บทที่21 เื่เล่าของลุงหยางสือ2
ไม่น่าเชื่อว่า ข้าและท่านชายก็อยู่บ้านอันจนใกล้จะปีใหม่แล้วแม้ชีวิตไม่ได้สุขสบายเท่าจวนอ๋อง แต่กลับเป็ชีวิตเรียบง่ายที่ดีต่อใจไม่น้อยการเรียนของท่านชายกับอันหยางก้าวหน้าไปอย่างมาก อันหานมีความสุขที่ได้ถ่ายทอดความรู้ให้คนทั้งสองส่วนเขา บางวันที่อากาศแจ่มใส จะให้พวกเขาฝึกยุทธ์ขั้นพื้นฐานได้หลายกระบวนท่าแล้ว บางทีอันผิงก็ร่วมด้วย แต่เด็กน้อยแค่ท่าม้านั่งยืนได้ไม่ถึงนับสิบ ก็ไปนั่งที่แคร่ให้กำลังใจเด็กทั้งสองแล้วบางวันจางเหล่าก็แวะมาร่วมด้วย
หยางสือกำลังคิดว่า ถ้าเขาเกษียณ ไม่แน่เขาอาจจะมาตั้งรกรากที่นี่เขาชอบบรรยากาศ และผู้คนที่นี่
จนมีเสียงตีฆ้องร้องป่าวประกาศของผู้ใหญ่บ้านมาเรียกประชุมครอบครัวอันจึงยกโขยงกันไปยังลานของหมู่บ้าน เขาสองพ่อลูกหยางย่อมตามไปด้วย
ผู้ใหญ่บ้านเมื่อเห็นลูกบ้านมากันเยอะแล้ว ก็เลยเริ่มแจ้งว่าในตัวเมือง มีคนต่างถิ่นที่เข้ามาป่วยด้วยโรคท้องเสียท่านหมอยังวิเคราะห์ไม่ได้ว่า เป็โรคระบาดท้องร่วงหรือไม่เพราะโดยส่วนมากโรคนี้จะมากับ่อากาศร้อน แต่นี่คือฤดูหนาว ไม่น่าจะเกิดได้นอกจากนี้พวกเขายังมีโรคอาเจียนด้วย
น่าแปลกที่เกิดกับคนต่างเมือง คนในเมืองไม่เป็ไรแต่กระนั้นจะเป็การดีกว่าถ้าคนในหมู่บ้านจะไม่เข้าไปในเมืองเพราะ่นี้ใกล้ปีใหม่บ้างบ้านต้องไปจับจ่ายซื้อข้าวของมาเตรียมตัวต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึง
หยางสือรู้สึกแปลกใจกับข่าวนี้ คนต่างเมืองอย่างนั้นหรือ เขารู้สึกสังหรณ์ใจอย่างไรชอบกลหลังจากกลับบ้านอันแล้ว เขาจึงแอบเข้าเมืองไปเพื่อสืบข่าวเลือกที่จะไปร้านท่านหมอที่มารักษาอันหาน แค่พนักงานในร้านพอเห็นหน้าเขาก็รีบไปแจ้งท่านหมอ
ท่านหมอจึงเรียกให้เข้าพบทันที
“ความจริงข้าว่าจะแวะไปตรวจอันหานเสียหน่อย แต่ว่า่นี้ในอำเภอนั้นมีคนต่างเมืองที่เข้ามาเป็โรคกันเยอะน่าแปลกทั้งที่ร่างกายกำยำแข็งแรงกันทั้งนั้น ไม่อาเจียน ก็ท้องเสียถูกหามมาโรงหมอก็หลาย ตามหมอไปรักษาก็เยอะ ทั้งหมอ ทั้งคนงาน ทำงานกันมือเป็ระวิงโชคดีที่ท่านมา”
“ข้าได้ข่าวว่าอาจจะเป็โรคระบาด”
ท่านหมอส่ายหน้า
“ไม่ใช่หรอก ไม่มีใครในโรงเตี๊ยม หรือเ้าของบ้านเช่าติดโรคนี้เลย นี่ล่วงเลยมาเกือบสามเดือนแล้ว ถ้าเป็โรคติดต่อป่านนี้คงแพร่ไปนานแล้ว เ้าสบายใจได้”
“เอ่อ พวกเขารักษาอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ”
“มีบางส่วน แต่ว่า...” ท่านหมอลอบมองไปที่ประตูพอไม่เห็นคนน่าสงสัยจึงพูดต่อว่า “ข้าว่าพวกเขาเหมือนพวกทหารรับจ้างรึไม่ก็พวกสำนักคุ้มภัย น่าแปลกที่พวกเขาเข้ามาในอำเภอเราหรือเพราะเห็นว่าอำเภอเราเริ่มกินดีอยู่ดีแล้ว บางบ้านเริ่มร่ำรวยเพราะเห็ดบัว”
หยางสือก็แสดงสีหน้าสงสัยไปด้วย มันก็น่าแปลกจริงๆ นั่นแหละ
หลังจากนั้นท่านหมอก็ถามอาการของอันหานว่าเป็อย่างไรบ้างแน่นอนว่าตอนนี้ร่างกายของอันหานั้แ่ขาลงมาเริ่มมีความรู้สึกแล้วยกเว้นถ้าวันไหนอากาศหนาวมากๆ เขาก็ต้องอยู่เตียงเตา เพราะรู้สึกปวดขา
ท่านหมอแสดงสีหน้าดีใจ
“โชคดีอย่างยิ่ง อย่างนี้พอพ้นหน้าหนาวคงหัดเดินได้แล้ว”
