จินหวังเฟย

    เล่ม 2 - ตอนที่ 4 พวกท่านกัดกัน


    เขามองนางหันขวับกลับมามองหน้า ดวงตาหงส์ของนางเบิกโต จินเยี่ยหยางมีสีหน้าพึงพอใจ ในที่สุดนางก็เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงกับเขา“เป็นอย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆ”“ท่านอ๋องรู้ได้อย่างไร” จางหานเฟิ่งยังสงสัยอยู่“ค่ำคืนประมูลพิณเฟิ่งถง หลงจู๊ดูเกรงอกเกรงใจเจ้ายิ่งนัก ทั้งที่เจ้าเป็นแค่สตรีตัวเล็กๆ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และเมื่อเจ้าเอายาถอนพิษห้าอสรพิษออกมาใช้ ข้าจึงคิดว่า...เจ้าน่าจะคือเจ้าของหอสุรากุ้ยฮวาตัวจริง”“ถูกจับได้เสียแล้ว” นางหัวเราะคิกคักกลบเกลื่อน แต่ใจยังลอยคว้างด้วยความหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก เพราะหอสุรากุ้ยฮวา...จะว่าค้าขายอย่างสุจริตก็ใช่ จะว่าค้าขายอย่างไม่สุจริตก็ใช่ ปากของนางว่าค้าขายปกติ ทว่าใจของนางรู้อยู่ว่ามันไม่ใช่ แม้จะมีการสืบประวัติของผู้ซื้อผู้ขาย แต่ใช่ว่าจะเป็นไปตามแบบแผนที่คิด“ทำไมถึงไม่บอกกับข้า” จินเยี่ยหยางอดไม่ได้ที่จะตัดพ้อ“จะบอกได้อย่างไรกัน ท่านอ๋องเป็นใคร แล้วข้าน้อยเป็นใคร” นางทอดถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม ภายในอกยังรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่คลาย เมื่อยอมรับออกไปแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ เขาจะอยู่ฝ่ายเดียวกับนางหรือไม่“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าเจ้าคือชายาเอกของข้า เจ้าอยากจะทำอะไรก็ทำได้ตามที่เจ้าต้องการ แม้แต่การฆ่าคน”อนุชาขององค์ฮ่องเต้ผู้นี้ให้ท้ายนางยิ่ง“เป็นชายาเอกจินอ๋องดีอย่างนี้นี่เอง”จางหานเฟิ่งเริ่มหัวเราะคิกคักด้วยความปลอดโปร่ง แล้วก็หันหลังไปมองหน้าว่าที่สามีด้วยความอยากที่จะมองใบหน้าของเขา ประจวบกับที่อาชาหยุดยืนตรงหน้าประตูทางเข้าหลังบ้านสกุลจาง ตรงบริเวณนั้นไม่มีผู้คน เพราะเป็นตรอกเล็กๆ ทางด้านหลัง แล้วบุรุษหนุ่มก็แนบริมฝีปากลงมา นางถึงกับเบิกตาโตด้วยความตกใจ สิ่งที่สอดเข้ามาในริมฝีปากของนางคือลิ้นของเขาคุณหนูใหญ่สกุลจางทำอะไรไม่ถูกอยู่ชั่วลัดนิ้วมือ นางสัมผัสได้ว่าหัวใจของนางเต้นแรงยิ่ง นิ้วขยุ้มเข้าหากัน ความรู้สึกนี้คืออะไร ช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก หัวของนางเกิดอาการหมุนขึ้นมาเสียแล้ว แม้แต่เสียงประตูที่กำลังถูกเปิดออกก็ยังไม่ได้ยิน ทั้งที่นางเป็นคนมีประสาทหูไวผู้หนึ่งแอ๊ด...จางซานหลงกำลังจะออกไปเล่นกับสหายข้างบ้าน แต่มาเจอฉากสำคัญเข้าพอดี เจ้าหนูตัวกลมเปล่งเสียงขึ้นมาอย่างแตกตื่นขณะมีดวงตาเบิกโต“พี่ใหญ่!”