บทที่ 27 ใต้พิภพอันมืดมน
ระหว่างทางลงจากเขา หวังเฉินก็เริ่มเข้าใจถึงสถานการณ์ของทีมที่เขาได้ร่วมเดินทางมาด้วยนอกเหนือจากโจวชิงแล้ว สมาชิกที่เหลืออีกห้าคน ได้แก่ หวังเต้า, หลี่ฮ่าวหราน, จ้าวฉางชิง,จ้าวกวง, และหวงเจิ้งทุกคนล้วนแต่มีพลังฝีมืออยู่ในระดับเหนือฟ้าขั้นปลาย
ส่วนโจวชิงนั้น หลังจากที่ผ่านไปสองปีก็สามารถทะลวงไปถึงระดับเหนือฟ้าขั้นสมบูรณ์ เหลือเพียงก้าวเดียวเท่านั้นก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสร้างฐานได้สำเร็จเมื่อโจวชิงแนะนำหวังเฉินให้คนอื่นรู้จัก ทุกคนก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ พร้อมมองหวังเฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นคล้ายมองสิ่งมีชีวิตหายาก ทำให้หวังเฉินกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“พวกท่าน...มองข้าด้วยสายตาแบบนี้เพราะเหตุใดกัน?” หวังเฉินถามอย่างสงสัยเขาเป็นคนชอบอยู่เงียบ ๆ ไม่ค่อยออกจากเรือนที่พักของตนการที่ถูกมองเหมือนเป็นสัตว์หายากเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกทั้งขบขันและอึดอัดในเวลาเดียวกัน
“ว้าว! เจ้านี่เองที่เป็นศิษย์น้องของศิษย์พี่โจวชิง หวังเฉินอัจฉริยะคนนั้นนี่เอง”ในบรรดาคนเหล่านั้น หวงเจิ้งเป็นคนที่กระตือรือร้นที่สุด ระหว่างทางพูดมากที่สุดตอนนี้ก็ร้องเสียงดัง
“เจ้ายังไม่รู้อีกหรืองั้นหรือว่า ตอนนี้เจ้าโด่งดังมากในหมู่ศิษย์ของสำนักชิงหยุนมากแค่ไหนเจ้าเป็นคนที่ฝึกจนทะลวงขั้นเหนือฟ้าแล้วถูกฟ้าผ่าลงมา! ถือเป็นตำนานที่ไม่เคยมีมาก่อนข้าก็เห็นเหตุการณ์ตอนนั้นกับตาเช่นกัน ฟ้าผ่าลงมาท่ามกลางก้อนเมฆแดงฉานบนท้องฟ้า!”คำพูดของหวงเจิ้งทำให้ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แม้กระทั่งหวังเต้าผู้ที่มีท่าทีสุขุมเยือกเย็น ยังมองหวังเฉินด้วยแววตาที่เฉียบคม
หวังเฉินยิ้มเจื่อน เขาเพิ่งรู้ตัวแล้วว่าตัวเองกลายเป็นคนดังโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจและไม่ใช่เพียงโด่งดังธรรมดา แต่ยังมีคนอีกมากมายที่สอบถามข่าวคราวของเขา เขาคิดในใจพลันรู้สึกหดหู่การถูกฟ้าผ่าใครจะอยากโดนกันเล่า เพราะเหตุการณ์ตอนนั้นเต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิตแม้ภายนอกจะดูเหมือนน่าตื่นเต้นแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่ามันคือการเดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย
“ถูกฟ้าผ่ามันดีมากหรือ? ถ้าพวกท่านชอบก็ลองดูบ้างสิ”หวังเฉินตอบกลับเบา ๆ ทำให้ทุกคนเงียบกริบในทันที
เนื่องด้วยทีมทั้งหมดซึ่งมีสมาชิกที่แข็งแกร่งระดับเหนือฟ้าขั้นปลายและยังมียันต์เร่งความเร็ว ช่วยเสริมทำให้พวกเขาสามารถเดินทางด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อเพียงครึ่งชั่วยามก็เดินทางไกลนับหมื่นลี้จากเทือกเขาชิงหยุน
