Part 2
' ทุ่งหญ้า เขาเทียมฟ้า และนครแห่งป่า ' ถือเป็เอกลักษณ์หนึ่งของทวีปตอนใต้
อาณาจักรเรนสเนล, อาณาจักรริงเกิล, อาณาจักรอิมเกต,.... และอีกอาณาจักรมากมายตั้งอยู่ที่ทวีปแห่งนี้
ทุกแห่งล้วนอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรอันล่ำค่า และพื้นที่อารยธรรมอีกมากมายยังไม่ถูกค้นพบ
ลมเมฆฝนที่ลอยเคลื่อยจากทวีปเหนือดินแดนที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็ง ลงใต้ทำให้ทวีปใต้ในเวลานี้เริ่มที่จะมีเมฆประปรายและมีลมหนาวเนื่องๆ
ที่สถานที่โล่งกว้างแห่งหนึ่งตอนใต้สุดของทวีป มีแสงสะท้อนระยิบระยับเด่นไกลไปกว่าหลายสิบลี้
เหล่าฝูงอีกาบินกู่ร้องเหนือบางเหล่าแสงระยิบระยับนี้ราวกับมันรู้ว่าถึงเวลาอาหารสำหรับมัน
ผ้าสีส้มแฉดตวัดสั่นไหวสูงตระหง่านกลางกลุ่มก้อนเหล็กมากมายได้สลักบางอย่างเป็ตัวอักษรเพียงไม่กี่คำลงไป
ยามที่ฝูงอีกาบินต่ำลงมา ก็ได้ยินเสียงการเสียดสีของโลหะ พร้อมน้ำลายของมันที่เริ่มเสาะยามมองไปที่ป่ากว้างตรงหน้าของเหล่า ' อัศวิน'
[ มดยามเมื่ออยู่เป็ฝูงกลับน่าสะพรึงกลัวอยู่บ้าง แต่เมื่ออยู่อย่างสันโดษกลับอ่อนแอไร้ค่าไม่อยู่ในสายตา ]
" เหตุใดจึงเป็เช่นนั้นกันละครับเนี้ย ท่านหัวหน้า?"
< กิลเรต > หนึ่งในขุนพลของ { อาณาจักรอิมเกต } มองดูเหล่ามดที่เดินยั้วเยี้ยอยู่ภายใต้ฝาเท้าหุ้มเกราะเหล็กหนาของเขาพร้อมถามคำถามชวนคิดกับอัศวินที่สวมหมวกแดงที่อยู่ข้างเขาไปไม่ไกล
" คิดวิเคราะห์สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำมีแต่จะดึงให้เ้าไร้ค่าตาม "
" คร้าบบ คร้าบบ หัวหน้านี้ยังเข้มงวดไม่เปลี่ยนเลยนะ "
เสียงที่แหลมคมดังลอดผ่านหน้ากากเหล็กกรวยตั้งสีแดงเข้ม แม้ชุดเกราะที่กระชับกับเรือนร่างจะดูไม่ดุดันเช่นเหล่าอัศวินที่อยู่โดยรอบ แต่บรรยากาศยามที่ใครได้มาเผชิญกับอัศวินหมวกแดงผู้นี้ย่อมััได้ถึงกลิ่นไอแห่งความตาย! และเป็ที่แน่นอนว่าเ้าของเสียงเป็สตรี
ไม่มีเพียง 2 อัศวินเท่านั้นแต่หากเหลือบมองไปด้านหลังของพวกเขาทั้งสองก็จะพบกับกองกำลังอัศวินนับหมื่น และทุกนายถ้าได้รู้จักอย่างใกล้ชิดก็จะรู้ว่าทุกคนล้วนไม่ธรรมดา!
กองกำลังที่คัดเลือกคนจากทั่วทั้งอาณาจักรไม่มีวันที่จะธรรมดา ทุกคนล้วนคืออัฉริยะในหมู่คน
กองกำลังที่ดูราวกับเทพาเช่นนี้คือ 1 ใน 12 กองกำลังศักดิ์สิทธิ์อัศวินโลกและขึ้นตรงกับอาณาจักรอิมเกต
อาณาจักรโดยรอบเรียกกองกำลังนี้อีกอย่างว่า [ กองกำลังอิมแฮน ] เพราะสิ่งเดียวที่กองกำลังนี้ทำมาคือทำลายและยึดทุกสิ่งเพื่ออาณาจักรอิมเกต!
ธงที่ตั้งตระหง่านสลักตัวอักษรว่า [ อิมเกต ] ที่อยู่กลางทัพที่วางแถวไกลนับลี้ ยิ่งส่่งเสริมทำให้ดูแข็งกร้าวราวกับไม่มีวันล่มสลายไป
แม่ทัพหมวกแดงแหงนหน้ามองดวงอาทิตย์ที่อยู่กลางฟ้าพร้อมกับเริ่มขึ้นหลังม้าข้างกายตน
" ถึงเวลาที่ทางชายขอบดินแดนทางใต้จะเป็ของพวกเรา"
อัศวินทุกนายที่ได้ยินถ้อยคำราวกับรับรู้ถึงเวลาที่สมควร อัศวินนับพันเหยียดตัวะโขึ้นหลังม้าเสมือนว่าเกราะหนาที่หุ้มตัวตนนั้นไม่มีน้ำหนัก!!
