หยางจื่อถงคือชายเจ้าเล่ห์ที่อยู่มาเป็นร้อยปี เขารู้ว่ามีบางสิ่งที่เขาไม่ควรยุแหย่ แม้ตัวเขาจะเป็นผู้วิเศษที่แท้จริง
หยางจื่อถงรีบเก็บมือ ก่อนจะถามท่านชายเหวินชู ช่วยแนะนำน้องชายวัยเยาว์คนนี้ให้รู้จักมากหน่อย
ท่านชายเหวินชูไม่รอช้า เขาเล่าเรื่องของ 'ถางเทียนเจี๋ย' ชายหนุ่มผู้เยาว์วัยอายุไม่เกิน 25 ปี แต่สามารถก้าวสู่ขอบเขต 'เปลี่ยนเลือด' และสามารถอัดยอดฝีมือนักรบเจ็ดดาบสองคนผู้มากประสบการณ์ ที่ติดตามท่านชายเหวินชูไปเชิญ... ไม่สิในตอนแรกควรเรียกว่าบังคับ
ท่านชายไปเชิญเหล่าช่างหลอมจากทั่วแดนมาที่นี่เพื่อหลอม 'ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม'
แต่ในตอนนั้นชายหนุ่มที่ชื่อ 'ถางเทียนเจี๋ย' ทำการอัดคนของเขา ตอนนั้นบอกได้คำเดียวว่า เป็นการอัดรังแกกันแต่ฝ่ายเดียวของ 'ถางเทียนเจี๋ย' ต่อนักรบเจ็ดดาบของตัวเขา
หยางจื่อถงรับฟังเรื่องราวของ 'ถางเทียนเจี๋ย' ใบหน้าเริ่มดำมืด เขาเกลียดการมีเรื่องกับผู้แข็งแกร่งที่สุด โดยเฉพาะคนที่คาดว่าจะแข็งแกร่งกว่าตัวเอง
ท่านชายเหวินชูเปลี่ยนเรื่องและหัวเราะเร็ว เขาทำราวกับว่าเรื่องเมื่อครู่ที่เกิดขึ้น เป็นความเข้าใจผิดเพียงเล็กน้อย
เซี่ยซีหานตอนนี้เห็นใบหน้าเปลี่ยนเร็วของหยางจื่อถง เขายิ้มกว้างมาก ดวงตาราวกับนักบุญ หาความเย่อหยิ่งใดๆ ไม่ได้เลย ก่อนจะเอาแต่มือตบพุงตัวเองอย่างโง่ๆ แล้วพูดว่าข้าอ้วนจริงๆ ข้าอ้วนจริงๆ นั่นแหละ
เซี่ยซีหานไม่คิดเลยว่า 'สกิลอยู่เป็น' ของหยางจื่อถง จะยอดเยี่ยมไม่ต่างจากลูกชายของเขาเลย
'พ่อลูกช่างเหมือนกันจริงๆ'
...
ในห้องเงียบภายในถ้ำลึก เซี่ยซีหานได้ถูกจัดให้อยู่ในห้องชั้นดี ตอนนี้เขาปลีกตัวจากท่านชายเหวินชูและไอ้ผู้วิเศษแก่หยางจื่อถง
เมื่อประตูห้องถูกปิดลง เซี่ยซีหานได้แต่ถอนหายใจและพูดกับตัวเอง "ข้าประมาทผู้วิเศษที่แท้จริงมากไป"
เป็นอีกครั้งที่เขาประเมินความสามารถของผู้วิเศษที่แท้จริงต่ำไป เกือบทำให้หยางจื่อถงผู้วิเศษแท้จริงอ้วนแก่ เกลียดขี้หน้าเข้าให้แล้ว จากเพียงความคิดชั่วร้ายในใจเล็กๆ
โดยทั่วไปผู้วิเศษแท้จริงไม่ได้มีความสามารถอ่านใจคน มีแต่ผู้วิเศษที่เดินบนเส้นทางพลังวิเศษที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณและโชคชะตาเท่านั้น ที่จะรับรู้ความคิดของผู้อื่นได้
เซี่ยซีหานเคยถามเรื่องนี้จากเคอซวน นั่นเพราะในอดีตเขาได้พบกับเด็กชายประหลาดและนักบุญหญิงใบหน้าชรา ทั้งสองมีความสามารถนี้ และนั่นทำให้เซี่ยซีหานหวาดกลัวคนที่มีความสามารถนี้อย่างยิ่ง เพราะเขาเป็นพวกปากสุนัขในใจในระดับเกือบจะเกินเยียวยาแล้ว ถ้าเจอคนมีความสามารถแบบนี้เขาจะซวยมาก
