สวรรค์นิรันดร์กาล

ต่อสู้กับซีรั่วหยาน

        ทั้งสองนั้นไม่พูดอะไรมากฉางเฟิงก็ไม่คิดจะบอกถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับนางในตอนนี้เพราะถึงอย่างไรซีรั่วหยานตรงหน้าก็คือตัวตนเมื่อปหลายแสนปีก่อนหาใช่ซีรั่วหยานในตอนนี้ต่อให้บอกไปก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนไปกลับกันฉางเฟิงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกแม้ฉางเฟิงจะฝึกฝนกับซีรั่วหยานมาหลายครั้งและพ่ายแพ้ทุกครั้งในใจย่อมไม่ยินยอมอยู่แล้วถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นตัวตนที่อยู่จุดสูงสุดของจักรวาลแต่ในฐานะสามีฉางเฟิงก็อยากจะเอาชนะนางสักครั้ง

        “ฟุบ!!!!!!!”

        ร่างของทั้งสองหายไปจากนั้นเสียงของกระบี่ก็ปะทะกันอย่างรุนแรงฉางเฟิงทั้งควบคุมกระบี่บินและใช้กระบี่ของตนเองโจมตีไปด้วย นี่เท่ากับว่าซีรั่วหยานต้องต่อสู้กับกระบี่ถึง10 เล่มเลยก็ว่าได้

        แต่ถึงอย่างงั้นซีรั่วหยานกลับไม่ได้เสียเปรียบเลยกระบี่ของฉางเฟิงที่ลอบโจมตีซีรั่วหยานทุกเล่มล้วนแต่ถูกป้องกันเอาไว้ได้ทั้งหมดและนั่นเป็นเพราะรอบๆร่างของซีรั่วหยานปกคลุมไปด้วยปราณโกลาหลทำให้การควบคุมกระบี่บินของฉางเฟิงอ่อนกำลังลงเมื่อเข้าใกล้นาง

        “อย่างที่คิดการใช้กระบี่บินสู้กับนางเป็นเรื่องที่โง่เขลา”ฉางเฟิงพอจะนึกออกเลยว่าทำไมจักรพรรดิมนุษย์ถึงแพ้ให้กับซีรั่วหยานเพราะกระบี่บินพวกนี้เสียเปรียบทางพลังโกลาหลอย่างมาก

        ฉางเฟิงเรียกกระบี่บินทั้งหมดกลับมาและใช้ความสามารถของตนเข้าต่อสู้กับซีรั่วหยานตรงๆกระบี่ของทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงแต่ทางด้านกายาฉางเฟิงยังได้เปรียบอยู่เพราะกายาโกลาหลไม่ได้เน้นไปที่พละกำลังหรือการป้องกันแต่เน้นไปที่การใช้พลังโกลาหลให้ดีขึ้นเท่านั้นเอง

        ส่วนกายาเซียนมารของฉางเฟิงมีทั้งพลังป้องกันและพลังโจมตีที่สูงพริบตาก็เริ่มที่จะได้เปรียบซีรั่วหยาน

        "น่าสนใจ แม้ข้าจะไม่เชี่ยวชาญวิถีกระบี่มากนักแต่ก็ไม่ได้อ่อนแอไม่คิดว่าเจ้าจะสามารถใช้กระบี่กดดันข้าได้"ซีรั่วหยานเปิดปากกล่าวรอยยิ้มอันหาได้ยากของนางปรากฏออกมา

        “แล้วเจ้าคิดจะใช้พลังที่แท้จริงตอนไหนละ”ฉางเฟิงถอยออกมา

        “แน่นอนว่าตอนนี้ข้ายอมรับเลยว่าการใช้เพียงเต๋ากระบี่เอาชนะเจ้าคงเป็นไปไม่ได้เพราะงั้นจากนี้เจ้าคงต้องระวังตัวอย่าได้ตายก่อนเสียละ” ซีรั่วหยานหลับตาลง

        “ตูม!!!!!!!!”

        พริบตาเขตแดนโกลาหลก็ปะทุออกมาเข้าปกคลุมชั้นที่100 ทั้งหมดทำให้ไม่มีทางให้ฉางเฟิงหลบหนีได้เลย ฉางเฟิงรู้สึกว่าพลังปราณในร่างสั่นไหวไปถึงรกาฐาน

        “โชคดีที่รากฐานของข้าค่อนข้างแข็งแกร่งบวกกับข้ารู้จักพลังนี้ดีทำให้ไม่ได้เสียเปรียบมากนัก”ฉางเฟิงกล่าว

        “โอ้เจ้ารู้จักพลังโกลาหลดีงั้นเหรอมันจะเป็นไปได้ยังไงนอกจากคนในเผ่าของข้าแล้วไม่มีมนุษย์คนใหนฝึกปราณโกลาหลได้เลย”ซีรั่วหยานแปลกใจ

        “เสียดายที่ข้าไม่สามารถแสดงมันให้เจ้าเห็นได้ในตอนนี้แต่ว่าการต่อสู้นี้ข้าแพ้ไม่ได้” ฉางเฟิงกระตุ้นเนตรแห่งชีวิตออกมาทันที

        “เนตรแห่งชีวิตของนางงั้นเหรอเจ้าทำไมถึงใช้เนตรแห่งชีวิตได้” ซีรั่วหยานพึ่งสังเกตเห็นดวงตาสีเขียวของฉางเฟิง

        “ข้าบอกแล้วไงว่าข้าค่อนข้างคุ่นเคยกับพวกเจ้า”ฉางเฟิงไม่รอช้าปลดปล่อยเนตรแห่งชีวิตออกไป

