ทะลุมิติมาเป็นเด็กชายผู้กู้คืนศักดิ์ศรีของชาวนา (มี E-book)

    บทที่ 33 สยบกลโกง 1/2

    บทที่ 33 สยบกลโกง1/2

     

             เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากลานหน้าบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านที่วันนี้แน่นขนัดไปด้วยผู้คนชาวบ้านพากันมารวมตัวกันตั้งแต่เช้าตรู่ บางคนยืนกอดอกด้วยความกังวลบางคนกระซิบกระซาบกันด้วยสีหน้าหวาดหวั่นทุกสายตาล้วนจับจ้องไปยังชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงกลาง “เจ้าเมืองหวง”ข้างกายเขาคือเผิงต้าคุนที่ยืนยิ้มเย็นอย่างผู้มีชัยและผู้ช่วยที่ถือเอกสารกองโตไว้แน่นในมือ

            หลินเสี่ยวเฉินยืนปะปนอยู่ในกลุ่มชาวบ้านสีหน้าของเขานิ่งสงบแต่สายตากลับคมกริบเขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจึงตัดสินใจลางานกับเถ้าแก่หลิวและเฝ้ารออยู่ที่หมู่บ้านตั้งแต่เช้าเขาจะไม่ปล่อยให้คนในหมู่บ้านถูกเอาเปรียบอีก

            “ทุกคนเงียบ” ผู้ช่วยของเจ้าเมืองตะโกนขึ้นเสียงดัง“วันนี้ท่านเจ้าเมืองมาเพื่อเก็บหนี้ค่าเช่าที่นาผู้ใดเป็นหนี้เท่าไรจะมีการประกาศให้รู้ทีละคน”

            เสียงซุบซิบเงียบลงทันทีชาวบ้านต่างก็ตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ

            ผู้ช่วยคลี่เอกสารออกแผ่นหนึ่งแล้วอ่านเสียงดัง “หยางกวง...เป็นหนี้ค่าเช่าที่นา 3 ปี ปีละ 3 ตำลึง รวมเป็น 9 ตำลึง ดอกเบี้ย 11 ตำลึง รวมทั้งหมด 20 ตำลึง”

            ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วลาน

            “อะไรนะ! ดอกเบี้ยตั้งสิบเอ็ดตำลึง”

            “มันจะมากเกินไปแล้ว”

            “พวกเราจะไปเอาเงินจากที่ไหนกัน”

            หยางกวงยืนตัวสั่นอยู่กลางฝูงชนใบหน้าซีดเผือดราวกับถูกดูดเลือดไปจนหมด เขาพึมพำซ้ำ ๆ ว่า “ข้า…ข้าไม่มีเงินจริงๆ”

            เจ้าเมืองหวงยืนมองภาพนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่ใช่เรื่องของตนความทุกข์ร้อนของชาวบ้านไม่ใช่เรื่องที่เขาจะมาใส่ใจ ขอเพียงแค่เก็บหนี้ได้ก็พอแล้วแต่ถ้าเก็บหนี้ไม่ได้เขาก็จะเล็งไปที่ผลผลิตของชาวบ้านแทน

            หลินเสี่ยวเฉินที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ฟังแล้วก็กำหมัดแน่นความโกรธแล่นขึ้นมาจากอกอย่างรวดเร็วเขาทนไม่ไหวอีกต่อไปเด็กชายก้าวออกไปข้างหน้าท่ามกลางสายตาที่หันมามองอย่างพร้อมเพรียง

            “ท่านคำนวณผิด”เสียงของเขาไม่ดังมากแต่ชัดเจนพอที่จะทำให้ทั้งลานเงียบลงในทันที

            ผู้ช่วยของเจ้าเมืองชะงักไป“เจ้าว่าอะไรนะ”

            หลินเสี่ยวเฉินมองตรงไปที่เอกสารในมือเขาก่อนจะพูดขึ้น “ถ้าจะคิดดอกเบี้ยแบบที่ท่านว่าสามส่วนต่อปีและเป็นดอกเบี้ยทบต้นมันต้องคำนวณแบบนี้”

            จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นชี้ทีละจุดก่อนอธิบายทีละขั้นตอนของการคำนวณอย่างละเอียด

            “สิ้นปีที่หนึ่ง ค่าเช่า 3 ตำลึง ดอกเบี้ยสามส่วนเท่ากับ 0.9 ตำลึง รวมเป็น 3.9 ตำลึง”

