สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 9 ตอนที่ 264 ร่วมเป็นร่วมตาย

        ต้วนเยินและอันเจิงนั่งรถม้าคันเดียวกันและเป็นรถม้าของสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์

 

        หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ต้วนเยินก็ถามอันเจิง“มีแผนอะไรหรือไม่? เจ้าคงไม่คิดจะมอบตัวเสี่ยวชีเต้าให้ฝ่าบาทจริง ๆ หรอกนะ? ข้าเพิ่งจะรู้เรื่องของเสี่ยวชีเต้าตอนนี้เหมือนเรื่องนี้ยังไม่ได้กระจายออกไปมาก แต่ข้าเดาว่า...หากฝ่าบาทไม่ใช่ฝ่าบาทพระองค์เดิมแล้วนั่นต้องเป็นเพราะแผนการของคนในตำหนักจิงเซี่ยวแน่นอน ฉะนั้นเรื่องของเสี่ยวชีเต้าคงไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว”

 

        อันเจิงส่ายหน้า“ข้าไม่มีทางมอบเสี่ยวชีเต้าให้เขาอยู่แล้ว”

 

        ต้วนเยินพูดอย่างจริงจัง“มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าควรระวังไว้ ตอนนี้อำนาจของฝ่าบาทที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงคาดว่าก็คงเป็นคนบางส่วนในค่ายเต่าดำ แล้วก็เป็นคนในค่ายมังกรเขียวที่ซ่อนตัวมานานหากเจ้ามอบเสี่ยวชีเต้าให้พวกเขา ฝ่าบาททรงไม่มีทางจบเรื่องนี้แน่ ก่อนอื่นต้องทรงลงโทษเจ้าว่าเป็นกบฏแล้วฆ่าคนในสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์ทั้งหมด อีกอย่าง หากคนที่ควบคุมฝ่าบาทคือคนในตำหนักจิงเซี่ยวอย่างนั้นพวกเขาต้องใช้โอกาสนี้ทำลายอำนาจที่ฝ่าบาททรงมีทั้งหมดแน่นอน”

 

        อันเจิงขานรับ “ขอบคุณ”

 

        ต้วนเยินมองอันเจิงแวบหนึ่ง“ข้ารู้ว่าเจ้ายังสงสัยในตัวข้าอยู่ หากเป็นข้าก็คงทำเช่นเดียวกับเจ้าข้าก็รู้ตัวเองดี ที่ข้าติดตามฝ่าบาทก็เพื่อหวังตำแหน่งที่สูงส่งแล้วก็เพื่อยืนยันกับตัวเองด้วย ข้ามักจะคิดเสมอว่าหากอนาคตข้าเป็นคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของแคว้นเยี่ยนในตอนนี้ได้ นั่นจะเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจขนาดไหน? แต่หลังจากเหตุการณ์ตระกูลเกาลอบปลงพระชนม์ข้าเพิ่งจะตื่นจากความฝัน ข้าไม่ใช่คนที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้นแล้วข้าก็ไม่ใช่คนที่แน่วแน่และกล้าตายด้วย...ฉะนั้น ข้าจึงเลือกจากไป”

 

        เขาถอนหายใจ“ข้าเปลี่ยนแปลงแผ่นดินนี้ไม่ได้ จึงทำได้เพียงเปลี่ยนแปลงตัวเอง”

 

        “เจ้าจะไปไหน?” อันเจิงถามขึ้น

 

        ต้วนเยินส่ายหน้า “ไม่รู้เหมือนกันหลังจากถึงสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์แล้ว เจ้าก็หาวิธีส่งเสี่ยวชีเต้าจากไปเถอะ แล้วรีบกระจายคนของเจ้าด้วย”

 

        อันเจิงพูดขึ้น“จำได้ว่าครั้งแรกที่ข้าเจอกับเจ้า น่าจะเป็นตอนที่กำจัดศิษย์หญิงของจูเก๋อเชียวหยุน...ข้ามีหนึ่งคำถามขันทีคนที่เพิ่งมารับข้าที่สำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์ เจ้ารู้จักเขาหรือไม่? ข้าเดาว่า...เจ้าเป็นคนรับผิดชอบเรื่องเกี่ยวกับจูเก๋อเชียวหยุนใช่หรือไม่?”

 

        “ข้าก็ไม่เคยเห็นคนคนนี้มาก่อนแต่ข้ามักจะรู้สึกว่าเวลาเขายื่นมือออกมามักจะมีกลิ่นอะไรบางอย่าง”

 

        หลังจากครุ่นคิดอย่างละเอียดเขาก็พูดขึ้น“เป็นกลิ่นอาย...”

