ตอนที่ 34
ฉับ !! เสียงกรรไกรของหมอยูคิมูระตัดลงไปบนไหมหลังจากผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย
“วันนี้เธอเป็นผู้ช่วยที่ดีมากหมอดนัย” หมอยูคิมูระพูดชม
“ขอบคุณมากครับ” ดนัยพยักหน้า
“เมื่อวานเห็นว่าพึ่งเสียคนไข้คนแรกไปนึกว่าเธอจะสติหลุดไปแล้วเสียอีกเก่งมากนะที่ยังคงตั้งสติได้เธอจะต้องเป็นหมอที่ดีได้แน่” หมอยูคิมูระพูด
“ขอบคุณมากครับเอาจริงผมก็แย่ไปพักนึงเหมือนกันล่ะครับแต่พอดีมีคนบอกผมเอาไว้ว่าทุกอย่างจะดีขึ้น” ดนัยพูดพลางนึกถึงฮิคาริ
“อ้อ...คุณหนูแผนกรังสีที่ลือกันว่าคบกับเธออยู่สินะ” หมอยูคิมูระพยักหน้า
“ไม่ใช่นะครับนั่นมันเรื่อง....”
“ช่างเถอะน่าไปเถอะเราไปแจ้งผลการผ่าตัดกัน” หมอยูคิมูระเห็นว่าดนัยคงอายจึงพูดตัดบทชวนไปแจ้งผลการผ่าตัดข้างนอก
จากนั้นหมอยูคิมูระก็ออกไปแจ้งผลการผ่าตัดแก่ญาติคนไข้โดยมีดนัยตามไปด้วยไม่ห่างหลังจากแจ้งผลการผ่าตัดเสร็จพวกเขาทั้งคู่ก็กลับไปที่ห้องพักศัลยแพทย์
“เธอกลับไปก่อนเลยก็ได้หมอดนัยนี่ก็เกินเวลาเลิกงานมาสองชั่วโมงแล้วประวัติคนไข้ฉันจัดการเอง” หมอยูคิมูระพูด
“เอ่อ...จะดีเหรอครับ” ดนัยเกรงใจ
“กลับไปก่อนเถอะ” หมอยูคิมูระบอก
“ขอบคุณมากครับเจอกันพรุ่งนี้นะครับหมอยูคิมูระ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะเก็บข้าวของและตรงกลับหอทันที
เมื่อดนัยกลับมาถึงห้องก็เจอกับฮิคาริที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่พอดีเขานั้นเปิดโทรทัศน์ทิ้งเอาไว้ให้ก่อนจะออกจากห้องไปเมื่อเช้า
“อ้าวกลับมาแล้วเหรอดนัยรีบๆวางของแล้วไปวิดพื้นสักหน่อยก่อนไปอาบน้ำแล้วก็รีบมาทำข้าวเย็นกินซะฉันจะได้สอนนายต่อ” ฮิคาริเมื่อเห็นดนัยกลับมาก็รีบรันคิวให้ทันที
“ไม่ใช่ว่าฉันกลับมาแล้วเธอต้องพูดว่าจะกินข้าวก่อน อาบน้ำก่อนหรือกินเธอก่อนดีไม่ใช่เหรอ” ดนัยแกล้งพูดเสมือนเธอเป็นภรรยาเขา
“คิดว่าฉันเป็นศรีภรรยาของนายหรือไงรีบเอาของไปเก็บได้แล้วและรีบไปออกกำลังกายสักสิบห้านาทีซะเดี๋ยวก็นอนเกือบสว่างอีกหรอก” ฮิคาริไม่เล่นด้วย
“เข้าใจแล้วน่า” ดนัยพูดก่อนจะวางกระเป๋าและข้าวของลงที่โต๊ะและเดินไปตรงกลางห้องซึ่งเป็นพื้นที่โล่งๆก่อนเขาจะตั้งการ์ดขึ้นมาและเริ่มชกลม
ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! เสียงหมัดของดนัยชกลมจนเกิดเป็นเสียงขึ้นมาทำให้ฮิคาริมองมันอย่างสนใจ