“เอาล่ะ ศิษย์น้องทั้งหลาย เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่นานเราจะถึงรอยแยกใต้พิภพแล้ว” ในกลุ่มที่ออกมาทำภารกิจด้วยกันคราวนี้โจวชิงได้เป็นผู้นำกลุ่ม เมื่อได้ยินโจวชิงกล่าวเตือนก็ทำให้บรรยากาศที่เคยมีชีวิตชีวาเปลี่ยนเป็นตึงเครียดในทันที
เดินทางมาไม่นาน ทุกคนก็พบกับเมืองที่ถูกทำลายล้างอย่างสมบูรณ์กำแพงเมืองพังทลาย บ้านเรือนกลายเป็นซากปรักหักพังกลิ่นเหม็นเน่าของความตายโชยมาในอากาศเมืองอันกว้างใหญ่นี้กลายเป็นเมืองร้างที่เต็มไปด้วยโครงกระดูกขาวโพลนเหมือนหลุดเข้าไปในนรกบนดิน
“เมืองแห่งนี้ถูกเผ่าพันธุ์ใต้พิภพบุกโจมตีเมื่อครึ่งปีก่อนประชาชนหลายแสนคนในเมืองถูกกินจนหมดสิ้น ไม่มีผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว”โจวชิงกล่าวด้วยสีหน้าหนักใจ ทุกคนต่างมีสีหน้าเศร้าสลด
แม้ว่าผู้ฝึกตนอาจจะดูคล้ายกับอยู่สูงส่งตัดขาดจากโลกแต่สำหรับพวกเขาซึ่งยังเป็นเพียงผู้ฝึกตนหนุ่มสาวในวัยไม่เกินสามสิบปีเลือดลมยังเดือดพล่านการได้เห็นภาพเหตุการณ์อันน่าสลดเช่นนี้ทำให้พวกเขาเดือดดาลจนแทบระเบิด
“เผ่าพันธุ์ใต้พิภพ พวกมันเป็นปีศาจร้ายในหมู่มาร! ถ้าไม่ฆ่าพวกมันเราก็ไม่อาจตั้งมั่นในวิถีแห่งเต๋าได้!” หวังเฉินกล่าวด้วยเสียงเย็นเยียบความรู้สึกที่มีต่อเผ่าพันธุ์นี้ในตอนนี้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
เผ่าพันธุ์ใต้พิภพไม่ใช่มนุษย์ พวกมันกินมนุษย์เป็นอาหาร แม้แต่ผู้ฝึกตนอย่างพวกเขาก็เป็นที่โปรดปรานเพราะเต็มไปด้วยพลังปราณมากมายการกินผู้ฝึกตนเพียงคนเดียวก็สามารถทำให้พลังของมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลพวกมันจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจของผู้ฝึกตนทุกคน
แม้แต่ผู้ฝึกตนฝ่ายมารก็ยังไม่โหดเหี้ยมเท่าสัตว์ประหลาดพวกนี้แม้ผู้ฝึกตนฝ่ายมารจะถูกมองว่าโหดร้ายไร้ความปรานี แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นมนุษย์ไม่น่าจะถึงขั้นสูญเสียจิตใจไปอย่างสิ้นเชิงเช่นนี้ ดังนั้นเมื่อเผ่าพันธุ์ใต้พิภพปรากฏตัวขึ้น ไม่เพียงแต่เหล่าศิษย์ฝ่ายธรรมะที่ลงไปต่อสู้ในใต้ดินแต่แม้แต่สำนักฝ่ายมารก็ส่งศิษย์เข้าร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
“ศิษย์น้องทุกคน เมื่อเราเข้าสู่ใต้พิภพ ขอให้ทุกคนระมัดระวังให้มากแม้แต่ชั้นแรกของใต้พิภพที่ดูเหมือนไร้ขอบเขต ก็ยังเต็มไปด้วยปีศาจร้ายมากมาย อย่าได้ประมาทเด็ดขาดหากเจอพวกมันเมื่อใด ให้ลงมืออย่างเต็มกำลังทันที!”โจวชิงกล่าวด้วยใบหน้าที่เย็นชา ดูเคร่งขรึมจนไม่เหมือนผู้ฝึกตน ส่วนคนอื่น ๆก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน
ทุกคนขานรับพร้อมกันจากนั้นต่างก็แสดงวิชาเฉพาะตัวก่อนจะกระโดดลงไปในรอยแยกที่กลางเมือง
