หน้าไม้ถูกยิงออกอย่างไม่ลดละ อีกเพียงครั้งเดียวกำแพงเมืองก็จะแตก
“เข้าโจมตีได้ !” นัยน์ตาองค์รัชทายาทก็พลันสุกสกาว เขากำลังตื่นเต้น !
ทหารนับแสนบุกออกไป ทุกคนต่างพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม บันไดสูงถูกพาดขึ้นลูกศรสุดท้ายถูกยิงออก
ตูม !!
ครืน...
“กำแพงเมืองแตกแล้ว !” ทหารพากันดีใจ เหล่าแม่ทัพก็ไม่รอช้าพากันออกคำสั่งอย่างขยันขันแข็ง“ฆ่ามันให้หมด !!!”
แต่ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น กองทัพภายในนครหลวงก็พากันวิ่งกรูกันออกมาต่อรบด้วยโดยมีซือไฉนำทัพตรงมาจากทางทิศตะวันออกทหารราว ๆ สองหมื่นนายประจวบกับทหารจากทางทิศตะวันตกที่นำโดยไช่หู่อีกสองหมื่นนายมุ่งหน้าเข้ามาที่ค่ายหลวง
ทหารที่ประจำอยู่ที่ค่ายมีน้อยนัก อีกอย่างทหารส่วนใหญ่ล้วนถูกส่งไปโจมตีแล้ว
หนิงเฟยหลงเข้าควบคุมสถานการณ์เขาขออำนาจบัญชาการรบเอง เขาจะใช้กองทัพโลหิตที่เหลือเพียงทัพเดียวในค่ายต้านรับไว้ที่เหลือก็เป็นเพียงกองทัพอาสาบางส่วนเท่านั้นมีทหารรักษาค่ายเพียงสามหมื่นเท่านั้น
“ใครอาสาไปคุมทัพปีกซ้าย”
“ข้าเอง !” หนิงหลินตะโกนออกมาด้วยความมั่นใจ ครั้งนี้เขาต้องลงมือบ้างจะให้ผลงานมีแต่พ่อลูกหนิงเฉิงและหนิงเฟยหลงไม่ได้เขาและลูกชายรีบควบม้าไปทางทัพปีกซ้ายเพื่อบัญชาการทันที ส่วนกองทัพปีกขวานั้นจั้วหย่งและจงฉีขออาสาเอง
ทหารฝ่ายองค์รัชทายาทถอยทัพกลับมาบางส่วนโดยเฉพาะทหารจากกองทัพปราบทักษิณถอยกลับมาได้ทันรับศึกไช่หู่พอดีช่วยหนิงหลินขับไข่กองทัพไช่หู่ออกไป
ส่วนกองทัพฝั่งขวานั้นยังเป็นอันตรายอยู่กองทัพที่ซือไฉยกมานั้นห้าวหาญมากแทบจะยันไม่อยู่แล้ว
หนิงเฟยหลงคุมทัพหม้าสามพันไปสมทบ ซือไฉก็รีบหนีไปทันทีทหารของไช่หู่และซือไฉไม่ได้เสียหายมากนัก แต่พวกเขาเสียจังหวะการโจมตีทันใดนั้นก็เหมือนว่าชายหนุ่มนึกสิ่งใดได้
“แย่แล้ว !” เสบียงถูกเผา ควันลอบโขมง !!
ในค่ายมีคนของจูหยวน หนิงเฟยหลงปวดหัวตุบ ๆ เขาคิดไม่รอบคอบที่นำทหารม้ามาช่วยทัพฝั่งนี้หากยังอยู่ที่ค่ายอีกฝ่ายคงไม่กล้าลงมือ
“จูหยวน !!!!” หนิงเฟยหลงคำรามลั่น !แม้แต่จูหยวนที่ห่างไกลออกไปก็ยังได้ยิน เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมาเลยทีเดียว
การที่สูญเสียเสบียงไปเป็นเรื่อที่เขารับไม่ได้ หากกองทัพขาดเสบียงจะอยู่ได้อย่าไรอีกอย่างกองทัพแปดหมื่นของตระกูลถูก็เข้าใกล้มาแล้วหากยังไม่สามารถเข้าตีเมืองได้สำเร็จ พวกเขาจะพ่ายแพ้หมดรูปมีแต่ภายในเมืองเท่านั้นที่จะมีเสบียงมากมายอยู่นั่นเพราะมันคือนครหลวงเหอผิงยังไงล่ะ !
จูหยวนลงมือได้เฉียบขาดเลือกโจมตีในตอนที่ศัตรูพร้อมจะโจมตีที่สุดเหมือนกับว่าทำให้ข้าศึกมึนงงจากการกระทำที่บ้าบิ่นนี้ ทั้งยังสามารถเผาเสบียงได้อีกจูหยวนบัญชาการทัพบุกเข้ามาทัพหลวง หนิงเฟยหลงรู้สึกรำคาญไม่น้อยปกติเป็นเขาที่ต้อนคนอื่นในตอนนี้กลับโดนเสียเอง
เขาคืนอำนาจสั่งการให้องค์รัชทายาทจากนั้นก็เรียกกองทหารม้าของเขาออกมาทหารม้าสามพันนายเขาแทบอยากจะถลกหนังของจูหยวนทั้งเป็น !