 

        อันเจิงขานรับ “ข้าก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกันหากคนคนนี้เป็นคนของจูเก๋อเชียวหยุน?”

 

        สีหน้าของต้วนเยินเปลี่ยนไปทันที “ฝ่าบาททรงไม่มีความลับตั้งแต่แรก!”

 

        อันเจิงถอนหายใจ “ใช่สิ ทรงไม่มีความลับตั้งแต่แรกแล้วไทเฮาทรงเห็นฝ่าบาทเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้น ทุกสิ่งที่ทรงทำเพื่อต่อต้านไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อดูจากภายนอก หน่วยทหารเป็นของฝ่าบาท ส่วนเฉินไจ่เหยียนก็จงรักภักดีมาโดยตลอดแต่ในความเป็นจริง หน่วยทหารไม่ได้มีอำนาจอะไรมากมายแล้ว ทหารแถบชานเมืองมีหนึ่งหมื่นหนึ่งพันคนทว่าคนที่ยอมสละชีวิตเพื่อหวังไคไท่และฟางเต้าจือก็มีเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นทหารเพียงแค่ห้าถึงหกพันคน เจ้าคิดว่าสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง?”

 

        “ยิ่งไปกว่านั้น...”

 

        ก่อนอันเจิงฆ่าหลี่ชางหลี่เขาก็ได้ข่าวบางเรื่อง

 

        หลี่ชางหลี่พูดว่า ที่ไทเฮาซ่อมแซมตำหนักจิงเซี่ยวไม่หยุดนั่นไม่ใช่เพราะอยากกู้ชื่อเสียงและหน้าตาของนางเท่านั้น แต่ที่สำคัญคือซ่อนกองทัพใต้ตำหนักจิงเซี่ยวต่างหากนับตั้งแต่ตอนที่ราชาพระองค์ก่อนสิ้นพระชนม์ก็เป็นเวลากว่าหกปีแล้วภายในระยะเวลาหกปี เป็นเวลาที่มากพอสำหรับให้ไทเฮาเตรียมกองทัพอย่างลับ ๆตอนนี้ไทเฮาอยู่อย่างสงบ ทำให้ทุกคนต่างนึกว่านางแพ้แล้ว แต่ในความเป็นจริงเพราะคู่ต่อสู้อ่อนแอแบบนี้จึงทำให้นางผ่อนคลายมากกว่า

 

        เมื่อดูจากภายนอกนางเกือบแพ้อย่างราบคาบแล้วทว่านางสูญเสียอะไรไปบ้าง?

 

        ในใจอันเจิงเริ่มสั่นเทาเป็นช่วง ๆ...เขาประเมินความสามารถของไทเฮาต่ำเกินไปการสูญเสียหลี่ชางหลี่ สำหรับนางถือว่าเป็นการสูญเสียจริงหรือ? สูญเสียตระกูลเกา?ทว่าไทเฮาอาจไม่เห็นตระกูลเกาอยู่ในสายตาตั้งแต่แรก เพียงใช้ตระกูลเกาเป็นเครื่องมือกำจัดอำนาจที่มู่ฉางเยียนซ่อนเอาไว้บางส่วนเท่านั้นส่วนตอนนี้ก็เอาเรื่องของเสี่ยวชีเต้ามากำจัดสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์

 

        ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ไทเฮาไม่ได้สูญเสียอะไรเลยสักอย่าง นางไม่คิดจะฆ่ามู่ฉางเยียนตั้งแต่แรกแต่อยากควบคุมมากกว่า

 

        ไทเฮาต้องรู้เรื่องของเสี่ยวชีเต้าแล้วแน่นอน

 

        ในสมองของอันเจิงคิดคำนวณรวดเร็ว...หากมู่ฉางเยียนในวันนี้ไม่ใช่มู่ฉางเยียนในหลายวันก่อนอีกทั้งขันทีข้างกายก็เปลี่ยนเป็นคนของจูเก๋อเชียวหยุน นั่นแสดงว่าคนที่ควบคุมมู่ฉางเยียนก็เปลี่ยนไปแล้วเช่นกันจากการคาดเดา คนที่ควบคุมมู่ฉางเยียนในครั้งก่อนคือเจินเสี่ยวเตา แต่ตอนนี้เจินเสี่ยวเตาคงถูกฆ่าตายแล้วส่วนไทเฮาก็คงไม่มีทางให้เสี่ยวชีเต้ามีชีวิตรอด แล้วอำนาจของมู่ฉางเยียนก็เป็นเพียงการทดสอบเท่านั้น

 

        เขาหันไปมองต้วนเยิน “ถนนด้านหน้ามีตรอกเล็กๆ อยู่ ด้านในมีบ้านที่ถูกปล่อยร้างมานาน เจ้าลงจากรถตรงนั้น”

 

        หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ต้วนเยินจึงถามอันเจิง“ต้องการให้ข้าช่วยอะไรหรือไม่...”

