Cattastrophic

    Chapter 12 นักวิทยาศาสตร์กับแขกยามวิกาล

    Chapter 12

    นักวิทยาศาสตร์กับแขกยามวิกาล

     

            โนบิลไม่ได้กลับห้องพักทันทีแต่ตรงไปยังย่านร้านค้าที่เป็นโซนอุปกรณ์ไอทีก่อน เพื่อสำรวจราคาของฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นต้องใช้ในหมุดหมายแรกของงานวิจัย

            หมุดหมายแรกของงานวิจัยคือการสร้างปัญญาประดิษฐ์สำหรับแมว เป็นการสร้างสมองจำลองขึ้นมาให้มีทั้งความสามารถในการคิดและสำนึกในตัวตน เพื่อการนี้ต้องใช้หน่วยประมวลผลชั้นสูงประกอบกับอุปกรณ์อีกหลายอย่าง และอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สุดก็คือหน่วยประมวลผลโพซิทรอนิค (PPU) ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูงสุดที่มนุษย์สามารถสร้างได้

    แน่นอนว่าหน่วยประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสููงที่สุดในโลกคือ ซินเทซิสคอร์ ซึ่งมีศักยภาพในการทำงานสูงกว่า PPU นับพันเท่า แต่มันไม่ใช่วิทยาการที่มนุษย์สามารถลอกเลียนได้ในตอนนี้ ที่สำคัญคือต่อให้ทำได้ ต้นทุนของมันก็สูงมาก ๆ

    ลำพังแค่ PPU ที่เขาคิดจะใช้ โนบิลก็ไม่แน่ใจว่าจะทำให้ต้นทุนสูงเกินไปหรือไม่

    ยังดีที่การสร้างปัญญาประดิษฐ์สำหรับสัตว์เลี้ยงไม่จำเป็นต้องใช้ PPU ที่มีสเป็คสูงมาก แต่ถึงจะเป็นรุ่นรองที่มีราคาน้อยกว่ากันเท่าตัวก็ยังจัดว่าแพงอยู่ดี

    โนบิลเดินไปตามถนนซึ่งมีร้านขายอุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์เรียงรายอยู่สองฟากข้าง หน้าร้านจะมีป้ายดิจิทัลที่แสดงโปรโมชั่นของแต่ละร้าน ให้ลูกค้าสามารถเลือกดูสินค้าออกใหม่หรือสินค้าราคาพิเศษได้

    ความจริงสินค้าส่วนใหญ่สามารถสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ แต่โปรโมชั่นพิเศษบางอย่างจะมีประกาศแค่ที่หน้าร้านเท่านั้น หากไม่สนเรื่องเวลาที่ต้องใช้ในการเดินสำรวจด้วยตัวเอง วิธีนี้จะประหยัดเงินได้มาก

    PPU รุ่นสูงจะมีฟังก์ชั่นครบวงจร ทำให้ทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาฮาร์ดแวร์อื่น ๆ แต่ก็มีราคาแพงตามไปด้วย ส่วนรุ่นรองลงมาหรือรุ่นกลาง ๆ จะมีความสามารถในการประมวลผลเพียงอย่างเดียว หน่วยความจำหรือการเก็บข้อมูลต้องใช้อุปกรณ์เสริม แต่เมื่อรวมอุปกรณ์ทั้งหมดแล้วก็ยังมีราคาถูกกว่า

    ยังไม่พูดถึงว่าต้นทุนทั้งหมดนี้สามารถลดลงได้อีก ด้วยความสามารถของโนร่า

    ขอเพียงมีอุปกรณ์ต้นฉบับหรือแบบแปลนพร้อมกับวัตถุดิบที่จำเป็น โนร่าก็สามารถสังเคราะห์ทุกอย่างขึ้นมาได้ และในการวิจัยต้องมีการสร้างต้นแบบขึ้นมาหลายรุ่น หลายชุด การที่สามารถสร้างอุปกรณ์เองได้จึงช่วยลดต้นทุนลงมาก

