หลังจากที่เอกกลับบ้านเขาก็นำเงินที่เขาเพิ่งหามาได้ไปซื้อแผงไข่กระดาษจากร้านค้าของชำ แน่นอนว่าไม่ใช่ร้านของไอ้ต๊ะมันหรอก เขาเกลียดขี้หน้ามันจะตาย
ซึ่งเอกได้แผงไข่มาทั้งหมดยี่สิบแผง ราคาแพงละ1บาท ใจจริงเขาอยากได้จำนวนมาก น่าเสียดายที่ร้านค้าเขามีให้เขาเท่านี้...
ถามว่าทำไมถึงเป็แผงกระดาษ? ไม่ใช้แผงพลาสติก ก็เพราะแผงพลาสติกนั้นราคาแพง อีกทั้งทำความสะอาด มูลของจิ้งหรีดยากด้วยนั่นเอง
ส่วนเงินที่เหลืออีก140บาทนั้น เอกเอาไปหยอดกระปุกหมูของเขาภายในห้องนอน ไม่รู้ว่าเงินออมที่เขาเก็บมาั้แ่วัยแบเบาะจะได้เท่าไรแล้ว หวังว่าในอนาคตมันจะมีมากพอให้เขาใช้ลงทุน...
ในตอนนี้อุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีดก็เพียบพร้อม เหลือก็แค่จิ้งหรีดตัวเป็ๆ ที่เป็พ่อพันธุ์แม่พันธุ์เท่านั้น
การจะไปหาจิ้งหรีดสำหรับเอกนั้นง่ายแสนง่าย เพราะที่ทุ่งนาของเขามีพวกมันอยู่เต็มไปหมด ในตอนที่เขาย้อนเวลากลับมาเมื่อวาน เขาก็ได้ยินเสียงของพวกมันร้องหาคู่ลั่นทุ่งนาระหว่างเดินทางกลับบ้าน
เอกเห็นว่าตอนนี้เป็ตอนเที่ยงพอดี เขากินข้าวแม่ทำเอาไว้ให้แล้วก็ปั่นจักรยานของเขาไปที่นา
..
ขณะเดียวกันที่บ้านของเจมส์
“แม่ดูนี่สิ!” เจมส์กำลังเอาสองนิ้วเล็กคีบธนบัตรที่พึ่งได้รับมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน อวดผู้เป็แม่เสียยกใหญ่
“เอ็งไปขโมยใครมา เอาไปคืนเขาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
ผู้เป็แม่ตอบกลับมาทำเอาซะเจมส์หน้าหงาย มันผิดคาดสำหรับเขา นึกว่าจะชมกันเสียอีก
“โถ่แม่! เห็นผมเป็คนยังไงเนี่ย ไอ้เราก็อุตส่าห์หามาอย่างเหน็ดเหนื่อย ชมสักคำก็ไม่มี ว่าจะแบ่งให้สักหน่อย” เจมส์น้อยของเรากำลังทำท่าทำทางเสียใจ ทว่าไม่สามารถหลอกผู้เป็แม่ของตนได้
“แน่นะ เอ็งไม่ได้ขโมยมาจริงๆ ใช่ไหม? ถ้าขโมยของคนอื่นมา? เอ็งโดนดีแน่!”
“ผมไม่ได้ขโมยมา!! ไอ้เอก! เป็ไอ้เอกที่มันชวนไปเก็บของเก่าไปขายเลยได้เงินมาเนี่ย!”
“เก็บของเก่าได้เงินเยอะขนาดนี้เลยเหรอ!”
“ก็ใช่น่ะสิ! ที่นั่นมีเหล็กอยู่เต็มเลย! แถมขายได้ราคาดีด้วย! โดยเฉพาะตะปูนะ ไปคุ้ยเอาตามกองเถ้าถ่านนี่ได้เยอะมาก!!”
“เออๆ ข้าเชื่อก็ได้ เอาเงินมาเดี๋ยวข้าเก็บไว้ให้” แม่ของเจมส์เอาเงินไปเกือบหมด เหลือไว้ให้เขาใช้ซื้อขนมตั้ง... 20บาท!
ถึงอย่างนั้นเจมส์ก็ถามกลับไปว่า
"เก็บไว้ให้แน่นะแม่"
".."
..
ทางบ้านของบาสก็เกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กัน พ่อของบาสนี่ชมบาสอย่างออกรสออกชาติเลยทีเดียว
หลายคนอาจเห็นเงินจำนวน160บาทเป็จำนวนเงินที่น้อย แต่ถ้ามันถูกหามาได้โดยเด็กอายุ12ขวบล่ะ? ทุกคนจะคิดอย่างไร? สุดยอดไปเลยไหม!
เอกที่กำลังปั่นจักรยานใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงทุ่งนาของเขา แม้ถนนหนทางจะไม่ค่อยดีมากก็ตาม
เวลานี้เองเขาก็มองเห็นพ่อเทียนกับแม่กุล ต่างกำลังยุ่งอยู่กับงานในไร่นา
เมื่อเอกเดินมาถึงพวกท่าน เขาก็เห็นได้แน่ชัดว่า แม่ของเขากำลังหาปลาในทุ่งนา ตรงที่น้ำในไร่นาเหลือน้อย พี่น้ำก็นอนพิงหลังวัวอย่างสบายใจอยู่ตรงมุมหนึ่ง ส่วนพ่อนี่ลำบากหน่อยเพราะงานของเขาลำบากสุดนั่นก็คือมัดข้าวไว้รอการสี
มันเป็งานที่หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินอย่างที่ทุกคนรู้กัน
พอเอกมาถึงเขาก็ตามหาสิ่งที่เขา้า เขาตรงไปที่สระน้ำก่อนเป็อันดับแรก เพราะตรงนั้นค่อนข้างจะมีหญ้าที่จิ้งหรีดชอบเยอะ
ซึ่งก็เป็ไปตามคาด เอกได้จิ้งหรีดมาเยอะทีเดียวจากที่ตรงนั้น แต่มันก็ไม่มากพอเท่าที่เขา้า ดังนั้นเขาจึงต้องหาต่อไป...
เวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วจนในที่สุดก็ถึงเวลาโพล้เพล้ หลังจากที่เอกได้จิ้งหรีดตามจำนวนที่เขา้าแล้ว ก็รีบกลับบ้านก่อนเพื่อนในทันทีเพราะกลัวจิ้งหรีดจะตายเสียก่อนจะโดนเลี้ยง
เมื่อมาถึงบ้านเขาก็เอาจิ้งหรีดลงบ่อปูนทั้งสอง บ่อละประมาณ20ตัว เขามั่นใจมากว่าภายในสองอาทิตย์จำนวนจิ้งหรีดจะมีมากกว่า20ตัวแน่ๆ เพราะการขยายพันธุ์ของจิ้งหรีดนั้นรวดเร็วจนน่ากลัว
เอกไม่ลืมจะเอาหญ้าและน้ำไว้ในบ่อ เพื่อเป็อาหารของจิ้งหรีด ซึ่งพวกมันน่าจะกินได้อีกถึงสามวัน เขาปิดปากอ่างด้วยผ้ามุ้งก็เป็อันเสร็จภารกิจของเขา
ขณะนั้นเองพ่อแม่และก็พี่น้ำก็มาเห็นสิ่งที่เอกทำพอดี พ่อเป็คนที่ขี้สงสัยที่สุดจึงถามขึ้นว่า
“เ้าลูกเวร ข้าก็นึกว่าเองจะจับจิ้งหรีดมาทำอาหารเย็นซะอีก! ไหงถึงได้เอามาเลี้ยงอย่างนี้ล่ะ?”
“พูดไปแล้วจะหาว่าคุย ในอีกสองเดือนมันจะทำเงินให้ผมไม่ต่ำกว่า5000! พ่อเชื่อไหมล่ะ”
“จริงเหรอวะ! ตอนนี้ข้าไม่เชื่อหรอก ลองอธิบายมาสิว่าเองจะหาเงินจากมันได้ยังไง?”
“ง่ายๆ ก็แค่เลี้ยงมัน เดี๋ยวมันก็จะผสมพันธุ์กันเอง ทีนี้มันก็ออกลูก จากนั้นก็รอลูกมันโต โตเสร็จก็เอาไปขาย วนใหม่อีกรอบ เราก็จะได้เงินเรื่อยๆ แค่นี้เอง”
“จริงเหรอลูก!” แม่กุลนี่ตาลุกวาวทันทีที่เอกพูดจบ ส่วนพ่อก็ยืนทึ่งอยู่อย่างนั้น เพราะคาดไม่ถึงเช่นกัน
ก็แกล่าสัตว์เป็ถ่ายเดียว นอกจากนั้นก็...
“จริงครับ รอดูได้เลย!”
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายออกไปทำหน้าที่ของตนเอง ระหว่างที่กำลังกินข้าวอยู่เอกก็ชวนทุกคนคุย
“แม่ครับผมขอหมาไอบาสมาเลี้ยงสองตัวนะครับ” ขณะที่เอกพูดประโยคนี้ขึ้นดวงตาพี่น้ำนี่ลุกวาวเหมือนดวงดาวยามค่ำคืน ดูน่ารักขึ้นเป็กอง
“เอามาเลี้ยงทำไมมันเปลืองอาหาร” พ่อเทียนนี่ทักท้วงเอกเป็คนแรกเสมอๆ
“ใช่ลูก แม่เห็นด้วยกับพ่อนะ”
เอกรู้อยู่แล้วว่าแม่ต้องตอบแบบนี้ ทว่าเขาเตรียมวิธีรับมือเอาไว้แล้ว...
“แม่ครับ เราเลี้ยงดูมัน มันก็ดูแลเรานะครับ ตอนกลางคืนบ้านเราเปลี่ยวจะตาย จะดีกว่าไหมที่หาใครมาคอยเป็หูเป็ตาให้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าวันดีคืนดีมีโจรขึ้นบ้านเรา อย่างน้อยหมามันก็เห่าเตือนเราก่อนนะครับ ใช่ไหมพี่น้ำ”
“ใช่จะแม่ หมาตัวเล็กเลี้ยงง่ายจะตาย” พี่น้ำพยักหน้างึกๆ จนผมที่มัดไว้แทบหลุด
“เลี้ยงก็เลี้ยง แต่ว่าตอนนี้มันยังเด็กลูกต้องเป็คนดูแลมันนะ”
“โอเคค่ะ หนูจะเป็คนดูแลมันเอง” พี่น้ำยิ้มแก้มปริ เพราะเธออยากเลี้ยงหมามานานแล้ว แต่ก็ไม่กล้าขอแม่เพราะกลัวแม่ดุ
เื่หมาก็เป็อันผ่านพ้นไป
..
ในกลางดึกที่ห้องของเอก
ตอนนี้เอกมายืนมองดวงจันทร์อีกเช่นเคย เขากำลังคิดทบทวนแผนการที่จะทำให้เขาร่ำรวยซ้ำๆ อยู่ในใจ
แต่ในขณะเดียวกันนั้นเองอยู่ๆ เอกก็คิดไอเดียบางอย่างได้ ทว่าไอเดียนั้นต้องปรึกษากับพ่อแม่เพราะมันเป็เื่ค่อนข้างใหญ่โต
ยิ่งไปกว่านั้นต้องรอให้นาข้าวเสร็จก่อน...