เวลาผ่านไปไม่นานนัก
ประตูห้องพักรับรองก็ถูกเปิดออก
อาเรนเดินเข้ามาเป็นคนแรก
สีหน้าของเขาดูเหนื่อยกว่าตอนที่เดินออกไปเล็กน้อย
แต่ก็ไม่ได้มีบาดแผล หรือท่าทีผิดปกติอะไร
ด้านหลังของเขา
มีฮาเดนเดินตามเข้ามา
นัทที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้
เงยหน้าขึ้นทันที
“คุยเสร็จแล้วเหรอครับ?”
อาเรนพยักหน้า
“เสร็จแล้ว”
มาร์โกที่นั่งอยู่อีกด้าน
มองอาเรนเพียงครู่เดียว
ก่อนจะเอนตัวกลับไปเหมือนเดิม
“แล้ว?”
นัทหันไปมองเขา
“พี่ถามสั้นจัง”
“ก็มีแค่สองอย่าง”
มาร์โกตอบ
“เสร็จ หรือยังไม่เสร็จ”
นัทเงียบไป
“ก็จริงครับ”
ฮาเดนหัวเราะเบา ๆ
ก่อนเดินเข้ามาในห้อง
“พวกเจ้ายังเหมือนเดิมเลยนะ”
นัทหันไปมอง
“ท่านเพิ่งรู้จักพวกเรานะครับ”
ฮาเดนชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“นั่นสินะ”
อาเรนมองนัทกับมาร์โก
“เตรียมตัว”
“เราจะกลับกิลด์”
คำพูดนั้น
ทำให้นัทลุกขึ้นทันที
“กลับแล้วเหรอครับ?”
“ใช่”
อาเรนตอบ
“เรื่องสินค้าจบลงแล้ว”
มาร์โกมองหน้าอาเรน
สีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไป
เพราะเขารู้ว่า
คำว่าเรื่องสินค้าจบลง
ไม่ได้หมายความว่า
ทุกอย่างจะจบจริง ๆ
แต่เขาไม่ได้พูดอะไร
นัทมองอาเรน
“แล้วของที่อยู่ในหีบล่ะครับ?”
อาเรนส่ายหน้า
“ไม่ใช่หน้าที่ของเราแล้ว”
คำตอบนั้น
ทำให้นัทพยักหน้า
มาร์โกเอง
ก็ยังคงเงียบ
ราวกับไม่ได้สนใจ
ทั้งห้าคน
ออกจากห้องพักรับรอง
และเดินออกจากอาคาร
ระหว่างทาง
นัทหันกลับไปมองพระราชวัง
อีกครั้ง
“ผมยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่เลย”
ไคเดินอยู่ไม่ไกล
จึงหันมามอง
“เรื่องอะไร?”
“เรามาส่งของ”
นัทตอบ
“แล้วสุดท้ายมานั่งพักในพระราชวัง”
ไคเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
“ฟังดูแปลกจริง”
รันพูดขึ้นจากด้านข้าง
“ครั้งหน้าก็อย่าคิดว่านายจะได้พักแบบนี้อีก”
นัทหันไปทันที
“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”
“ฉันเดาได้”
“ทำไมทุกคนชอบเดาผมถูกหมดเลย”
มาร์โกเดินผ่านไป
“เพราะนายเดาง่าย”
นัทหันไปมองพี่ชาย
“พี่เข้าข้างใคร?”
