ตอนที่ 54 รนหาที่ตาย!
สายโทรศัพท์ถูกตัดทันทีที่พูดคำนั้นจบ
หลินเยี่ยกดโทรกลับ พบว่าปลายสายปิดเครื่อง
ดูเหมือนว่าหลินชิ่งจู๋กำลังตกอยู่ในอันตราย
หลินเยี่ยหยุดกินพร้อมบอกลาหลงซือหยิงและยี่ยี่ก่อนจะวิ่งขึ้นรถพลันขับออกไปยังงานปาร์ตี้ด้วยความเร็วสูง
เมื่อไปถึงพบว่ามีคนในงานปาร์ตี้ไม่มาก เขากวาดสายตาโดยรอบก่อนจะเห็นหลินชิ่งจู๋ในห้องวีไอพร้อมบุกเข้าไปทันที
กลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์ตลอบอวนทั่วห้อง ผู้คนในนั้นต่างเมาจนไม่ได้สติ
ทว่าเมื่อเข้ามากลับไม่พบร่องรอบของหลินชิ่งจู๋เลย
“หลินชิ่งจู๋อยู่ไหน?” หลินเยี่ยปิดเพลง จ้องไปยังผู้คนในห้องนั้นพร้อมถาม
ทุกคนก้มศีรษะลงโดยไม่พูดอะไรราวกับกำลังรู้สึกผิด
โครม!
หลินเยี่ยเตะโต๊ะกาแฟจนแหลกเป็นชิ้นพร้อมถามอีกครั้ง “หลินชิ่งจู๋อยู่ที่ไหน?”
“ถูก… ถูกหลิวเหว่ยพาตัวไป” หญิงสาวหน้าซีดด้วยความตกใจพร้อมตอบเสียงสั่นเครือ
ทุกคนในห้องนั้นร่างตกใจและมึนงง รัศมีและทักษะอันโหดร้ายของหลินเยี่ยทำให้พวกเขาหวาดกลัว
พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่มาสังสรรค์เพื่อเข้าสังคม ไม่เคยเห็นใครแบบหลินเยี่ยมาก่อน
“พาไปไหน?” หลินเยี่ยจ้องตาหญิงสาวพร้อมถามต่อ
“น่าจะด้านบน... ชั้น… ชั้นสอง” หญิงสาวสั่นเทาพลันก้มศีรษะตอบด้วยความตกใจ
ไม่รู้เหตุใดหญิงสาวจึงหวาดกลัวหลินเยี่ย แต่เธอรู้สึกเสมอว่าชายตรงหน้าโหดร้ายราวกับสัตว์กินเนื้อ
แม้เพียงแต่เธอ ทุกคนในห้องนั้นต่างก้มหัวหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าสบตาหลินเยี่ยเลย
เมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นพบว่าหลินเยี่ยหายไปแล้ว
หลินเยี่ยเดินขึ้นชั้นสองก่อนจะได้ยินเสียงกรีดร้องของหลินชิ่งจู๋จากระยะไกล
“หลิวเหว่ย แกไม่ตายดีแน่ รวมถึงพวกแกทุกคนด้วย ทุกคนที่รวมหัวกันวางยาฉัน”
“แก… อย่ามาแตะ ถ้าแกกล้าแตะต้องฉัน ฉันเอาแกตายแน่…”
หลินเยี่ยตามเสียงไปก่อนจะพบหลินชิ่งจู๋ในห้องสุดทางเดิน
เธอถูกมัดอยู่บนเตียงโดยมีบอดี้การ์ดราวหกเจ็ดคนสวมแว่นกันแดดยืนคุ้มกันอยู่ด้านนอแ
พลันปรากฏชายหนุ่มหน้าตาดียืนปลายเตียง
นี่คือหลิวเหว่ย เพื่อนร่วมห้องสมัยเรียนของหลินชิ่งจู๋ เขาพยายามตามจีบแต่กลับถูกเธอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
“ชิ่งจู๋...”
หลิวเหว่ยถอดเสื้อคลุมพร้อมหยิบแหวนเพชรออกจากกระเป๋า คุกเข่าลงอ้อนวอน”ผมรักคุณจริง ๆ เป็นแฟนผมเถอะนะ!”
“หลิวเหว่ย ปล่อยฉันก่อน” หลินเหม่ยชินบิดตัวดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง
การดิ้นรนครั้งนี้เผยให้เห็นเรือนร่างอันงดงามและยั่วยวนของเธอ น่าดึงดูดเป็นอย่างมาก
“ด้วยอำนาจของตระกูลหลิน หากปล่อยคุณไป ผมคงไม่รอด” หลิวเหว่ยกล่าวก่อนจะมอบแหวนให้เธออีกครั้ง “ชิ่งจู๋ เป็นแฟนกับฉันเถอะ!”
“หลิวเหว่ย นายไม่มีทางได้หัวใจฉัน และฉันจะไม่มีวันยอมเป็นแฟนแก” หลินชิ่งจู๋กล่าวอย่างหนักแน่น
“ในเมื่อคุณไม่ยอมเป็นแฟนผม อย่าโทษที่ผมหยาบคายก็แล้วกัน” หลิวเหว่ยหมดความอดทน ขว้างแหวนทิ้งพร้อมพุ่งเข้าหาหลินชิ่งจู๋ทันที
หลินชิ่งจู๋หดตัวด้วยความตกใจ “แก… แกจะทำอะไร?”
