ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่387 กระจายความเสี่ยง

         อี้เฉินส่ายหัว เมื่ออายสังหารรอบๆ ตัวของเขา เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง เขาถอนหายใจออกมายาว กล่าวคำพูดออกมาด้วยความเสียดาย อยากจะพูดคุยกับกลุ่มอัจฉริยะผู้สูงส่ง พวกนี้อีกสักหน่อยแท้ๆ ไหนดันมาขับไล่ข้าเสียได้
"พวกเจ้าทุกคน งั้นไว้เจอกัน ข้าคงต้องขอตัวล่วงหน้าไปก่อน" อี้เฉินพุ่งปราด ออกไปด้วยความรวดเร็ว ชนิดไม่เก็บออม ความเร็วอีกต่อไป

 


         เหล่าอัจฉริยะผู้สูงส่ง ที่คิดจะฆ่าสังหารรุมทึ้งชายหนุ่ม พวกเขาต่างเบิกตาออกกว้างอ้าปากค้าง จนรูม่านตาขยายออกจนสุด ตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ไม่คิดความเร็วของอี้เฉินจะพุ่งขึ้นไปอีกหลายเท่า ราวกับพื้นที่บริเวณนี้ไม่มีผลกระทบอะไรกับตัวเขา

 


          องค์ชายชิงไป๋ยี่ องค์ชาย ซือจงเทียน พวกเขาทั้งสองต่างเดือดดาลบ้าคลั่ง ครั้นเห็นความเร็วของอี้เฉิน ดวงตาฉายแววหวาดหวั่น เกรงว่าไม่ช้าก็เร็ว เคล็ดวิชาตำราต่างๆ ได้ถูกชายหนุ่มอัปลักษณ์ ช่วงชิงไปหมดแน่ "เจ้า! เจ้า!ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ถึงกับกล้ามาพูดคุยหยอกล้อกับพวกเราเล่นเลยงั้นหรือ พวกเราฝ่าเข้าไปเร็วเข้า อย่างให้มันช่วงชิงตำราเหล่านั้นไป"

 


หลายๆ คนได้ยินยิ่งมีไฟโหมลุก เดินฝ่าอายความชั่วร้ายไปด้วยใจฮึกเหิม ทว่าเมื่อหมู่ชนเห็นความเร็วของอี้เฉินมันก็ทำให้ ใจสู้ของหลายๆ คนห่อเหี่ยวขึ้นมาไม่น้อย



...เพียงเวลา1วันเต็ม ภายในสายตาของหมู่ชน ที่เดินฝ่าอายความชั่วร้ายมาด้วยความยากลำบาก ครั้นเห็นชายหนุ่มอัปลักษณ์ ฝ่าทะเลเข้าไปยืนบนฝ่ามือ รูปปั้นผู้พิทักษ์ตนหนึ่งได้พวกเขาก็ยิ่งหน้ามืดทะมึน

โดยเฉพาะกลุ่มคนของสองราชวงศ์ พวกเขาต่างคาดหวังที่จะมาเอาเคล็ดลับวิชาตำรา เหล่านั้น ไม่คิดว่าจะมีตัวบัคเฉกเช่นนี้อยู่ด้วย "เจ้า เจ้าไอ้เวรเอ๊ย ลงมาจากสถานที่แห่งนั้นเสียหากยังไม่อยากโดน สองราชวงศ์ใหญ่หมายหัว" องค์ชายชิงไป๋ยี่ คำรามกู่ก้อง ออกมาด้วยความเดือดดาล ฝ่ามือกำหมัดไว้จนแน่น ครั้นเห็นชายหนุ่มอัปลักษณ์ เดินไปหยิบม้วนตำรามาถือครองไว้ในมือ

 


          อี้เฉินเขามองไปที่ องค์ชายชิงไป๋ยี่ ยังจดจำคนผู้นี้ได้ดีในยามที่บุรุษผู้นี้ ไปเยือนยังดินแดนเบื้องล่าง ความโอหังของเขา ถึงกับเกือบจะฆ่าสังหารเขาลง เขายังจดจำมันได้ไม่มีวันลืม ในความอัปยศอดสู ในวันนั้น ที่ทำให้เขาต้องคลานอยู่ใต้แทบเท้า หนีตายออกมา