“ความจริง”
นัททำหน้าไม่พอใจเล็กน้อย
แต่ก็ไม่ได้เถียงต่อ
พวกเขาเดินออกจากเขตพระราชวัง
และกลับเข้าสู่ถนนของเมือง
คราวนี้
ไม่มีทหารล้อมอยู่รอบตัว
ไม่มีลูกธนู
และไม่มีเวทมนตร์พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง
แต่ความรู้สึกระหว่างการเดิน
กลับแตกต่างจากตอนที่พวกเขาเข้ามา
อย่างสิ้นเชิง
เพราะตอนนี้
ทุกคนได้มีเวลามองเมือง
อย่างจริงจัง
นครอัสตราเซีย
ยังคงเต็มไปด้วยผู้คน
ถนนสายหลัก
กว้างกว่าถนนในเมืองแรกมาก
สองข้างทาง
เต็มไปด้วยร้านค้า
อาคาร
และผู้คนจากหลายเผ่าพันธุ์
นัทมองไปทางซ้าย
ก่อนหยุดสายตาอยู่ที่ร้านแห่งหนึ่ง
มาร์โกเห็นทันที
“อย่า”
นัทหันกลับมา
“อะไร?”
“นายกำลังจะถาม”
“ผมยังไม่ได้พูดเลย”
“แต่กำลังจะพูด”
นัทชี้ไปที่ร้าน
“ผมแค่สงสัยว่าขายอะไร”
มาร์โกมองตาม
ก่อนตอบทันที
“ไม่รู้”
“แล้วก็ไม่ต้องเข้าไปดูตอนนี้”
“ทำไม?”
“เพราะเรากำลังกลับกิลด์”
นัทถอนหายใจ
“ผมแค่ถาม”
“ฉันรู้”
“แล้ว?”
“ก็ห้ามไว้ก่อน”
ไคที่เดินอยู่ด้านหน้า
หันกลับมามองทั้งสองคน
ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ
ไม่นานนัก
อาคารของกิลด์นักผจญภัย
ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
นัทชะงักไปเล็กน้อย
เพราะกิลด์แห่งนี้
ใหญ่กว่าที่เขาคิด
มันไม่ใช่อาคารสองชั้น
เหมือนกิลด์ที่เขาเคยคุ้นเคย
แต่เป็นอาคารขนาดใหญ่
ที่มีหลายส่วนเชื่อมต่อกัน
นักผจญภัยจำนวนมาก
เดินเข้าออกตลอดเวลา
นัทเงยหน้ามอง
“นี่กิลด์จริง ๆ เหรอครับ?”
ฮาเดนหันกลับมา
“ทำไม?”
“ใหญ่กว่าที่คิด”
ฮาเดนยิ้มเล็กน้อย
“ที่นี่คือนครอัสตราเซีย”
“นักผจญภัยจำนวนมาก”
“เดินทางมารวมกันที่เมืองนี้”
มาร์โกมองอาคาร
“แล้วมีห้องพักด้วย?”
ฮาเดนหันมามองเขาเล็กน้อย
“มี”
“เยอะไหม?”
นัทถามทันที
ฮาเดนยิ้ม
“เยอะพอสำหรับนักผจญภัยที่เดินทางมาจากเมืองอื่น”
นัทพยักหน้าอย่างพอใจ
“ดีเลยครับ”
มาร์โกหันไปมอง
“นายถามเร็วเกินไป”
“พี่ก็ถามเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
“ฉันถามเรื่องข้อมูล”
“ผมก็ถามเรื่องข้อมูล”
“ข้อมูลคนละอย่าง”
ไคหัวเราะออกมาเบา ๆ
เป็นครั้งแรก
หลังจากเหตุการณ์ตลอดหลายวัน
ทั้งห้าคน
เดินเข้าไปภายในกิลด์
ทันทีที่ประตูเปิดออก
นัทก็หยุดมองโดยรอบ
ภายในกว้างกว่ากิลด์เมืองแรก
หลายเท่า
มีทั้งพื้นที่รับภารกิจ
พื้นที่ซื้อขายข้อมูล
จุดพักของนักผจญภัย
และทางเดินที่นำไปยังส่วนอื่นของอาคาร
นักผจญภัย
จากหลายเผ่าพันธุ์
เดินผ่านไปมา
บางคนกำลังตรวจสอบอาวุธ
บางคนกำลังพูดคุยกัน
บางกลุ่ม
กำลังเตรียมออกเดินทาง
ฮาเดนเดินนำทุกคน
ผ่านโถงหลัก
โดยไม่ได้พาไปที่เคาน์เตอร์
“ทางนี้”
เขาพาทั้งหมด
เดินเข้าไปยังส่วนด้านในของกิลด์
จนมาถึงห้องหนึ่ง
ฮาเดนเปิดประตู
“เข้ามา”
ภายในห้อง
มีโต๊ะขนาดใหญ่
เอกสารหลายชุด
และชั้นวางของอยู่ด้านข้าง
อาเรน
ไค
และรัน
ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้
เพราะสำหรับพวกเขา
การกลับเข้ากิลด์
ก็เหมือนกลับมาสู่สถานที่ทำงานตามปกติ
แต่นัท
กลับมองทุกอย่างอย่างสนใจ
“นั่งก่อน”
ฮาเดนกล่าว
ทุกคนจึงแยกกันนั่งลง
ฮาเดนหยิบเอกสารชุดหนึ่ง
ขึ้นมาวางบนโต๊ะ
ก่อนมองตรงไปยังนัท
และมาร์โก
“ก่อนอื่น”
เขาพูดขึ้น
“ข้าต้องแจ้งเรื่องหนึ่งให้พวกเจ้ารู้”
นัทนั่งตัวตรงขึ้นทันที
“ครับ?”
ฮาเดนมองเอกสาร
ก่อนกล่าวต่อ
“หัวหน้ากิลด์ของเมืองแรก”
“ได้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับพวกเจ้ามาถึงที่นี่แล้ว”
นัทกับมาร์โก
มองหน้ากัน
“ข้อมูล?”
นัทถาม
“ข้อมูลภารกิจ”
ฮาเดนตอบ
“รวมถึงผลงานของพวกเจ้าก่อนออกเดินทาง”
นัทพยักหน้า
มาร์โกยังคงนั่งเงียบ
ฮาเดนเปิดเอกสาร
“นัท”
“มาร์โก”
เขาอ่านชื่อของทั้งสอง
ก่อนเงยหน้าขึ้น
“พวกเจ้าเริ่มต้นที่นี่”
“ในฐานะนักผจญภัยแรงค์ F”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
“หลังจากนั้น”
ฮาเดนกล่าวต่อ
“พวกเจ้าทำภารกิจต่อเนื่อง”
“และได้รับการประเมินขึ้นเป็นแรงค์ E”
นัทก้มมองป้ายของตัวเอง
เล็กน้อย
“และภารกิจล่าสุด”
ฮาเดนวางเอกสารลง
“ก็เพิ่งพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้ง”
นัทหันไปมองอาเรน
แต่ฮาเดน
ยังพูดต่อ
“แม้ภารกิจจะไม่ได้จบตามรูปแบบปกติ”
“แต่ทีมสามารถนำสินค้าไปถึงปลายทางได้สำเร็จ”
อาเรนพยักหน้า
เพียงเล็กน้อย
“เพราะฉะนั้น”
ฮาเดนกล่าว
“สำหรับพวกเจ้าสองคน”
เขามองนัท
และมาร์โก
“ข้าจะจัดการเรื่องเลื่อนแรงค์ให้ทันที”
นัทนิ่งไป
หนึ่งวินาที
“ครับ?”
มาร์โกหันไปมองเขา
“ได้ยินแล้ว”
นัทหันกลับมา
“ผมรู้”
“แล้วทำหน้าอะไร?”
“ผมกำลังคิด”
“คิดอะไร?”
“ว่าเราขึ้นอีกแล้วเหรอ”
ฮาเดนหัวเราะเบา ๆ
“แรงค์ D”
นัทหันกลับไปมองฮาเดน
ทันที
“จาก E เลย?”
“ใช่”
“ไม่ต้องสอบ?”
ฮาเดนมองเขา
“ผลงานที่ข้าได้รับรายงานมา”
“และสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างภารกิจล่าสุด”
“เพียงพอแล้ว”
นัทหันไปมองมาร์โก
“พี่”
“ว่า?”