            “สิ้นปีที่สอง เอา 3.9 บวกค่าเช่าใหม่ 3 ตำลึง เป็น 6.9 ตำลึง จากนั้นคิดดอกเบี้ยอีกสามส่วนจะได้ 2.07 รวมเป็น 8.97 ตำลึง”

            “สิ้นปีที่สาม เอา 8.97 บวกค่าเช่า 3 ตำลึง เป็น 11.97 แล้วคิดดอกเบี้ยสามส่วนอีก 3.591รวมทั้งหมด 15.561 ตำลึง”

            หลินเสี่ยวเฉินหยุดเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้น “แล้ว 20 ตำลึงของท่านมาจากที่ใดกัน”

            ทั้งลานเงียบกริบไม่มีใครพูดอะไรสักคำ แม้แต่เจ้าเมืองหวงก็ยังนิ่งงันไปชั่วขณะสีหน้าที่เคยนิ่งเฉยเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย

            ชาวบ้านหันมองหน้ากันก่อนจะเริ่มมีเสียงกระซิบดังขึ้น

            “จริงสิมันไม่ถึงยี่สิบ”

            “เจ้าเสี่ยวเฉินคำนวณได้ละเอียดถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

            “นี่มันไม่ใช่เด็กธรรมดาแล้ว”

            เจ้าเมืองหวงหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้น “เจ้าหนู…เจ้ารู้วิธีคำนวณแบบนี้มาจากที่ใด”

            “ข้ารู้มาจากที่ใดไม่สำคัญ” เขาตอบน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น “สำคัญคือสิ่งที่ท่านทำอยู่มันคือการโกง”

            คำว่า“โกง” ทำให้ผู้คนรอบข้างถึงกับสูดลมหายใจเฮือกไม่มีผู้ใดกล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าเจ้าเมืองมาก่อน

            เผิงต้าคุนขมวดคิ้วทันที“เจ้ากล้าดีอย่างไรมากล่าวหาท่านเจ้าเมืองเช่นนี้”

            “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า”หัวหน้าหมู่บ้านหันไปพูดตัดบทเผิงต้าคุน ทำเอาเผิงต้าคุนถึงกับพูดไม่อออก

            “นอกจากคำนวณผิดแล้ว ดอกเบี้ยสามส่วนที่ท่านใช้นั้นยังสูงกว่าที่กฎหมายของต้าเฉียนกำหนดถึงสามเท่า”หลินเสี่ยวเฉินพูดต่อโดยไม่สนใจสายตาที่กดดัน

            ชาวบ้านเริ่มฮือฮาอีกครั้งพวกเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนและแม้แต่กฎหายของต้าเฉียนเขียนอะไรไว้บ้างนั้นก็แทบจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำและนี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถปกป้องตนเองได้

            “กฎหมาย…มีกำหนดไว้ด้วยหรือ”

            “พวกเราไม่เคยรู้เลย”

            “พวกท่านไม่รู้ แต่ข้ารู้” หลินเสี่ยวเฉินพยักหน้าเล็กน้อยเขากวาดสายตามองไปทั่วลาน “และข้าจะไม่ยอมให้พวกท่านถูกเอาเปรียบอีก”

            คำพูดนั้นจุดประกายบางอย่างขึ้นในใจของชาวบ้านเสียงสนับสนุนเริ่มดังขึ้นทีละนิดบางคนก็ถึงกับใจกล้าต่อว่าเจ้าเมืองแต่ก็ไม่ถึงกับเสียงดังเท่าไร

            หลินเสี่ยวเฉินหันกลับไปมองเจ้าเมืองอีกครั้ง

            “ข้าขอเสนอให้ท่านทำสัญญาเช่าที่นาใหม่ทั้งหมดใช้อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายและคำนวณหนี้ใหม่ตั้งแต่ต้น”เด็กชายหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เน้นชัดเจน “ถ้าหากท่านไม่ทำพวกเราจะร้องเรียนไปยังผู้ตรวจการ”

            คำว่า“ผู้ตรวจการ” เหมือนฟ้าผ่าลงกลางลาน หวงจิ่งผูหน้าซีดเผือดในทันทีเหงื่อเย็นไหลลงมาที่ขมับโดยไม่รู้ตัวเขารู้ดีว่าถ้าเรื่องนี้ไปถึงผู้ตรวจการจริงตำแหน่งของเขาคงไม่เหลือ