จากนั้นท่านหมอก็สั่งยา และอธิบายวิธีการใช้ยาให้หยางสือฟังระหว่างรอรับยา เขาจึงทำเป็เดินไปดูตรงที่รับคนมารักษาในโรงหมอเพื่อแอบดูหน้าตาพวกที่มารับการรักษา เป็จริงอย่างท่านหมอว่าคนพวกนี้ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา หรือพวกคหบดีที่แวะมาพักในเมืองนี้
และข้อสันนิษฐานยิ่งเป็จริง เมื่อเจอใบหน้าที่คุ้นเคย นอนป่วยอยู่นั่นเป็หนึ่งในลูกน้องของหลี่อ๋อง เมื่อเห็นดังนั้นหยางสือจึงรีบปลีกตัวออกจากห้องรักษาคนไข้ พอดีกับคนงานเดินเอายามาให้เขาพอดีเมื่อรับยาแล้ว จึงรีบออกจากโรงหมอทันที
มองซ้ายมองขวา เพราะกลัวเจอคนของหลี่อ๋อง
หยางสือมีความคิดที่จะไปหาซื้อรถม้า ฤดูหนาวเช่นนี้เดินทางด้วยรถม้าน่าจะดีกว่า เขาจึงเดินตรงไปตลาดม้าแทนแต่ระหว่างทางเขาดันเห็นสัญลักษณ์หนึ่งตรงหน้าร้านขายผ้า ร้านหรูอี้
เขารู้สึกตื่นเต้น ในฐานะองครักษ์ที่ขึ้นตรงกับเว่ยอ๋องนั้นนี่คือสัญลักษณ์ลับของวังเว่ยอ๋อง หยางสือจึงรีบเดินเข้าไปที่ร้านทันทีเมื่ออยู่ในร้านแล้ว จึงบอกพนักงานว่ามาซื้อผ้าไหมหรูอี้ ซึ่งแน่นอนว่าผ้าไหมชนิดนี้ไม่มีอยู่จริง เป็เพียงรหัสลับเอาไว้สื่อสารกัน
พนักงานได้ยินดังนั้น ก็พาเขาไปยังห้องรับรองด้านใน รอไม่นานก็มีชายหนุ่มในชุดขาวเดินเข้ามา คนๆ นี้มีนามว่าจ้าวหยง หนึ่งในกุนซือของท่านอ๋องเขาเองก็มีสีหน้าดีใจไม่ต่างกับหยางสือ
“ท่านคงเป็ หัวหน้าองครักษ์เว่ยทงสินะ”
หยางสือพยักหน้ารับ
จ้าวหยงนั่งลงบนเก้าอี้
“ท่านชายล่ะ”
“อยู่ในที่ปลอดภัยดี”
จ้าวหยงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ข้าอยากรู้ สถานการณ์ตอนนี้ ในเมืองนี้เกี่ยวกับพวกคนแปลกหน้าที่ป่วยกันอยู่ตอนนี้” หยางสือถามในสิ่งที่สงสัยขึ้นมา
“พวกเขามาตามล่าท่าน และจับตัวท่านชายแต่เผอิญดันป่วยขึ้นเสียก่อน และน่าแปลกในต่างเมืองออกไป ใครที่รับงานนี้ไม่ท้องเสีย ก็อาเจียน จนตอนนี้มีเสียงเล่าลือว่า งานนี้ขัดบัญชา์ทำให้์ลงโทษ จนไม่มีใครกล้ารับ คนที่้าว่าจ้าง ที่ไม่ใช่ตัวใหญ่ก็ล้มป่วยไม่ต่างกัน”
หยางสือรู้สึกเหลือเชื่อ ความจริงเขาถูกตามล่ามาตลอดทาง เพิ่งจะมาราบรื่นตอนเปลี่ยนเส้นทางและเปลี่ยนใจมาส่งอันหานที่บ้าน และยิ่งตัดสินใจอยู่ที่หมู่บ้านหยางชีวิตกลับสงบมาก จนไม่รู้เลยจริงๆมีคนรอมาจับเขามากมายล้มป่วยอยู่ในตัวอำเภอ
งานนี้เขาประมาทเกินไป หรือหมู่บ้านหยางนั้นมีเทพคอยคุ้มครองจริงๆ แต่จะอย่างไร เขาขอคิดว่าเทพให้ความคุ้มครองจริงๆ อย่างนี้สิ คนทำดี์ย่อมคุ้มครอง ท่านอ๋องของเรายากลำบาก เฝ้าชายแดนมาตลอด
“ที่พวกท่านมาตั้งร้านที่นี่ เพราะมาตามหาท่านชาย”
“ใช่ แต่ว่าเราไม่แน่ใจว่า พวกท่านอยู่ที่ไหนกันพวกเรากะสะกดรอยตามคนที่จะไปตามล่าพวกท่าน แต่ว่า พวกเขาล้มป่วยเสียก่อนเราจึงตั้งร้านนี้ขึ้นมาเมื่อเดือนก่อนแล้วเฝ้ารอว่าบางทีท่านอาจจะรู้สึกผิดสังเกต ต้องเข้ามาตรวจสอบเป็แน่”
“พวกเราอยู่ที่หมู่บ้านหยางนะข้าเพิ่งรู้ข่าวจากผู้ใหญ่บ้านเมื่อตอนสายของวันนี้ก็เลยแวะเข้ามาสืบข่าวในเมืองเสียหน่อย โชคดียิ่งที่พบพวกท่าน”
“อยู่ๆ ข่าวของพวกท่านก็หายไปจากหยางโจว”
“แต่ข้าส่งข่าวจากสถานีพักม้าของเมืองนี้ไปแดนใต้หรือว่า...”