“เราไม่ต้องไปต่อยใครแล้ว”
มาร์โกนิ่งไปครู่หนึ่ง
“นายผิดหวัง?”
“เปล่า”
นัทตอบทันที
“ผมแค่ถาม”
ฮาเดนหยิบกล่องขนาดเล็ก
ออกมาจากชั้นด้านข้าง
ก่อนวางลงบนโต๊ะ
เขาเปิดมัน
ภายใน
มีป้ายกิลด์สองชิ้น
“ของเดิม”
ฮาเดนกล่าว
“ส่งคืนมา”
นัทหยิบป้ายของตัวเองออกมา
ก่อนมองมันอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นจึงวางลงบนโต๊ะ
มาร์โกทำเช่นเดียวกัน
ฮาเดนเลื่อนป้ายใหม่
ไปตรงหน้าทั้งสองคน
แรงค์ D
นัทมองอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนหยิบขึ้นมา
“เร็วกว่าที่คิดอีก”
มาร์โกหยิบของตัวเอง
“อย่างน้อยก็ไม่ต้องทำป้ายใหม่เอง”
นัทหันไปมอง
“พี่ทำได้ด้วยเหรอ?”
“ทำไม่ได้”
“แล้วพูดทำไม?”
“ก็พูดเล่น”
นัทนิ่งไป
ก่อนมองหน้ามาร์โก
“พี่เริ่มแล้วนะ”
ไคหัวเราะออกมา
รันเอง
ก็ยิ้มเล็กน้อย
ฮาเดนหยิบถุงผ้าสองถุง
ออกมาวางบนโต๊ะ
เสียงเหรียญกระทบกัน
ดังขึ้นเบา ๆ
“ส่วนนี้”
เขากล่าว
“เป็นค่าตอบแทนจากภารกิจ”
นัทมองถุงเงิน
แล้วมองฮาเดน
“ของเราสองคน?”
“ใช่”
นัทหันไปมองมาร์โก
“พี่”
“ฉันเห็น”
“เยอะไหม?”
มาร์โกมองถุงเงิน
“เปิดดูก็รู้”
นัทกำลังจะหยิบ
แต่ไคพูดขึ้นก่อน
“ถ้านับตรงนี้”
“กว่าจะออกจากห้องก็คงเย็น”
นัทชะงัก
ก่อนค่อย ๆ วางมือลง
“ผมยังไม่ได้จะนับ”
รันมองเขา
“นายกำลังจะเปิดถุง”
“เปิดดูเฉย ๆ”
ฮาเดนหัวเราะเบา ๆ
ก่อนเอนตัวพิงเก้าอี้
จากนั้น
เขาก็มองทั้งห้าคน
อีกครั้ง
“ต่อจากนี้”
ฮาเดนกล่าว
“พวกเจ้าพักอยู่ที่นี่ได้”
นัทเงยหน้าขึ้น
“ที่กิลด์?”
“ใช่”
ฮาเดนชี้ไปทางด้านในของอาคาร
“กิลด์แห่งนี้มีพื้นที่พัก”
“สำหรับนักผจญภัยที่เดินทางมาจากที่อื่น”
ไคมองอาเรน
อาเรนยังไม่ได้ตอบทันที
นัทเอง
หันไปมองมาร์โก
“ผมว่าดีนะ”
มาร์โกพยักหน้า
“อย่างน้อยไม่ต้องหาที่พักใหม่”
ฮาเดนยิ้ม
“ถ้าพวกเจ้ายอมพักที่นี่”
“ข้าจะจัดห้องให้”
อาเรนมองฮาเดน
“แล้วหลังจากนั้น?”