อัศวินแนวราบผู้ใดถือดาบก็กำดาบแน่น ผู้ใดควงทวนก็ตั้งทวนตระหง่านฟ้าสู้แสงอัสดง อัศวินผู้มีโล่ขนาดยักย์เริ่มที่จะก้าวขึ้นมารอบล้อมกองกำลังพื้นราบทั้งหมด
เสียงโลหะที่ตกกระทบ ท้องฟ้าแดดที่เสมือนจะมีเมฆมาบัดบังเร็วๆนี้ แต่วิสัยทัศน์ของทุกผู้คน ณ ที่แห่งนี้กลับไม่มัวหมอง กลับกันสายตากลับเริ่มแหลมตรงราวเหยี่ยวที่ถึงเวลาล่าเหยื่อ!
" กำจัดอสูรชั่วร้ายให้สิ้น!! "
" ยึดทุกสรรพสิ่งที่ควรเป็ของเรา!!"
" จงชนะและประกาศศักดินา เหนือยอดขุนเขากองศพของเหล่าอสูร ะโให้โลกแห่งนี้สั่นะเืกับกำลังอันเกรียงไกรของ อิมเกต!! "
ม้าที่เคยเงียบสงบก็เริ่มชูคอขึ้นเหนือเส้นฟ้า กีบเท้ากระทืบลงดินที่มีหญ้าประปรายจน รอยเท้าสลักลึกกลางดิน
แสงแดดที่ส่องผ่านทะลุชุดเกราะหนักไม่ต่างอะไรกับเตาอบขนาดย่อม แต่พวกเขาเพียงเพิกเฉยมัน
อัศวินที่ได้ฟังประโยคสั้นๆ ไม่กี่คำ ราวกับเปลี่ยนไปคนละคน เป้าหมายที่มัวหมองใต้จิตสำนึกของเขาพลันสว่างออกมาอีกครั้ง
พวกเขาได้สลัดความอ่อนล้าที่เคยมีทิ้งไป และเริ่มะโกู่ร้อง ตอบรับ แม่ทัพของตน
" อิมเกต เกรียงไกร!! "
" อิมเกต เกรียงไกร!! " " อิมเกต เกรียงไกร!! " ....
เสียงะโปลุกใจดังกระหึ่มจากการสะท้อนเสียงไปมาระหว่างเกราะเหล็กและทหารม้าหลายหมื่นนาย
เพื่ออาณาจักร..... ที่ซึ่งเป็ที่พักพิงครอบครัวของพวกเขาทุกคน
หากศึกนี้มีชัย อัศวินหลายนายในที่นี้ล้วนอยากเกษียณตนจากสนามรบ
การสู้รบมากมายนับไม่ถ้วน ครั้งที่เสียสหายร่วมรบไปต่อหน้าต่อหน้าเพียงไม่กี่สิบ หรือ บางคราก็ถึงพัน
อัศวินในที่แห่งนี้ล้วนพบเจอสถานการณ์เช่นว่ามาหมดแล้ว และเช่นเดียวกัน ดาบของพวกเขาทุกคนล้วนเคยเปื้อนเืเช่นกัน!
ไม่มีผู้ใดชื่นชอบการฆ่าฟัน หากรู้ว่าชีวิตของตนจะจบลงได้ทุกเมื่อขณะปะทะที่สมรภูมิ
แม้พวกเขาจะเป็กองกำลังระดับสูง แต่ทุกคนในที่แห่งนี้ล้วนมีเพียงหนึ่งชีวิต
การสูญเสียเพียงหนึ่งชีวิต อาจดูไร้ค่าถ้ามองไปยังอัศวินนับหมื่นนาย แต่หากหนึ่งชีวิตที่ว่าเป็ของตนเล่า??