โชคดีที่ความสามารถของหยางจื่อถงไม่ได้ลึกซึ้งถึงขนาดนั้น และเซี่ยซีหานก็รู้ถึงรากเหง้าความสามารถของหยางจื่อถงว่าได้มาจากอะไร
'ต้นร้อยวัน' คือพื้นฐานทักษะพลังวิเศษของหยางจื่อถง และเซี่ยซีหานก็มีมันทำให้เขารับรู้สถานการณ์ของหยางจื่อถงได้ว่า เขาไม่รู้ว่าจริงๆ เซี่ยซีหานแอบด่าเขาในใจว่าอะไร แต่สัมผัสได้เฉยๆ ว่าเซี่ยซีหานมีความคิดแง่ลบกับเขา มันคล้ายเห็นหมอกควันล่องลอยในอากาศ แต่ไม่อาจจะจับต้องได้
"ข้าน่าจะตระหนักรู้รูนของ 'ต้นร้อยวัน' ทักษะนี้ดีกว่าที่ข้าคิด วันนี้ข้าเกือบซวยเพราะความคิดในใจของตัวเองอีกแล้ว หากข้าไม่เคยตระหนักรู้บางส่วนของต้นร้อยวันมาก่อน ข้าอาจจะเดาว่าหยางจื่อถงไอ้อ้วนแก่มันอ่านความคิดข้าได้ แย่จริงๆ กลับไปบ้านครั้งนี้ข้าจะตระหนักรู้รูนของต้นร้อยวัน แม้มันจะนำผลกระทบบางอย่างมาให้ข้าก็ตาม "
ช่วงสุดท้ายเซี่ยซีหานพูดน้ำเสียงเศร้า จริงๆ แล้วเซี่ยซีหานไม่ต้องการตระหนักรู้ทักษะรูนที่มีผลกระทบแง่ลบกับตัวเขาแม้แต่น้อย
แต่ด้วยทักษะแห่งต้นร้อยวันที่ดูแล้วน่าจะมีข้อดีมากมาย แม้มันอาจจะทำให้เขามีนิสัยประหลาดปรากฏไป แต่สุดท้ายดูเหมือนเซี่ยซีหานจะต้องยอมรับมัน เพื่อรับพลังวิเศษนี้
...
เมืองหลวงแห่งอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง ตอนนี้เป็นช่วงเวลาค่ำคืน
แต่สำหรับเหล่าผู้วิเศษ ช่วงเวลานี้กลับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่พวกเขาจะออกหาข่าวสาร
เคอซวนที่ปัจจุบันดูหนุ่มขึ้นจม ใบหน้าคล้ายชายวัย 45 ถึง 50 ปี เขานั่งอยู่ในสถานเริงรมย์ที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้วิเศษ ด้านหน้าของเขามีเพียงเครื่องดื่มมึนเมาแก้วเล็กๆ เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป ในที่สุดก็มีคนสวมชุดคลุมมานั่งตรงข้ามตัวเขา
"ข้าต้องการข้อมูลของปรากฏการณ์ประหลาดและเรื่องราวของอมนุษย์... "
ชายชุดคลุมนิ่งไปครู่ ทำเหมือนคิดอะไรบางอย่างก่อนตอบ
"250 บูลนี่ สำหรับข้อมูลปรากฏการณ์ประหลาด และรับเรื่องราวลึกลับที่น่าสนใจที่พึ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้ 1,000 บูลนี่ สำหรับข่าวสารของอมนุษย์"
เคอซวนโยนถุงเงิน เขาดูชำนาญ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้
ชายชุดคลุมค่อยๆ เล่าข่าวสารต่างๆ ให้เคอซวนฟัง เวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ จนกระทั่ง
