เื่:ย้อนเวลามาเป็คนเลี้ยงตัวไหม
ตอนที่2 ร่างใหม่
ผู้แต่ง: รัตนาภรณ์
หลังจากที่แพรวได้เดินตามหลังคุณตาทวดมาได้สักระยะหนึ่ง เเพรวที่ตอนนี้เธอได้แต่หันรีหันขวาง มองซ้ายที ขวาที อย่างพินิจพิจารณาถึงบรรยากาศตรงหน้า ที่มันดูผิดแผกออกไปจากเดิมมากจนน่าใ เพราะสิ่งแรกที่เเพรวมองเห็นได้แน่ชัดก็คือบ้านเรือนที่รูปทรงดูผิดแปลกไปจากปัจจุบัน เพราะที่แพรวมองเห็นตรงหน้ามันคือ กระท่อมหลังน้อยๆ ที่ฝาบ้านมุงด้วยไม้ไผ่สานหลังย่อมๆ ปลูกติดต่อกันสามหลัง หลังคามุงด้วยหญ้าคาสานที่ปลูกรวมกันภายในบริเวณที่รอบรั้วด้วยไม้ไผ่
แถมยังไม่มีเสาไฟฟ้าแรงสูง และสายสื่อสารเหมือนแถวหมู่บ้านที่เธออยู่ จะมีให้เห็นก็มีเพียงแค่ตะเกียงแลัโคมไฟ แพรวตอนนี้เธอได้เดินตามหลังคุณตาทวดเข้ามาหยุดยืนอยู่บริเวณห้องนอนห้องหนึ่ง
แพรวหันมาพูดกับคุณตาทวดที่ยืนมองดูแพรวอยู่ก่อนแล้วอย่างขอร้อง
"พ่อใหญ่หนูอยากกลับบ้าน พาหนูเมือส่งเฮือนแน่จ้า" แพรวที่หลังจากพื้นขึ้นมาจากอาการสับสน แถมเด็กสาวยังรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวเหมือนร่างจะแหลก
"เมือบ่ได้ดอกลูกหล่า จะเมือไปอยู่แบบใด่ ร่างโตมันแหลกมุ่นเบิดแล้ว แล้วเขากะจัดงานศพเผาไปแล้วนำ"
"เผา... บ่จ้าตา นี่....แพรวตายแล้วแม่นบ่ แพรวบ่อยากจะเชื่อเลย" แพรวที่รำพันออกมาเบาๆ อย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อหูตัวเองสักเท่าไหร่นัก
"แม่นลูกหล่า โตตายแล้ว ถืกรถชนตายคาที่เลยลูก" แพรวที่พอได้ฟังตาทวดพูดออกมาแบบนั้น เธอก็เอาแต่ทำหน้าอึ้งๆ เด็กสาวมองหน้าชายชราผมหงอกตรงหน้าด้วยแววตาขอร้องแกมอ้อนวอน ใบหน้าของแพรวที่เวลานี้มีแววกังวล และตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
"แล้วแบบนี้หนูจะไปอยู่ไสได้อีกล่ะ?"
