ตอนที่ 15 น้องหญิงเล็กจางมาหา (1)
ในที่สุดเทศกาลส่งท้ายปีอันคึกคักด้วยผู้คนที่ไปมาหาสู่กันก็จบลง เหยียนจื่อม่อกำลังปักผ้ารัดศีรษะอยู่ที่ห้องหูของศาลาลั่วเสวี่ย ดื่มด่ำกับ่เวลาสงบสุขแสนงดงาม
“คุณหนู ทักษะการใช้มือของท่านยอดเยี่ยมจริงๆ เ้าค่ะ!”
หลิวฮวาที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นดอกเหมยเหมันต์ที่ดูสมจริงมากบนเนื้อผ้า จึงเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มบางๆ แม้น้ำเสียงจะฟังดูคล้ายไม่ตั้งใจ แต่แสดงออกถึงการเยินยออย่างชัดเจน ทว่าเหยียนจื่อม่อกลับทำเพียงก้มหน้าราวกับไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น
เจี่ยวเย่ว์เห็นรอยยิ้มของหลิวฮวาเหมือนจะแข็งค้างขึ้นเรื่อยๆ จึงเข้าไปดึงนางอย่างหวังดี “อากาศหนาวเช่นนี้ เ้ารีบไปดูเถอะว่าถ่านเนื้อดีส่งมาถึงแล้วหรือยัง ประเดี๋ยวคุณหนูจะหนาวเอาได้”
“เ้าค่ะพี่หญิง ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ทั้งครอบครัวของหลิวฮวาคอยรับใช้อยู่ในจวนผิงซีโหว ปกติจึงถูกเลี้ยงดูราวกับเป็เทพธิดา แม้ว่าเมื่อครู่เหยียนจื่อม่อจะทำให้ตนขายหน้าและไม่พอใจ ทว่าสุดท้ายนางยังเป็แค่สาวใช้ผู้หนึ่งอยู่ดี
คล้อยหลังหลิวฮวาซึ่งจากไปราวกับสายลม เจี่ยวเย่ว์พลันถามขึ้นอย่างระมัดระวัง “คุณหนู ดูเหมือนท่านไม่ค่อยชอบหลิวฮวานะเ้าคะ ถึงนางจะรักสวยรักงามไปบ้าง แต่นิสัยก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก”
เจี่ยวเย่ว์เป็บ่าวที่เกิดในเรือนเช่นกัน บิดามารดาของทั้งสองครอบครัวล้วนทำงานรับใช้อยู่ในจวนผิงซีโหว อย่างไรต้องพบเห็นกันบ้างอยู่แล้ว พวกนางจึงรู้จักมักคุ้นกันั้แ่เด็ก ปกติแม้หลิวฮวาจะเย่อหยิ่ง แต่ไม่เคยทำให้คุณหนูโกรธเคืองมาก่อน เหตุใดคุณหนู...
เหยียนจื่อม่อเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเป็ประกายแวววาวคู่นั้นมองเจี่ยวเย่ว์อย่างสำรวจ ต่อให้ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แต่คนโดนจ้องกลับรู้สึกได้ถึงความชื้นที่แผ่นหลัง ความหวาดกลัวบางอย่างพลันก่อตัวขึ้นไม่หยุด
“ในศาลาลั่วเสวี่ยแห่งนี้ สิ่งที่พวกเ้าต้องทำมีเพียงซื่อสัตย์เท่านั้น”
เนื่องจากนางไม่ใช่เ้านายที่เข้มงวดกับบ่าวนัก ชาติก่อนปฏิบัติต่อเหล่าสาวใช้ข้างกายอย่างดีด้วยความจริงใจ แต่ความเป็จริงได้พิสูจน์แล้ว บนโลกนี้ไม่เคยขาดหมาป่าตาขาวและคนฉวยโอกาสอย่างหลิวฮวา!
ชาติก่อนหากอีกฝ่ายไม่หลอกให้ตนออกไป บางทีเื่ราวทั้งหมดหลังจากนั้นอาจไม่เกิดขึ้น นางคงไม่ต้องมีรอยแผลบอบช้ำกลาดเกลื่อนทั่วร่าง ไม่ต้องถูกผู้คนตราหน้าและสกปรกโสโครกจนแม้แต่ตัวเองยังนึกรังเกียจ
เหยียนจื่อม่อพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์แต่เต็มไปด้วยอำนาจมากพอ เจี่ยวเย่ว์กับหลิวฮวามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ต่างเป็เพียงเด็กสาววัยสิบสามสิบสี่ปีเท่านั้น ดังนั้นเมื่อััได้ว่าเ้านายไม่ชอบ ไหนเลยยังจะกล้าพูดมากอีก
“คุณหนู เด็กรับใช้จากเรือนหน้ามาส่งข่าวเ้าค่ะ ได้ยินว่าแม่นางบ้านจางผู้นั้นมาหาถึงเรือนแล้วเ้าค่ะ!” หลิวฮวารีบร้อนวิ่งเข้ามา น้ำเสียงยังติดกระหืดกระหอบอยู่บ้าง เหยียนจื่อม่อยังคงเย็บผ้าอยู่เช่นเดิมโดยไม่มีทีท่าอะไรเลยสักนิด
หลิวฮวานึกไม่ถึงว่าคุณหนูจะสงบได้ถึงเพียงนี้ ปากร้องะโไป ตาก็ส่งสัญญาณให้เจี่ยวเย่ว์ด้านข้างไป ทว่าเจี่ยวเย่ว์กลับก้มหน้าก้มตาไม่สนใจนางสักนิด
เหยียนจื่อม่อรอจนสาวใช้ทั้งสองส่งสายตาให้กันเสร็จแล้ว ถึงค่อยเงยหน้าขึ้นช้าๆ ก่อนกล่าวเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้มคล้ายกำลังรับชมละครฉากเด็ด “นางมาหาใคร”
หลิวฮวาได้ยินนางถาม ดวงตาพลันเป็ประกาย “ได้ยินว่าตอนแรกมาหาคุณหนูสี่เ้าค่ะ แต่คุณหนูสี่ปฏิเสธไปแล้ว นางจึงวานให้คนมาแจ้งคุณหนู”
“ดูเหมือนนางจะฉลาดขึ้นนะ”
เหยียนจื่อม่อพูดทิ้งท้ายคล้ายไม่ใส่ใจ จางซิ่วซึ่งอยู่หน้าประตูใหญ่ตระกูลเหยียนมาหาพี่สาวที่เติบโตมาด้วยกันอย่างตน หากนางไม่ยอมให้พบหน้า นี่ไม่เท่ากับเป็การบอกผู้คนหรอกหรือว่าตนแล้งน้ำใจ
ยิ่งกว่านั้น ตระกูลเหยียนประกาศออกไปแล้วว่านางได้รับการเลี้ยงดูจากครอบครัวผู้อื่นเขา แม้คำกล่าวเช่นนี้คนที่มีหัวคิดย่อมมองออกว่าต้องมีเื้ัอะไรอยู่ แต่ใต้หล้านี้คนที่เข้าใจเื่ราวชัดเจนก็ดูเหมือนจะมีไม่มากนัก
“พานางเข้ามาเถอะ!”
เหยียนจื่อม่อวางผ้ารัดศีรษะปักลายไว้ด้านข้าง ก่อนจะคลึงมือทั้งสองของตนเล่นไปมา แม้มือคู่นี้จะมีรอยด้านไม่น้อย ทว่ากลับไม่ส่งผลต่อความงามเลยสักนิด ยิ่งยามนี้ยังแต่งเติมชาดแดงเล็กน้อย ทำให้ดูงดงามชวนมองกว่าเดิม
หลิวฮวาเห็นท่าทางเกียจคร้านของเ้านายพลันรับคำ จากนั้นถอยออกมาด้วยสีหน้าหนักอึ้ง นางมักรู้สึกว่าคุณหนูดูจะไม่ชอบหน้าตนเท่าไร แต่กลับหาสาเหตุไม่ได้