    โนบิลเดินดูอุปกรณ์ตามร้านต่าง ๆ พร้อมกับบันทึกข้อมูลที่จำเป็น หลังจากเดินวนถนนทั้งเส้นอยู่สองรอบ เขาก็ได้ข้อมูลของชุดอุปกรณ์ที่ต้องการ

    เขากลับเข้าไปเป็นรอบที่สาม คราวนี้เป็นการตระเวนซื้อของที่รวบรวมข้อมูลเอาไว้ ทั้งหน่วยประมวลผลโพซิทรอนิค (PPU) รุุ่นกลาง, หน่วยจัดเก็บข้อมูลแบบสามมิติ (3D XPoint Memory) ความจุหนึ่งเพตาไบต์, และหน่วยความจำแบบไม่สูญข้อมูล (NVMe) ความจุหนึ่งเทราไบต์

    แค่สามชิ้นนี้ก็ใช้เงินไปสี่โกลด์แล้ว ทุนส่วนกลางสำหรับงานวิจัยจึงเหลืออยู่อีกยี่สิบหกโกลด์

    หากซื้ออุปกรณ์ทั้งหมดในแบบสำเร็จรูป แค่สามชุดก็ต้องใช้เงินสิบสองโกลด์ เท่ากับทุนวิจัยเกือบครึ่งหนึ่ง

    นี่คือจุดที่โนร่าจะเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ

    วัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการสร้างหน่วยประมวลผล, หน่วยจัดเก็บข้อมูล, และหน่วยความจำ หลัก ๆ ก็คือซิลิคอนซะ 80-90% ส่วนวัตถุดิบอื่น ๆ อย่างทองแดง, ทอง, แทนทาลัม, และลิเธียม มีการใช้แค่ปริมาณน้อย ราว ๆ 5-10% เท่านั้น ขอเพียงรวบรวมวัตถุดิบเหล่านี้ได้ครบ โนร่าจะสังเคราะห์อุปกรณ์ที่ต้องการขึ้นมากี่ชุดก็ได้

    ปัญหาคือแร่พวกนี้มักจะไม่มีการแบ่งขายและหาซื้อไม่ได้ในตลาดทั่วไป โดยปกติแหล่งผลิตอย่างโรงถลุงแร่จะขายตรงให้กับโรงงานต่าง ๆ ในปริมาณมาก การหาซื้อในปริมาณน้อยจึงเป็นเรื่องยาก

    แต่โรงถลุงแร่ไม่ใช่แหล่งเดียวที่สามารถหาของพวกนี้ได้

    โนบิลขับมอเตอไซด์ออกจากย่านร้านค้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังสมาคมนักผจญภัยแห่งฟิวเจอร์รีช ทว่าเป้าหมายของเขาไม่ได้อยู่ที่สมาคม แต่เป็นลานเก็บซากซึ่งอยู่ด้านหลังที่ทำการ

    พื้นที่ดันเจี้ยนโดยทั่วไปจะมีมอนสเตอร์จำพวกสัตว์กลายพันธุ์หรือสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์เป็นประชากรหลัก มอนสเตอร์ประเภทเครื่องจักรกลจัดเป็นของที่หาได้ยากและมีในเฉพาะบางพื้นที่ แต่เขตฟิวเจอร์รีชมีความพิเศษเพราะมันเป็นจุดที่เผ่าซินเทซิสขึ้นฝั่งเป็นครั้งแรก หลายพื้นที่จึงกลายเป็นฐานทัพของเผ่าจักรกล แม้ปัจจุบันจะไม่มีสงครามกับมนุษย์แล้ว แต่ก็ยังมีจักรกลของซินเทซิสหลงเหลืออยู่ จักรกลเหล่านี้ทำงานแบบอัตโนมัติและโจมตีมนุษย์เมื่อพบเห็น จึงมีสถานะไม่ต่างจากมอนสเตอร์

    ความจริงทางเผ่าซินเทซิสได้ทำการเก็บกู้จักรกลส่วนใหญ่กลับไปแล้ว เหลือเพียงบางส่วนที่ยังหาฐานไม่พบเพราะมันถูกซ่อนอยู่ใต้ดิน แต่เมื่อจำนวนของมันไม่เป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์อีก ทางเมืองฟิวเจอร์รีชจึงต้องการให้ปล่อยจักรกลที่เหลือเอาไว้

    เหตุผลก็เพราะซากของมอนสเตอร์จักรกลเป็นของที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะในเมืองแห่งวิทยาการอย่างฟิวเจอร์รีชที่มีความต้องการแร่ธาตุและอุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์ตลอดเวลา

    เพราะมีหุ่นจักรกลเป็นมอนสเตอร์ประจำถิ่น หลังที่ทำการสมาคมจึงมีลานเก็บซากให้เหล่านักผจญภัยได้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วย

    โนบิลจอดรถแล้วเดินเข้าไปในอาคาร ที่นี่มีผู้คนค่อนข้างขวักไขว่ ส่วนใหญ่จะเป็นนักผจญภัยที่มาเพื่อขายซากของหุ่นจักรกลที่ล่ามาได้

            ถึงจะเรียกว่าลานเก็บซาก แต่ตัวอาคารก็ดูสะอาดสะอ้านและมีการตกแต่งเป็นอย่างดี ไม่ต่างจากอาคารสำนักงานทั่วไป เพราะส่วนที่ใช้เทหรือจัดวางซากจักรกลจริง ๆ จะถูกแยกไว้อีกพื้นที่หนึ่ง

    เคาน์เตอร์รับรองของลานเก็บซากถูกแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนรับซื้อมีคนค่อนข้างแออัดเพราะนักผจญภัยที่ต้องการขายซากมีค่อนข้างเยอะ ตรงกันข้ามกับเคาน์เตอร์ของส่วนขายที่แทบจะไม่มีคนเลย

    “สวัสดีค่ะ ต้องการให้ช่วยอะไรคะ?”

    พนักงานสาวประจำเคาน์เตอร์กล่าวทักทายโนบิลอย่างสุภาพ

    “ขอดูรายการซากจักรกลที่มีขายตอนนี้หน่อยครับ”

    “สักครู่นะคะ”

    พนักงานสาวใช้เวลาจัดเตรียมข้อมูลเล็กน้อยก่อนจะยื่นแท็บเล็ตของทางร้านให้กับโนบิล

    โนบิลเลื่อนดูข้อมูลของซากจักรกลไปทีละรายการ มันมีรูป, รายละเอียดเบื้องต้น, และราคาของซากแต่ละชิ้นแสดงอยู่ สำหรับซากที่ผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญแล้วจะมีรายละเอียดของอุปกรณ์ภายในให้ด้วย แต่ราคาก็จะเพิ่มหรือลดตามแต่มูลค่าที่ได้รับประเมิน ส่วนซากที่ยังไม่ผ่านการประเมินจะมีราคาค่อนข้างถูก เพียงแต่ผู้ซื้อจะต้องสุ่มดวงเอาเองว่าจะได้ของดีหรือไม่ เรื่องนี้ยังขึ้นกับว่าอุปกรณ์ภายในได้รับความเสียหายมากแค่ไหนตอนเก็บกู้มา

    สำหรับโนบิล เขามีความสามารถในการประเมินซากจักรกลพวกนี้อยู่แล้ว นี่จึงเป็นแหล่งวัตถุดิบที่เหมาะกับการหาของดีในราคาถูก

    แม้องค์ประกอบส่วนใหญ่ของซากจะทำจากเหล็กหรืออะลูมิเนียมซึ่งไม่ใช่แร่ธาตุหลักสำหรับใช้สร้างอุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์ แต่ก็ยังมีวงจรไฟฟ้าและฮาร์ดแวร์ภายในที่สามารถเอามาหลอมและแยกส่วนประกอบได้

    หากหลอมเอาแต่แร่ธาตุที่ต้องการแล้วขายแร่ที่ไม่ใช้ทิ้งไปก็เท่ากับได้เงินบางส่วนกลับคืนมา

            “ขอดูหมายเลข B-144, E-052, E-057, J-218, L-741”

            โนบิลเลือกซากจักรกลจากแคตตาล็อกมาห้ารายการ พนักงานประจำเคาเตอร์จึงดำเนินเรื่อง ก่อนจะยื่นคีย์การ์ดใบหนึ่งให้กับโนบิล