ทหารม้าของเขาเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วประจันหน้ากับกองทหารนับหมื่นนาย ทหารฝ่ายองค์รัชทายาทเปิดทางให้ทหารม้าเคลื่อนไปใกล้ถึงก็ตีแผ่เป็นหน้ากระดานจากนั้นหน้าไม้ที่ซ่อนอยู่ก็ถูกยิงออก ทหารของจูหยวนล้มตายลงเป็นจำนวนมาก
จูหยวนต้องแปลกใจที่เห็นกองทหารม้ามีทักษะนี้ด้วยทหารม้ายิงอยู่สามครั้งก็เก็บหน้าไม้ แปรรูปขบวนอีกครั้งเป็นรูปหัวลูกศรพวกเขาพร้อมเข้าปะทะแล้ว !
หอกแหลมถูกยกขึ้นเสือกแทงเข้าไปด้านหน้า ทหารด้านหน้าก็พลันลอยขึ้นไม่เพียงเท่านั้นมือซ้ายก็ชักดาบโค้งออกฟาดฟันศัตรู แถวต่อไปคือทหารเกราะหนักตั้งหอกรอพวกเขาไว้แล้วหนิงเฟยโบกมือคราหนึ่ง ม้าของพวกเขาก็ลอยได้ข้ามหัวทหารแถวนั้นไปหน้าไม้ในมือก็ยิงออกพร้อมกับดาบโค้งฟาดเข้า ทหารเกราะหนักก็พ่ายแพ้ไป
จูหยวนอึ้งกับทักษะการใช้ม้าของกองทหารม้าหนิงเฟยหลงมากขึ้นนี่เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของเขา
ทหารของจูหยวนไม่กล้าเข้าปะทะพากันแหวกทางหนี นั่นสบโอกาสให้ทหารม้าเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น
ตามแผนการของหนิงเฟยหลงแล้วนี่ไม่ใช่การสังหารหมู่แต่เป็นการจับกุมจูหยวนตั้งหาก !
เมื่อเห็นทหารม้าตรงมาที่ตนจูหยวนก็รู้ได้ทันทีว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายก็คือตนเองเขารู้ได้ทันทีความซวยมาเยือนเขาแล้ว..
แต่ถึงอย่างนั้นจูหยวนก็ไม่ได้ถอยหนี หากเขาถอยหนีกองทัพจะพ่ายแพ้เขารอให้ซือไฉ และไช่หู่ขนาบข้างเข้ามา และเมื่อนั้นเขาถึงจะถอยได้
หนิงเฟยหลงไม่ได้ให้เวลาเขามากมายขนาดนั้นทหารม้าเข้าล้อมรอบจูหยวนทันทีหนิงเฟยหลงพุ่งทะยานเข้าใส่ถีบจูหยวนตกจากหลังม้าจูหยวนกระอักโลหิตออกมา นอกจากสติปัญญาแล้วฝีมือจูหยวนไม่นับว่ามีอะไรการจับตัวจูหยวนเป็นไปอย่างง่ายได้ แต่ไช่หู่กับซือไฉก็ตามเข้ามาทั้งสองพุ่งเข้าโจมตีหนิงเฟยหลงแทบจะทันทีที่มาถึง
หนิงเฟยหลงกระชากจูหยวนโยนไปให้ทหารม้านายหนึ่ง“พวกเจ้าถอยกลับไปที่ค่ายทันที !”
ทหารม้ารับคำสั่งแล้วก็พากันควบม้ากลับไปพร้อมกับตัวจูหยวน ไช่หู่ไม่อาจให้จูหยวนตกอยู่ในอันตรายได้เขาเร่งฝีเท้าตามไป ไม่นานก็เข้ามาใกล้กองทหารม้าทันใดนั้นหน้าไม้ก็ถูกยิงออกไช่หู่หลบแทบไม่ทันเขาต้องประหลาดใจกับทักษะของทหารม้าที่เหลียวหลังมายิงได้
คราวนี้เขาตามไปอย่างระมัดระวัง แต่ก็ยังถูกสกัดไว้ดังเดิม ทหารม้าพวกนี้แข็งแกร่งเกินไปเขาซึ่งเป็นแก่นแท้พลังขั้นเก้าก็ไม่อาจฝ่ากองทหารพวกนี้ได้เหรอ ? ไม่มีทาง !
กระบี่อ่อนถูกชักออกปัดป้องลูกศรได้เป็นอย่างดีจากนั้นก็กระโจนขึ้นม้าปาดคอทหารม้าลงไปหนึ่งนาย แล้วขึ้นเหยียบบนหลังม้าที่ไช่หู่ถนัดที่สุดคงจะเป็นวิชาตัวเบา
ฟึบ ฟึบ ฟึบ !