ฮาเดนตอบทันที
“พัก”
คำตอบนั้น
ทำให้อาเรนขมวดคิ้ว
เล็กน้อย
ฮาเดนพูดต่อ
“พวกเจ้าเพิ่งผ่านการเดินทาง”
“และเพิ่งถูกโจมตีมา”
“กิลด์ไม่ได้มีเหตุผลอะไร”
“ที่จะส่งพวกเจ้าออกไปทันที”
อาเรนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว”
มาร์โกนั่งเงียบ
สายตาของเขา
มองไปยังฮาเดน
เพียงชั่วครู่
คำพูดของฮาเดน
ฟังดูไม่มีอะไรผิดปกติ
แต่สำหรับมาร์โก
มันก็ชัดเจนพอ
ฮาเดน
ต้องการให้พวกเขาอยู่ที่นี่
อย่างน้อย
ก็ในช่วงนี้
ส่วนเหตุผลที่แท้จริง
มาร์โกไม่จำเป็นต้องถาม
เพราะหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้น
กิลด์ย่อมต้องการรู้
ว่านักผจญภัยหน้าใหม่สองคนนี้
เป็นใครกันแน่
คนสองคน
ที่พกอาวุธแปลกประหลาด
สามารถเก็บสัมภาระจำนวนมาก
โดยไม่มีรถขนสินค้า
และเพิ่งเดินทางมาถึง
พร้อมภารกิจ
ที่มีนักฆ่าสองกลุ่ม
ไล่ตามมาตลอดทาง
หากเป็นเขา
เขาเอง
ก็คงจับตาดูเหมือนกัน
มาร์โกจึงเพียงเอนตัวกลับไป
“ผมไม่มีปัญหา”
นัทหันมามอง
“ง่ายจังเลยนะ”
“อะไร?”
“พี่ยอมพัก”
มาร์โกมองเขา
“นายไม่อยากพัก?”
นัทนิ่งไป
“อยากครับ”
“งั้นก็จบ”
ฮาเดนหัวเราะ
“ดี”
“เดี๋ยวข้าจะให้คนพาพวกเจ้าไปดูห้องพัก”
นัทหยิบป้ายแรงค์ D
ขึ้นมามองอีกครั้ง
ก่อนเก็บมันไว้
การเดินทาง
จบลงแล้ว
อย่างน้อย
ภารกิจนี้
จบลงแล้ว
แต่ในอีกที่หนึ่ง
ภายในพระราชวัง
ร่างเงาของมาร์โก
ยังคงอยู่
อย่างเงียบงัน
เฝ้ามอง
เฝ้าฟัง
และไม่มีใครรู้
ว่ามันยังอยู่ตรงนั้น
มาร์โกไม่ได้เรียกมันกลับ
อย่างน้อย
ยังไม่ใช่ตอนนี้
เพราะหลังจากรู้แล้ว
ว่าของที่อยู่ในหีบคืออะไร
เขาเอง
ก็เริ่มอยากรู้ขึ้นมา
อีกเรื่องหนึ่ง
หลังจากศิลาเวท
ถูกส่งถึงปลายทางแล้ว
พวกมันจะถูกนำไปไว้ที่ไหนต่อ
และนั่น
คือคำถาม
ที่มาร์โก
ยังไม่ได้คำตอบ
สักพัก
หลังจากคนของกิลด์จัดเตรียมห้องเรียบร้อย
นัทกับมาร์โก
ก็ถูกพาไปยังห้องพักของตนเอง
ประตูห้องปิดลง
เสียงจากทางเดินด้านนอก
ค่อย ๆ หายไป
ภายในห้อง
เงียบลงทันที
นัทเดินไปนั่งลงที่โต๊ะ
ก่อนหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมาจากมิติเก็บของ
มาร์โกมองเขา
“นายจะทำอะไร?”
“จด”
นัทตอบสั้น ๆ
“จดอะไร?”