            “เชิญที่ห้องประเมินหมายเลข 4 ค่ะ”

            โนบิลรับคีย์การ์ดมาก่อนจะเดินไปยังระเบียงด้านข้าง ที่นั่นมีห้องมากมายเรียงรายกันเป็นทิวแถว เขาแตะคีย์การ์ดเข้ากับแผงควบคุมของห้องหมายเลข 4 ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ภายในมีพนักงานหญิงอีกคนหนึ่งกำลังพิมพ์นิ้วลงบนแท็บเล็ตที่ถืออยู่ในมือ ทำให้มีซากจักรกลทยอยกันปรากฎขึ้นในห้องผ่านทางวงเวทเคลื่อนย้าย

            โนบิลเดินเข้าไปหาซากจักรกลที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อนจะนั่งชันเข่าเพื่อดูมันใกล้ ๆ จักรกลตัวนี้มีรูปร่างคล้ายกับเต่าที่มีขาเหมือนแมลง แต่ขาของมันเหลืออยู่แค่สามข้าง ส่วนกระดองดูคล้ายถ้วยชามที่นำมาเรียงซ้อนกันหลายชั้น มีปืนสองกระบอกติดอยู่ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา หัวของมันเป็นกล้องสามขนาดเรียงประกบกันอยู่ภายในแผ่นเกราะที่เหมือนกับหมวกเหล็ก

    “ดูจากรอยไหม้บนแผ่นเปลือกแล้ว น่าจะโดนทำลายด้วยเวทไฟ ตัวนี้หน่วยควบคุมน่าจะอยู่ในกระดองมากกว่าส่วนหัว ความเสียหายจากแรงกระแทกและความร้อน นอกจากขาที่หายไปข้างนึงแล้ว ส่วนตัวไม่มีจุดที่ฉีกขาดหรือรอยรั่ว ชิ้นส่วนภายในควรจะยังอยู่ครบ ตัวนี้ใช้ได้”

    นี่ไม่ใช่การประเมินด้วยตาเปล่าแต่ใช้ฟังก์ชั่นของแว่นช่วยในการตรวจสอบ แว่นตาของโนบิลสามารถทำการสแกนได้หลายรูปแบบ และยังตรวจสอบรายละเอียดขนาดเล็กที่ตาเปล่ามองไม่เห็นได้ หากเป็นซากสัตว์ก็จะทำการเอ็กซ์เรย์เพื่อดูโครงสร้างภายในได้ด้วยซ้ำ แต่เพราะนี่เป็นซากของหุ่นจักรกลซึ่งส่วนประกอบหลักเป็นโลหะทำให้การสแกนมีข้อจำกัดอยู่บ้าง

    หลังจากประเมินจักรกลตัวแรกเสร็จ โนบิลก็ทำเครื่องหมายที่รหัสของจักรกลบนแท็บเล็ต ก่อนจะเดินไปดูจักรกลตัวที่สอง ตัวนี้มีรูปร่างครึ่งบนคล้ายมนุษย์ แต่ครึ่งล่างเป็นขาสี่ขาที่มีล้ออยู่ตรงปลาย ทั้งตัวล้วนหุ้มด้วยแผ่นเกราะที่ทำจากเหล็กกล้า และตรงปลายแขนทั้งสองข้างมีปืนแบบสี่ลำกล้องอยู่แทนสิ่งที่ควรเป็นมือ

    “ตัวนี้น่าจะโดนเวทสายฟ้า ดูภายนอกมีความเสียหายไม่มากก็จริง แต่จากกลิ่นไหม้นี่ แผงวงจรข้างในน่าจะไหม้เกือบหมด แบบนี้ถึงเอามาหลอมก็คงได้วัตถุดิบที่ต้องการไม่มาก…”

    โนบิลไล่วิเคราะห์ซากจักรกลแบบนี้ไปทีละตัว หลังจากดูครบแล้ว เขาก็พบว่ามีซากที่พอใช้ได้อยู่สามตัว

    “ขอซื้อสามตัวนี้ครับ”

    โนบิลยื่นแท็บเล็ตให้กับพนักงานหญิง ก่อนจะทำการโอนเงินตามราคารวม คือร้อยห้าสิบห้าซิลเวอร์

    เมื่อยืนยันการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว พนักงานสาวก็ใช้วงเวทเคลื่อนย้ายซากที่ไม่ถูกซื้อกลับไป ส่วนโนบิลก็เก็บซากจักรกลทั้งสามตัวเข้าช่องมิติ ก่อนจะออกจากห้อง

    ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด หลังหลอมและแยกส่วนประกอบซากจักรกลทั้งสามตัวแล้วควรจะมีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับให้โนร่าสร้างอุปกรณ์ที่ต้องการได้สักหนึ่งถึงสองชุด แต่ต่อให้สร้างได้แค่ชุดเดียว ต้นทุนที่ใช้ก็ต่างจากการซื้อของสำเร็จรูปเกือบสิบเท่าแล้ว

    หลังออกจากลานเก็บซากโนบิลยังตระเวณไปยังอู่ซ่อมและร้านขายแร่อีกหลายแห่งเพื่อหาซื้อชิ้นส่วนหรือแร่ที่ต้องการ แต่เป็นไปดังที่เขาคาด ชิ้นส่วนที่มีแผงวงจรหรือหน่วยประมวลผลอยู่ด้วยมักมีราคาแพง และชิ้นดี ๆ ก็มักจะมีคนซื้อไปหมดแล้ว เช่นเดียวกับแร่ที่เขาต้องการคือแร่ควอตซ์ ซึ่งสามารถนำมาสกัดเป็นซิลิก้าได้ หากเป็นพื้นที่อื่น แร่ควอตซ์หรือทรายควอตซ์จะมีราคาไม่สูงนัก แต่สำหรับที่ฟิวเจอร์รีช เพราะมันเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตซิลิคอนบริสุทธิ์ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด แร่ควอตซ์ที่นี่จึงมีราคาสูงมาก

    ความจริงยังมีอีกวิธีหนึ่งคือเสนอภารกิจผ่านสมาคมนักผจญภัย ให้นักผจญภัยไปขุดแร่หรือล่ามอนสเตอร์จักรกลบางชนิด แต่นั่นก็เป็นวิธีที่คาดเดาผลลัพธ์ได้ยาก ทั้งยังต้องรอว่าเมื่อไหร่จะมีคนรับภารกิจ เมื่อไหร่จะทำภารกิจเสร็จ แถมราคาก็ไม่แน่ว่าจะถูกกว่ากันด้วย

    เพราะเหตุนี้โนบิลจึงได้ข้อสรุปว่าการซื้อจากลานเก็บซากยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

    หากมีความต้องการวัตถุดิบเพิ่มขึ้นจริง ๆ ค่อยลองพิจารณาทางเลือกอื่นเพิ่มเติมดู

    กว่าโนบิลจะกลับมาถึงที่พักก็เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว ทว่าเมื่อถึงหน้าห้อง เชาก็พบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งยืนรออยู่

            เธอมีผมยาวสีน้ำตาลเข้ม สอดรับกับดวงตาสีน้ำตาลแดง เธอสวมแว่นตากรอบเล็กทรงรี และอยู่ในชุดเสื้อเชิ๊ตกระโปรงยาวที่ดูเป็นทางการ คลุมด้วยเสื้อโค้ทยาวสีชมพูอ่อนดีไซน์เดียวกับที่นักวิจัยนิยมใส่กัน

    โนบิลชะงักไปเล็กน้อย การที่อีกฝ่ายรออยู่นอกห้องแปลว่าโนร่ายังไม่กลับมา เขาจึงรีบพิมพ์ข้อความผ่านนาฬิกาข้อมือเพื่อส่งไปหาอีกฝ่าย

    “คืนนี้ฉันมีเหตุจำเป็นต้องใช้ห้อง ยังไม่ต้องกลับมา ค่าที่พักข้างนอกเดี๋ยวฉันออกให้เอง”

    หลังจากส่งข้อความเสร็จ โนบิลก็เดินมาถึงหน้าห้องพอดี เขาเอ่ยทักทายหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม

    “รอนานรึเปล่า? ทำไมไม่บอกก่อนว่าจะมา?”

