12
เต้เตรียมเปิดร้าน
เื่ราวในตอนเช้าที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด หลังจากวันนั้นเพียงไม่นานข่าวก็กระจายออกไปในหมู่นักเรียน รวมถึงข่าววีรกรรมเก่าๆของเต้ก็ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเล่ากันปากต่อปาก จนทำให้เต้กลายเป็ที่จับตามองของกลุ่มนักเรียนหญิงขึ้นมาอย่างลับๆ รวมทั้ง โม ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์ ก็กลายเป็คนที่เหล่านักเรียนหญิงพูดถึงมากเช่นกัน เพราะนักเรียนหลายคนเข้าใจผิดว่าเธอเป็แฟนสาวของเต้ และเธอก็ไม่ได้แก้ไขความเข้าใจผิดนั้นแต่อย่างใด แต่กลับเสริมเื่ราวให้เยอะขึ้นกว่าเดิม
โมมักเล่าเื่ราวในตอนที่เต้มาตามจีบเธอให้เพื่อนๆในกลุ่มฟังด้วยท่าทางใสซื่อ จากนั้นข่าวเื่ที่โมเป็แฟนกับเต้ก็ยิ่งกระจายออกไป
เต้ที่กำลังวุ่นกับการเปิดร้านไก่ปิ้งและเตรียมตัวสอบ ไม่ได้รู้เื่ข่าวลือนี้เลยสักนิด เพราะเหลือเวลาอีกแค่อาทิตย์เดียว เขาก็ต้องสอบกลางภาค อีกทั้งยังมีการสอบวัดระดับชาติที่รออยู่
เต้ตั้งใจทบทวนบทเรียนแม้แต่ในเวลาพักเที่ยง ทำให้พวกเพื่อนๆในห้องม.3/6 พลอยได้รับอิทธิพลความมุ่งมั่นตั้งใจนี้ไปด้วย ยามนี้ห้องม.3/6 เลยคึกคักกว่าปกติ เพราะมีการตั้งกลุ่มติวแต่ละวิชาขึ้นใน่พักเที่ยง ใครเก่งวิชาไหนก็จะได้เป็ผู้สอนวิชานั้น แน่นอนว่าเต้ได้เป็คนสอนวิชาภาษาอังกฤษให้กับเพื่อนๆ เพราะโดนมิ้น ผู้ที่เป็หัวหน้าห้องมัดมือชกให้เขาสอนเพื่อนๆ นั่นเอง
เต้สอนบทสนทนาภาษาอังกฤษ และทริคการทำข้อสอบเล็กๆน้อยๆให้กับเพื่อนๆ ซึ่งเพื่อนๆนั้นพากันลงความเห็นว่าเรียนกับเต้แค่ 30-40 นาที ได้อะไรเยอะกว่าเรียนกับครูพิม 1 ปีซะอีก
ตอนนี้ภาพลักษณ์เก่าๆของเต้ที่เป็คนเรียนไม่เก่ง ไม่เอาไหน ค่อยๆเลือนหายไป เขาได้กลายเป็สมบัติล้ำค่าของห้องม.3/6 ไปแล้ว คงเป็เพราะเขามีบรรยากาศที่ดูอบอุ่นเหมือนผู้ใหญ่ ทำให้เขากลายเป็ที่ชื่นชอบของเพื่อนจากการสอนภาษาอังกฤษไปโดยปริยาย
“วันเสาร์ อาทิตย์นี้ เราจะไปขายไก่ปิ้งที่ตลาดนัด อย่าลืมไปอุดหนุนกันด้วยล่ะ” เต้บอกกับเพื่อนในห้องหลังจากติวภาษาอังกฤษเสร็จ
“ไก่ปิ้งมึงกินแล้วเข้าโรงบาลรึเปล่าเต้” ฟูพูดแซวขึ้น
“เข้าไม่เข้าก็ลองไปซื้อกินดูดิ เดี๋ยวก็รู้” เต้ยักคิ้วให้
“เดี๋ยวเราจะไปอุดหนุนนะเต้” มิ้นพูดขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มอย่างเป็มิตรให้ เธออยากจะรู้ว่าไก่ปิ้งที่เต้ขายนั้นจะรสชาติดีหรือไม่ ถ้าหากว่ารสชาติดีเธอจะไปโฆษณาให้ทั่วหมู่บ้านของเธอเลย
“อื้ม ขอบคุณนะมิ้น” เต้ส่งยิ้มกลับ