        “ชิวิชานี้ไม่สามารถหลบได้แต่ถึงอย่างงั้นข้าก็ไม่ยอมถูกโจมตีฝ่ายเดียวหรอกฝ่ามือโกลาหล” ซีรั่วหยานเด็ดขาดมากขณะที่ฉางเฟิงโจมตีนางและนางไม่สามารถหลบได้นางก็โจมตีออกไปซึ่งฉางเฟิงก็หลบไม่ได้เช่นกันนี่เรียกว่าการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม เจ้าโจมตีข้า ข้าก็โจมตีเจ้า

        “ฮะฮะ สมกับเป็นเจ้าจริงๆ” ฝ่ามือที่อัดแดนด้วยปราณโกลาหลปะทะร่างของฉางเฟิงอย่างจังทำให้ร่างของฉางเฟิงกระเด็นออกไปใกลพร้อมกับกระอักเลือดออกมาด้วยความเจ็บปวด

        ส่วนซีรั่วหยานก็ไม่ได้ดีกว่ากันพลังชีวิตจำนวนมากของนางถูกช่วงชิงไปทำให้นางรู้สึกอ่อนล้าลง

        “มันยังไม่จบ”

        ร่างของฉางเฟิงพุ่งออกไปร่างจำแรงเซียนมารปรากฎออกมาและชกหมัดที่แข็งแกร่งใส่ซีรั่วหยาน

        “ทักษะของชายคนนั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”ซีรั่วหยานประกบมือปราณโกลาหลหลอมรวมกันเป็นมังกรเก้าหัวเข้าโจมตีร่างจำแรงเซียนมารทันที

        “การควบคุมปราณโกลาหลแข็งแกร่งเกินไปแล้ว”ฉางเฟิงตกใจ เมื่อเทียบกันแล้วฉางเฟิงเทียบกับซีรั่วหยานไม่ได้เลย

        “ทำลาย!!!!!!!!!!”ซีรั่วหยานคำราม

        มังกรเก้าหัวฉีกกระชากร่างจำแรงเซียนมานออกเป็นชิ้นๆทันทีฉางเฟิงกระอักเลือดและถอยหลังไปแต่ฉางเฟิงก็ไม่ยอมแพ้ดวงตาเผยความดื้อรั้น

        “แม้กายเนื้อนี้จะใช้ปราณโกลาหลไม่ได้แต่ดวงจิตของข้ากลับเป็ยดวงจิตโกลาหลเพราะงั้นข้าเองก็ใช้ได้”

        หน้าผากของฉางเฟิงส่องสว่างออกมาพลังจิตที่แข็งแกร่งปะทุออกมาแน่นอนว่ามันถูกจำกัดไว้ที่ระดับเซียน

        ฉางเฟิงสร้างกระบี่โกลาหลด้วยพลังจิตออกมากระบี่มีขนาดใหญ่มากและกลิ่นอายที่น่าหวาดกลัวก็ทำให้ซีรั่วหยานถึงกับตื่นเต้น

        “เจ้าไม่รู้งั้นเหรอว่าพลังจิตคือจุดเด่นของเผ่าภูติ”

        “เพราะรู้ไงข้าถึงได้ใช้มันเพราะจุดเด่นของข้าก็คือพลังจิต”

        ฉางเฟิงคำรามและควบคุมกระบี่โกลาหลให้โจมตีออกไปซีรั่วหยานก็ควบคุมมังกรเก้าหัวให้ปะทะกับกระบี่โกลาหลของฉางเฟิง

        “ตูม!!!!!!!!!!!!”

        การปะทะของการโจมตีนี้ทำให้ชั้นที่100 สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงพร้อมกับการโจมจีของทั้งสองสลายออกไป

        แต่ในขณะที่ซีรั่วหยานกำลังแปลกใจร่างของฉางเฟิงก็ลอยอยู่บนท้องฟ้าพร้อมกับพลังจิตหล่อหลอมเป็นคันศรขนาดใหญ่

        “ทะลวง!!!!!!!!!!”

        ศรพลังจิตถูกยิงออกไปซีรั่วหยานเผยสีหน้าตื่นเต้นนางพุ่งออกไปและใช้ฝ่ามือโกลาหลเข้าปะทะกับการโจมตีของฉางเฟิงไม่นานการโจมตีของฉางเฟิงก็ถูกทำลาย แต่ในพริบตาร่างของฉางเฟิงก็ปรากฏด้านหลังของซีรั่วหยานกระบี่ในมือส่องสว่าง

        “ชัยชนะต้องเป็นของข้า!!!!!”ฉางเฟิงคำราม

        “มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”ซีรั่วหยานระเบิดพลังโกลาหลออกมาและอัดกระแทกร่างของฉางเฟิงออกไปจากนั้นนางก็พุ่งตามร่างของฉางเฟิงไปและแทงกระบี่ใส่ฉางเฟิงทันที

        “เจ้าติดกับแล้ว”ฉางเฟิงขยับมือ

        กระบี่บินไม่รู้ปรากฏออกมาตอนใหนและโจมตีซีรั่วหยานจากทุกทิศทางครั้งนี้ฉางเฟิงใช้พลังจิตควบคุมกระบี่บินโดยตรงทำให้เขตแดนโกลาหลพลังลดลงเกินครึ่งบวกกับพริบตานี้เองที่ฉางเฟิงใช้เขตแดนกระบี่ออกไปทำให้การโจมตีไม่ได้ถูกพลังโกลาหลลบกวน

        “ฮ่าฮ่า สนุกจริงๆ” ซีรั่วหยานหัวเราะออกมาและไม่ได้หยุดเห็นได้ชัดว่านางคิดจะแลกการโจมตีของนางและฉางเฟิง