    “ฉันก็ไม่คิดว่าจะมาเหมือนกัน กินอะไรรึยัง?”

    หญิงสาวตอบด้วยยิ้มละไมพร้อมกับถามกลับ

    “ยังไม่หิว เธอล่ะ?”

    “รองท้องมาบ้างแล้ว”

    ระหว่างแลกเปลี่ยนบทสนทนากัน โนบิลก็เปิดประตูห้อง ส่วนหญิงสาวก็เดินเข้าไปอย่างเป็นธรรมชาติ เธอถอดรองเท้าไว้ที่ข้างประตู แล้วแขวนเสื้อโค้ทไว้ที่จุดแขวนซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องแล้วนั่งลงบนเตียง

    โนบิลปิดประตูห้องพร้อมกับกดปุ่มล็อค เขาถอดเสื้อโค้ทแขวนไว้ข้าง ๆ เสื้อโค้ทของอีกฝ่าย ก่อนจะเดินตามไป

    “จะอาบน้ำก่อนมั้ย?”

    โนบิลถามด้วยรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยน

    “อ้อ ดูนี่นะ”

    หญิงสาววาดนิ้วไปบนอากาศ ทำให้มีวงเวทขนาดฝ่ามือปรากฎขึ้น เธอแตะฝ่ามือลงบนวงเวท ก่อนจะดันมันไปทางโนบิล จนสัมผัสเข้าที่หน้าอกของเขา ทันใดนั้นโนบิลก็รู้สึกเหมือนกับร่างกายกำลังไหลผ่านสายน้ำ

    โนบิลแสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย หญิงสาวจึงหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ

    “เวททำความสะอาดน่ะ สะดวกดีใช่มั้ย? มันช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะเลย ฉันเพิ่งเรียนมาวันนี้เอง”

    โนบิลเพียงยิ้มตอบ

    ความจริงคือเขาเกือบจะหงุดหงิดทีเดียว ที่จู่ ๆ ก็ถูกใช้เวทใส่ แถมเป็นเวททำความสะอาดรึ? สะอาดจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ สิ่งแรกที่โนบิลคิดจะทำหลังจากนี้ก็คืออาบน้ำด้วยตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายของเขาจะสะอาดจริง ๆ

    หญิงสาวเห็นว่าโนบิลไม่ได้กล่าวอะไร เธอจึงยิ้มด้วยแววตาหยาดเยิ้ม พร้อมกับอ้าแขนออก

    โนบิลยิ้มอย่างรู้ใจ เขาขยับตัวขึ้นไปบนเตียง พร้อมกับสวมกอดและจุมพิตลงบนริมฝีปากของอีกฝ่าย

    ทั้งสองใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผละออกจากกัน ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มถี่กระชั้น พร้อมกับดวงตาที่ดูเคลิบเคลิ้มราวกับคนเมามาย

    โนบิลขึ้นไปนั่งบนเตียงโดยเอนหลังพิงกำแพงและกอดหญิงสาวไว้ในอ้อมอก มือซ้ายของเขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายออกทีละเม็ด ก่อนจะล้วงเข้าไปด้านใน ส่วนมือขวาก็ลูบไล้จากต้นขา แล้วค่อย ๆ ถกกระโปรงขึ้นมา ในระห่างนั้นเขาก็ขบเม้มใบหูของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา

    หญิงสาวเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ร่างของเธอสั่นเล็กน้อย เธอหลับตาด้วยความเอียงอาย แต่บางครั้งก็อดที่จะลืมตาขึ้นมามองไม่ได้

    ทันใดนั้นเธอก็เหลือบไปเห็นช่องที่แง้มอยู่ของตู้เสื้อผ้าฝั่งตรงข้าม

    ในช่องของตู้เสื้อผ้าที่ปิดไม่สนิทนั้น มีดวงตาดวงหนึ่งกำลังจับจ้องมา

    เป็นดวงตาที่สะท้อนแสงอยู่ในเงามืด คล้ายกับดวงตาของสัตว์ป่า  

     

    ---------------------------------------------------------------------------