วันนั้นหลังจากกลับบ้าน เขาก็ตระเวนซื้อของ อย่างเช่น พวกไม้เสียบลูกชิ้น ถุงพลาสติก กะละมัง และเครื่องปรุงต่างๆที่ต้องใช้ เตรียมไว้จนครบ ยังดีที่บ้านของเขานั้นมีโต๊ะพับอันเก่า และพวกเตาตะแกรงเก่าๆ ทำให้เขาไม่ต้องเสียเงินมากมายซื้ออันใหม่ เพียงแค่ต้องล้าง และขัดให้สะอาดก็ใช้ได้ ส่วนพวกของสด อย่างเนื้อไก่นั้น เขาค่อยซื้อวันพรุ่งนี้หลังเลิกเรียน
เต้นั่งคิดทบทวนรายการสิ่งของว่าเขาขาดเหลืออะไรบ้าง จนแน่ใจว่าไม่มีอะไรที่หลงลืมไปแล้ว เขาก็พับเก็บความคิดเหล่านี้ลงไป แล้วเปิดหนังสือเรียนขึ้นมาทบทวน
เต้นั่งทบทวนบทเรียนอยู่ในห้องนอนอย่างตั้งใจ โดยไม่รู้เลยว่าพ่อของเขานั้นได้แอบมายืนมองผ่านรอยแตกของประตู
่อาทิตย์นี้เป็ครั้งแรกที่พ่อได้เห็นเต้อ่านหนังสือเรียนมากมายขนาดนี้ เขารู้มาตลอดว่าเต้เป็คนไม่ชอบเรียนหนังสือ อีกทั้งเรายังเคยทะเลาะกันเื่นี้หลายรอบ พ่อยืนนิ่งจมอยู่กับความคิดตัวเอง เขารู้สึกอยู่บ่อยครั้งว่าเต้เปลี่ยนไปจากเดิมมากๆ ั้แ่เหตุการณ์ที่เต้มีเื่ชกต่อยครั้งนั้น เต้ก็ดูเปลี่ยนไปเป็คนละคน … แต่เต้ก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากๆ
พ่อยืนคิดอีกสักพักก่อนจะกลับเข้าห้องของตนเองไป
ค่ำคืนนี้พ่อสวดมนต์ก่อนนอนนานกว่าทุกครั้ง เขานั่งสมาธิพร้อมกับอธิษฐานไปด้วยในใจ ก่อนจะปิดไฟและล้มตัวลงนอนด้วยสีหน้าที่เหมือนมีอะไรติดอยู่ในใจ
วันถัดมาหลังจากคาบเรียนวิชาสุดท้ายสิ้นสุดลง เต้รีบบอกลาเพื่อนๆ ก่อนจะวิ่งกลับบ้านด้วยความรวดเร็ว เมื่อถึงบ้าน เต้หยิบเงินในกระปุก ก่อนจะคว้าจักรยานสีแดงปั่นไปตลาด
“พ่อ เต้ไปตลาดก่อนนะ!” เต้ะโบอกพ่อก่อนจะขี่รถจักรยานออกไป พ่อโบกมือให้พร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะก้มหน้าหมักไก่ย่างของตัวเองต่อไป
เต้ขี่รถจักรยานตรงไปที่ร้านขายเนื้อไก่ของยายน้อย เขาซื้อปีกไก่เต็มปีกไป 3 กิโลกว่า เนื้อสะโพกไก่และตับไก่อีกอย่างละ 3 กิโล ทั้งหมดน่าจะได้ร้อยกว่าไม้ ซึ่งน่าจะไม่เยอะเกินไปสำหรับวันพรุ่งนี้ เขามีความกังวลเล็กน้อยเพราะส่วนมากแล้วเปิดร้านวันแรกมักจะขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เมื่อได้ของที่้าแล้วเขาก็กลับบ้าน รีบไปหมักไก่ต่อ
เต้กับพ่อนั่งประจันหน้ากัน ต่างคนต่างง่วนอยู่กับการหมักไก่ของตนเอง
เต้จัดการกับตับไก่ก่อนเป็อันดับแรก เพราะตับไก่นั้นใช้การหมักหลายขั้นตอน อย่างแรกเขาหั่นตับเป็ชิ้นๆ และล้างตับให้สะอาดแล้วแช่ในนมสดทิ้งไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างนั้นเขาก็ไปจัดการหมักปีกไก่และเนื้อไก่ โดยเขาจะหมักแบบไก่ปิ้งแดง เพราะที่นี่ยังไม่มีใครขายสูตรนี้นั่นเอง ส่วนสูตรไก่สไปซ์ซี่นั้นเขาค่อยทำขายทีหลัง