จางหานเฟิ่งหันไปมองน้องชายแววตาเลื่อนลอย สติยังเลอะเลือนอยู่ไม่น้อย ส่วนบุรุษหนุ่มที่จูบนางดื้อๆ อย่างหวานล้ำเมื่อครู่ผละออกจากนางแล้วมองไปทางจางซานหลงเช่นกัน ประกายตาของจินเยี่ยหยางหยิ่งยโส ดุดัน และตำหนิ“พี่ใหญ่...ท่านพี่เขย...พวกท่านทำอะไรกัน!” จางซานหลงกะพริบเปลือกตาปริบๆ ใสซื่อ“ข้าทำอะไร...ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย” นางปฏิเสธหน้าตาขึงขังแต่พวงแก้มซับสีชาดบางๆ“พวกท่านกำลังกัดกันใช่หรือไม่!” จางซานหลงย่นหัวคิ้วครุ่นคิดพลางถาม“เอ่อ...” นางตอบไม่ออกจริงๆ ยามนี้กลายเป็นตัวโง่งมไปแล้ว ทั้งที่ปกตินางฉลาดยิ่งนักจินเยี่ยหยางพลิกตัวลงจากหลังอาชา สีหน้าและท่าทางของเขาดูเป็นปกติยิ่ง เขาดึงนางลงจากหลังอานม้าจนมายืนอยู่ที่พื้นด้วยคน“ทำไมพี่ใหญ่ถึงแต่งตัวเช่นนี้ แล้วคิ้วของท่านทำไมถึงดูแปลกๆ นั่นชุดของท่านพ่อมิใช่หรือไร” จางซานหลงเขม้นตามองเสื้อผ้า“ถูกต้องแล้ว ชุดของท่านพ่อ ข้าแต่งตัวเป็นบุรุษ เจ้าไม่เห็นหรือไร” นางถามกลับพลางยกแขนขึ้นเพื่อให้ดูเสื้อผ้าที่สวมอยู่“นี่ท่านปลอมตัวเป็นบุรุษหรอกหรือ” น้องชายกลับมีสีหน้างุนงงหนักกว่าเดิม เพราะถึงอย่างไรก็ยังมองจางหานเฟิ่งเป็นสตรีผู้หนึ่ง“ถูกต้องแล้ว นี่ข้าดูไม่เหมือนบุรุษหรอกหรือ” พี่สาวคนโตเลิกหัวคิ้วขึ้นน้อยๆ“ไม่เห็นจะเหมือน”“มีแต่เจ้านี่แหละที่มองเห็นว่าข้าไม่เหมือนบุรุษ ตันตันยังหลงชอบข้าเลย” คุณหนูใหญ่สกุลจางหัวเราะคิกคักก่อนก้มตัวลงหยิกแก้มน้องชายด้วยความมันเขี้ยว“โอ๊ย! ท่านพี่เขย...ท่านต้องแก้แค้นให้ข้าด้วย” จางซานหลงส่งเสียงฟ้องจินเยี่ยหยางขึ้นมาทันใด พักนี้ทำตัวสนิทสนมกับว่าที่พี่เขยยิ่งนัก“นี่เจ้า!” พี่สาวคนโตถลึงตาใส่คุณชายจางหมายจะหยิกแก้มพี่สาวคนโตโต้ตอบ แต่นางกลับถอยหลังพลางหัวเราะคิกคัก แล้วนางก็ปล่อยให้น้องชายไปเล่นกับสหายข้างบ้าน จางซานหลงเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าวก็มีร่างของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏตรงหน้าคนทั้งสอง จิ้นเล่อคือผู้ที่ดูแลความปลอดภัยให้กับคุณชายจาง ขุนพลผู้นี้ไม่กล้าชำเลืองสายตามองไปทางจินเยี่ยหยางแม้แต่น้อย เพราะกลัวจะถูกลงอาญาที่แอบมองในสิ่งที่ไม่ควรมองบนใบหน้าของจินเยี่ยหยางไม่ปรากฏอารมณ์ใด เขาก้าวตามจางหานเฟิ่งผ่านประตูและทางเดินที่คดเคี้ยว กระทั่งถึงห้องนอนของนาง มองนางหยิบลูกกุญแจออกมาไขเปิดหีบหนังสือใบใหญ่ที่นางบอกว่าห้ามแตะต้อง สองมือน้อยๆ ขนหนังสือออกมาวางเรียงกัน แล้วจางหานเฟิ่งก็หยิบหีบไม้ใบหนึ่งขนาดสิบสองชุ่น1 ออกมา ในหีบไม้ใบนั้นมีสองชั้น แต่ละชั้นเรียงไปด้วยขวดเล็กๆ หลากหลายสี แล้วนางก็มอบขวดหยกใบหนึ่งให้แก่เขา“ขวดนี้ใส่ยาพิษหยกวารี”“ตกลงว่าเจ้าคือเจ้าของหอสุรากุ้ยฮวาตัวจริง”“ถูกต้องแล้ว”นางลุกขึ้นยืนพร้อมกับมีสีหน้าสุขุมจริงจัง หากแต่ในใจนั้นกำลังข่มกลั้นความประหม่าของตัวเองอยู่ แล้วจู่ๆ เสียงของตงตี้ก็ดังขึ้นจากหน้าเรือน เพราะรู้ข่าวมาว่าองครักษ์หลวงจับตัวตาเฒ่าเจ้าแห่งพิษไปได้หลายชั่วยามแล้ว ยามนี้ต้องการรู้ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร“คุณหนูใหญ่...คุณหนูใหญ่ขอรับ”เจ้าของเรือนเดินผ่านจินเยี่ยหยางออกไปยังห้องโถงด้านนอก จิ้นชิงกลับมาถึงแล้วและกำลังยืนอยู่ข้างๆ ตงตี้ ทั้งคู่มองนาง ที่ด้านหลังของนางตามติดด้วยแม่ทัพไร้พ่ายจิ้นชิงยังไม่ทันรายงานอะไรให้ตงตี้รับรู้เพิ่มเติม บ่าวรับใช้ร่างยักษ์ของจางหานเฟิ่งก็ถามขึ้นด้วยความร้อนใจ เพราะนี่คือความหวังเดียวที่จะช่วยชีวิตเชวียนจิ่ง“คุณหนูใหญ่ได้ยาถอนพิษใจขาดมาหรือไม่”“ท่านผู้เฒ่ากำลังปรุงขึ้นมาใหม่ อีกสามวันถึงจะได้” นางตอบออกไปสีหน้านิ่งสงบเพื่อทำให้จิตใจของตงตี้นิ่งสงบตามไปด้วย“ไม่ทันการณ์ องค์ชายแปดต้องเสียชีวิตก่อนเป็นแน่” ตงตี้ร้อนรุ่มใจจนกระสับกระส่าย“ยังทันการณ์ท่านน้า นี่คือยาพิษหยกวารี ท่านผู้เฒ่าบอกกับข้าว่า...พิษต้านพิษ สามารถยืดเวลาออกไปได้อีกสามวัน” นางยื่นขวดใส่ยาพิษหยกวารีที่จินเยี่ยหยางยังไม่ได้หยิบไปจากมือส่งให้ตงตี้“พิษต้านพิษ?” ตงตี้ขมวดหัวคิ้วก่อนหลุบสายตาเพ่งมองขวดใส่ยาพิษหยกวารี จากนั้นก็ยื่นมือออกไปหยิบมาถือไว้ในอุ้งมือหยาบกร้าน“ถูกต้องแล้ว สามารถหยุดอาการกำเริบได้สามวัน ข้ามั่นใจอย่างยิ่งว่าท่านผู้เฒ่าจะต้องปรุงยาถอนพิษใจขาดออกมาได้ทันแน่นอน” นางพยักหน้ายืนยันให้ไว้วางใจ“จะได้ยาถอนพิษใจขาดมาแน่ใช่หรือไม่” ตงตี้ต้องการความมั่นใจ สีหน้าและแววตายังไม่ผ่อนคลายแม้แต่น้อย เพราะไม่อยากให้เชวียนจิ่งเสียชีวิตจริงๆ“ได้แน่ ท่านน้าไม่ต้องเป็นห่วง” นางยิ้มปลอบให้คลายใจ“อืม...ข้าเชื่อเจ้า” บ่าวร่างยักษ์หมุนตัวจากไปในทันที จุดหมายปลายทางคือสถานที่ที่ขบวนราชทูตแห่งแคว้นเหอพำนักอยู่“ตันตัน!” จางหานเฟิ่งเรียกหาตันตันที่เตร่อยู่หน้าเรือน เพราะเดี๋ยวจะวาดภาพแหวนวงนั้นขึ้นมา และไปหาหลงจู๊ที่หอสุรากุ้ยฮวา เพื่อให้คนของหอสุรากุ้ยฮวาช่วยกันตามหาเจ้าของแหวนผู้นี้ นางจึงจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนอาภรณ์“เจ้าค่ะ” ตันตันโผล่เข้ามาตามเสียงเรียก“ช่วยข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เร็ว ข้าจะไปยังหอสุรากุ้ยฮวา”“ได้เจ้าค่ะ”จิ้นเหอปรากฏตัวข้างจิ้นชิงดุจสายลม ขุนพลผู้นี้มารายงานข่าวสารอะไรบางอย่างกับจินเยี่ยหยาง