ย้อนกลับไปยังหนึ่งชั่วยามก่อนหน้านี้ ขณะถังหลี่นั่งพูดคุยอยู่กับหยวนอิง ทหารองครักษ์รีบเข้ามารายงานว่า รองเ้าสำนักพิภพดาราส่งศิษย์กราบทูลองค์ชายว่ามีราชโองการจากฝ่าาส่งถึงตนให้รีบออกไปรับ
ในห้องโถงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนทั้งจากราชสำนัก และผู้าุโของสำนักพิภพดารา หานกงกงผู้อัญเชิญราชโองการยืนเด่นอยู่ท่ามกลางผู้คน
เมื่อถังหลี่ย่างเท้าเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาต่างหันมามองเขาเป็จุดเดียว ขณะที่องค์ชายห้าถังหลี่มาถึง หานกงกงซึ่งยืนถือราชโองการอยู่ก็กล่าวประกาศขึ้นทันที
“องค์ชายห้าถังหลี่รับราชโองการ” สิ้นคำกล่าวของหานกงกง ทุกผู้คนในห้องต่างคุกเข่าลงต่อหน้าราชโองการซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนรับสั่งของฝ่าา
“ฝ่าามีบัญชา องค์ชายห้าถังหลี่เติบโตขึ้นถึงวัยสร้างคุณูปการให้แผ่นดินแล้ว จึงมีรับสั่งให้องค์ชายห้าถังหลี่ นำทัพเข้าปราบปรามแคว้นฮั่น ซึ่งมีใจคิดคดทรยศละเมิดข้อตกลงระหว่างแคว้น เพื่อไม่ให้แคว้นอื่นเอาเป็เยี่ยงอย่าง ออกเดินทางอีกหนึ่งเดือนนับจากนี้” หลังอ่านจบ หานกงกงก็ยื่นราชโองการไปตรงหน้าถังหลี่
หลังฟังราชโองการจบ ถังหลี่ขมวดคิ้วมุ่น แต่ก็ยังคงยื่นมือทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะออกไปรับ
“หม่อมฉันน้อมรับราชโองการ” หลังเสร็จสิ้นพิธีรับราชโองการ ถังหลี่ก็ยืนขึ้น
“หานกงกงเดินทางมาถึงที่นี่ลำบากท่านแล้ว”
“มิได้ มิได้ เป็หน้าที่ของกระหม่อมอยู่แล้ว” หานกงกงรีบเอ่ยตอบ
“ข้ามีเื่จะสอบถามท่านสักประโยคไม่ทราบท่านจะสะดวกหรือไม่”
“มีอันใดไม่สะดวกกันเล่าพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นเชิญด้านนี้สักครู่” ถังหลี่กล่าวพลางเดินนำไปบริเวณไกลสายตาผู้คน ก่อนจะเอ่ยถาม
“ทางวังหลวงมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่”
“ยามนี้หามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไม่ เหล่านักโทษที่ทางกรมอาญากำลังไต่สวน ยังคงไม่มีผู้ใดยอมปริปากถึงผู้บงการอยู่เื้ัในการร่วมมือกับต่างแคว้นก่อฏครั้งนี้ หากจะมีก็มีเพียงองค์รัชทายาททรงประชวร จึงไม่สามารถนำทัพออกศึกได้ องค์ฮ่องเต้จึงได้ออกราชโองการให้พระองค์นำทัพปราบฏแคว้นฮั่นแทน”
“เหตุใดเสด็จพ่อจึงมีรับสั่งให้คนไม่ได้เื่ได้ราวเช่นข้านำทัพ ในเมื่อมีเสด็จพี่อีกหลายพระองค์ซึ่งเชี่ยวชาญการศึก อีกทั้งยังเต็มใจอย่างยิ่งที่จะรับหน้าที่นี้” ถังหลี่สอบถามอย่างสงสัย
“กระหม่อมก็ไม่สามารถคาดเดาพระทัยของพระองค์ได้เช่นกันว่าทรงคิดสิ่งใดอยู่”
ถังหลี่ก็ไม่ซักไซ้ถามเื่นี้ต่อ เปลี่ยนมาสอบถามถึงอาการประชวรขององค์รัชทายาทแทน
“เสด็จพี่ทรงเป็เช่นไรบ้าง หมอหลวงบอกหรือไม่ว่าประชวรด้วยโรคอันใด”