 

        อันเจิงส่ายหน้า “ทางข้าไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าการต่อสู้ที่โหดร้ายครั้งนี้...เจ้าพยายามให้พี่น้องในค่ายเต่าดำหนีไปเถอะหนีได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี สถานการณ์ในตอนนี้จะต้องลากทุกคนเข้ามาเกี่ยวข้องแน่พวกเขา...เป็นเพียงตัวตายตัวแทนเท่านั้น”

 

        ต้วนเยินพยักหน้าแล้วไม่ได้พูดอะไรอีกเมื่อรถม้ามาถึงตำแหน่งที่อันเจิงพูด เขาก็กระโดดลงจากรถม้าแล้วกลิ้งออกไปจากนั้นก็มุดตัวเข้าไปอยู่ในรูของกำแพงบ้านที่ผุพัง เขาขดตัวอยู่ในรูนั้นแล้วมองล้อรถม้าของอันเจิงเคลื่อนไปด้านหน้าต่อ

 

        “หรืออาจ...หรือเจ้าอาจเป็นคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้”

 

        ต้วนเยินกดเสียงต่ำแล้วพูดพึมพำกับตัวเองจากนั้นก็เดินเข้าไปในบ้านเพื่อรอฟ้ามืด

 

        หลังจากมาถึงสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์แล้วอันเจิงก็รีบก้าวยาว ๆ เข้ามาด้านใน “ตอนนี้มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้วเชิญอาจารย์กู้มาปรึกษากับข้าหน่อย หลางจิ้งเจ้าพาคนส่วนหนึ่งไปหน่วยทหารเพื่อเชิญใต้เท้าเฉินและใต้เท้าคนอื่น ๆมาที่นี่โดยด่วน หากพวกเขาไม่ยินยอม เจ้าบอกให้แม่ทัพหวังไคไท่และแม่ทัพฟางเต้าจือใช้กำลังทหารส่งมาเลยบอกว่าข้าเพิ่งกลับมาจากตำหนักวิหารสวรรค์ แล้วมีเรื่องที่สำคัญมากที่สุด”

 

        “โซ่วโซ่ว เจ้าไปโรงจวี้ฉ่างแล้วเชิญจวงเฟยเฟยพร้อมยอดฝีมือในโรงจวี้ฉ่างทั้งหมดมาที่นี่โดยเร็วโรงจวี้ฉ่างอาจไม่รอดแล้ว หากไทเฮาจะเริ่มลงมือ นางต้องเริ่มจากคนที่เป็นมิตรกับพวกเราก่อน”

 

        ตู้โซ่วโซ่วและหลางจิ้งรู้ว่านี่ต้องเป็นเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วนมากฉะนั้นจึงรีบพาคนออกไปโดยเร็ว

 

        “ทุกคนรีบสวมชุดเกราะทันที แล้วนำอาวุธที่สามารถใช้ได้ออกมาทั้งหมดด้วยตั้งแต่ตอนที่มาถึงเมืองฟางกู้ ข้าก็เปลี่ยนแปลงบ้านหลังนี้มาโดยตลอดตอนนี้คงถึงเวลาใช้มันแล้วล่ะ”

 

       ชายกำยำหลายร้อยชีวิตรีบจัดการตามที่อันเจิงสั่งทันทีถึงแม้พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ก็รับรู้ได้ถึงความร้อนรนของอันเจิง

 

       หลังจากเข้าไปในห้อง อันเจิงก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง“เชิญแม่นางเยว่และเสี่ยวชีเต้ามาห้องข้าเดี๋ยวนี้...ด่วน”

 

        หลังจากเข้าไปในห้องอันเจิงก็ลังเลอีกครั้ง “ส่งคนไปที่กรมราชทัณฑ์ แล้วเชิญถางไทเช้อมาที่นี่ต้องเชิญมาให้ได้”

 