"โตเห็นคนนอนอยู่ม่องนั่นบ่?" แพรวที่เธอมองตามมือชายชราที่ชี้ไปยังร่างของหญิงสาวร่างบอบบางที่นอนอยู่บนฟูกที่นอนเก่าอย่างนึกสงสัยว่าคุณตาทวดกำลังจะบอกอะไรกับเธอกันแน่
"ลาวเบิดบุญคือโตแล้ว เวลาเดียวกันเป๊ะ แล้วพ่อกะพาโตมาอยู่ในร่างนี่แทนลาว"
"ตากะหาเว้าไปทั่วทีบ หนูคือสิมาอยู่ม่องแบบนี้ได้ บ้านเมืองจะของกะบ่แม่น"
"จะอยู่ได้หรือว่าอยู่บ่ได้ โตกะต้องอยู่แล้วล่ะลูกเอ๋ย โตเลือกบ่ได้แล้วล่ะ หรือว่าโตอยากเป็ผีล่องลอยไปแบบนี้ โตกะเลือกเอาเองเด้อ แต่พ่อว่าโตเอาวิชาที่โตมีกับสิ่งของที่ติดโตมานำตอนนี้มาใช้ให้มันเกิดประโยชน์ดีกว่าพ่อว่า แต่พ่อขอเตือนแค่ว่า โตอย่าใช้มันพร่ำเพรื่อ แล้วกะห้ามใช้มันทำร้ายคนอื่น แค่นี่เองที่พ่ออยากจะเตือน แล้วตอนนี้พ่อต้องไปแล้วละลูก พ่อไปเด้อ" แล้วคุณตาทวดที่เธอเห็นรูปของตาที่แขวนอยู่บนฝาผนังบ้าน ที่ยายไสวบอกเธอว่าท่านเป็คุณตาทวดของเธอก็ได้หายวับไปกับตา แพรวที่พยายามะโเรียกคุณตาทวดจนสุดเสียง แต่กลับไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดหลุดออกมาจากเรียวปากสวยของเธอสักคำ แพรวที่เดินอย่างใจลอยเข้าไปยืนใกล้ๆ ร่างบอบบางของหญิงสาวที่นอนเหมือนคนนอนหลับปกติอยู่บนเตียงไม้เก่าๆ
จังหวะที่แพรวโน้มตัวลงไปพิจารณาใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้นอย่างชัดๆ แพรวที่เริ่มรู้สึกเหมือนกับว่ามีแรงดึงดูดบางอย่าง ได้ดึงเธอเข้าไปใกล้ร่างที่นอนอยู่บนฟูกเก่าอย่างช้าๆ จนเธอเซถลาเข้าไปล้มทับทาบร่างบอบบางที่นอนอยู่บนฟูกเก่าๆ นั้นเอาไว้ทันทีเปะ
หลังจากที่แพรวได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง เธอถึงกับสะดุ้งเหมือนโดนไฟช๊อตไปทั่วทั้งตัว มือบางที่ไล่จับดูตามหน้า ตามแขน ตามขาของตัวเองอย่างพิจารณา เพียงสักครู่เดียว ก็ได้มีคนๆ หนึ่งได้เดินเข้ามายิ้มให้เธออย่างเป็มิตร แล้วหันมาพูดกับแพรวที่ตอนนี้นั่งมองชายตรงหน้าด้วยความสับสนว่าเขาคือใครกัน
"ท่านพี่! ข้าว่าเราไปหาเก็บผักมาทำอาหารเย็นกินกันดีกว่าน่ะขอรับ"
"เ้าจะพาข้าไปเก็บที่ไหนรึ?" ถามเป็ภาษาบ้านนั้นออกมาแบบน่าแปลกที่พูดรู้เื่
"ก็ที่แปลงผักไงล่ะ ท่านพี่ท่าจะลืมไปแล้วหรือว่าบ้านเรามีแปลงผัก ท่านพี่เป็คนปลูกมันเองกับมือแท้ๆ กลับถามข้าเหมือนลืมไปแล้วรึไง หรือว่าท่านพี่นอนจนสติเลอะเลือนไปหมดแล้วหรือ?"
"อ๋อ! ข้าแค่มึนงงแค่นั้น"
"ถ้าหากท่านพี่ไม่ได้เป็อะไรมากแล้ว ท่านพี่ก็รีบลุกออกมาจากที่นอนสักทีเถอะ พวกเราจะได้ไปหาเก็บผักมาทำอาหารเย็นให้ท่านแม่กินกันก่อนที่จะได้ต้มยาสมุนไพรให้ท่านแม่ดื่มตามเวลาที่ท่านหมอสั่งพวกเราไว้"
"งั้นเ้าออกไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวข้าตามออกไปทีหลัง"
"ถ้าอย่างนั้นข้าออกไปก่อนก็แล้วกัน ท่านพี่รีบตามข้าออกมาเร็วๆ ล่ะ" หลังจากที่ลี่ถังอินได้มาเรียกลี่ถิงอันไปเก็บผักมาทำอาหารเพื่อจะให้ท่านแม่ของพวกเขาได้กิน เพื่อจะได้กินยาตามที่ท่านหมอสั่ง แล้วแพรวก็ได้เดินตามลี่ถังอินเพื่อไปหาเก็บผัก แพรวที่เดินตามหลังลี่ถังอินไปทันระหว่างทางเดินก่อนจะถึงแปลงผักพอดี
"แล้วยาที่เ้าว่าจะให้ข้าต้มให้ท่านแม่ดื่มเ้าเก็บเอาไว้ตรงไหนรึ?"