“หือนี่มัน !!” ฮิคาริส่งเสียงอย่างแปลกใจตอนแรกเธอนึกว่าดนัยจะออกกำลังกายโดยการวิดพื้นหรือลุกนั่งเสียอีก
“นี่คือการชกลมน่ะเป็นท่าวอร์มเรียกเหงื่อของมวยไทย” ดนัยอธิบายพลางออกสเต็ปเท้าเพิ่มเข้าไปด้วยไม่ถึงสิบนาทีเหงื่อของเขาก็เริ่มเปียกเต็มหลัง
“ก็ไม่เลวนี่ได้เคลื่อนไหวทั้งร่างกายใช้พื้นที่น้อย” ฮิคาริพยักหน้าแต่ในใจเธอก็แอบคิดว่าดนัยดูเท่ห์นิดหน่อยตอนที่ซ้อมชกลม
ทั้งๆที่ปกติตัวเล็กดูไม่ค่อยแมนไม่ค่อยเทห์แท้ๆแต่ทำไมเวลาแบบนี้ถึงดูแมนดูเท่ห์ขึ้นมาเฉยเลย ฮิคาริคิดในใจจนเผลอมองดนัยตาไม่กระพริบ
“แฮ่กๆ เป็นอะไรไปฮิคาริหน้าเธอดูแดงๆหรือเปล่า” ดนัยที่ค่อยๆคูลดาวน์ตัวเองถามหลังจากสังเกตุเห็นว่าฮิคาริดูหน้าแดงๆ
“ดะ ดะ แดงบ้าอะไรเล่าร่างฉันเป็นผีร่างโปร่งใสแบบนี้นายยังคิดว่าฉันจะหน้าแดงได้อีกเรอะมันต้องซีดสิยะ” ฮิคาริรีบพูดแก้ตัวก่อนจะสะบัดหน้าไปทางระเบียงเพื่อซ่อนสีหน้าของเธอในตอนนี้
“ฮ่าๆ...เข้าใจแล้วไม่แดงก็ไม่แดง” ดนัยหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูและไปอาบน้ำ
“ชิคิดว่าเท่ห์ขึ้นมานิดหน่อยแล้วจะพูดอะไรก็ได้หรือไงคอยดูเถอะคืนนี้จะเคี่ยวให้หนักเลย” ฮิคาริที่เห็นว่าดนัยเข้าห้องน้ำไปแล้วก็พูดขึ้นมาเบาๆ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
“วันนี้เป็นไข่ในซุปหรอกเหรอเนี่ย” ฮิคาริมองอาหารตรงหน้าที่ดนัยพึ่งจะส่งมันมาผ่านธูป
“มันเรียกว่าไข่น้ำน่ะทำง่ายอร่อยด้วย” ดนัยบอกชื่อของอาหารวันนี้
“คนไทยนี่ใช้ไข่ทำอาหารหลายอย่างจริงนะ” ฮิคาริพูด
“อืม...เอาไว้ถ้าหาซื้อไข่เค็มได้จะทำปลาหมึกผัดไข่เค็มให้กินละกัน” ดนัยพูด
“ไข่เค็ม ???” ฮิคาริไม่รู้จักว่าไข่เค็มคืออะไร
“มันคือไข่เป็ดที่เอาไปหมักกับเกลือที่ผสมลงไปในดินน่ะวิธีการหมักค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลานานคนญี่ปุ่นไม่นิยมหมักไข่กันสินะ” ดนัยพูดเขานั้นพอจะรู้นิสัยของคุณญี่ปุ่นคนที่นี่นั้นใส่ใจเรื่องรสชาติของวัตถุดิบสดๆที่ไม่ผ่านกระบวนการมากกว่าต่างจากคนไทยที่นิยมเอาวัตถุดิบไปผ่านกระบวนการเพื่อให้ได้รสชาติใหม่ดูอย่างแค่ไข่ของไทยสิมีทั้งไข่เค็มทั้งไข่เยี่ยวม้า
“ถึงจะไม่รู้ว่าไข่เค็มคืออะไรแต่ถ้านายบอกว่าอร่อยวันหลังก็ลองทำมาให้ฉันกินดูแล้วกัน” ฮิคาริพูด
“อืม...เอาไว้เดี๋ยวลองไปซุปเปอร์ไทยดูเผื่อจะมีคนเอาไข่เค็มมาขาย” ดนัยพยักหน้าจากนั้นทั้งคู่ก็รีบกินข้าวให้เสร็จก่อนฮิคาริจะเริ่มติวเรื่องการผ่าตัดให้ดนัยเช่นเดิมกว่าดนัยจะได้นอนก็ปาไปเกือบตีหนึ่ง