        หลังจากสั่งการทั้งหมดแล้วในร่างอันเจิงก็มีกลิ่นอายที่หนาหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนที่เขาอยู่กรมตุลาการแห่งราชสำนักต้าซีเขาก็เป็นคนที่กระตือรือร้นเช่นนี้ เพียงแค่ตอนนี้ไม่ได้เย็นยะเยือกเหมือนตอนนั้นแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาสูญเสียวิญญาณนักสู้ไปแล้ว

 

        “ผู้เฒ่าฮั่ว ของที่เตรียมพร้อมมานานขนาดนั้นเกรงว่าคงได้ใช้งานแล้วล่ะ”

 

        อันเจิงมองไปยังผู้เฒ่าฮั่วที่เดินเข้ามา

 

        ผู้เฒ่าฮั่วชะงักไปทันที จากนั้นก็ยิ้ม “กะทันหันไปหน่อยแต่ถึงกระนั้น เรื่องนี้เตรียมการมานานมากแล้ว จึงสามารถใช้ได้ตลอดเวลา อยู่มาจนป่านนี้แล้วนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าสร้างของประหลาดเช่นนั้น และข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะสามารถใช้งานได้ดีแค่ไหน”

 

        อันเจิงพยักหน้า “กะทันหันมากเกินไปจริงๆ เวลาที่เรามีก็น้อยมาก ก่อนข้าไปตำหนักวิหารสวรรค์ก็สั่งให้ทุกคนเตรียมตัวกันแล้วตอนนี้เหลือแค่รอดูท่าทีของแม่นางเยว่แล้วล่ะ ก่อนไปข้าให้แม่นางเยว่บอกเรื่องตัวตนที่แท้จริงกับเสี่ยวชีเต้าแล้วขอความคิดเห็นจากเขา หากเสี่ยวชีเต้าอยากอยู่เมืองฟางกู้ต่อ พวกเราก็จะอยู่เคียงข้างเขาแต่หากเขาอยากจากไป ข้าก็จะเตรียมการเอง”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วพูดขึ้น“เจ้าเห็นเสี่ยวชีเต้าเป็นน้องชายแท้ ๆ ของตัวเองจริง ๆ”

 

        “เขาเป็นน้องชายข้า!”

 

        ขณะกำลังคุยกันอยู่นั้นกู้เฉาโถงก็รีบเดินเข้ามา “นายท่านมีเรื่องอะไรร้อนใจขนาดนี้?”

 

        อันเจิงเล่าเรื่องแบบย่อ ๆ ให้กู้เฉาโถงฟังหนึ่งรอบเมื่อได้ยินว่าเสี่ยวชีเต้าเป็นบุตรชายขององค์รัชทายาท สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที“ข้าว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความคิดเห็นของสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์เท่านั้นแล้วล่ะยังมีขุนนางในราชสำนักอีกด้วย ฉะนั้นส่วนหนึ่งต้องอาศัยความอดทนแล้วอีกส่วนก็รอให้ขุนนางเหล่านั้นมาช่วย แต่เรื่องนี้ยากเกินไป เพราะพวกเขาคงทำเพียงแค่มองดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้ก็คือลงมือก่อน...ให้ทุกคนที่อยู่ด้านนอกกระจายข่าวออกไปบอกเรื่องตัวตนของเสี่ยวชีเต้าให้รู้กันทั่วเมืองหลวง”

 

        อันเจิงพยักหน้า “เจ้าว่าต่อ”

 

        กู้เฉาโถงรวบรวมความคิดทั้งหมดแล้วพูดอย่างช้าๆ “ส่งคนไปเปิดเผยตัวตนของเสี่ยวชีเต้ากับตระกูลใหญ่ในเมือง จากนั้นก็เชิญใต้เท้าในหน่วยทหารมาที่นี่เพราะอย่างไรหน่วยทหารก็ต้องอยู่ข้างเราอยู่แล้ว หากราชาทรงเกิดเรื่องอะไรขึ้นจริงเสี่ยวชีเต้าก็เป็นทางเลือกเดียวของหน่วยทหารแล้ว หากหน่วยทหารส่งกำลังคนที่มีมาที่นี่ทั้งหมดการทำแบบนี้จะเป็นประโยชน์มากสำหรับเรา”

 

        เขามองไปยังด้านนอก “ช่วงที่ผ่านมานายท่านจัดการคนที่เที่ยวก่อกวนไปทั่วจนยอมเชื่อฟัง แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะให้พวกเขามาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อเราสิ่งที่พวกเขาทำได้ก็คือกระจายข่าวนี้ และนี่ก็คือเรื่องที่พวกเขาถนัด”

 

        อันเจิงพยักหน้า“ข้าจะไปจัดการทั้งหมดเดี๋ยวนี้”

 

