เมื่อร่างกายเริ่มฟื้นตัว อนาเธอร์ก็ยืนขึ้นอีกครั้ง เขามองไปรอบๆดันเจี้ยนที่ตอนนี้เงียบสงบอย่างสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดหลงเหลืออยู่ในบึงคนตายอีกแล้ว
หลังจากที่ราชันผีดิบโลกันตร์ถูกกำจัดไป ดันเจี้ยนแห่งนี้ก็เหมือนกับถูกปลดปล่อยจากความชั่วร้ายที่มันเคยกักขังไว้ พื้นที่ที่เคยเต็มไปด้วยพลังมืด บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและความสงบ
แต่นั้นก็เฉพาะแค่สำหรับเขาเท่านั้นแหละ ต้องบอกเลยว่าดันเจี้ยนเหล่านี้จะไม่มีวันจางหาย มันทำการเปิดอยู่ตลอดเวลาเพื่อรอคอยให้เหล่าผู้เล่นเข้ามาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ยกเว้นก็ว่าดันเจี้ยนเหล่านั้นจะถูกระบุเอาไว้ว่าเป็นดันเจี้ยนรูปแบบพิเศษที่เปิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ดันเจี้ยนรูปแบบพิเศษจะปรากฏเกิดสุ่มขึ้นทั่วทั้งโลก เมื่อเคลียร์มันได้ ดันเจี้ยนรูปแบบพิเศษเหล่านี้ก็จะหายไปในทันที
หลังจากเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว ชายหนุ่มก็เริ่มออกเดินไปยังประตูมิติที่เปิดอยู่ไม่ไกลนัก
เมื่อใกล้ถึงประตูมิติ ร่างของเขาเริ่มรู้สึกถึงพลังที่เบาบางลง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าทุกอย่างในดันเจี้ยนนี้สิ้นสุดลง และถึงเวลาที่ตัวตนของเขาจะกลับไปยังโลกภายนอก
“การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้รู้ว่าฉันเองก็ต้องเรียนรู้และพัฒนาต่อไป”
ก่อนที่จะก้าวเข้าไปในประตูมิติ อนาเธอร์หันกลับมามองบึงคนตายเป็นครั้งสุดท้าย
เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการเดินทาง แต่เป็นเพียงอีกหนึ่งก้าวในเส้นทางที่เขาต้องเผชิญ ยังมีดันเจี้ยนที่ยากลำบากและศัตรูที่แข็งแกร่งกว่านี้รอเขาอยู่อีกมากมายนัก
“ฉันยังเพิ่งเริ่มต้น... และฉันจะต้องแข็งแกร่งให้มากยิ่งกว่านี้!”
อนาเธอร์คิดพร้อมกับความมุ่งมั่น ขณะที่ก้าวผ่านประตูมิติที่พาเขากลับสู่โลกภายนอก
ขณะเดียวกันที่ลานกว้างอาคาเนีย กลุ่มผู้เล่นนับร้อยยืนรวมตัวกันอยู่ด้วยความหวังและความตื่นเต้น
จากการที่ชายหนุ่มคนนึงสามารถพิชิตดันเจี้ยนถ้ำแห่งเงาในระดับนรกได้ ชื่ออนาเธอร์ก็เริ่มกลายเป็นที่รู้จักอยู่เล็กน้อย
พวกเขามารวมตัวกันเพื่อรอดูผลลัพธ์ของชายหนุ่มกล้าหาญผู้ที่กำลังเข้าไปเผชิญกับดันเจี้ยนบึงคนตายระดับฝันร้าย
ผู้เล่นเลเวลต่ำรู้ดีว่าดันเจี้ยนระดับนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับมือได้ง่ายๆ แม้กระทั่งกับกลุ่มผู้เล่นที่มีอุปกรณ์สุดแกร่งก็ยังยากลำบากในการเคลียร์มัน
ยิ่งไปกว่านั้น ชายหนุ่มที่พวกเขากำลังรอดูอยู่ได้ลงไปในดันเจี้ยนนี้เพียงคนเดียว ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากเป็นอย่างมาก
บรรยากาศรอบๆเต็มไปด้วยความเงียบงันและความตึงเครียด เสียงพูดคุยของกลุ่มผู้เล่นบางคนดังขึ้น พวกเขาต่างจับตามองไปที่ประตูมิติที่ตั้งอยู่ในลานกว้าง ประตูมิตินั้นคือทางเข้าและทางออกของดันเจี้ยนบึงคนตาย และเวลานี้ยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะออกมา
ผู้เล่นคนหนึ่งในกลุ่มเริ่มหันมามองนาฬิกาที่ติดตั้งอยู่บนอินเตอร์เฟซของเกม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและความกังวล
“นี่มันเลยเวลาการเคลียร์ไปแล้ว.. ทำไมยังไม่มีการแจ้งเตือนในการเคลียร์ดันเจี้ยน?”
