“พวกเ้าเป็ใครตอบข้ามา” ท่านตาเอ่ยตามเหล่าคนที่โดนจับมัดกับต้นไม้ด้วยน้ำเสียงเ็า
“ช้าก่อนขอรับทุกท่าน พวกข้ามิได้มาร้าย” หนึ่งในองครักษ์ที่ฟื้นขึ้นมาแล้ว รีบตอบขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าเหล่าคนตรงหน้าสอบถามออกมา อยากจะรีบคลี่คลายสถานการณ์ตรงหน้าโดยไว
“มิได้มาร้าย แล้วมาแอบซุ่มมองพวกข้าทำไมกัน” ท่านพ่อถามออกไปทันที
“เอ่อ จริงๆ แล้วพวกข้าคือ…." หนึ่งในองค์รักษ์ทำท่าเหมือนจะไม่อยากตอบคำถามนี้สักเท่าใด จึงทำหน้าเลิ่กลัก แล้วหันไปมองกันไปมา
"คือใคร รีบพูดมาได้แล้ว ข้าง่วงละนะ" ข้าสังเกตว่า พวกนั้นไม่พูดสักที จึงเริ่มงอแง ออกไป
"องครักษ์ขององค์ชาย... ขอรับ” เมื่อเห็นว่าข้าเริ่มหงุดหงิด หนึ่งในองค์รักษ์ที่ดูท่าจะตำแหน่งน้อยที่สุด จึงกลั้นใจเอ่ยออกมา
“เอ๋…..องค์ชาย แล้วองค์ชายองค์ไหนกันเล่า ทำไมพวกท่านไม่พูดให้ครบกัน” ข้าถามออกไปอีกครั้ง เนื่องจากคนตรงหน้าพูดจาไม่รู้ความสักที
“เอ๊ะ แล้วมันเกี่ยวอันใดกับพวกข้า” ท่านพ่อที่สงสัยในคำตอบเอ่ยถามออกไปอีกรอบ เพราะหาคำตอบให้กับประโยคเมื่อครู่ไม่ได้
“มีรับสั่งให้ติดตามพวกท่าน เพื่อสืบหาตัวตนขอรับ”
“อย่างงั้นหรือ แล้วข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกเ้าพูดความจริง” ท่านตาถามออกไป ในที่นี้ ดูเหมือนท่านตาจะดูสุขุมและนิ่งเงียบมากที่สุด เหมือนท่านตาจะรับรู้เื่ราวต่างๆ อย่างรวดเร็ว
“เอ่ออ องครักษ์อี้ ท่านรีบเอาหยกพกให้พวกเขาดูเร็ว” องครักษ์คนเดิมกับที่เป็คนตอบคำถาม เมื่อครู่รีบเอ่ยให้คนที่ดูเหมือนจะตำแหน่งใหญ่ที่สุด นำหยกออกมาเพื่อยืนยัน
“ได้ๆ เอ่อ ข้ารบกวนพวกท่าน หยิบหน่อยได้หรือไม่ อยู่ตรงเอวของข้าขอรับ”
“อืม นี่เ้าค่ะ ท่านพ่อ" ข้าที่เห็นหยกพกอยู่แล้ว จึงรีบหยิบออกมายื่นให้ท่านพ่อทันที ชักช้าไม่ทันใจเด็กน้อยเสียจริง แต่จากการที่ให้เ้าจินหลงตรวจสอบแล้ว พบว่า สิ่งที่เ้าพวกนั้นพูดออกมาคือความจริง
“เอาให้ท่านตาเถอะจินเออร์ พ่อดูไม่รู้หรอก” เมื่อข้ายื่นหยกพกให้ท่านพ่อ ท่านพ่อก็รีบส่ายหัวด้วยความจนใจ ที่ไม่สามารถตอบได้ว่าหยกนี้เป็ของจริงหรือปลอม จนใจเหลือเกินที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ได้ข้องแวะหรือเกี่ยวข้องกับทางราชการเลย ทำให้ไม่สามารถแยกแยะหยกประจำตัวเหล่านี้ได้
“ผู้เฒ่าเป่ยรับหยกพกมาดู เนื่องจากเคยรับใช้ราชวงศ์มาก่อน จึงมองแว็บเดียวก็ทราบแล้วว่าของจริงหรือไม่”
“อืม ของจริงอาซาน” ท่านตาที่อาจจะมองออกั้แ่แรกเอ่ยออกมา
“งั้นพวกท่านปล่อยข้าได้แล้วใช่หรือไม่ขอรับ” คนทั้ง 3 เบื้องหน้ารีบพยักหน้าขึ้นลงเหมือนไก่จิกข้าวสาร
