เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 126 ต่อสู้อย่างสิ้นหวัง

    “แท่นบูชารึ?”


    สายตาของหลงเฉินจับจ้องไปที่กลุ่มเด็กสาวที่กำลังร้องไห้อยู่ด้านหลังประตู  เมื่อเห็นประตูเปิดออก พวกนางก็ยิ่งหวาดผวาจนแข้งขาอ่อน


    พวกนางไม่รู้เลยว่ามีสิ่งใดรออยู่ด้านนอก  ดังนั้นพวกนางจึงหวาดกลัวจนไม่กล้าออกมา อย่างไรก็ตามเมื่อฟังจากเสียงร้อง หลงเฉินก็บอกได้ว่ามีประมาณห้าร้อยคนอยู่ในนั้น


    การสังหารเด็กสาวที่งดงามทั้งห้าร้อยคนเป็นสิ่งที่หลงเฉินทำได้เพียงนับถือจ้าวลัทธิในวิธีการและความใจดำอำมหิตของเขา


    “นางไปอยู่ใต้แท่นบูชานั่นได้อย่างไร?”  หลงเฉินรีบถาม


    “ข้าก็คาดไม่ถึงเช่นกัน  ข้าคิดว่านางจะอยู่รวมกับเด็กสาวพวกนั้นเสียอีก เห็นได้ชัดว่ามีกลไกบางอย่างอยู่ข้างใต้แท่นบูชาและหลิงชิงถูกผูกติดไว้กับเสาโลหะ  ดูเหมือนนางจะหมดสติอยู่  แต่ร่างกายของนางยังปลอดภัยดี”


    จากคำพูดของหลิงซี  หลงเฉินรู้สึกโล่งใจในที่สุด


    เขามองไปยังรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจของจ้าวลัทธิ  ความกราดเกรี้ยวและจิตสังหารภายในใจพลันปะทุขึ้น


    เวลานี้  จ้าวลัทธิไม่ได้สนใจเด็กสาวที่กำลังร่ำไห้  หากแต่ปราศรัยกับฝูงชน


    “คงยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่ามีความพิเศษใดในพิธีสังเวยโลหิตครั้งนี้? ข้าจะบอกให้พวกเจ้าฟัง!”


    ขณะพูด  จ้าวลัทธิก็หันเข้าหาแท่นบูชาและกดลงบนก้อนหินก้อนหนึ่งที่ยื่นออกมา ทันใดนั้นเอง แผ่นหินด้านหน้าแท่นบูชาก็เคลื่อนตัวออกไปและเสาโลหะก็ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นมาจากด้านล่าง ทุกคนเห็นได้ชัดว่ามีเด็กสาวผู้งดงามคนหนึ่งถูกโซ่ตรวนตรึงไว้กับเสาต้นนั้น


    เมื่อสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนของเสา  หยางหลิงชิงที่ซีดเผือดก็ฟื้นคืนสติ  เมื่อเห็นบรรยากาศไม่คุ้นตา  ขณะที่สาวกนับพันกำลังจับจ้องมาที่นางราวกับฝูงหมาป่าที่หิวกระหาย  นางก็รู้สึกหวาดผวาทันที


    “นางเป็นเรื่องประหลาดใจที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับข้า  พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด?  นั่นเป็นเพราะ...”


    ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมราวกับงานศิลปะชั้นเลิศ  จ้าวลัทธิมองไปที่หยางหลิงชิงและเริ่มมีท่าทีคลุ้มคลั่งขึ้นมา


    “เพราะว่านางมีกายาเงาพิศวง!”


    “กายาเงาพิศวง?”


    “กายาเงาพิศวงคือสิ่งใด?  แล้วมันทำอะไรได้?”


    เหล่าสาวกที่บรรลุเพียงขอบเขตชีพจรนั้นมีความรู้ไม่มากนัก  จึงเป็นไปตามคาดที่พวกเขาต่างก็ไม่รู้จัก ‘กายาเงาพิศวง’


    “พวกเจ้าไม่ต้องรู้หรอกว่ามันคือสิ่งใด  สิ่งที่พวกเจ้าควรรู้ก็คือภายในร่างของเด็กสาวที่งดงามผู้นี้เพียงคนเดียว มีเลือดที่มีค่าเทียบเท่ากับเลือดของเด็กสาวหนึ่งพันคน  หรืออาจจะมากกว่านั้นเสียอีก...”