"เมื่อไม่นานมานี้พวกเราสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง มีเด็กชายหญิงและหญิงสาวจำนวนมากถูกลักพาตัวไป จำนวนมันค่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ จนไปอยู่ในจุดที่แม้แต่ผู้ปกครองอาณาจักรยังต้องให้ความสนใจ และพวกเราพบว่า การหายตัวไปของเด็กชายหญิง และเหล่าหญิงสาวทั้งหลายนั้นเกี่ยวกับ 'อมนุษย์' ทางอาณาจักรได้มีการส่งผู้วิเศษและนักรบห้าดาบไปปราบมัน แต่ก็พบว่าอมนุษย์นั้นแข็งแกร่งกว่าที่คิด มันควรมีศักยภาพไม่น้อยกว่านักรบเจ็ดดาบ และมีพลังวิเศษของผู้วิเศษแท้จริง"
"มันมีอำนาจแห่งพลังวิเศษของสัตว์ปีศาจ ที่สามารถทำให้มันกลายร่างเป็นสัตว์ร้าย เช่น นกศักดิ์สิทธิ์สี่ขา ครองพลังวิเศษที่มีอำนาจแห่งไฟ ลม ดูเหมือนว่ามันปรากฏตัวที่อาณาจักรไม้หมื่นกิ่งเพื่อทำพิธีกรรมอะไรบางอย่าง มันจึงต้องใช้ร่างเด็กและสตรีมากมายขนาดนี้ หากท่านสนใจที่จะล่ามันโปรดบอกข้า ข้าสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกกับท่านได้อีก... "
"ดวงตา... ดวงตาของอมนุษย์นั้นมีสีอะไร" เคอซวนถามอย่างร้อนรนทันทีที่เขารับรู้ว่า อมนุษย์สามารถกลายร่างเป็นนกศักดิ์สิทธิ์สี่ขาได้
ชายในชุดคลุมไม่เข้าใจในความร้อนรนของเคอซวน แต่เขาก็รีบตอบ "ดวงตาของมันข้างหนึ่งแดงดุจโลหิต ส่วนดวงตาอีกข้างหนึ่งเป็นสีเขียวมรกต"
ร่างของเคอซวนอยู่ๆ ก็คล้ายนิ่งชา ชายลึกลับในชุดคลุมฝั่งตรงข้ามถามเคอซวนว่า ต้องการภาพวาดเหมือนหรือไม่ เคอซวนรีบตอบตกลงอย่างรีบร้อน
เมื่อภาพอมนุษย์ตอนกลายร่างคล้ายเป็นนกศักดิ์สิทธิ์สี่ขาปรากฏตรงหน้าเคอซวน มือเขาสั่นไหว ก่อนจะกำรูปวาดที่เป็นแผ่นกระดาษแน่นมือ
มุมปากของเคอซวนค่อยๆ ยกยิ้ม และเขาพูดกับตัวเองด้วยอารมณ์ล้นเอ่อ
"ในที่สุด ในที่สุดเจ้าก็ปรากฏตัว... ต้าเจิง"
...
หนึ่งวันต่อมา ในโถงถ้ำใหญ่อันตระการ มีเสียงค้อนตีเหล็ก เสียงไฟเผาไหม้ระอุแตก ขบวนคณะนายช่างของเซี่ยซีหานได้เดินมาถึงสถานที่ทำงานของพวกเขาแล้ว ที่นี่มีนายช่างหลอมนับร้อยทำงานกันอยู่ก่อนหน้าแล้ว
'แม่เจ้านี่มันโกเล็ม' เซี่ยซีหานแผดเสียงในใจตัวเอง หลังตัวเขาได้เห็นสิ่งที่ดูคล้ายหุ่นยนต์ยักษ์ จะว่าใช่ก็ไม่ใช่ จะว่าคล้ายก็ไม่เชิง ร่างของมันดำคล้ำเต็มไปด้วยสีเหล็กดำ รอบตัวมีลวดลายของวงจรเวทมนตร์สีน้ำเงินสว่างจางๆ ทั่วไปหมด
ขนาดของมันสูงใหญ่ราวกับตึกสามชั้น แม้ไม่นับว่าใหญ่โตเท่ากับสัตว์ร้ายระดับสุดยอด แต่ขนาดของมันนั้น ถ้าไอ้เจ้านี่ขยับได้จริงๆ ในสงครามมันก็ดูน่ากลัวมาก นอกจากนั้นไอ้ร่างที่ใหญ่โตของโกเล็มตัวนี้ก็ไม่รู้ว่าทำอะไรได้ เซี่ยซีหานไม่อยากคิดจริงๆ ว่าในโลกแบบนี้จะมีของที่ดูทันสมัยล้ำยุคแบบนี้จริงๆ