            เผิงต้าคุนหันมามองเขาอย่างร้อนรนแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรผู้ช่วยยิ่งก้มหน้าลงต่ำราวกับกลัวว่าความผิดครั้งนี้จะลามมาถึงตนเองด้วย

            ส่วนชาวบ้านเริ่มส่งเสียงสนับสนุนดังขึ้นเรื่อยๆ

            “ร้องเรียนเลย”

            “พวกเราไม่ยอมแล้ว”

            “เจ้าเมืองขุดรีดขี้โกง”

            แรงกดดันถาโถมเข้ามาจากทุกทิศเจ้าเมืองหวงมองซ้ายมองขวาเหมือนคนจนมุม ในที่สุดก็ต้องกัดฟันพูดออกมา “ได้…ข้าจะทำสัญญาใหม่”

            เสียงเฮดังลั่นขึ้นทันทีหลินเสี่ยวเฉินยังคงยืนสงบแต่ในใจคลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย

            เจ้าเมืองสั่งให้ผู้ช่วยนำเอกสารใหม่ออกมาเขานั่งลงที่โต๊ะไม้เก่า ๆ แล้วเริ่มเขียนสัญญาฉบับใหม่ทีละแผ่น

            “ข้าจะตรวจเอง” หลินเสี่ยวเฉินก้าวเดินขึ้นมาข้างหน้ามาอยู่ในจุดที่สามารถเห็นเนื้อความในกระดาษที่หวงจิ่งผูจะเขียนได้ถนัด ๆสายตาจับจ้องทุกตัวอักษรที่ถูกเขียนลงไป

            หัวหน้าหมู่บ้านเองก็เดินเข้ามายืนข้างๆ “ข้าจะช่วยดูด้วย”

            ทั้งสองคนก้มลงตรวจสัญญาอย่างละเอียดตัวอักษรทุกตัว ตัวเลขทุกบรรทัด ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาของหลินเสี่ยวเฉินไปได้

            “ตรงนี้ผิด” เขาชี้ทันทีเมื่อเห็นความผิดปกติ “อัตราดอกเบี้ยต้องแก้”

            หวงจิ่งผูรีบแก้ไขโดยไม่กล้าเถียง

            เวลาผ่านไปทีละน้อยจากแผ่นแรกไปแผ่นที่สอง ไปแผ่นที่สาม ชาวบ้านยืนรอด้วยความหวังดวงตาทุกคู่จับจ้องไปยังโต๊ะนั้น จนในที่สุดสัญญาฉบับใหม่ทั้งหมดก็ถูกเขียนเสร็จ

            หลินเสี่ยวเฉินอ่านทวนอีกครั้งอย่างละเอียดแล้วจะพยักหน้า “ใช้ได้”

            คำสั้นๆ นั้นทำให้ชาวบ้านโล่งอกอย่างพร้อมเพรียง

            เจ้าเมืองหวงวางพู่กันลงอย่างแรงสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอัดอั้นแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ตอนนี้ทำได้แต่เพียงจำยอมไปก่อนเท่านั้น

            หลินเสี่ยวเฉินเงยหน้าขึ้นมองเขา “หวังว่าครั้งนี้ ท่านจะไม่คิดโกงอีก”

            เจ้าเมืองหวงเขาไม่ตอบทว่าในใจกำลังครุ่นคิดดอกเบี้ยที่คำนวณใหม่นั้นหายไปมากกว่าครึ่งครั้งนี้เจ้าเด็กแซ่หลินนั้นทำเอาเขาเจ็บแสบมากแต่ก็ไม่เป็นไรวันนี้ไม่ได้เงินไปตามเป้าแต่อย่างน้อยก็ได้ดอกเบี้ยมาบ้างวันหลังค่อยหาเรื่องเล่นงานคนพวกนี้ใหม่ อย่างไรเสียพวกมันก็ยังคงต้องเช่าที่ดินของเขาต่อไปตราบใดที่ยังไม่สามารถหาเงินมาไถ่ที่ของตัวเองคืนไปได้

            ทว่าแผนการความคิดของหวงจิ่งผูกลับต้องสะดุดลงอีกครั้งเมื่อหลินเสี่ยวเฉินพูดขึ้นมาว่า“นี่ยังไม่หมดนะท่านเจ้าเมือง” เขาชูเอกสารอีกชุดขึ้นมา“พวกเรายังต้องมาดูสัญญาการจำนองที่ดินกันใหม่สักหน่อย”