เช้าวันต่อมา
“ฟู่ !! หนาวจังวุ้ย” ดนัยบ่นออกมาตอนนี้เขานั้นกำลังวิ่งอยู่รอบหอพักตอนนี้ท้องฟ้ายังคงมืดอยู่เพราะตอนนี้เป็นเวลาตีห้าเท่านั้น
“อ้าวหมอดนัยนี่นา !!” เสียงของใครบางคนเรียกเขา
“อ๊ะหมอยูมิตื่นเช้าจังนะครับ” ดนัยหันไปก่อนจะเห็นว่าเป็นหมอยูมิเขาหยุดวิ่งก่อนจะเดินไปหาเธอ
“พอดีตื่นลงมาทิ้งขยะน่ะค่ะหมอดนัยนั่นแหละที่ตื่นเช้า” หมอยูมิพูด
“พอดีช่วงนี้ผมอยากออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความอึดให้ตัวเองน่ะครับตอนผ่าตัดจะได้ไม่พลาดเพราะเหนื่อยอีก” ดนัยพูดแต่สายจาของเขานั้นกลับจ้องไปที่ชุดของหมอยูมิทำให้ใบหน้าของเขาจะเริ่มขึ้นสีเพราะชุดนอนของหมอยูมินั้นบางมากแถมถ้าเขามองไม่ผิดเธอโนบาร์
“ว้ายมองอะไรคะ !!” หมอยูมิเธอสังเกตเห็นสายตาของดนัยที่จ้องมองร่างของเธออยู่เธอรีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกทันที
“ขะ ขะ ขอโทษครับผมไม่ได้ตั้งใจว่าแต่อาการฮิคาริเป็นยังไงบ้างครับช่วงนี้ผมยุ่งๆไม่ได้เข้าไปดูอาการเธอเลย” ดนัยรีบขอโทษก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ยังทรงตัวอยู่ค่ะฉันเช็ดตัวให้ทุกวันอาหารเหลวเองก็เติมไปแล้ว” หมอยูมิพูด
“ครับได้หมอยูมิเป็นคนดูอีกแรงแบบนี้ค่อยเบาใจหน่อยถ้าเกิดอะไรขึ้นรีบแจ้งทันทีนะครับไม่ต้องเกรงใจ” ดนัยพูด
“ค่ะถ้าอาการของเธอเริ่มไม่ดีฉันจะรีบไปแจ้งทันทีถ้ายังไง...ขอตัวก่อนนะคะรู้สึกหนาวๆแล้วหมอดนัยเองก็อย่าฝืนเกินไปนะคะ” หมอยูมิบอก
“เป็นห่วงผมเหรอครับ” ดนัยแกล้งถาม
“ค่ะ...เอ้ยไม่ใช่ค่ะไม่สิเป็นห่วงค่ะแต่ในฐานะเพื่อน” หมอยูมิพูดผิดพูดถูกก่อนจะเขินจนหน้าแดง
“ฮ่ะๆผมแกล้งเล่นขอบคุณนะครับหมอยูมิถ้าอย่างนั้นผมไปวิ่งต่อนะครับแล้วเจอกัน” ดนัยยิ้มออกมาก่อนจะขอตัวไปวิ่งต่อทันที
“หมอดนัยคนบ้า !!” หมอยูมิมองหลังของดนัยที่กำลังวิ่งออกไปจนพ้นโค้งเมื่อไม่เห็นร่างของดนัยแล้วเธอก็กลับขึ้นห้องไปเพื่อไปทำข้าวกล่องและอาบน้ำเตรียมตัวทำงาน
ดนัยนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเขาเริ่มจะทำให้หัวใจของหนึ่งคนและหนึ่งวิญญาณ?เริ่มหวั่นไหว
จบ...
ปล.ตอนนี้สั้นหน่อยนะครับเดี๋ยวตอนต่อไปจะเริ่มเข้มข้นแล้วซึ่งพอเนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นจะเขียนยาวๆชดเชยให้ครับ