิววิ่งออกไปวงนอกคอยหาจังหวะลอบสังหารศัตรู
และมีอลูฟยิงสนับสนุนจากแนวหลังเพื่อระวังหลังของทุกคนอีกทีหนึ่ง
“ (ฝากด้วยอลูฟ!) ”
“ (ไว้ใจได้เลย!) ”
นี่คือความได้เปรียบของเผ่าพวกเรา
ต่อให้ศัตรูสามารถฟังภาษาของพวกเราได้ แต่ถ้าพวกเราสื่อสารประสานงานกันด้วยคลื่นสมอง พวกมันก็ไม่มีทางที่จะรู้ความเคลื่อน---
ในเวลานั้นเองที่พวกมันอีกหกคนหันปืนเล็งมาทางพวกเรา
ไม่สิ
พวกมันกำลังเล็งอลูฟอยู่!
“ชิ! ”
อลูฟสถบออกมาเบา ๆ ก่อนจะยิงกระสุนบาเรียออกไปตรงหน้าเพื่อปกป้องลำแสงทั้งหกที่พุ่งเข้าใส่
และนั่นทำให้ไม่สามารถยิงช่วยเหลือคอมมิวได้
ผมเห็นเส้นแสงสีฟ้าทั้งสี่เส้นกำลังยิงซ้ายขวาหน้าหลังเพื่อบีบล้อมเขาที่กำลังวิ่งพล่านอยู่บนผ้าเพดานเป็นจุดสีขาวเล็ก ๆ บนนั้น
“ (พวกมันดักฟังคลื่นสมองของพวกเราได้! หลังจากนี้ให้สื่อสารด้วยภาษาโบราณ!) ”
คำตอบเดียวที่พวกมันยิงดักทางพวกเราได้ก่อนที่อลูฟจะยิง คือพวกมันมีเทคโนโลยีระดับที่สามารถดักคลื่นสมองของพวกเราได้นั่นเอง
“ (ภาษาโบราณเชี่ยอะไร? ตรูพูดไม่เป็นว้อย!) ”
“ (ข้าก็เหมือนกันสเลบ ฮะ ฮะ ฮะ) ”
“ (... เราก็ไม่เคยศึกษามาเหมือนกัน) ”
ภาษาโบราณของเผ่าเราคือภาษาร่างกายกับการสื่อสารด้วย [กลิ่น] ที่แผ่ออกมาจากร่างกาย
แต่เนื่องจากการวิวัฒนาการณ์ของกล่องเสียง ประสิทธิภาพรับรู้ของหนวด กับคลื่นสมอง เลยทำให้การสื่อสารโบราณแบบนั้นตายจากไป
แต่… ไม่ใช่ว่าพวกเขาเอามันมาใช้ในวงการทหารหรอกหรือยังไงกัน?
“ (คงมีแค่แกกับราชินีแฟตแล้วมั้ง ที่สนใจภาษาโบราณนะ) ”
ตายหอง
“ถ้าพวกมันรู้ว่าพวกเราพูดอะไรงั้นก็ดีเลย ให้พวกมันรู้ไปเลยเซ่! ฮะ ฮะ ฮะ! ”
ฮอร์เนสตะโกนออกมาด้วยปากของตัวเอง ก่อนจะพุ่งตรงไปหาพวกมัน
ยังสมองกล้ามไม่เปลี่ยน
เดียวสิ.. ให้พวกมันรู้ไปเลยอย่างงั้นหรือ?
จริงด้วย!
“อลูฟ ส่งเสียงรบกวน สกัด ตามผมมา! ”
“ทำเพื่อ--- เข้าใจแล้ว! ”
เนื่องจากถูกดักฟังได้ ผมจึงใช้วิธีพูดออกไปด้วยเสียงอันเบาแทน
เส้นสีดำ แดง และส้ม ตามสีของชุดเกราะพวกเรากำลังวิ่งตีขนานไปหาศัตรู
“พวกมันเข้ามาในระยะแล้ว ยิงอาวุธต่อต้านมนุษย์มด! ”
ในเวลานั้นเองที่พวกศัตรูหยิบปืนขนาดเล็กเล็งออกมาหาพวกเรา
อาวุธต่อต้านมนุษย์มด? คงหมายถึงที่ใช้ในสงครามครั้งก่อนสินะ
เจ้าคลื่นเสียงที่สามารถทำให้พวกเราปวดหัวจนเป็นบ้านั้น คิดจริง ๆ หรือว่าพวกเราจะไม่หาทางรับมือเอาไว้นะ?