“หมอหลวงเพียงกล่าวว่าพระองค์ทรงเหนื่อยล้าเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ หากได้พักผ่อนดีๆ สักครึ่งเดือนอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี” สีหน้าของถังหลี่ค่อยผ่อนคลายขึ้น
“ขอบคุณหานกงกงแล้ว” ถังหลี่กล่าวพร้อมรอยยิ้มบางเบา พูดจบถังหลี่ก็หยิบถุงใส่เงินหลายตำลึงแอบส่งไปให้อย่างลับๆ ในคราแรกหานกงกงจะไม่รับ แต่เมื่อเห็นถังหลี่ยืนกรานจึงยอมรับไป
“หาต้องขอบคุณอันใดกระหม่อมไม่ หากไม่ได้พระองค์ช่วยดูแลมารดาและน้องสาวกระหม่อม ป่านนี้พวกเขาคงไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว” หานกงกงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความซาบซึ้งใจ
ถังหลี่ไม่เอ่ยสิ่งใดอีก เพียงพยักหน้าให้เบาๆ หลังจากนั้นทุกผู้คนต่างแยกย้ายกลับที่พัก
หยวนอิงซึ่งนั่งฟังถังหลี่เล่าเื่ราว หลังฟังจบก็ขมวดคิ้วมุ่น
“มีอะไรหรือ ทำไมทำสีหน้าเช่นนั้น” ถังหลี่ซึ่งสายตาจับจ้องอยู่ที่คนตรงหน้าเสมอเอ่ยถามขึ้น
“ข้าแค่กังวล การนำทัพออกรบเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต”
“ทำไม เ้าเป็ห่วงข้าหรือ” ถังหลี่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มกึ่งหยอกล้อ
“ย่อมเป็ห่วง การเห็นท่านไปเสี่ยงอันตราย ข้าจะไม่เป็กังวลได้เช่นไร” หยวนอิงกล่าวตอบกลับอย่างจริงจัง
ถังหลี่หลังได้ฟังคำตอบที่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะพูด ความรู้สึกอบอุ่นเป็สุขเอ่อล้นขึ้นกลางใจจนอดเผยรอยยิ้มกว้างเต็มใบหน้าไม่ได้
‘อย่างน้อยเ้าก็รู้สึกเป็ห่วงเป็ใยสามีของเ้าแล้ว’ ถังหลี่คิด
“ท่านจะออกเดินทางเมื่อใด”
“อีกหนึ่งอาทิตย์ ข้าต้องกลับไปจัดเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง”
“เช่นนั้นอีกสองอาทิตย์ข้าจะไปหาท่านที่เมืองหลวง”
“ไม่จำเป็ต้องไปส่งข้า เ้าพักผ่อนอยู่ที่นี่ให้ดีเถอะ”
“ใครบอกว่าข้าจะไปส่งท่าน ข้าจะไปกับท่านด้วย”
ถังหลี่เมื่อได้ฟังคำของหยวนอินก็เลิกคิ้วขึ้น เอ่ยถามย้ำซ้ำอีกครั้ง “เ้าจะไปกับข้าด้วยอย่างนั้นรึ”
“ท่านลืมไปแล้วหรือไรข้าคืออ๋องถังอิงผู้ช่วยที่ปรึกษา คนสนิทรู้ใจของท่านที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้”
“อ๋อ อ๋องถังอิงคนสนิทรู้ใจของข้านี่เอง” ถังหลี่เอ่ยหยอกเย้าพร้อมรอยยิ้ม
หยวนอิงเมื่อเห็นสายตาถังหลี่ที่มองมาพานให้คิดคำนึงไปถึงความฝันในค่ำคืนนั้น ภาพวาบหวาม มันแล่นเข้ามาในหัวทันทีทันใด จึงเสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก
“คุยกับข้า ไยไม่มองหน้า”
หยวนอิงอึกอักเล็กน้อย อ้อมแอ้มตอบออกไปว่า “ข้ารู้สึกแปลก ๆ คืนก่อนเดินทางกลับสำนัก ข้าฝันถึงพี่หลี่”
“ฝันรึ ฝันเื่อันใด”