“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างทาง”
มาร์โกไม่ได้พูดต่อ
เพียงเดินไปนั่งลงอีกฝั่งหนึ่งของห้อง
นัทเปิดสมุด
ปลายปากกาเริ่มเคลื่อนลงบนหน้ากระดาษ
เขาไม่ได้เขียนอย่างรีบร้อน
แต่ค่อย ๆ เรียงสิ่งที่เกิดขึ้น
ตั้งแต่เริ่มออกเดินทางจากเมืองแรก
สิ่งที่ผิดปกติระหว่างทาง
คนที่พบ
เหตุการณ์ที่เริ่มทำให้รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
จนกระทั่งถึงการถูกติดตาม
และการไล่ล่า
นัทจดมันลงไปทีละอย่าง
บางเรื่องเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ
ที่คนอื่นอาจมองข้าม
แต่เขาไม่มองข้าม
จำนวนคน
ลักษณะการเคลื่อนไหว
ช่วงเวลาที่ฝ่ายตรงข้ามเริ่มปรากฏตัว
รวมถึงความจริงที่ว่า
กลุ่มนักฆ่าสองกลุ่ม
ไม่ได้เป็นพวกเดียวกัน
นัทหยุดปากกาอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนเขียนอะไรเพิ่มลงไปอีก
จากนั้น
เขาฉีกกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากสมุด
แล้วเลื่อนมันไปทางมาร์โก
มาร์โกมองกระดาษ
ก่อนเงยหน้าขึ้น
“อะไร?”
นัทไม่ได้ตอบ
เพียงพยักหน้าไปทางกระดาษ
มาร์โกหยิบมันขึ้นมาอ่าน
บนกระดาษ
มีข้อความสั้น ๆ
พี่คิดว่าที่นี่ไว้ใจได้แค่ไหน?
มาร์โกมองนัทอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนหยิบปากกาจากมือของน้องชาย
แล้วเขียนตอบลงไป
ยังไม่รู้
นัทมอง
มาร์โกจึงเขียนต่อ
อย่าพึ่งพูดอะไรที่ไม่จำเป็น
นัทพยักหน้าเบา ๆ
ราวกับทั้งสองคน
เข้าใจเรื่องเดียวกันอยู่แล้ว
“เฮ้อ...”
นัทเอนหลังพิงเก้าอี้
ก่อนพูดขึ้นตามปกติ
“เดินทางมาตั้งนาน”
“สุดท้ายได้มานั่งพักห้องดี ๆ ซะที”
มาร์โกมองเขา
“นายก็ชอบบ่นทุกครั้ง”
“ก็เหนื่อยจริงนี่”
“ตอนถูกไล่ล่าเห็นนายยังยิงปืนสนุกอยู่เลย”
นัทหันมามองทันที
“พี่ก็ยิงไม่ต่างจากผมหรอก”
“ฉันยิงเพื่อหยุดพวกมัน”
“ผมก็เหมือนกัน”
“นายยิงจนฉันคิดว่าลืมไปแล้วว่ากำลังหนีอยู่”
“พี่ก็ยิงเหมือนกัน!”
เสียงของทั้งสองดังขึ้นเล็กน้อย
ก่อนเงียบลงพร้อมกัน
นัทเหลือบมองประตู
มาร์โกเอง
ก็หยุดพูดเช่นกัน
ผ่านไปไม่กี่วินาที
นัทจึงถอนหายใจ
“เอาเถอะ”
“พักก่อนก็ได้”
มาร์โกพยักหน้า
“นั่นแหละ”
นัทก้มลงมองสมุดอีกครั้ง
สายตาของเขา
เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ความขี้เล่นที่มักปรากฏอยู่บนใบหน้า
หายไปเพียงชั่วครู่
เขาเปิดย้อนกลับไปดูสิ่งที่เพิ่งจด
รายละเอียดทั้งหมด
เรียงอยู่ตรงหน้า
และเมื่อเอามันมาวางรวมกัน
เรื่องราวทั้งหมด
ก็ไม่ได้ดูเหมือนการขนส่งธรรมดาอีกต่อไป
แต่สิ่งที่ทำให้นัทสงสัยมากที่สุด
ไม่ใช่เพียงศิลาเวท
ไม่ใช่การถูกไล่ล่า
และไม่ใช่แม้แต่การที่พวกเขาถูกพามายังเมืองอัสตราเซีย
แต่เป็นเรื่องหนึ่ง
ทำไมข้อมูลถึงรั่วไหลออกไปได้
นัทเขียนประโยคนั้นลงไป
ก่อนขีดเส้นใต้เบา ๆ
จากนั้น
เขาฉีกกระดาษอีกแผ่น
แล้วส่งให้มาร์โก
มาร์โกรับไปอ่าน
ข้อความมีเพียงไม่กี่คำ
สองกลุ่มรู้เรื่องเดียวกันได้ยังไง
มาร์โกมองกระดาษนิ่ง ๆ
ก่อนเขียนตอบ
นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องหาคำตอบตอนนี้
นัทอ่าน
ก่อนพยักหน้า
มาร์โกเขียนเพิ่ม
ตอนนี้ต้องดูก่อนว่าใครรู้ว่าเรารู้อะไรบ้าง
นัทนิ่งไป
จากนั้น
รอยยิ้มเล็ก ๆ
ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เขาพับกระดาษ
แล้วเก็บลงไป
“สมกับเป็นพี่ชาย”
มาร์โกมองเขา
“พูดอะไร?”