 


           อี้เฉินไม่สนใจคำข่มขู่ของพวกเขาแต่อย่างใด เปิดม้วนตำราเหล่านั้นอ่านดูในทันที มันมีอยู่ด้วยกันหลายสิบม้วน เจ้าสมิงน้อยมันเองก็มายืนที่หัวไหล่อี้เฉินเช่นกัน อยากจะรู้ภายในจะมีสิ่งใดอยู่กันแน่ ดีไม่ดีอาจจะพบเจอ มรรคาวิถีของจักรพรรดิโลหิตก็เป็นได้

 


           ทว่าเมื่อหนึ่งคนหนึ่งสัตว์เปิดอ่านดู ใบหน้าของพวกเขาก็บูดบึ้งมันเป็นวิชาสมบัติต่างๆ ที่เขาเรียนรู้ไม่ได้ เนื่องด้วยเขาไม่มีสายเลือดเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นวิชาสมบัติเต่าดำ วิชาสมบัติอสูรฟ้า วิชาสมบัติอินทรีทองคำ มันจึงทำให้อี้เฉินถอนหายใจออกมายาว เอ่ยถามเจ้าสมิงน้อยในทันที "เจ้ามีสิ่งใดที่ถูกใจเจ้าหรือไม่"

 


สมิงน้อยที่อยู่บนบ่าอี้เฉิน มันส่ายหัวน้อยๆ ในทันที เหมือนว่าภายในรูปปั้นผู้พิทักษ์ตนนี้จะไม่มีสิ่งที่พวกเขาต้องการ

 


           อี้เฉินไม่รอช้า เขาโยนตำราเหล่านั้นออกไปให้เหล่าจอมยุทธในทันที ครั้นหมู่ชนเห็นตำราล้ำค่าพุ่งออกมาปานสายฟ้า หลายคนไม่รอช้าปรี่เข้าไปแย่งชิงในทันที จนรอบๆ เกิดจลาจลการแย่งชิงในฉับพลัน


           เหล่าอัจฉริยะผู้สูงส่งพวกเขาต่างหน้ามืดทะมึนไม่คิด 'ไอ้เวรนั้นมันจะทำเรื่องสิ้นคิดเช่นนี้ แต่ก็พอจะเข้าใจการกระทำของเขาได้ หากเขาถือครองเคล็ดวิชา ตำราเหล่านั้นไว้เพียงผู้เดียว ตัวเขาจะกลายเป็นเป้าสายตา ของหมู่ชน คนผู้นี้จึงคิดกระจายความเสี่ยงออกไปสินะ' "พวกเราอย่าหลงกลมันเป็นอันขาด ไอ้เวรนี้มันฉลาดใช่ย่อย"

 


           เหล่าอัจฉริยะผู้สูงส่ง ครั้นได้ยินหลายๆ คนหน้าบูดบึ้งในทันที "ไม่คิดไอ้เวรนี่มันจะ ปั่นหัวผู้คนได้มากขนาดนี้ มันช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ดูสิมันขึ้นไปที่รูปปั้นผู้พิทักษ์ตนที่สองแล้ว ทว่าพวกเราก็ยังไปได้ไม่ถึงไหนหากเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเราได้ชวดทุกสิ่งแน่"

 



           ด้านอี้เฉิน ที่อ่านม้วนตำรา ของรูปปั้นที่สอง เขาก็ต้องเดือดดาลขึ้นมาอีกครา เนื่องด้วยมันเป็นวิชาเฉพาะ อย่างวิชาหยินหยาง วิชาควบคุมธาตุต่างๆ เขาไม่รอช้าโยนมันออกไปให้ หลีหยวน ในทันที การกระทำของอี้เฉินเหมือนจะเป็นคนดี ทว่าเมื่อ หลีหยวนถือครองเคล็ดวิชา สายตาของหมู่ชน ก็จ้องมองตัวเขาเปลี่ยนไป "เจ้า เจ้าบัดซบเอ๊ย ข้าได้เคล็ดวิชามาก็ดีอยู่หรอก แต่เจ้าถึงกับใช้ข้าเป็นเป้าสายตาของหมู่ชนเลยงั้นหรือ"