“เปิดความสามารถเกราะ! ”
ชุดเกราะแขนกล MK-II ตัวนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถรอดสายตาการตรวจจับของสิ่งที่เรียกว่าเรด้าได้
ในอีกทางหนึ่ง มันเลยมีโหมดปิดกั้นสัญญาณสมบูรณ์แบบเอาไว้ด้วย
พริบตานั้นเองที่ทั่วทั้งตัวของพวกเราถูกหุ้มไปด้วยแผ่นเปลือกบาง
วัสดุลึกลับที่เกิดจากการวิจัยของฟรีด้านี้ สามารถสะท้อนคลื่นทุกชนิดบนโลก
ข้อเสียเดียวของโหมดนี้คือมันจะทำให้พวกเราไม่สามารถสื่อสารด้วยหนวดของตัวเองได้
“ใช้ไม่ได้ผลครับท่าน! ”
“แย่แล้ว! ใช้ระเบิดมือเดียวนี้! ”
พวกศัตรูขว้างอะไรบางอย่างขนาดเล็กจำนวนเจ็ดลูกมาทางพวกเรา พร้อมกับเปลี่ยนอาวุธในมืออย่างรวดเร็ว
แต่พวกเราไม่สนใจระเบิดเหล่านั้นแล้ววิ่งตรงต่อไป
เพราะว่าพวกเราได้ฝากแผ่นหลังเอาไว้ให้กับอลูฟแล้ว
ธนูบาเรียถูกลั่นไกออกไป แล้วกางออกขวางกั้นเป็นหลังคารับระเบิดทั้งหกลูกนั้นเอาไว้
เปลวไฟและแรงระเบิดพุ่งกระจายเหนือหัวของพวกเราขึ้นไปห้าเมตร
ในเวลาเดียวกันก้มีแสงสีฟ้าหกเส้นยิงออกมาเป็นแนวระนาบมาทางพวกเรา
พุ่งตรงและลากผ่านจนเป็นรอยสีดำตัดกันไปทั่วห้องโถงของศาล
เครื่องเรือนไม้ส่งกลิ่นไหม้พร้อมกับรอยที่ถูกตัดขาดออก
“เร่งพลังเกราะสูงสุด! ”
พวกเราทั้งสามคนเร่งพลังของชุดเกราะแขนกลจนถึงขีดสุด
รู้สึกได้ว่าพลังงานของร่างกายกำลังถูกดูดออกไปโดยตัวชุดเกราะเอง
แต่มันก็แลกมาด้วยความเร็วที่เหนือสามัญสำนึก
เพียงพริบตาเดียวสกัดก็มุดหายลงไปในดิน แล้วไปโผลที่ด้านหลังของศัตรูแล้ว
ฮอร์เนสยกง้าวยักษ์ขึ้น แล้วเหวี่ยงโจมตีปัดเส้นแสงรังสีด้วยความเร็วที่ไม่แพ้กัน
เออ… ถึงกับเหวี่ยงง้าวได้ความเร็วเท่าแสง!? จะเทพก็ให้พอดีหน่อยสิฟะฮอร์เนส!
แต่เนื่องจากคลื่นพลังงานอาวุธของพวกเรากับของศัตรูมันคนละประเภท เลยไม่
เดียว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาตบมุขสิ
ผมหันไปตรงหน้า
มีเส้นแสงจำนวนสามเส้นพุ่งมาใส่ผม
ผมใช้ดาบดำทั้งสี่เล่มยื่นตรงออกไป
เร่งพลังงานจนถึงขีดสุดแล้วรวมไปที่ปลายดาบ
ยื่นมันตรงออกไป แล้วหันเบี่ยงให้แสงนั้นถูกพลังงานจากดาบของผมจนเกิดปรากฏการณ์แทรกสอดของคลื่นเพื่อหักล้างการโจมตีจนมืดบอดหายไป
เพียงชั่วพริบตา พวกเราทั้งสามคนก็มายืนอยู่ตรงหน้าของศัตรูได้สำเร็จ
แถมยังเป็นตำแหน่งที่ดีกว่าเมื่อกี้คือล้อมพวกมันได้จากทุกทิศทาง
แล้วยังมีแผนเมื่อกี้ที่บอกให้อลูฟจัดการ
“อ๊ากกก! เสียงบ้าอะไรกัน!? ”
“ตัดการดักฟังเร็ว! พวกมันส่งคลื่นรบกวนมา! ”