หลังจากประสานหมัดทำการคารวะก็เอ่ยขึ้นเสียงเข้ม“คารวะท่านอ๋อง ทูลเชิญท่านอ๋องไปตรวจตรากองทัพสองหมื่นนาย”จินเยี่ยหยางรู้ว่าต้องไปจัดการกับเรื่องนี้ ภายหลังกล่าวกับองค์ฮ่องเต้ไปแล้ว ก็สั่งให้พลทหารจำนวนสองหมื่นนายเตรียมตัวให้พร้อมที่จะออกเดินทาง รวมทั้งตระเตรียมอาวุธ เสบียงกรัง หยูกยา และหมอทหารจางหานเฟิ่งได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองหน้าบุรุษหนุ่มข้างๆ นางยังไม่รู้เลยว่าเขาจะเดินทางไปด้วยหรือไม่ ใจของนางอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก“ท่านอ๋องจะเดินทางไปด้วยหรือไม่”“ไม่...แต่ข้าต้องไปตรวจตราความเรียบร้อย ใช้เวลาก็น่าจะหลายวัน”“ท่านอ๋องจะไม่อยู่เมืองหลวงหลายวัน”“ถูกต้องแล้ว”“อืม...” จางหานเฟิ่งเศร้าขึ้นมาเสียแล้ว“เจ้าอยู่ทางนี้ก็จัดการเรื่องยาถอนพิษใจขาดให้ดี!”เขาสั่งเสียงทุ้มอ่อนโยน แววตากับสีหน้าที่สื่อออกมาบ่งบอกว่าเชื่อใจในความสามารถของนาง นางถึงกับอมยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เกือบจะยกมือตบอกตัวเองเสียด้วยซ้ำ“ได้อย่างแน่นอน ไว้ใจข้าน้อยได้”เขาเจอรอยยิ้มเช่นนั้นเข้าไป เกิดอาการอยากขโมยกินเต้าหู้อีกแล้ว จริงสิ! เมื่อครู่จางซานหลงบอกให้แก้แค้นแทน จึงยื่นมือออกไปหยิกแก้มยุ้ยๆ ของนาง“ท่านอ๋อง!” นางทำหน้าตูมขึ้นมาทันใด“น้องชายของเจ้าบอกกับข้าว่าให้แก้แค้นแทน เจ้าก็ได้ยินกับหูของเจ้าเองไม่ใช่หรือไร”จินเยี่ยหยางกล่าวสุ้มเสียงนุ่มนวลเจือแววขบขัน นางไม่พูดตอบอะไร นอกจากทำหน้าตูมใส่ แต่ใจของจางหานเฟิ่งหวานล้ำเบิกบานเป็นอย่างมาก“ข้าต้องไปแล้ว เสร็จเรื่องเมื่อไรจะรีบกลับมาหา”“เดี๋ยวข้าน้อยจะออกไปยังหอสุรากุ้ยฮวา ให้คนของข้าน้อยตามหาเจ้าของแหวนด้วย อยากรู้นักว่าเป็นผู้ใดกัน ใช่คนของแคว้นเป่ยหรือไม่”ตันตันฟังแล้วตกอกตกใจ คำพูดของจางหานเฟิ่งเมื่อครู่นี้บ่งบอกออกไปแล้วว่าเป็นเจ้าของหอสุรากุ้ยฮวาตัวจริง พลันส่งเสียงแทรกขึ้นมา“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ”“ท่านอ๋องรู้เรื่องหมดแล้ว” นางหันไปมองหน้าตันตันพลางตีสีหน้าเคร่งขรึม“รู้แล้วหรือเจ้าคะ” ตันตันชำเลืองสายตามองมหาบุรุษฝ่ายบู๊อย่างเกรงกลัว ความลับอันน่ากลัวนี้ ในที่สุดก็เผยออกมาจนได้“ไปกันเถอะ ข้าต้องวาดภาพแหวนอีก” นางหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องนอน ทว่าก่อนที่จะหมุนตัวนั้น ดวงตาหงส์สบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ทำให้นางแก้มแดง มีความเขินอายผุดขึ้นมาในใจ นางหลงรักจินอ๋องเข้าแล้ว
    1 1 ชุ่น เท่ากับ 1 นิ้ว

    คล้ายกับเรื่องจินหวังเฟย ที่คุณอ่าน