คนอื่นๆที่ได้ยินคำพูดนี้เริ่มหันมองนาฬิกาของตัวเองบ้าง บางคนเริ่มกระซิบกระซาบกัน
บ้างก็ดูสับสนและกังวล แต่ก็มีบางคนที่ยังมั่นใจว่าการเคลียร์ดันเจี้ยนระดับนรกนั้นต้องใช้เวลามากกว่าปกติอยู่แล้ว
“ระดับนรกไงล่ะ จะให้เขาทำสำเร็จในเวลาสั้นๆได้ยังไงกัน?”
“พวกนายคิดว่าเขาเป็นแค่ผู้เล่นธรรมดาเหรอ? ชายผู้นี้กล้าลงไปคนเดียว มันต้องใช้เวลามากอย่างแน่นอน!
คำพูดนี้ทำให้หลายคนต่างพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ดันเจี้ยนระดับฝันร้ายไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องไปพูดถึงระดับนรกเลยซักนิด
เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ หลายคนเริ่มรู้สึกถึงความไม่แน่นอน บางคนเริ่มหันไปกระซิบกับเพื่อนๆของตน พยายามคาดเดาสถานการณ์
บ้างก็เริ่มเกิดความสงสัยว่าทำไมเขาถึงยังไม่ออกมา แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกตื่นเต้นก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะถ้าหากผู้เล่นหน้าใหม่ที่มีชื่อว่าอนาเธอร์สามารถทำลายสถิตินี้ได้จริง มันจะเป็นการยืนยันว่าเขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่มีอาชีพและพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่
ผู้เล่นหญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆเริ่มแสดงท่าทีตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย เธอมองไปที่ประตูมิติด้วยความคาดหวังในสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น
“ฉันรู้สึกว่าเขากำลังจะทำสำเร็จแล้ว ฉันรู้ว่าเขาต้องทำได้อย่างแน่นอน!”
คำพูดของเธอเป็นเหมือนดั่งประกาศิต ในตอนนั้นเอง เสียงประกาศจากระบบก็ดังขึ้นไปทั่วทั้งบริเวณลานกว้าง
【ประกาศ! ดันเจี้ยนบึงคนตายระดับนรกถูกเคลียร์สำเร็จ!】
เสียงประกาศนี้ทำให้ทุกคนถึงกับต้องตกตะลึงไปตามๆกัน หลายคนไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินในทันที พวกเขาเหลือบมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่ในขณะเดียวกัน ความตื่นเต้นและความยินดีก็พลุ่งพล่านในจิตใจ ราวกับว่าพวกเขาได้กลายมาเป็นผู้ที่เคลียร์ด้วยตนเอง
“อนาเธอร์.. ชื่อนี้จะไม่หยุดเพียงแค่สองดันเจี้ยนอย่างแน่นอน”
“ถูกต้อง ก่อนหน้านี้ก็ดันเจี้ยนถ้ำแห่งเงา อีกครู่หนึ่งก็ดันเจี้ยนบึงคนตาย นี่เขาเป็นอวาตาร์ของเทพเจ้าหรือไงกัน!”
เสียงพูดคุยและฮือฮาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พวกเขาบางคนก็อยากจะเห็นอนาเธอร์ผู้นี้ด้วยตาของตนเอง ขณะเดียวกัน ประตูมิติที่ตั้งอยู่กลางลานกว้างเริ่มเปล่งแสงสว่างวาบขึ้น
สัญญาณบ่งบอกว่าอนาเธอร์กำลังจะออกมาจากดันเจี้ยน แสงสีฟ้าจากประตูมิติส่องประกายเจิดจ้า ก่อนที่ร่างของอนาเธอร์จะปรากฏขึ้นจากประตูมิติ ท่ามกลางสายตานับร้อยที่กำลังจับจ้องมา
ร่างของอนาเธอร์ดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เขาสวมใส่ชุดเกราะเบาที่เต็มไปด้วยรอยขาดและบาดแผล เสื้อเกราะของเขาถูกฉีกขาดจากการโจมตีของบอสราชันผีดิบ รอยเลือดที่ซึมออกจากบาดแผลทั่วร่างกายทำให้เห็นถึงความดุเดือดของการต่อสู้ที่ผ่านมา ทว่าถึงจะเต็มไปด้วยบาดแผลและความเหนื่อยล้า ใบหน้าของอนาเธอร์กลับไม่แสดงถึงความหวาดกลัวเลยซํกนิด
เขาเพียงแค่หายใจเข้าอย่างช้าๆ มองไปยังกลุ่มผู้เล่นที่กำลังจ้องเขาด้วยแววตาที่ดูทึ่ง
“นายน้อยทำได้จริงๆ... ท่านสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนระดับนรกได้คนเดียว!”
พ่อบ้านชรากับบอดี้การ์ดอีกสี่คนรีบเข้ามาประคองร่างกายของเขา ถึงจะตกใจและหวาดกลัวต่อสภาพที่สะบักสะบอมของชายหนุ่มก็ตาม ทว่าหัวใจของพวกเขาก็ต้องเต้นระรัวขึ้นอย่างหนัก นัยน์ตายังคงเบิกกว้าง เหมือนกำลังจ้องมองสัตว์ประหลาดผู้เล่นคนนึง
“.................”
อนาเธอร์ไม่ได้ตอบกลับทันที เขาเพียงแค่เผยรอยยิ้มและพยักหน้ารับอยู่เล็กน้อย
“หือ? สถิติดันเจี้ยนกำลังส่องแสง!”
ขณะที่ผู้เล่นนับร้อยยังคงเฝ้ารอดูผลลัพธ์จากการต่อสู้ในดันเจี้ยนบึงคนตาย จู่ๆกระดานสถิติของดันเจี้ยนที่ติดตั้งอยู่ด้านข้างประตูมิติก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ระบบดันเจี้ยนแสดงข้อมูลใหม่ที่ทำให้ทุกคนที่อยู่ในลานกว้างต้องตกตะลึง
ดวงตาทุกคู่จับจ้องไปที่กระดานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ชื่อของอนาเธอร์ปรากฏขึ้นมาอยู่ในอันดับแรกสุดในช่องสถิติ
【ผู้เล่นอนาเธอร์: เคลียร์ดันเจี้ยนบึงคนตายระดับนรกได้ด้วยตัวคนเดียว ใช้เวลาไป 35.01 นาที】
เสียงฮือฮาจากกลุ่มผู้เล่นเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ผู้คนต่างตกใจเมื่อเห็นว่าชายคนนี้ใช้เวลาน้อยเพียงใดในการเคลียร์ดันเจี้ยนระดับนรก ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแค่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความแข็งแกร่งและความสามารถที่เหนือกว่าของเขา