        กู้เฉาโถงพูดขึ้น“หากนายท่านเชื่อมั่นในตัวข้า อย่างนั้นข้าขอเป็นคนควบคุมการปะทะในครั้งนี้เอง”

 

        อันเจิงพูดอย่างจริงจัง“เพราะข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า ถึงได้เชิญเจ้ามาอย่างร้อนใจ อีกอย่าง ข้าอยากให้เจ้าคาดเดาว่าทางตำหนักจิงเซี่ยวจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรบ้างถึงแม้เรื่องการต่อสู้เจ้าจะสู้ข้าไม่ได้ แต่หากพูดถึงความรู้ อย่างไรข้าก็สู้เจ้าไม่ได้แน่นอน”

 

        ดวงตาทั้งสองของกู้เฉาโถงแดงก่ำ “ขอบคุณที่นายท่านเชื่อใจข้าข้าจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”

 

        หลังจากกู้เฉาโถงจากไปแม่นางเยว่และเสี่ยวชีเต้าก็เดินเข้ามา

 

       “มีเรื่องอะไร?”

 

        อันเจิงถามแม่นางเยว่“บอกความจริงกับเขารึยัง?”

 

        ดวงตาทั้งสองของแม่นางเยว่แดงก่ำจากนั้นก็พยักหน้า “ข้าบอกแล้ว...ถึงแม้มันจะดูโหดร้ายสำหรับเขาไปหน่อย แต่อย่างไรก็ต้องบอกอยู่ดี”

 

        อันเจิงหันไปมองเสี่ยวชีเต้า “เสี่ยวชีเต้าเจ้าเห็นทุกคนที่กำลังเร่งรีบด้านนอกหรือไม่? เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่? พวกเขากำลังเสียสละเพื่อเจ้า บิดาเจ้าเป็นรัชทายาทของแคว้นนี้หากไทเฮาไม่ทำร้ายเขาจนตาย ตอนนี้เขาคงเป็นราชาของแคว้นเยี่ยนไปแล้วส่วนเจ้าก็จะเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์คนต่อไป ข้ารู้ว่าสำหรับเจ้าแล้ว การตัดสินใจในครั้งนี้โหดร้ายมากไปหน่อยแต่นี่คือเรื่องของเจ้า คือความต้องการที่เจ้าต้องบอกให้เราทุกคนรู้”

 

        เสี่ยวชีเต้ากัดฟันแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง“หากข้าเลือกที่จะไป พวกท่านก็จะปกป้องข้า สำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์จะต้องสูญเสียระหว่างทางต้องมีคนตายจำนวนมาก อีกทั้งข้าจะไปไหนได้?”

 

        อันเจิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “อย่างนั้นก็ซัดมัน!”

 

        เขาก้าวยาว ๆ ออกไปแล้วมองชายกำยำที่วุ่นวายเต็มไปหมด “เตรียมพร้อมกันเสร็จรึยัง?”

 

        “เสร็จแล้ว!”

 

        ทุกคนรวมตัวกันแล้วตอบขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

 

        อันเจิงพูดเสียงดัง“วันนี้อาจมีการปะทะครั้งใหญ่เกิดขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อเสี่ยวชีเต้ามีเรื่องหนึ่งที่ข้าปิดบังทุกคนมาโดยตลอด นั่นเพราะความลับนี้สำคัญมากเสี่ยวชีเต้าเป็นสายเลือดของราชวงศ์ ตอนนี้มีคนอยากฆ่าเขา ฉะนั้นข้าในฐานะพี่ชายจึงต้องออกตัวช่วยแต่ไม่ใช่พวกเจ้า ตอนนั้นข้ารับปากว่าจะให้ทุกคนกินอิ่มนอนหลับแต่ไม่เคยบอกให้ทุกคนมาสละชีพเพื่อใคร ชีวิตของทุกคนมีค่าเท่ากันฉะนั้นพวกเจ้าต้องไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจคนที่ยอมอยู่ต่ออาจต้องตายอย่างไม่มีข้อสงสัย ส่วนคนที่ต้องการจากไปสามารถออกไปตั้งแต่ตอนนี้ เพราะหากช้ากว่านี้อาจไม่มีโอกาสออกไปแล้ว”

 

        ทุกคนต่างจมเข้าสู่ความเงียบจากนั้นก็มีคนยกกำปั้นขึ้น “ร่วมเป็นร่วมตายเพื่อพี่น้อง!”

คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

นิยาย แฟนตาซี
4.85M 1262
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
1.11M 1756
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
699K 1189
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734