    เมื่อพูดจบจ้าวลัทธิก็หัวเราะลั่น และเมื่อเหล่าสาวกได้ยินดังนั้นต่างก็รู้สึกราวกับมีเปลวไฟปะทุขึ้นในใจ พวกเขามองไปที่หยางหลิงชิงด้วยความตื่นเต้นสุดขีด


    “เมื่อมีนางอยู่ พวกเจ้าส่วนใหญ่จะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้ถึงหนึ่งขั้นด้วยการอาบเลือดและความพยายามอีกเพียงเล็กน้อย  เป็นไปได้มากทีเดียวว่าผู้ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเก้าจะสามารถบรรลุถึงขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วยพิธีกรรมนี้  และเมื่อเป็นเช่นนั้น  ลัทธิเซียนโลหิตของพวกเราก็จะมียอดฝีมือระดับแก่นมนุษย์อย่างน้อยสามสิบคน!  นี่เป็นเวลาสำคัญที่เราจะทะยานขึ้นไปสู่จุดสูงสุดที่ทุกคนรอคอย!”


    เมื่อได้ยินเช่นนั้นจากจ้าวลัทธิ  เหล่าสาวกก็โห่ร้องขึ้นมาตาม ๆ กัน


    โดยเฉพาะผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเก้า  ตราบใดที่พวกเขาสามารถสร้างแก่นมนุษย์ของตนเองขึ้นมาได้  พวกเขาก็จะบรรลุในทันที!


    จ้าวลัทธิหันไปหาผู้อาวุโสทั้งห้าคน 


    “ผู้อาวุโสทั้งหลาย ข้าอยากจะรู้นักว่าในบรรดาพวกท่านทั้งห้าคน ผู้ใดบ้างที่จะบรรลุถึงระดับแก่นปฐพี?”


    ผู้อาวุโสทั้งห้าต่างรู้สึกซาบซึ้งจนคุกเข่าลงด้วยความตื้นตัน


    “พวกเราล้วนติดค้างท่านจ้าวลัทธิ  หากพวกเราแข็งแกร่งขึ้น  พวกเราขอติดตามจ้าวลัทธิจนกว่าชีวิตจะหาไม่  แม้ต้องบุกน้ำลุยไฟหรือต้องทุกข์ทรมานเพื่อท่านก็ตาม  ชีวิตของพวกเราเป็นของท่านจ้าวลัทธิ!”


    เมื่อเหล่าผู้อาวุโสเป็นคนนำ  เหล่าสาวกจึงพร้อมใจกันคุกเข่าและรู้สึกปลาบปลื้มดีใจราวกับคนเสียสติ


    หยางหลิงชิงเฝ้ามองอยู่เงียบ ๆ


    นางเคยคิดว่าหลังจากที่ตระกูลไป๋สูญสิ้นไป  นางจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ไม่คิดเลยว่านางต้องตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้อีก  ครั้งก่อนหลงเฉินอยู่ไม่ไกลนักและมาช่วยนางได้  แต่ครั้งนี้นั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง


    นางติดอยู่ที่นี่เพียงลำพัง  และทุกคนที่อยู่รอบตัวต่างทรงพลังจนนางไม่สามารถเทียบได้  ทุกคนในที่นี้ล้วนสามารถสังหารท่านปู่ของนางได้อย่างง่ายดาย  เมื่อมียอดฝีมือที่แข็งแกร่งอยู่รอบตัว  แม้แต่พระเจ้าก็คงช่วยนางไม่ได้


    เช่นนั้นแล้ว หยางหลิงชิงจึงสูญสิ้นความหวังทั้งหมด


    คงเป็นไปไม่ได้ที่นางจะบอกว่าตนเองไม่รู้สึกหวาดกลัว แต่ในเมื่อนางทำใจเผชิญหน้ากับความตายแล้วภาพของผู้คนมากมายก็ปรากฏวาบขึ้นมา  กระทั่งมาถึงภาพของคนสุดท้ายที่อยู่ในใจ จู่ ๆ นางก็รู้สึกว่าไม่มีสิ่งใดน่าหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว  ร่างกายที่บอบบางของนางเปี่ยมไปด้วยพลัง


    “ด้วยความตายของข้า  ข้าหวังว่าลัทธิเซียนโลหิตจะปล่อยตระกูลหยางไป  ท่านพี่ ได้โปรดฝึกวิชาอย่างสงบเถอะ เมื่อท่านแข็งแกร่งขึ้นแล้ว  จงล้างแค้นให้น้องสาวผู้นี้  ข้ารู้ว่าท่านจะทำเช่นนั้น...”