"ท่านพี่นั่นแหล่ะเป็คนเก็บเอาไว้เอง ข้าจะไปรู้กับท่านด้วยรึ ข้าไม่ได้เป็คนเก็บยาเอาไว้ ข้าว่าท่านพี่ต้องโดนผีเข้าแล้วแน่ๆ ข้าเห็นั้แ่เมื่อครั้งที่ข้าเข้าไปเรียกแล้วว่าท่านพี่แล้วว่าท่านพี่มีอาการแปลกๆ ไม่เหมือนเดิมเลยจริงๆ ท่านพี่เป็คนเก็บเอาไว้เองกับมือ แต่ทำไมถึงทำเหมือนกับจะจำไม่ได้เองเช่นนี้ หรือว่าท่านพี่นอนนานเกินไปจนเลอะเลือนไปแล้วรึยังไงกันขอรับ"
"ข้าไม่ได้โดนผีเข้า เ้ามองยังไงว่าข้าโดนผีเข้า"
"ท่านพี่ไม่ต้องมาถามข้าเช่นนั้นหรอก ท่านพี่นะต้องผีเข้าไปแล้วแน่ๆ"
"พอๆ เ้าหยุดพูดได้แล้ว ข้าว่าเรารีบเก็บผัก รีบกลับกันเถิดจะได้รีบไปทำกับข้าวกินกันเสียที ข้าเองก็ซักจะหิวแล้วเหมือนกัน" แล้วสองพี่น้องก็ช่วยกันเก็บผักจนกะด้วยสายตาว่าน่าจะเพียงพอสำหรับทำกับข้าวกินมื้อเย็นมื้อนี้แล้ว สองพี่น้องจึงเดินกลับมาที่กระท่อมหลังน้อยที่ภายในมีห้องครัวที่มีเครื่องครัวเพียงน้อยชิ้น แพรวที่อยู่ในร่างของลี่ถิงอันเดินเข้ามาในห้องครัวน้อยๆ พร้อมทั้งพิจารณาดูสิ่งของภายในเครื่องครัว ที่ดูผิดแผกไปจากเดิม หม้อเหล็กใบย่อม และหม้อที่ทำจากดินเผาที่มองดูคล้ายๆ ตุ่มใส่น้ำบ้านยายไสว เตาที่ข้างๆ มีกองเศษไม้แห้งกองทับกันอยู่ หาใช่เตาแก๊สแบบบ้านของเธอ แต่ก็ไม่เป็ไรหรอกเพราะเธอเคยใช้เตาแบบนี้บ่อยๆ แต่จะใช้อะไรจุดไฟนี่สิประเด็น
"ท่านพี่จะก่อไฟใช่รึไม่มาเดี๋ยวข้าก่อให้เอง ท่านพี่แค่รอทำอาหารก็พอแล้ว เื่ก่อไฟปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้า" ลี่ถังอินที่เดินเข้ามาเห็นพอดีจึงขันอาสาก่อไฟให้พี่สาวเอง
(เอ่อถึงจะกวนไปหน่อย แต่ก็นับว่ามีน้ำใจดี) มือบางเอื้อมไปเปิดตู้กับข้าวใบเก่าออก ภายในแทบไม่มีอะไรที่พอจะทำเป็อาหารได้เลย แล้วจะให้กินเพียงแค่ผักแบบนี้นะเหรอ แล้วจะเอาพลังงานที่ไหนมาสู้ชีวิตต่อ หากมีไข่สักสามสี่ฟองคงจะดีไม่น้อย
พรึบๆๆๆ~~
ทันทีที่สิ้นเสียงรำพัน ไข่ไก่ใบโตก็วางไว้บนตะกร้าไม้ไผ่ใบย่อมห้าฟองอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ทำให้เธออดที่จะนึกถึงคำพูดของตาทวด ที่ตาทวดบอกกับเธอไว้ก่อนที่จะเอาเธอมาทิ้งไว้ที่นี่ แล้วจากไปท่านได้สั่งความอะไรเธอไว้บ้าง
หญิงสาวได้เพียงแค่คิดในใจว่า เอาว่ะยังไงก็ดีกว่าเป็วิญญานเร่ร่อนเป็ไหนๆ ค่อยๆ ปรับตัวไปก็ได้
☆☆☆ สรุปไม่ได้ปรับแค่เเพรวหรอกไรท์ก็ต้องปรับอีกเยอะ ฝากนิยายเื่นี้ด้วยนะคะ