 


         ตำราอีกสองม้วน จู่ๆ ก็ถูกอี้เฉิน ส่งออกไปหา อัจฉริยะผู้สูงส่ง เยว่ชิงเซียนกับ จิ้งจอกน้อยหงส์เหมิง ส่งมอบให้ เหล่าอัจฉริยะผู้สูงส่ง อย่างว่าง่าย ครั้นเหล่าอัจฉริยะผู้สูงส่ง เห็นพวกเขายิ่งหน้ามืดทะมึน ใจหนึ่งก็อยากจะเข้าไปช่วงชิง อีกใจก็กลัวจะกลายเป็นสงครามนองเลือด

 


"เจ้า เจ้า ไอ้เวรตะไล รีบฝ่าไปเร็วเข้า ไม่เช่นนั้นไอ้เวรนั้นได้โยนตำราทิ้งหมดแน่" เหล่าราชวงศ์พวกเขาต่างเดือดดาลบ้าคลั่ง กลุ่มพวกเขายังไม่มีใครได้ตำราเลยสักเล่ม การจะไปรีดไถผู้คนโดยรอบไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะทำมัน

 


          ทางด้านอี้เฉิน ที่เห็นว่าเจ้าสมิงน้อยได้ม้วนตำรา ที่มันชื่นชอบ เขาก็รู้สึกดีใจกับมันไม่น้อย ถอนหายใจออกมายาว ราวกับคนสิ้นหวัง ก่อนพุ่งปราดไปที่ รูปปั้นผู้พิทักษ์หินตนที่3ต่อในทันที ทว่าตำรามีเพียง3ม้วนเท่านั้น เมื่ออี้เฉินเปิดอ่านดู เขาก็ส่ายหัวขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งสามม้วนตำรา ไม่มีม้วนไหนที่ตัวเขาหมายตาไว้เลย สมิงน้อยมันเองก็รับรู้วิชาพวกนี้ไม่เหมาะกับอี้เฉินเท่าใดนัก "เจ้าอย่าพึ่งถอดใจไปอี้เฉินยังเหลือ รูปปั้นผู้พิทักษ์อีกหนึ่งตน"

 


"อืมๆ ข้าเข้าใจแล้ว แต่มันมีม้วนตำรา เพียงเล่มเดียวนี่สิ หากไม่มีสิ่งที่ข้าสนใจ มันคงจะน่าเสียดายแย่" ก่อนอี้เฉินจะโยนม้วนตำราออกไป ให้ซีเผิง2ม้วน วิชาเหล่านี้น่าจะเหมาะกับ ซีเผิงไม่น้อย ส่วนอีกหนึ่งม้วน เขาส่งออกไปให้ องค์ชายชิงอู๋เหล่ย ครั้นองค์ชายชิงอู๋เหล่ย รับมาได้ เหล่าองค์หญิง องค์ชายที่อยู่โดยรอบ ก็ต่างจ้องมองมาที่ตัวเขาเป็นตาเดียว ด้วยความสงสัยใคร่รู้ เหตุใดถึงมีแต่องค์ชาย5ชิงอู๋เหล่ย ที่ได้มันมาถือครอง

 


          องค์ชายชิงอู๋เหล่ย ตัวหดเล็กลงในทันที ครั้นเห็นสายตาของหลายๆ คนจับจ้องสายตามาที่ตัวเขาเป็นตาเดียว จนรอบๆ เกิดบรรยากาศที่น่ากระอักกระอ่วนไม่น้อย ..เสียงต่อสู้จากด้านหลังเองก็ดังออกมาอึกทึกครึกโครมไม่น้อย ยิ่งกลุ่มที่ได้ม้วนเคล็ดวิชา ตำรายิ่งต้องระวังตัวกันเป็นพิเศษ สายตาหลายๆ คู่ล้วนจับจ้องไปที่ตัวของพวกเขาเหล่านั้น

 


           องค์ชายชิงไป๋ยี่ คำรามออกมาด้วยความเดือดดาลเกรี้ยวกราด ครั้นเห็นอี้เฉินเดินไปหยิบม้วนตำราจาก รูปปั้นผู้พิทักษ์ยักษ์ 4แขน สูงเด่นเป็นสง่า ค้ำฟ้า ตนสุดท้าย "อ๊ากๆ เจ้า มด ปลวก ปล่อยมือจากม้วนตำราเล่มนั้นเสีย"