โจวชิงและคนอื่น ๆ มีแสงสีสันต่าง ๆ ส่องประกายจากพลังลมปราณของตน แต่ละคนใช้ยันต์เวทและสมบัติวิเศษช่วยเสริมแต่มีเพียงหวังเฉินที่สวมเสื้อผ้าธรรมดาสีเขียวอ่อน ลมแรงพัดกระพือเสื้อผ้าของเขาขณะเขาตบฝ่ามือออกไปกลางอากาศ ร่างที่กำลังร่วงหล่นก็หยุดชะงักก่อนจะตบฝ่ามืออีกครั้ง การเคลื่อนไหวของเขาทำให้ขอบรอยแยก ไม่ว่าจะเป็นหิน ดินหรือไม้ ถูกทะลุเหมือนเต้าหู้ ฝ่ามือและเท้าของเขาสลับกันออกแรง ถึงดูเหมือนจะงุ่มง่ามไม่มีความสง่างามแบบเซียน แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับรวดเร็วอยู่ไม่น้อย
รอยแยกนี้ลึกเท่าไหร่ก็ไม่รู้ หลังจากครึ่งชั่วยาม หวังเฉินรู้สึกว่าตัวเองตกลงมาเกือบหมื่นเมตรแล้วแต่ยังไม่ถึงก้นรอยแยก รอบด้านยังคงมืดมิด ราวกับเป็นเหวลึกที่ไร้จุดสิ้นสุด เหมือนกับมีอสูรกายโบราณกำลังกลืนกินพวกเขาอยู่
เมื่อทุกคนคุ้นเคยกับการเคลื่อนที่ลงใต้พิภพแล้ว การเคลื่อนไหวของทุกคนก็เริ่มคล่องตัวมากขึ้นความเร็วในการลดระดับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งชั่วยามในที่สุดพวกเขาก็เริ่มมองเห็นผืนดินสีดำเทาเบื้องล่าง
ตุบ!
เมื่อเท้าสัมผัสพื้น หวังเฉินก็ถอนหายใจลึกออกมาแม้ว่าในหนึ่งชั่วยามที่ผ่านมาเขาจะไม่ได้ออกแรงทั้งหมดแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขาเช่นกันถ้าหากเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างฐานที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ก็คงจะลงมาอย่างสบาย ๆ แต่สำหรับผู้ฝึกตนระดับเหนือฟ้าแล้วนั้นพวกเขายังไม่มีความสามารถนั้นยังไม่ทันที่พวกเขาจะพูดคุยอะไรกัน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้น
โฮก! โฮก!
เสียงคำรามที่ไม่เหมือนเสียงมนุษย์ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนชวนให้คลื่นไส้เมื่อหันไปมอง หวังเฉินก็เห็นกลุ่มสัตว์ประหลาดกำลังวิ่งกรูกันเข้ามาจากระยะไม่กี่สิบเมตร สัตว์ประหลาดเหล่านี้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ มีหัว แขนสองข้างและขาสองข้าง แต่ร่างกายกลับเป็นสีดำสนิท ปกคลุมไปด้วยเกล็ดที่สะท้อนแสงสลัว ๆดูแล้วเหมือนจะมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งยากจะทะลวง
ส่วนหัวของพวกมันคล้ายลิง แต่ไม่มีขน ปกคลุมด้วยเกล็ดหนาแน่น มีเขี้ยวแหลมคมสี่ซี่โผล่ออกมาเปล่งประกายเย็นเยียบมือของพวกมันเหมือนกรงเล็บสัตว์ป่า เล็บยาวแหลมสีเงินโค้งเหมือนเคียวบางตัวยังมีคราบเปื้อนเลือดสีแดงคล้ำติดอยู่ ดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
“ทุกคนระวัง นี่คือ ปีศาจลิงใต้พิภพ! พวกมันมีความเร็วสูงพลังป้องกันแข็งแกร่ง เขี้ยวคมและกรงเล็บอันตราย อีกทั้งยังทรงพลังมากระวังตัวให้ดี!” โจวชิงเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังหลังจากที่เขาศึกษาข้อมูลของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพมามากมายความรู้นี้จึงได้ใช้งานตอนนี้ทันที เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็ตั้งใจฟังด้วยความตึงเครียด