“ผมก็จะชิงสุกก่อนห่ามไงล่ะ!” หลิวเหว่ยเลียปากมองหลินชิ่งจู๋อย่างหื่นกระหาย
“แก... อย่าเข้ามานะ”
แววตาของหลินชิ่งจู๋เต็มไปด้วยความกลัว เธอบิดร่างกายดิ้นรนด้ววความสิ้นหวัง
เธอถูกมัดอย่างแน่นหนา ไม่ว่าจะดิ้นรนแค่ไหนก็ไม่สามารถหลุดไปได้
เมื่อเห็นท่าไม่ดี หลินชิ่งจู๋กล่าวขึ้นทันที “ตกลง ฉันสัญญา ฉันจะเป็นแฟนนาย”
ตอนนี้เธอทำได้เพียงยอมรับข้อตกลงเพื่อให้หลิวเหว่ยหยุดการกระทำของเขา
หากได้รับอิสระแล้ว เธอจะปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
“ชิ่งจู๋ คุณจะยอมเป็นแฟนกับผมจริง ๆ เหรอ?” หลิวเหว่ยถามด้วยความดีใจ
"อืม ฉันสัญญา"
“ดีมาก” หลิวเหว่ยหยิบแหวนที่ขว้างทิ้งก่อนหน้าขึ้นมาด้วยความดีใจ “จากนี้ไปคุณคือแฟนของผม”
“ช่วยปล่อยฉันก่อนได้ไหม?”
"ไม่ได้"
“ฉันเป็นแฟนนายแล้ว ทำไมถึงยังมัดฉันไว้ล่ะ?”
“ก็เราเป็นแฟนกันแล้ว ทั้งยังอยู่ด้วยกันในห้องสองต่อสองด้วย” หลิวเหว่ยเผยรอยยิ้มชั่วร้ายพร้อมยื่นมือออกมา
หลินชิ่งจู๋ตะโกนลั่นด้วยความตกใจ “หลิวเหว่ย ไอ้ชาติชั่ว เดนนรก ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้ ปล่อยฉัน…”
“พอเถอะชิ่งจู๋ บาร์นี้เป็นของเพื่อนผม ต่อให้แหกปากจนตายก็ไม่มีใครช่วยหรอก” หลิวเหว่ยกล่าวพลันพุ่งเข้าหญิงสาวราวกับหมาป่า
“อ๊าย อย่า…”
หลินชิ่งจู๋แน่นิ่ง น้ำตาไหลอย่างสิ้นหวัง
เหตุใดความบริสุทธิ์ที่รักษามานับยี่สิบปีถูกเดนนรกตัวนี้พรากไปได้?
ขณะที่เธอกำลังหมดหวัง จู่ ๆ ใบหน้านิ่งเฉยของชายที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นในห้อง
“หลินเยี่ย...”
หลินชิ่งจู๋รู้สึกดีใจเมื่อเห็นใบหน้าอันเย็นชานี้พร้อมเผยรอยยิ้มแห่งความสุข ความกลัวและความสิ้นหวังถูกแทนที่ด้วยรู้สึกปลอดภัยทันที
ในใจเธอนึกถึงหลินเยี่ยตลอดเวลา ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าจริง ๆ
หลิวเหว่ยรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติบางอย่างจึงหันมองอย่างเชื่องช้าก่อนจะพบชายแปลกหน้ายืนอยู่ในห้อง
เขาถามด้วยความตกใจทันที “แก… แกเป็นใคร?”
“คนที่แกไม่สามารถรุกรานได้” หลินเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาพร้อมค่อย ๆ เดินเข้าหาหลิวเหว่ย
“ชิบหาย...”
หลิวเหว่ยสบถด้วยความตกใจพร้อมกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ก่อนจะตะโกนสั่งบอดี้การ์ด “พวกข้างนอก เข้ามา…”
“หุบปาก ผมจัดการบอดี้การ์ดคุณหมดแล้ว”
“เป็นไปไม่ได้...” หลิวเหว่ยไม่เชื่อว่าเขาสามารถเอาชนะบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดได้ด้วยตัวคนเดียว
หลิวเหว่ยลุกจากเตียงออกไปดูก่อนจะตกตะลึงเมื่อพบว่าบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติ
โอ้ พระเจ้า ชาวบอบบางเพียงคนเดียวสามารถเอาชนะบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
หลิวเหว่ยตระหนักได้ทันทีว่าชายผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา ไม่ง่ายเลยที่จะจัดการเขาได้จึงถอยหลังไปสองสามก้าวพร้อมขู่ “คิดให้ดีก่อนจะทำอะไร ฉันคือนายน้อยแห่งตระกูลหลิว หากทำร้ายฉันคงไม่ดีต่อแกเท่าไหร่”
“ต่อให้คุณเทพเจ้าผมก็ไม่กลัว” หลินเยี่ยเดินเข้าใกล้หลิวเหว่ยอย่างเชื่องช้าด้วยแววตาอาฆาต
เมื่อเห็นว่าการข่มขู่ของเขาไม่สามารถเอาชนะหลินเยี่ยได้ หลิวเหว่ยจึงหยิบมีดสั้นขึ้นพลันพุ่งเข้าหาชายหนุ่มทันที “ไอ้เวร ตายซะ”
“เคร๊ง!”
หลินเยี่ยกระโดดเตะมีดสั้นจนลอยสู่อากาศ หลิวเหว่ยทรุดตัวลงกับพื้นทันที
แต่หลินเยี่ยไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขายังคงเข้าใกล้หลิวเหว่ย
หลิวเหว่ยพยายามลุกขึ้นเพื่อหนี แต่ขาของเขาอ่อนแรงจนไม่สามารถยืนได้ ท้ายที่สุดจึงทำได้เพียงอ้อนวอน “พี่ครับ ผมผิดเอง ผมมีอะไรจะบอก…”