"นายช่างใหญ่พวกเราต้องมาหลอมสร้างไอ้สิ่งนี้กันจริงๆ เหรอ มันคืออะไร... มนุษย์เหล็กยักษ์ หรือเกราะหนักของคนยักษ์ ข้าไม่เคยเห็นเกราะเหล็กที่ใหญ่โตแบบนี้มาก่อน" เสียงของนายช่างคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความสับสนและโง่งม คนอื่นๆ ก็ประหลาดใจเช่นกัน
ในความวุ่นวายของเหล่านายช่างทั้งหลาย ชายร่างอวบอ้วนและแก่ เดินมาพร้อมกับชายชราในชุดผู้วิเศษที่แสนมั่งคั่งอีกสองคน
"ไปทำงานกันได้แล้วไอ้พวกโง่" เสียงชายชราแผดดังมาจากด้านหลัง ของชายแก่อวบอ้วนหยางจื่อถง
นายช่างหลายคนจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวหน้าเสีย พร้อมหันไปตามเสียง เขาเห็นกลุ่มชายสวมชุดผู้วิเศษแสนหรูหราเดินมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง
แต่เมื่อหยางจื่อถงสังเกตเห็นเซี่ยซีหานในคณะนายช่างหลอมยุทธภัณฑ์ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มประดับทันที โดยที่ชายชราสองคนด้านหลังไม่สังเกต
"หลานชายตัวน้อยของข้าซีหาน นี่เจ้าคิดจะเริ่มทำงานแล้วรึ เหตุใดไม่พักผ่อนอีกหลายวันแล้วค่อยทำเล่า"
สองชายชราผู้วิเศษแท้จริงด้านหลังหยางจื่อถง เขารู้จักหยางจื่อถงมานาน รับรู้ว่าชายชราคนนี้เย่อหยิ่งและไม่มีทางเรียกใครว่าหลานชายตัวน้อยง่ายๆ นอกเสียจาก... นอกเสียจากชายหนุ่มคนนั้นจะเป็นลูกหลานผู้มีตระกูล หรือมีคนใหญ่คนโตคุ้มหัว สองชายชราผู้วิเศษเริ่มประหลาดใจและคิดเกี่ยวกับฐานะของเซี่ยซีหาน
"อาวุโสหยางจื่อถง" เซี่ยซีหานตอบน้ำเสียงอบอุ่น แต่ในใจด่าว่าไอ้แก่ร่างอ้วนผู้นี้ ถ้ามันไม่รู้ว่าพี่ชายถางเทียนเจี๋ยที่โหดขิงขิง มันคงไม่เป็นแบบนี้
ผู้วิเศษชราสองคนไม่รู้ว่าเซี่ยซีหานเป็นใคร แต่พอหยางจื่อถงขยิบตาเป็นนัยๆ ปากขยุบขยิบแบบไร้เสียงว่า "ก็ไอ้คนเมื่อวานที่เล่าให้ฟังไง" สองชายชราผู้วิเศษแท้จริงก็ยิ้มร่าเริงเร็ว เข้าใจตัวตนเซี่ยซีหานโดยพลัน นี่มันไอ้เด็กที่มีชายที่แข็งแกร่งอย่างน้อยๆ เจ็ดดาบระดับขั้นสูงสุด หรืออาจจะแข็งแกร่งไปถึงแปดดาบคุ้มกะลาหัวงั้นเหรอ...
เนี่ยแหละโลกแห่งความเป็นจริง ถ้าคุณมีแบ็คดีอะไรก็สะดวก เซี่ยซีหานตอนนี้ราวกับเจอญาติผู้ใหญ่ที่จากกันไปนาน
...
งานช่างหลอมเริ่มถูกแจกจ่ายให้ช่างหลอมจากคณะของเซี่ยซีหาน ส่วนเซี่ยซีหานถูกคล้องมือพาเดินเที่ยวชมโครงการหลอมสร้าง 'ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' โบราณนี้ ด้านในราวกับว่ามาท่องเที่ยวไม่ใช่มาทำงาน