เขาโขลกกระเทียมให้ละเอียด ใส่ลงในกะละมังที่มีปีกไก่และเนื้อไก่ ใส่รากผักชี และพริกไทยดำตามมา เติมซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาวน้ำตาลทราย น้ำตาลมะพร้าว และสีผสมอาหารสีส้มแดง แล้วคลุกทุกอย่างให้เข้ากัน จากนั้นเขาก็นำปีกไก่และเนื้อไก่เสียบไม้ให้เรียบร้อย เขาเสียบเศษหนังไก่และเนื้อไก่สลับกัน ต่างจากร้านอื่นที่มีแต่เนื้อไก่ เพื่อให้มีความหลากหลายเวลาทาน ได้ทานทั้งเนื้อไก่และหนังไก่นุ่มๆ มันๆ ดูอร่อยกว่าเยอะ
เต้ใช้เวลาเสียบไม้ไม่นาน เขาจัดเรียงใส่ถาดแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น ซึ่งตอนนี้ตู้เย็นตัวใหญ่ก็เต็มไปด้วยไก่เต็มตู้ เต้หาที่ว่างในตู้เย็นก่อนจะวางไก่ของตัวเอง
จากนั้นเต้ก็กลับไปจัดการกับตับไก่ต่อ
เขานำตับไก่ไปล้างน้ำอีกรอบ คลุกกับแป้งมัน แล้วทิ้งไว้ 30 นาที แล้วค่อยล้างน้ำอีกที ต่อมานำตับไก่มาหมักด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทยขาวป่น ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาว เกลือ น้ำมันหอยเล็กน้อย และ น้ำตาล
เต้เสียบตับไก่ไม้ละ 3-4 ชิ้น เกือบจะเต็มไม้ การที่จะมัดใจลูกค้าได้ นอกจากรสชาติที่ดีแล้ว ปริมาณก็ต้องเยอะด้วย ยอมลดกำไรตนเองลงมานิดหน่อย แลกกับการมีลูกค้าประจำ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปเดี๋ยวกำไรก็เพิ่มมากขึ้นเอง เขาคิดว่ามันก็คุ้มค่าทีเดียว
เต้ยกมือปาดเหงื่อ หลังจากหาที่ว่างนำตับไก่ใส่ในตู้เย็นเสร็จ เต้จดตู้แช่แข็งเข้าลิสต์รายการของที่จะซื้อใหม่เมื่อมีเงินไว้ในใจ ของที่ต้องขายเยอะขึ้น ตู้เย็นตู้นี้คงเก็บของขายไม่พอซะแล้ว
“เต้เสร็จรึยังมากินข้าวก่อนๆ ” พ่อกวักมือเรียก
“เสร็จแล้วครับ กำลังหิวพอดีเลย” เต้เดินลูบท้องไปหาพ่อ
พ่อตักข้าวสวยร้อนๆ ยื่นให้ เต้รับมาก่อนจะนั่งลงตรงข้าม
เมนูมื้อเย็นวันนี้มี ไข่ต้ม และผัดผักบุ้งหมูสับ สองพ่อลูกคนต่างตั้งหน้าตั้งตากิน เต้ขอข้าวเพิ่ม ก่อนจะกวาดผัดผักบุ้งจนหมดเกลี้ยง
“ผัดผักบุ้งอร่อยมาก” เต้ตบท้องเบาๆ ่นี้เขากินเยอะขึ้นมาก จากเด็กผอมแห้งก็เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้างแล้ว
“พ่อผัดเองเลยนะ ผักบุ้งก็เก็บเอาแถวบ้าน” พ่อว่า
“เอ้อ…เต้จำลูกค้าที่มาซื้อไก่ย่างร้านเราเยอะๆได้รึเปล่า” พ่อถามขึ้น
“ที่ซื้อไก่ย่างเยอะๆ หรอ?” เต้นั่งนึก เขานึกออกแค่ลูกค้าผู้ชายคนหนึ่งที่สัปดาห์ที่แล้วเขามาซื้อไก่ย่างวันละ 6-7 ตัว
“คนที่ซื้อไก่ย่างครั้งละ 6 ตัว 7 ตัวรึเปล่า” เต้ตอบพ่อ
“ใช่ๆ นั่นแหละคุณตี๋ เต้รู้รึเปล่าคุณตี๋น่ะเขาเป็ผู้จัดการดาราเลยนะ!”