นั่นคือการให้อลูฟส่งเสียงกรีดร้องหนวกหูด้วยคลื่นสมองออกไปที่พวกศัตรูโดยตรง
ในเมื่ออยากดักฟังนัก งั้นก็เอาไปกินเต็ม ๆ ให้พอใจไปเลย
“ช่องว่างเพียบ”
ฮอร์เนสไม่รอศัตรูให้กลับมาตั้งหลัก แล้วจัดการกวาดง้าวใส่นักรบสี่คนที่กำลังยิงใส่คอมมิวอยู่
แต่เนื่องจากไม่อาจฆ่าได้ในดาบเดียว ฮอร์เนสจึงจัดการกวาดง้าวถึงห้าครั้งในการสังหารพวกมันให้เป็นครึ่งท่อน
“รีบหนีไปครับท่านดีอ้อน! ”
เมื่อทราบว่าไม่อาจเอาชนะพวกเราได้ พวกมันก็เริ่มกรีดร้องให้เจ้านายหนีไป
แต่ไม่ทันแล้ว
“เสร็จผมละ! ”
คอมมิวกระโดดลงมาจากหลังคา แล้วใช้ร่างกายอันใหญ่โตกดร่างของดีอ้อนเอาไว้
เขี้ยวที่ยาวกว่าหนึ่งเมตรได้ปักลงไปบนขาของศัตรูจนมิอาจเคลื่อนไหวได้อีก
“ท่านดีอ้อน!? อ๊าก! ”
ส่วนพวกศัตรูที่เหลือก็กลายเป็นเหยื่อของง้าวฮอร์เนสไปจนสิ้น
“เหนื่อยชิบ! ”
ฮอร์เนสพึมพำกับตัวเองเช่นนั้นหลังจากที่สังหารพวกศัตรูไปจนหมดแล้ว
ชุดเกราะที่เคยส่องแสงได้มืดลง
บางทีการต่อสู้เมื่อกี้คงกินพลังกายของเขาไปมากทีเดียว
“เอาละ ตอนนี้เหลือแค่เค้นความ--”
“เพื่อเผ่ามนุษย์! ”
“เฮ้ย นี่แกคิดที่จะทำ--!? ”
ในตอนนั้นเองที่ดีอ้อนกรีดเสียงดังขึ้นพร้อมกับใช้มือขวาทุบลงไปที่ท้องของตัวเอง
แล้วพริบตานั้นก็เกิดเป็นแสงสว่างสีขาวกลืนทุกสิ่งทุกอย่างลงไป
“อึ๊ก…”
เมื่อแสงสว่างที่เจิดจ้านั้นมืดบอดลง ร่างของดีอ้อนกับคอมมิวก็หายไปจากโลกแล้ว
“ถึงกับสังหารตัวเองเลยเรอะ... ”
ไม่น่าเชื่อว่าคนระดับหัวหน้าของศัตรูจะทำการสังหารตัวเองทันทีที่ถูกจับตัว
แล้วตอนนั้นผมก็เข้าใจแล้ว ว่าทำไมมันถึงสังหารผู้นำของเผ่าตัวเองไปด้วย
ผมเข้าใจได้จากการเฝ้าดูเอรีส ว่าเผ่าจอมมารใช่จะมีความคิดเป็นหนึ่งเดียวกัน
พวกเขาต่างมีเอกลักษณ์ มีความคิดที่เป็นอัตตาของตัวเองแยกจากกันชัดเจน
เพื่อให้อยู่รวมกันเป็นสังคม พวกจอมมารจึงสร้างกฏระเบียบและสร้างระบบการปกครองขึ้นมา
เมื่อขาดผู้นำ เผ่าของมันก็จะเกิดความสับสน
และเป้าหมายของดีอ้อนคงเป็นการสร้างความสับสนนั้น
บางทีมันอาจจะมีลูกน้องระดับรองที่สามารถสั่งการแทนได้ และสามารถปลุกปั่นสังคมของพวกมันได้อยู่ ดังนั้นต่อให้ตัวเองตาย มันก็ไม่กระทบต่อแผนการภาพรวมอยู่ดี
แต่แผนการของมันอาจจะพัง ถ้าหากว่ายังมีขั้วอำนาจอื่นในเผ่ารอดชีวิตไปควบคุมสถานการณ์ก่อน
ดังนั้นเขาจึงทำการสังหารผู้นำคนอื่นทิ้งเสีย
บางทีผมอาจคิดมากไปเอง แต่ไม่สามารถหาคำตอบอื่นที่ดีกว่านี้ได้เช่นกัน
เอาละสิ แล้วแบบนี้จะทำยังไงกันต่อดีละเนี่ย?