เขาก้าวเหยียบหัวทหารม้าหลายนายจนมาถึงทหารม้าที่คุมตัวจูหยวนได้ก็รีบคว้าตัวจูหยวนไว้แล้วถอยกลับมาขึ้นม้าอย่างไวไช่หู่รีบควบม้ากลับไป แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่เห็น ทหารม้าพวกนั้นตามกลับมาทั้งยังมุ่งตรงกลับค่ายไป
อันที่จริงแล้วทหารพวกนั้นได้รับคำสั่งให้กลับค่ายพวกเขาเปรียบเสมือนอาวุธลับของกองทัพโลหิตทมิฬเพราะฉะนั้นจะให้สูญเสียมากไม่ได้ภารกิจล้มเหลวหรือไม่ แต่พวกเขาต้องกลับ
อันที่จริงแล้วไช่หู่ไม่ได้มาช่วยจูหยวนได้ง่ายขนาดนั้นเขาเองก็ได้รับคมหอก คมดาบมา บาดเจ็บใช่น้อยเลย กำลังรบก็ด้อยลงไปมากแล้วแม้แต่แก่นแท้พลังขั้นต้นในตอนนี้ก็สามารถสังหารเขาได้ง่าย ๆ“กองทหารม้าของกองทัพโลหิตทมิฬไม่ธรรมดาจริง ๆ”
หลังจากที่ทั้งสองกลับมาก็พบว่าซือไฉกลายเป็นคนไม่มีหัวไปแล้วในมือของหนิงเฟยหลงถือกระบี่เปื้อนเลือดอยู่ ดวงตาของพวกเขาสั่นไหว ผู้บัญชาการผู้เกรียงไกรคนหนึ่งกลับตายด้วยฝีมือของชายหนุ่มนี่นะหรือ? หากเป็นคนอื่นมาพูดให้ฟังเขาต้องเชื่อว่ามันเป็นเรื่องโกหกแน่ ๆ
จากนั้นทั้งสองก็กวาดสายตาไปรอบ ๆ เมือง ทหารที่นำทัพมาตายเยอะขึ้นเรื่อย ๆหากกองทัพหนุนยังไม่มาพวกเขาพ่ายแพ้แน่
ปัง !
ตูม ตูม ตูม !
หนิงเฉิงถูกซัดตกจากท้องฟ้า ร่วงหล่นพื้นเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ !
ไช่หู่และจูหยวนดวงตาเป็นประกาย ใช่แล้วพวกเขายังมีขอบเขตแดนพิภพอยู่ !
ประมุขอวิ้นหยางไม่ได้ลงมือต่อ “ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเมืองไว้ให้มันจะเป็นเช่นนั้น” นั่นหมายความว่าเขาแค่ปกป้องให้เท่านั้น ไม่ได้มีความแค้นใด ๆกับอีกฝ่าย ทั้งหมดทำไปคงเพราะผลประโยชน์ตระกูลถูนำสิ่งใดไปแลกถึงได้รับความช่วยเหลือนี้มากัน ?
หนิงเฉิงขยับตัวอย่างยากลำบาก ขาขวาของเขามีรูและเย็นเฉียบ นั่นเป็นฝีมือดรรชนีของอวิ้นหยาง
กำลังใจทหารฝ่ายองค์รัชทายาทลดลงอย่างมาก หนึ่งในผู้นำของพวกเขาพ่ายแพ้แล้วหนิงเฟยหลงไม่อาจให้เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ได้ เขาหยิบกระบี่ออกมาจากแหวนมิติจากนั้นตัวเขาก็สวมชุดเกราะสีขาวเปล่งรัศมีเจิดจ้า ในมือถือกระบี่ร่วงโรย ห้วงอากาศพลันสั่นครืนขอบเขตร่วงโรยถูกใช้งาน อวิ้นหยางหรี่ตาแคบเขารับรู้ได้ถึงพลังที่เทียบเคียงเขตแดนพิภพ !
“ที่แท้ก็เป็นเจ้า !” ดวงตาของเขาเย็นชาขึ้น “เจ้าเด็กน้อยข้าขอเตือนเจ้า อย่าลงมือดีกว่าหากเจ้าลงมือ เจ้าต้องตายเป็นแน่ !”
หนิงเฟยหลงใช้สายตามองอย่างดูแคลน “อย่างนั้นเรอะ ?” กล่าวจบกระบี่ในมือก็พลันสั่นไหวอวิ้นหยางรับรู้ได้ถึงสภาวะร่วงโรย เขาไม่อาจอยู่ในที่กดดันนี้ได้นาน
“กระบี่นี่มันอะไรกัน ? ไม่ใช่ระดับปฐพีล่างรึ ?”อวิ้นหยางมองดูด้วยความสนใจ เขาตัดสินใจแล้ว อาวุธนี้เขาต้องได้มา !