“ไม่มีอะไร”
นัทลุกขึ้นจากเก้าอี้
“ผมแค่คิดว่า”
“พี่นี่ร้ายเหมือนกันนะ”
มาร์โกขมวดคิ้ว
“ฉันพูดอะไร?”
“ไม่บอก”
“นัท”
“ไม่บอกครับ”
ทั้งสองเริ่มเถียงกันอีกครั้ง
เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
เสียงไม่ได้ดังมากนัก
เป็นเพียงการพูดจิกกัดกันไปมา
แบบที่คนสองคน
คุ้นเคยกันมานาน
จนแทบไม่จำเป็นต้องคิด
ว่าคำพูดของอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
แต่หลังจากนั้นไม่นาน
ทั้งคู่ก็เงียบลงเอง
มาร์โกเอนหลัง
หลับตา
ส่วนนัท
เก็บสมุดกลับเข้าไป
ไม่มีใครพูดถึง
สิ่งที่มาร์โกกำลังทำอยู่
และไม่มีใครถาม
ว่าร่างเงา
ยังอยู่ที่ไหน
เพราะสำหรับสองพี่น้อง
บางเรื่อง
ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา
โดยเฉพาะเมื่อ
หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง
พวกเขาไม่รู้ว่า
ภายในกิลด์แห่งนี้
มีใครกำลังฟังอยู่หรือไม่
และไม่รู้ว่า
คนที่ต้อนรับพวกเขาอย่างดี
กำลังคิดอะไรอยู่
แต่สิ่งหนึ่งที่นัทกับมาร์โกรู้
คือ
ต่อให้ทั้งสองคน
ทำตัวเหมือนไม่รู้อะไร
ไม่ได้หมายความว่า
พวกเขา
ไม่เคยสังเกตอะไรเลย
นัทอาจดูเหมือนคนที่ชอบเล่น
ชอบเถียง
และมักสร้างเรื่องปวดหัวให้มาร์โกอยู่เสมอ
แต่มาร์โกอยู่กับน้องชายมานานพอ
ที่จะรู้ว่า
นัทเก็บรายละเอียด
มากกว่าที่คนอื่นคิด
ส่วนมาร์โกเอง
ถึงจะดูนิ่ง
และเหมือนเป็นคนที่คิดทุกอย่างอยู่คนเดียว
แต่นัทก็รู้ดี
ว่าเมื่อพี่ชายไม่พูดอะไร
ไม่ได้แปลว่า
เขาไม่ได้คิด
บางครั้ง
มันเพียงหมายความว่า
มาร์โกกำลังรอข้อมูลมากพอที่จะตัดสินใจเท่านั้น
และตอนนี้
ทั้งสองคน
ก็กำลังรออยู่เหมือนกัน
รอให้คนอื่น
แสดงสิ่งที่ต้องการออกมาเอง
โดยที่พวกเขา
ยังไม่จำเป็นต้องเปิดไพ่ของตัวเองก่อน