    “เมื่อมีท่านอยู่ด้วยก็ไม่มีใครกลั่นแกล้งข้าได้  หากแต่ความเป็นจริงนั้นช่างโหดร้าย ไม่ว่าเราจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ย่อมมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเราอยู่เสมอในโลกนี้...”


    นางกัดริมฝีปาก  หยางหลิงชิงฝืนใจตนเองให้เข้มแข็ง  นางเงยหน้าขึ้นและจับจ้องไปที่สัตว์ร้ายรอบตัวด้วยสายตาดูถูก


    “หากทำเช่นนี้ ข้าก็จะไม่ทำให้ท่านต้องอับอาย  ท่านพี่...”


    เมืองใต้ดินในเวลานี้ถูกปิดตาย  หยางหลิงชิงกวาดตามองทุกคนและหัวเราะออกมาอย่างสิ้นหวัง  แม้แต่นางเองก็หาคำอธิบายกับการกระทำของตนเองในตอนนี้ไม่ได้


    ด้วยคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านของจ้าวลัทธิ  เหล่าสาวกต่างลุกฮือ  ความหวาดกลัวและความคับข้องใจที่มีต่อจ้าวลัทธิของพวกเขาหายไปจนหมดสิ้น


    หลงเฉินเฝ้ามองต่อไปด้วยสายตาเย็นชา  หยางหลิงชิงอยู่เบื้องหน้าเขาในตอนนี้  ทว่าจ้าวลัทธิก็อยู่ข้าง ๆ นาง  เขาไม่กล้าลงมืออย่างหุนหันพลันแล่น


    เมื่อเห็นหยางหลิงชิงในสภาพนั้น  หลงเฉินสัมผัสได้ว่าจิตสังหารของตนเองแผ่ออกมาจากร่าง


    “หลงเฉิน  อดทนเอาไว้ก่อน มันยังไม่ถึงเวลา!”


    เมื่อหลิงซีออกปากเตือน  หลงเฉินจึงเก็บอาการต่อไป


    ในขณะที่เหล่าสาวกกำลังโห่ร้องด้วยความฮึกเหิม จู่ ๆ ก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว  เสียงกรีดร้องชวนขนลุกดังก้องขึ้น  เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วทุกที่!


    หยางหลิงชิงเงยหน้าขึ้น  นางรู้สึกประหลาดใจระคนดีใจพลางร้องตะโกนออกมา


    “ท่านพี่...”


    อย่างไรก็ตาม สีหน้าของนางหยุดชะงักไปในทันทีเมื่อภาพที่เห็นไม่ใช่ร่างที่นางคุ้นเคย  หากแต่เป็นคนสามคนที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน  แม้ว่าพวกเขาจะต่อสู้กับศัตรู  แต่หยางหลิงชิงก็ไม่สามารถทำให้ตนเองมีความสุขได้


    ชั่วขณะนั้น นางคิดไปว่าหลงเฉินมาที่นี่  แต่เมื่อนางไม่เห็นเขา  นางจึงทำได้เพียงปล่อยให้ตนเองถูกคลื่นแห่งความผิดหวังซัดสาดอีกระลอก


    “ข้าคิดอะไรอยู่นะ?  มาที่นี่เพื่อช่วยข้า รังแต่จะทำให้เขาเดือดร้อน...”