“อย่างที่ท่านคาด สารนั้นไปไม่ถึง เมื่อข่าวคราวหายไปท่านอ๋องจึงรับสั่งให้ข้าออกมาตามหาพวกท่าน”
“เื่ที่คนพวกนั้นป่วย”
“ทีแรกข้านึกว่ามีคนคอยช่วยเหลือเรา แต่สืบไปสืบมาพวกเขาป่วยเอง อาหารไม่มีปัญหาอะไรเลย ข้าเองก็จนปัญญาจะสืบต่อได้แต่อย่างไรก็ส่งผลดีต่อท่านและท่านชายเป็อย่างยิ่ง”
หยางสือพยักหน้ารับ เพราะเห็นด้วยอย่างไรคนที่ได้ประโยชน์ก็เป็พวกเขา
“ข้าจะให้ทหารตามท่านไปรับท่านชายเราจะได้เดินทางกลับไปชายแดนใต้”
“ข้าว่า รอให้ผ่านปีใหม่ไปก่อนได้หรือไม่” เมื่อนึกถึงท่านชายที่ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวอันแล้วท่านชายน่าจะอยากร่วมวันปีใหม่กับพวกเด็กๆ ของหมู่บ้านหยาง
จ้าวหยงเหมือนจะเข้าใจ
“ย่อมได้ แต่ข้าคงต้องติดตามท่านแวะไปดูท่านชายเสียหน่อย”
หยางสือพยักหน้ารับ และถามต่อว่า
“แล้วทางนั้นเป็อย่างไรบ้าง”
“สำหรับหลี่อ๋อง ตอนนี้ถ้ายกทหารมาได้ คงมาแล้วแต่คงจะยาก ก็แค่เด็กกับผู้ใหญ่เพียงสองคนลงมือขนาดนั้นไม่เท่ากับขี่ช้างจับตั๊กแตนหรือ ส่วนมือดีที่ถูกส่งมาที่นี่ก็ป่วยด้วยอาการไม่ท้องเสีย ก็อาเจียน พอหายเริ่มจะปฏิบัติการอีกก็กลับมาเป็ซ้ำอีกรอบ ข้าได้ข่าวว่าตอนนี้พักรักษาตัวอยู่ร้านหมอตอนนี้หลี่อ๋องก็น่าจะหันไปทางธรรมแล้ว สวดมนต์ข่มความปรารถนาตัวเองอยู่งานนี้์เข้าข้างพวกเราจริงๆ”
“ไม่รู้เื่ราวต่อจากนี้จะเป็อย่างไรต่อ”
“ตอนนั้นเราคงอยู่ทางใต้แล้วก็ให้เป็เื่ของเมืองหลวงเถอะ ขอแค่อย่างเดียวท่านอ๋องไม่ต้องยกทัพมาจากแดนใต้ก็เป็พอแล้ว”
หยางสือได้แต่ปลง อำนาจนั้นมีคนจ้องแต่อยากได้แต่ก็ต้องล้วนแต่อำนาจวาสนาจะพาส่งไปได้หรือไม่บางทีการที่ท่านอ๋องไปเป็แม่ทัพอยู่ชายแดน อาจเป็เื่ที่ดีที่สุดก็ได้ไม่ต้องพบกับพวกเื่สายสนกลใน พวกหน้าเนื้อใจเสือที่เมืองหลวง
คนพวกนี้ อยู่สบายกันจนชินหรืออย่างไร จึงแก่งแย่งชิงดีกันไปมาลากชีวิตคนบริสุทธิ์มารับเคราะห์