 


           ด้าน อี้เฉินครั้นที่เปิดอ่านดู เขาถึงกับตกใจเมื่อเห็นเคล็ดวิชา ฝ่ามือผนึกโลหิต ทว่าเขาเพียงคลี่ม้วนตำราอ่านไม่นาน สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นประหนึ่งบางสิ่งถูกปลดผลึก จากการที่อี้เฉินเปิดม้วนตำรา รูปปั้นหินผู้พิทักษ์ยักษ์4แขน จู่ๆ ก็ตบฝ่ามือเข้าใส่อี้เฉินอย่างรุนแรง เสียง"ตู้ม"ดังออกมากึกก้อง อี้เฉินรอยกระเด็น ร่วงลงสู่ผืนน้ำในทันใด ทะเลโดยรอบสั่นไหวก่อเกิดคลื่นซัดสาด ออกไปทั่วทิศในฉับพลัน



          อี้เฉิน ริมฝีปากพ่นเลือดออกมากองใหญ่ แววตาฉายแววหวาดหวั่น "บัดซบ! บัดซบ! มันเป็นกับดักงั้นหรือ แล้วเหตุใดพลังของผู้พิทักษ์ ยักษ์4แขน ถึงมีมากขนาดนี้เล่า" สมิงน้อยมันก็ตกตะลึงเช่นกัน ก่อนจะหนีเข้าไปภายในแหวนมิติของอี้เฉิน ยามนี้มันยังใช้พลังครึ่งก้าวเทพสวรรค์ไม่ได้ เนื่องด้วยกฎเกณฑ์ภายในสถานที่แห่งนี้รุนแรงเป็นอย่างมาก มันก็ทำให้นางตายตกลงได้ หากนางสำแดงพลังออกมา

 


          องค์ชายซือจงเทียน องค์ชายชิงไป๋ยี่ พวกเขาทั้งสองไม่รอช้าครั้นเห็น อี้เฉินพยายามยังกายขึ้นมายืน หมายมั่นจะช่วงชิงตำราจากฝ่ามือของอี้เฉิน ที่รอยกระเด็น เข้ามาหาพวกเขา ราวกับโชคก้อนใหญ่หล่นมาทับร่างพวกเขา "เจ้าส่งตำรามาให้ข้าเสีย" ฉับพลันร่างของทั้งสองก็พุ่งปราด ส่งหมัดเข้าใส่อี้เฉิน อย่างบ้าคลั่ง

 


         ทว่าพวกเขาทั้งสามก็ต้องเบิกตากว้าง ครั้นเห็นรูปปั้นผู้พิทักษ์ยักษ์ 4แขน ร่างใหญ่โตค้ำฟ้าโดดลงมาที่บริเวณพวกเขาอยู่อย่างฉับพลัน เสียงกัมปนาทดังออกมากึกก้อง รอบๆ สั่นไหวไม่หยุด ราวกับฟ้าถล่มดินจะทลาย ใจกลางทะเล เป็นหลุมยุบใหญ่ในฉับพลัน ส่งระลอกคลื่นโหมซัดออกไปอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งมหาสมุทรที่เกรี้ยวกราด พลังที่น่าคร้ามเกรงทะลักทลาย โหมซัด อย่างรุนแรง มิติแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ

 


         เหมือนมันในยามนี้ ต้องการม้วนตำราจากอี้เฉิน หมู่ชนโดยรอบต่างพากันแตกกระเจิง เผ่นหนีกันไม่คิดชีวิต ประหนึ่ง ราวกับมี ระเบิดลูกใหญ่ตกใจกลางทะเลที่บ้าคลั่ง หนึ่งฝ่ามือของมันแทบจะปิดบริเวณนี้จนมืดมิด พุ่งเข้าโจมตีอี้เฉิน ราวกับหนึ่งฝ่ามือปิดฟ้า ผู้คนไม่น้อยต่างยกยิ้มครั้นเห็น ชายหนุ่มอัปลักษณ์ กำลังจะถูกสวรรค์ลงทัณฑ์

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน