แสงสีขาวนวลของเช้าวันใหม่ค่อยๆ ลอดผ่านม่านบาง เข้ามาแตะปลายผ้าห่มสีขาวอย่างอ่อนโยนกานต์แก้วค่อย ๆ ลืมตาผ้าห่มยังคลุมอยู่ถึงปลายเท้าราวกับมีใครบางคนกลัวว่าเธอจะหนาวจึงค่อยๆ ดึงมันขึ้นมาห่มให้อีกครั้งในยามที่เธอหลับสนิทเธอหันมองรอบห้องความเงียบเข้ามาทักทายแทนเ้าของรอยยิ้มที่เธอกำลังมองหาบนหัวเตียงมีเพียงกระดาษโน้ตใบเล็ก ๆ เขียนด้วยลายมือคุ้นตา
"พี่กลับบ้านเดี๋ยวพี่กลับมารับ"
กานต์แก้วยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนจะยกกระดาษแผ่นนั้นขึ้นแนบอกความจริงบางอย่างทำให้เจ็บแต่กลับอบอุ่นเหลือเกิน เมื่อคืนไม่ใช่ความฝันทุกัั ทุกความอ่อนโยนทุกจูบแ่เบา ยังคงอยู่ในหัวใจของเธออย่างชัดเจน
หญิงสาวเดินเข้าห้องน้ำเปิดเพลงคลอเบาๆ พลางฮัม เพลงตามอย่างคนอารมณ์ดี เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
"ตื่นหรือยัง...สาวน้อยของพี่"
น้ำเสียงปลายสายยังอบอุ่นเหมือนเดิม"ตื่นแล้วคร้า...กำลังอาบน้ำอยู่ค่ะ"
"ให้พี่ไปอาบด้วยไหม" กานต์แก้วชะงักไปครู่หนึ่งก่อนรีบตอบจนแทบลืมหายใจ "ม่ายด้ายค่ะ!" ปลายสายหัวเราะเสียงต่ำ
"โอเคครับอีกสามสิบนาทีพี่ไปรับ แต่งตัวเก็บกระเป๋าให้เรียบร้อยเราจะเช็กเอาต์แล้วพี่ไปส่งที่หมอชิต"
"รับทราบค่ะ...เดี๋ยววิ่งผ่านน้ำเลยค่ะ" เสียงหัวเราะของต้นไม้ดังกลับมา
"ค่อย ๆ วิ่งก็ได้เดี๋ยวลื่น"
ไม่นานนักรถคันเดิมก็เลี้ยวเข้ามาจอดกานต์แก้วยืนรออยู่หน้าโรงแรมแต่คนที่เดินลงมาจากรถกลับทำให้เธอต้องกะพริบตา ถี่ ๆกางเกงยีนส์เสื้อยืดสีเขียวรองเท้าผ้าใบสีดำ ผมที่เคยเนี้ยบ กลับดูสบาย ๆอย่างคนวัยหนุ่ม เธอหลุดหัวเราะออกมา
"คุณลุงหายไปไหนคะ" ต้นไม้เลิกคิ้ว
"อ้าว...มาแซวพี่แต่เช้าเลยเหรอ"
"ก็จริงนี่คะ" เธอเดินวนรอบตัวเขาเหมือนกำลังตรวจงาน
"วันนี้แต่งตัวเหมือนวัยรุ่นเลย"ต้นไม้หัวเราะ ก่อนเอื้อมมือมาบีบแก้มยุ้ยเบา ๆ "พูดเก่งจังนะ"
"ความจริงทั้งนั้นเลยค่ะ"
"เดี๋ยวโดนหักคะแนน"
"ไม่กลัวค่ะ"
ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกัน เสียงหัวเราะเบาๆ นั้น ลอยอยู่กลางอากาศเหมือนเช้าวันนี้ไม่มีเื่ให้ต้องกังวลเลยสักอย่าง ระหว่างทางต้นไม้พาเธอแวะร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ร้านซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มต้นจำมจุรีั์ละอองน้ำจากน้ำตกจำลองลอยกระทบแสงแดดยามสายจนเกิดสายรุ้งเล็กๆ พาดผ่านอากาศเสียงน้ำไหลเบา ๆ ทำให้ทั้งร้านเหมือนกำลังหายใจ
"กานต์เดินเล่นก่อนก็ได้"
"แล้วพี่ต้นล่ะคะ"
"พี่รับหน้าที่สั่งของ"
"คาปูชิโน่เย็น"
"ครับ"
"เค้กส้มด้วยนะคะ"
"รับทราบครับคุณลูกค้า"
กานต์หัวเราะก่อนเดินไปนั่งบนก้อนหินใต้ต้นไม้ใหญ่สายลมพัดเอื่อย เธอมองปลา มองน้ำมองใบไม้ แล้วก็เผลอยิ้มกับตัวเอง ชีวิตธรรมดา ๆ ทำไมถึงมีความสุขได้มากขนาดนี้นะ
ไม่นานต้นไม้ก็เดินถือถาดกาแฟมาแต่ก่อนจะถึงโต๊ะ กานต์แก้วกลับร้องเสียงดัง
"พี่ต้นคะ!เต่า!" ชายหนุ่มหันไปมอง
"ชอบเต่าเหรอ"
"ชอบค่ะ" เธอนั่งยองๆ มองมันอย่างจริงจัง
"เขาอายุยืนมากเลยนะคะ"
"แล้วกานต์อยากอายุยืนไหม"หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ
"ไม่รู้สิคะ"
"ถ้าทุกวันที่มีชีวิตอยู่...มีแต่วันที่มีความสุขแบบนี้"
"จะกี่ปีก็ไม่สำคัญแล้ว"
ต้นไม้ไม่ได้พูดอะไรเพียงนั่งลงข้างๆ แล้วส่งเค้กส้มให้เธอ
เธอตักคำแรกแล้วยื่นช้อนมาตรงหน้าเขา
"ชิมไหมคะ" ต้นไม้กัดเพียงนิดเดียว
"หวาน" กานต์รีบชิมตาม
"ไม่นะคะ"
"หวาน"
"ไม่หวาน"
"หวาน"
เธอทำแก้มป่อง
"พี่ต้นแกล้งกานต์"ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอื้อมนิ้วไปแตะปลายจมูกเธอ
"พี่หมายถึง...คนถือช้อน" กานต์แก้วหน้าแดงจนหูแดง แล้วก้มหน้ากินเค้กต่อโดยไม่กล้ามองเขาอีกเลยต้นไม้แอบยิ้มอยู่คนเดียว ภาพนั้นเล็กมากแต่สวยงามจนเขาอยากจำมันไว้ตลอดชีวิต
ก่อนเดินกลับไปที่รถต้นไม้หยุดเธอไว้เบา ๆ "กานต์" เขาหยิบกล่องกำมะหยี่ใบเล็กออกมาจากกระเป๋า หญิงสาวมองอย่างสงสัยเขาไม่ได้พูดอะไรเพียงเดินมาอยู่ด้านหลัง แล้วค่อย ๆสวมสร้อยทองคำขาวเส้นบางลงบนลำคอของเธอ จี้รูปหัวใจเล็ก ๆประดับเพชรเม็ดจิ๋วสะท้อนแสงแดดอ่อน ๆ เป็ประกาย กานต์แก้วแตะมันไว้เบา ๆ น้ำตาเอ่อขึ้นอย่างไม่รู้ตัวต้นไม้ก้มมอง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบที่สุด แต่กลับอบอุ่นที่สุด
"ใส่ไว้ตลอดนะ เวลามองมัน จะได้รู้ว่าพี่อยู่ข้างกานต์เสมอ"
หญิงสาวไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกเธอหันกลับมากอดเขาแน่นซบใบหน้าลงบนอกที่คุ้นเคยแล้วพึมพำเบา ๆ
"ทำไมเราเพิ่งมาเจอกันคะพี่ไปอยู่ไหนมาตั้งนาน"
ต้นไม้หลับตาลงค่อยๆ ลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพราะคำตอบไม่อาจเปลี่ยนอะไรได้อีกแล้ว มีเพียงสายลมที่พัดผ่าน มีเพียงเสียงใบไม้ไหวและท้องฟ้าสีฟ้าที่สวยงามเหลือเกินในเช้าวันนั้น เช้าวันธรรมดาที่ไม่มีคำสัญญาใด ๆแต่กลับกลายเป็หนึ่งในความทรงจำที่งดงามที่สุดของชีวิตทั้งสองคน