“ยัง ถึงพวกเ้าจะเป็องครักษ์ แต่พวกข้าจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าพวกเ้าจะไม่ทำร้ายพวกข้า”
“โถ่ นายท่านขอรับ” องครักษ์ที่ชื่ออี้ เมื่อได้ยินท่านพ่อเอ่ยออกมาเช่นนั้น จึงทำหน้าละห้อย ก้มลงและเอ่ยอย่างน่าสงสาร
“แล้วจะทำยังไงเ้าคะ ท่านพ่อท่านตา” เมื่อไม่สามารถรู้วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเหล่าคนตรงหน้าได้ ว่ามา ณ ที่แห่งนี้เพื่อเหตุใด ข้าจะไม่ปล่อยกลับไปง่ายๆ แน่ มิใช่ว่า หากคนเหล่านี้หายไป คนอื่นๆ ก็จะมาแทนอยู่ดี มิสู้จัดการให้คนพวกนี้ พูดในสิ่งที่ข้าอยากให้พูด ทำในสิ่งที่ข้าอยากให้ทำ มิดีกว่าหรือ
“อ่ะ นี่ โอสถสัจจะ” เหมือนสัตว์เทพคู่ใจข้า อย่างจินหลงจะรับรู้ได้ในทุกความคิด จึงนำโอสถออกมาให้ โดยที่ข้าไม่ต้องเอ่ยปากออกไป
“เอาไว้ทำไรอ่ะ ห้ามพูดหรอ” หูยยย ไม่ใช่ข้าไม่รู้ แต่ข้ายังไม่ได้ศึกษาโอสถจริงๆ จังๆ สักที แหะๆ ถึงแม้จะโดนบังคับให้ศึกษาก็เถอะ มันก็เหตุการณ์ให้ข้าหลีกเลี่ยงมาได้โดยตลอดนี่นา เ้าจะมองข้าตาขวางแบบนี้ไม่ได้นะจินหลง
“ประมาณนั้น แต่โอสถนี้คำพูดจะส่งผลถึงการกระทำ เช่น หากเ้าสัญญาว่าจะไม่มำร้ายใคร เมื่อใดก็ตามที่เ้ามีจิตคิดมุ่งร้าย ร่างกายเ้าจะอ่อนแรงจนยืนไม่ได้ และจะเป็ไปเรื่อยๆ จนกว่าจิตสังหารจะหายไป” จินหลงกรอกตาบนใส่จินเออร์ไปหนึ่งที
“เยี่ยม ขอบคุณเ้ามากจินหลง” เมื่อจินหลงอธิบายจบข้าก็ดึงมันเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงชั่วครู่ ให้สาสมกับความเก่งกาจของมัน อิอิ
“ท่านพ่อเ้าค่ะ โอสถสัจจะ รบกวนท่านให้พวกเค้าทานด้วยเ้าค่ะ”
“หากนายท่าน้าให้พวกกลืนมันลงไปเพื่อพิสูทธิ์ความบริสุทธิ์ พวกข้าก็ยินดีขอรับ หลังจากนั้น องครักษ์ทั้งหมดจึนกลืนยาที่ท่านพ่อป้อนลงไป เมื่อกลืนลงไปแล้วร่างกายขององครักษ์ต่างมีแสงแห่งตราประทับเปล่งออกมา”
“ซานหลงเห็นว่าทุกอย่างเป็ไปตามที่จินหลงบอก จึงได้ปลดเชือกออก องครักษ์ทั้งหมดจึงคุกเข่าทำความเคารพ คนตระกูลเป่ย”
“เนื่องจากตอนนี้ความจริงที่ได้ฟังออกมา ทำให้ทั้งหมดอยากเร่งรีบกลับเมืองหลวง เพืือนำเื่นี้ ไปรายงานต่อองค์ชายแปด”
“เอ่ออ เช่นนั้นพวกข้ากลับเลยได้หรือไม่ขอรับ”
“อืม กลับไปเถอะ”
เมื่อท่านพ่อเอ่ยจบ คนที่คุกเข่าทั้งหมดต่างพากันหายตัวไป ว่องไวเสียจริง
“ทุกคนเ้าคะ หากเื่ราวเป็เช่นนี้ เราจะทำเช่นไรต่อดีเ้าคะ” จินเออร์ เบนใบหน้ามาถามคนในครอบครัว เพราะตอนนี้ทุกอย่างเริ่มกลายเป็เื่ราวที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