    เมื่อคิดได้เช่นนั้น  หยางหลิงชิงจึงส่ายศีรษะและฝืนยิ้มออกมา


    จ้าวลัทธิเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ หยางหลิงชิงด้วยสีหน้านิ่งเฉยไม่เปลี่ยนแปลง  ความเย็นชาปรากฏอยู่บนสีหน้าขณะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


    “ผู้อาวุโสหยาน  หากพวกเขาทำไม่สำเร็จ  ท่านก็จัดการต่อด้วย”


    ผู้อาวุโสที่อยู่ข้าง ๆ พยักหน้าและตรงไปยังสะพานข้ามสระโลหิตทันที


    หลงเฉินคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าพวกเขาทั้งสามที่เตรียมตัวตายจะต้องลงมือเวลานี้  ก่อนหน้านี้เหล่าสาวกเซียนโลหิตต่างกำลังปีติยินดี  ใครเล่าจะคาดคิดว่าจะมีคนกระทำการอุกอาจที่นี่?  ดังนั้น หลีจิ้งและอีกสองคนจึงลงมือตามแผน  คนสิบคนที่อยู่รอบตัวพวกเขาถูกฆ่าตายในทันที


    ก่อนหน้านี้ขณะที่หลงเฉินยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  หลีจิ้งใช้มีดบินที่เต็มไปด้วยพลังปราณในการโจมตี  มีดแต่ละเล่มมีพลังเทียบได้กับหินก้อนใหญ่และสามารถแทงทะลุร่างกายได้  ด้วยฝีมือของหลี่เผิงและหลี่เฉิงที่พยายามอำพรางสิ่งที่เกิดขึ้น การลอบสังหารหมู่จึงเริ่มต้นขึ้นในเวลาเพียงชั่วพริบตา!


    “ลัทธิเซียนโลหิตต้องพินาศ!”


    ด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่ของหลีจิ้งและการเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว  เหล่าสาวกที่อยู่ในระดับขอบเขตชีพจรมังกรก็ล้วนถูกฟาดฟันเหมือนผักปลา เมื่อผู้คนมากมายถูกฆ่าตายในคราเดียว ทุกคนก็เริ่มไหวตัวทันและพยายามหลบหนี  มีเพียงผู้คุมกฎไม่กี่คนที่เหลืออยู่  พวกเขาส่งเสียงร้องและฟาดฟันเข้าใส่คนทั้งสามทันที


    ผู้คุมกฎทุกคนล้วนบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้นและมิอาจประมาทฝีมือได้เลย  หลีจิ้งและคนอื่น ๆ มองหน้ากันและพุ่งตัวเข้าไปบริเวณที่มีผู้คนอยู่มาก  ไม่เพียงแต่จะช่วยอำพรางพวกเขาได้  แต่ยังทำให้พวกเขาฆ่าคนได้มากขึ้น!


    “พี่หลี ข้าจะจัดการผู้คุมกฎพวกนั้นเอง  ใช้โอกาสนี้ไปช่วยคนพวกนั้นเถอะ!”


    “ไม่!  พวกเจ้าไม่ได้แข็งแกร่งพอจะรับมือพวกเขาได้  ข้าจะทุ่มสุดตัว อย่างไรพวกเราก็ต้องตายอยู่แล้ว   พวกมันทุกคนจะต้องตายไปกับพวกเราด้วย!”


    ด้วยการสังหารหมู่อย่างต่อเนื่องของคนทั้งสาม  เหล่าสาวกลัทธิเซียนโลหิตต่างก็ร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวัง  หนึ่งในกลุ่มนั้นบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์  ในขณะที่อีกสองคนบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้นและแข็งแกร่งมาก  ผู้ที่สามารถเทียบเคียงพวกเขาได้ก็คือพวกผู้คุมกฎไม่กี่คนเท่านั้น


    ขณะจับจ้องไปที่หลีจิ้งซึ่งอยู่ท่ามกลางผู้คน  จ้าวลัทธิเย้ยหยัน


    “มีคนที่บรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ด้วยนี่เอง   ผู้อาวุโสหยาน  ผู้อาวุโสเฉิน จัดการพวกมันเสีย   ก่อนจะกลายเป็นปัญหามากกว่านี้”


    หลังจากออกคำสั่ง จ้าวลัทธิก็เดาะลิ้นขณะมองไปที่ผิวเรียบลื่นของหยางหลิงชิงพลางถอนหายใจด้วยความชื่นชม เมื่อได้เห็นแววตาแข็งกร้าวของนาง เขาก็ปรบมือ


    “ใช่แล้ว สายตาเช่นนี้ ข้ารักเด็กสาวดื้อรั้นอย่างเจ้าจริง ๆ ช่างน่าเสียดายที่กายาเงาพิศวงของเจ้านั้นจำเป็นต่อข้านัก  เช่นนั้นแล้วข้าคงยั้งมือไม่ได้หรอกนะ”


    “อย่าหลงระเริงไปนักเลย ข้าหวังให้คนชั่วช้าอย่างเจ้าจะตายไปเร็ว ๆ ให้นรกมาเอาชีวิตเจ้าไปได้ยิ่งดี!”


    หยางหลิงชิงเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น


    จ้าวลัทธิหัวเราะร่วนจนไม่สามารถยืนตัวตรงได้  จากนั้นเขาก็ชี้ไปทางหลีจิ้งขณะที่ดวงตายังคงจับจ้องอยู่ที่หยางหลิงชิง


    “เจ้าหมายความว่าเจ้าพวกตัวตลกสามคนที่กระโดดโลดเต้นไปมานั่นจะมาเอาชีวิตข้างั้นรึ? ผู้อาวุโสสองคนของข้าก็มากพอที่จัดการพวกเขาได้แล้ว!”


    หยางหลิงชิงยิ้มเยาะและหลับตาลงโดยไม่ตอบคำถามใด ๆ  จ้าวลัทธิที่รู้สึกว่าถูกทำให้ขายหน้าก็กำลังบันดาลโทสะ  แต่แล้วจู่ ๆ ก็เกิดเสียงดังกระหึ่มขึ้นจากอีกด้านของสระโลหิต


    “เกิดอะไรขึ้น?”


    จ้าวลัทธิหันไปมองทางนั้นและด้วยความตกใจ


    ก่อนหน้านี้ ตอนที่พวกเขาเห็นผู้อาวุโสแห่งลัทธิเซียนโลหิตทั้งสองพุ่งตัวมมาทางพวกเขา  หลีจิ้งและอีกสองคนจึงรู้ว่าคงไม่รอดแน่  เวลานี้ หลีจิ้งไม่สนใจน้องสาวของนางอีกแล้ว  เพราะในสถานการณ์เช่นนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะช่วยน้องสาวได้  สิ่งเดียวที่นางทำได้ก่อนตายคือสังหารเหล่าสาวกและขัดขวางพิธีสังเวยโลหิตให้ถึงที่สุด!


    “พี่น้องข้า! ฆ่าพวกมันเสีย!”


    ราวกับว่าทั้งสามกลายร่างเป็นสัตว์ร้ายที่โหดเหี้ยม  หลีจิ้งพุ่งเข้าใส่ผู้อาวุโสสองคนในขณะที่หลี่เผิงและหลี่เฉิงกระโจนเข้าใส่ผู้คุมกฎคนอื่น ๆ


    “ฆ่าได้สักคนก็ถือว่าคุ้มค่าพอ แต่หากฆ่าได้สองก็นับเป็นกำไรไม่น้อย!”


    ผู้อาวุโสทั้งสองมีท่าทีสงบนิ่งขณะที่ประมือกับศัตรูที่โจมตีอย่างสิ้นหวัง


    “คนกระจอกอย่างเจ้ากล้าดีมาเสนอหน้าต่อหน้าพวกเรางั้นรึ!?”


    เมื่อพวกเขาตอบโต้  การโจมตีนั้นดุจดั่งสายลมโหมกระหน่ำและสายฝนรุนแรงส่งให้หลีจิ้งกระเด็นออกไปพร้อมกับกระอักเลือดออกมา  เมื่อสองยอดฝีมือระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์สู้กับหลีจิ้งเพียงคนเดียว  นางจึงพ่ายแพ้อย่างราบคาบในแง่ของจำนวน


    “ไม่ได้ ต่อให้ข้าตาย พวกมันคนหนึ่งต้องตายไปกับข้าด้วย!”


    เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลีจิ้งจึงไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตนเองและโจมตีกลับทั้งที่กัดฟันทน  ตอนนั้นเองที่มีพลังอันร้อนแรงดึงนางไว้จากด้านหลัง


    เมื่อเห็นลำแสงสีแดงพุ่งไปเบื้องหน้า  ดวงตาของหลีจิ้งเบิกโพลง

    “ผู้ใดกัน?”


    ***********************



    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258