“เขาโม้รึเปล่าพ่อ” เต้เอ่ยแซว
“ไม่โม้แหละ เป็ผู้จัดการดาราจริงๆ เป็ผู้จัดการดาราที่ชื่อ สาลี่ เลยนะ” พ่อพูดเสียงดัง ดวงตาเป็ประกาย
“แล้วทำไมเขามาอยู่นี่ล่ะ”
“เห็นว่ามาถ่ายละครที่อำเภอเราน่ะสิ แต่ข่าวเงียบมากเลยนะ! พ่อก็เพิ่งรู้นี่แหละ”
“พ่อไม่ใช่คอดาราซะหน่อย ไม่รู้ก็ไม่เห็นแปลก เต้ก็ยังไม่รู้เลย” เต้ยักไหล่
“แต่ดารามาถ่ายละครที่อำเภอเราเชียวนะ! วันนี้คุณตี๋พาคุณสาลี่แวะมาร้านเราด้วย พ่อตื่นเต้นจนขาสั่นแน่ะ ตัวจริงน่ะส๊วยสวย พูดจาก็น่ารัก เสียดายไม่ได้ขอลายเซ็นมาด้วย กล้องก็ไม่มี เห้อ” พ่อถอนหายใจพลางส่ายหัว เป็ครั้งแรกเลยที่เขาได้เห็นดาราตัวเป็ๆใกล้ๆขนาดนี้ ตอนนี้ก็ยังตื่นเต้นไม่หายเลย
เต้ส่ายหัวพร้อมกับขำเบาๆกับท่าทางของพ่อ ตอนนี้พ่อของเขามีท่าทางเหมือนสาวน้อยไม่มีผิด เขามองพ่อที่นั่งยิ้มสลับกับถอนหายใจเบาๆ
“เดี๋ยวเขาก็มาอีก พ่อก็อย่าลืมเอากระดาษกับปากกาติดไว้ที่ร้านด้วยล่ะ” เต้บอก
“แน่นอน พ่อไม่พลาดแน่ๆ ถ้ามีรอบหน้า” พ่อแสดงสีหน้าฮึกเหิม พร้อมกับชูกำปั้นขึ้น เต้หลุดขำออกมาเบาๆ เขาไม่เคยคิดเลยว่าพ่อจะมีมุมที่บ้าดาราแบบนี้ด้วย
พ่อของเขานี่ไม่เหมือนพ่อบ้านอื่นเลยจริงๆ
“ไม่ต้องมาขำพ่อ เดี๋ยวพอเต้เห็นดารา เต้ก็จะเป็แบบนี้แหละ”
“ครับๆ ก็ได้ครับ” เต้ตอบยิ้มๆ ในชาติที่แล้วเขาเห็นดาราจนชิน สาลี่ ที่พ่อเขาว่า เขาก็เคยเห็น ชาติที่แล้วเธอนั้นเป็ถึงดาราอันดับต้นๆ ของวงการเลยล่ะ
สองพ่อลูกนั่งคุยกันจนดึก ถึงได้แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว เต้ที่อาบน้ำเสร็จแล้วเขาก็ทบทวนบทเรียนเหมือนเช่นทุกวัน