สิ่งเหล่านี้เป็เื่ของประสบการณ์ พวกเขาทุกคนรู้ว่า สหายที่อยู่ข้างๆอาจกลายเป็เพียงอาหารของฝูงกา หรือ ตัวเขาเองที่จะอาจเป็หนึ่งในนั้น
" อัศวินหญิงที่ดุดันหรอเนี้ย ไม่ใช่สเปคผมเลยแหะ "
อัศวินกิลเรต เหลือบมองเหล่ามดที่ซุ้มล้อมรอบซากแมลงตัวใหญ่กว่าตนหลายเท่าตัวเป็ครั้งสุดท้ายหลังจากดวงตาของเขาเป็ประกายราวกับค้นพบความจริงบางอย่างได้
กำแพงเหล็กเหนือหัวของเหล่ามดหลายพัน ก็ได้บีบตัวลงมา ขยี้จนร่างพวกมันประปนผสมกับพื้นดิน
" แต่ที่หัวหน้าพูดท่าจะจริง ฮะๆ ฮ่าๆๆ"
หมวกทรงสูงข้างตัวสีฟ้าอ่อนก็ได้ประดับบนหัวของเขา ชายที่ขึ้นชื่อว่าไม่เป็รองใครในอาณาจักรอิมเกตไม่ได้มีแค่ชื่อ ทวนที่อยู่ข้างกายยาวกว่าตัวเขาที่สูงราว 2 เมตรกว่าเท่าตัวเริ่มสยายออก อากัปกิริยาเพียงเปลี่ยนจากนั่งเป็ยื่นก็ราวกับยอดขุนพลที่น่าเกรงขาม
ทรงผมที่ต้านสวนแรงลมเสมือนไม่สมยอมกับหนทางของธรรมชาติ ขัดกับหน้าตาที่ดูหนุ่มแน่นและใบหน้าที่เผยอารมณ์ขบขันกับทุกสิ่ง
กิลเรตคือผู้ใด ? ชายที่ชนะการคัดเลือกอัศวินในอันดับ 1.
3 สมัยครั้งแรกในประวัติศาสตร์อิมเกต.
ชายที่เพียงเดินเข้าศึกรบระหว่างอาณาจักรหลายสิบปีก็จบลงง่ายดายราวกับเป็การรบของเด็กทารก.
เคยมีกุนชือหลายอาณาจักรกล่าวไว้ว่า หากจะโค่นอิมเกตได้ แยกกิลเรตออกจากกองรบให้ได้ก่อน!!
เพียงหนึ่งคนมีกำลังรบเทียบทหารนับหมื่นนาย อาจกล่าวได้ว่าเขาคืออัฉริยะในรอบ 100 ปี!!
กองกำลังขนาดใหญ่ที่นำโดย 1 ใน 7 อัศวินศักดิ์สิทธิ์โลก < เซด้า อิฟเฟรน > ก็ไม่ใช่ตัวตนที่ควรมองข้ามเช่นกัน. สตรีที่มีประวัติลึกลับและไม่เปิดเผยต่อผู้คนมากนัก แต่ความแข็งแกร่งหัวหน้ากองกำลังนับหมื่นนายไม่ได้เป็แค่เื่ตลก!!
เคยมีเื่เล่าขานว่าเสนาธิการของอาณาจักรแห่งหนึ่งได้เยอะเย้ยลูกน้องชั้นปลายแถวของเธอ คืนต่อมาอาณาจักรนั้นก็ไร้ชื่อในประวัติศาสตร์!!
ผู้คนที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรนั้นล้วนสูญหายสิ้นเพียงข้ามคืน มิมีผู้ใดรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น
แต่เหตุใดทุกบุคคลกลับมารวมตัวกันเช่นนี้ ในป่าที่ดูเงียบสงบตรงหน้าได้เล่า?
" จงจำไว้อัศวินทุกนาย!! พื้นที่นี้แม้อาจจะเป็ที่ฝังศพของพวกเ้า แต่ถ้าเ้ารอดจากศึกครั้งนี้ได้ ต่อไปในอีกปี ที่แห่งนี้จะกลายเป็สนามเด็กเล่นของพวกเรา!! ที่แห่งนี้จะกลายเป็ส่วนหนึ่งของมหาอาณาจักรอิมเกต มหาอาณาจักรอันรุ่งเื่ของพวกเรา!! "
กิลเรตเสริมกำลังใจต่อจากหัวหน้าเขาเล็กน้อย เวลานี้ราวกับอัศวินที่อยู่ข้างหน้าเขาทุกนายล้วนมีจิตใจดั่งเช่นขุนพล
เขาะโขึ้นหลังม้าที่ตัวไม่น้อยไปกว่าตัวเขาเองเลยแม้แต่น้อย พร้อมกับพยักหน้าให้หัวหน้าที่อยู่บนหลังม้าตัวพอกันกับเขาข้างๆบ่งบอกว่าถึงเวลาเปิดบทเพลงละเลงเืแล้ว
" อัศวินทุกนาย เคลื่อนพลโจมตี!! "
เสียงม้าศึกที่เคลื่อนพลหลายพันนาย พร้อมกับกำลังพลทางราบ เคลื่อนเข้าป่าตัดทุกสิ่งที่ขวางทางข้างหน้า พื้นดินทั้งหมดโดยรอบสั่นะเื
เสียงลมหายใจจากม้ากำยำนับพัน เหล็กแหลมที่กระทบกับดินจนเกิดแบบร่องรอยที่น่าหวั่นเกรง
เมฆที่เริ่มบดบังแสงอาทิตย์ และ ลมที่โหมกระหน่ำผ่านช่องป่าขนาดมหึมาส่งเสียงคล้ายผู้คนที่กรีดร้อง
นี้อาจเป็ลางบอกเหตุบางอย่างกับอสูรหรือเหล่าอัศวินก็ไม่อาจรู้ได้
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _