“เมื่อวานตอนเย็น หลวงพ่อจิ่วซ่าน ได้พาศิษย์ใหม่ 30 คน ขึ้นมาสวดมนตร์ชั้นที่สี่
รุ่งเช้าพวกเราก็สงสัยว่าพวกเขาหายไปไหนทำไมไม่มากินข้าว พวกเราออกตามหาจนมาพบทุกคนกลายเป็นศพไปแล้ว อาตมาก็รู้เพียงเท่านี้”
“ แล้วท่านเจ้าอาวาส อี้ซ่านบัดนี้อยู่ที่ใด”
“ เจ้าอาวาสกักตนมาสามปีแล้วไม่ออกมาเลย เรื่องภายในสำนักก็ให้หลวงพ่อจิ่วซ่านดูแลมาตลอด” หลวงจีนวัยกลางคนอธิบาย
“ นำศพไปเผาให้หมด” ศิษย์พี่สั่งหลวงจีนทันที
“ เอ่อ คือว่าเรื่องนี้ต้องรอให้ญาติ พวกเขามารับศพไปทำพิธีก่อนไม่ดีกว่าหรือ”
“ พวกเขาถูกผีดิบดูดเลือด พอกลางคืนพวกเขาจะฟื้นคืนชีพมาได้ หลวงพี่จะรอให้พวกมันมากัดก็ตามใจ ข้าจะไปหาท่านเจ้าอาวาสแจ้งเรื่องนี้กับท่านเอง”
หลวงพี่รีบสั่งพระลูกวัดช่วยกันนำศพไปเผาทันที เทียนเดินตามศิษย์พี่ไปติดๆ
“ ศิษย์พี่แน่ใจหรือว่าเป็นผีดูดเลือด” เทียนมองไม่เห็นวิญญาณที่ตายเลยสักคน
“ แน่ใจ ข้าเคยเห็นศพสภาพนี้มาก่อน” เทียนได้แต่พยักหน้าและเดินตามศิษย์พี่ไปเหมือนกับว่า ศิษย์พี่เคยมาที่แห่งนี้ ศิษย์พี่มาที่หลังเขาซึ่งมีถ้ำแห่งหนึ่ง
“ ท่านเจ้าอาวาส” ศิษย์พี่จงขุยเรียกอยู่สองสามครั้ง ก็เดินเข้าไปในทันที
ด้านในมีแสงสว่างจากมุกที่ส่องสว่าง พอเข้าไปส่วนลึกก็พบท่านเจ้าอาวาสนั่งสมาธิอยู่ ร่างกายดูเหมือนคนปกติ นั่งหลับตาสนิท ไม่อยากเชื่อว่าจะนั่งอยู่ในท่าแบบนี้มา สามปีแล้ว
“ ท่านเจ้าอาวาส หากท่านไม่ตอบ ข้าคงต้องจัดการกับเขาแล้ว” ศิษย์พี่จงขุยพูดเช่นนี้หรือว่ารู้อะไรมาก่อน เทียนสงสัย ทันใดนั้นเจ้าอาวาสก็ลืมตาขึ้นมา
“ ท่านเจ้าอาวาสผีดูดเลือดมันออกอาละวาดอีกแล้ว ครั้งนี้มันฆ่าไปแล้ว 30 เป็นลูกศิษย์ของท่านด้วยทั้งหมด ข้าคงปล่อยเขาไว้ไม่ได้แล้ว” ศิษย์พี่จงขุยรู้ว่าฆาตกรเป็นใครหรือนี่
“ เวรกรรม อาตมาสร้างเวรกรรมอีกแล้วหรือนี่” เจ้าอาวาสเอ่ยอย่างสลดใจ
แล้วลุกขึ้นยืน
“ พวกโยมทำตามหน้าที่เถอะ อาตมาจะพาไปพบเขา” จากนั้นเจ้าอาวาสก็พาไปส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำ ภายในเป็นลานกว้างคล้ายสุสาน ตรงกลางมีลานหินมีโลงศพหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เจ้าอาวาสคุกเข่าต่อหน้าโลงศพแล้วเอ่ยว่า
“ อาจารย์อภัยให้ศิษย์ด้วยเถิด ครั้งนี้ท่านสังหารแม้กระทั่งหลานศิษย์ของท่านเองข้าไม่อาจช่วยท่านได้อีกต่อไปแล้ว” จากนั้นเจ้าอาวาสก็ปล่อยฝ่ามือทำลายโลงหิน ปรากฏร่างหลวงจีนองค์หนึ่งลุกขึ้นมา
เทียนเห็นแล้วหลวงจีนรูปนี้เป็นปีศาจผีดิบ แต่ว่าร่างกายถูกคนเขียนเวทย์มนตร์ กักขังเอาไว้ไม่ให้มีฤทธิ์ใดๆ แต่เทียนรู้ว่า ยันต์ที่เขียนไว้นั้นหมดสภาพไปหมดแล้ว หลวงจีนปีศาจพุ่งกรงเล็บแหลมคม เข้าใส่ เจ้าอาวาสอย่างรวดเร็ว ศิษย์พี่จงขุย กระโดดเข้าฟันจากด้านข้าง ผีดิบเอามือขวา ออกมารับดาบของศิษย์พี่จงขุยอย่างง่ายดายโดยที่ดาบไม่อาจทำอะไร หลวงจีนปีศาจได้เลย
เจ้าอาวาสกระแทกฝ่ามือเข้าใส่หลวงจีนปีศาจเข้าเต็มหน้าอก แต่เจ้าอาวาสกลับกระเด็นออกมาแทน เทียนปล่อยหมัดดาวนพเก้าเข้าใส่ กลางหน้าอกหลวงจีนปีศาจ ตูม ร่างของหลวงจีนปีศาจมีรอยทะลุไปตามรอยหมัด แต่มันยังไม่เป็นอะไร กลับใช้เท้ายันเทียนออกมา เทียนได้แต่ถอยออกมาตั้งหลักอีกครั้ง
มองเห็นเนื้อเยื่อกลับมาเป็นปกติเช่นเดิม
“ ร่างเซียนฟ้าเชียวหรือ” เทียนเอ่ยด้วยความตกใจ ศิษย์พี่จงขุยกลายเป็นปีศาจไปแล้วบุกเข้าข้างหลัง ใช้กรงเล็บพุ่งเข้าเจาะทะลุหัวใจหลวงจีนปีศาจแล้วดึงหัวใจออกมา แต่มันไม่ตายกลับกระแทกฝ่ามือเข้าใส่ศิษย์พี่จงขุยกระเด็นไปติดผนังถ้ำกระอักเลือดออกมาอีก เจ้าอาวาสดึงจีวรออกมาแล้วปล่อยไปด้านบนคลุมร่างของหลวงจีนปีศาจเอาไว้ มีแสงส่องออกมาเป็นยันต์ 8 ทิศ หลวงจีนปีศาจกระแทกอยู่สองที จีวรที่กักขังไว้ ถูกทำลายกลายเป็นฝุ่นทันที แต่ว่าพอฝุ่นจากลง เทียนอยู่ด้านบนก็พุ่งดิ่งลงมาปล่อยฝ่ามือเข้าใส่กลางศรีษะของหลวงจีนผีดิบ
ศรีษะเกิดเป็นรอยร้าวไปทั่วใบหน้ามันเริ่มเจ็บปวด เพราะเทียนปล่อยเพลิงสุริยันเข้าไปในร่างกายของหลวงจีนปีศาจ ร่างของมันก็เริ่มไหม้จากข้างในออกมา
เทียนกระแทกไปอีกครั้ง ร่างผีดิบก็กลายเป็นเถ้าธุลี ไปในทันที
“ นี่เจ้าใช้พลังอะไรทำลายมันนี่” ศิษย์พี่จงขุยเอ่ยถามอย่างสนใจ
“ เป็นพลังเพลิงสุริยัน มันเป็นพลังจากดวงตะวัน พวกผีดิบพวกนี้มันแพ้พลังงานแสงจากดวงตะวันอยู่แล้ว เลยจัดการง่ายหน่อย”
“ อมิตาพุทธ เป็นกรรมของอาจารย์อาตมาแท้ๆ” เจ้าอาวาสคุกเข่าต่อเถ้าธุลีของอาจารย์ของเขา
“ ศิษย์พี่รู้จักหลวงจีนปีศาจมาก่อนหรือ”
“ ใช่ เมื่อก่อนท่านได้ช่วยข้าปราบจักรพรรดิผีดิบ สุดท้ายท่านถูกพิษของมันท่านเจ้าอาวาสพยายามหาทางช่วยต่างๆ นานา แต่ไม่เป็นผลสุดท้ายท่านก็ขาดสติจนกลายเป็นปีศาจไป” ศิษย์พี่จงขุยเอ่ยจบก็ถอนหายใจ
“ แล้วตอนนี้จักรพรรดิผีดิบมันอยู่ที่ไหน”
“ เมื่อสามปีก่อนท่านอดีตเจ้าอาวาสใช้พลังทั้งหมดแลกชีวิตกับจักรพรรดิผีดิบจึงทำลายพลังของมันไปได้ ทำให้มันไม่ปรากฏตัวอีกเลย” ศิษย์พี่จงขุยกล่าวจบก็เดินออกมาจากวัดปล่อยให้ท่านเจ้าอาวาสจัดการเรื่องราวที่เหลือต่อไป
พอออกมาจากวัดได้ไม่เท่าไร เทียนบอกให้ศิษย์พี่จงขุยหยุดก่อน
“ มีอะไรหรือ?”
“ ตอนที่ข้ากระแทกศรีษะใส่อดีตเจ้าอาวาส ข้าไม่เห็นความทรงจำที่เขาได้ฆ่าหลวงจีนทั้ง 30 รูปนั้นเลย แม้แต่กลิ่นเลือดที่เขาดูดมา ข้าก็ไม่ได้กลิ่น”
“ ถ้าฆาตกรไม่ใช่อดีตเจ้าอาวาส หรือว่ามันจะกลับมาแล้ว พวกเรารีบกลับไปวัดกันก่อน”
พอทั้งสองมาถึงวัด ก็พบว่ามีหลวงจีนถูกฆ่าตายไปหลายคน และด้านในมีเสียงต่อสู้กัน พวกจักรพรรดิผีดิบ ได้ล้อมพระในวัดและกำลังจะสั่งหารเจ้าอาวาสกับพระรูปอื่นๆ เทียนกับศิษย์พี่จงขุย จึงหายวับมาขวางหน้าเอาไว้
“ จงขุย เราเจอกันอีกแล้ว สามปีก่อนพวกเจ้ารุมทำร้ายข้าจนบาดเจ็ดสาหัส วันนี้ไม่มีหลวงจีนเฒ่านั่นแล้ว เจ้าจะทำอะไรข้าได้” จักรพรรดิผีดิบยังคงแค้นจงขุยอยู่
“ จักรพรรดิผีดิบ เจ้านี่มันชั่วไม่เปลี่ยน วันนี้ข้าจะทำลายวิญญาณของเจ้าไม่ให้ได้เกิดอีกต่อไป” ทั้งสองพุ่งตัวเข้าปะทะกัน ศิษย์พี่จงขุยกลายร่างเป็นปีศาจ ต่อสู้กันทันที
ส่วนเทียนก็นำดาบมารออกมาแล้วปล่อยพลังเพลิงเข้าไปในดาบมาร เข้าฟันลูกน้องผีดิบทั้งหมด จนกลายเป็นเถ้าถ่าน จากนั้นก็เข้าไปช่วยศิษย์พี่จงขุยเข้าต่อสู้กับจักรพรรดิผีดิบ ตูม ! เทียนกับศิษย์พี่จงขุยถูกพลังเซียนฟ้ากระแทกออกมา
“ พลังของพวกเจ้ายังห่างกับข้ากับระดับฟ้าอย่างข้า ตายไปพร้อมกันเลย”
จักพรรดิผีดิบปล่อยกรงเล็บผีดิบออกมาใส่เทียนกับศิษย์พี่พร้อมกัน เทียนใช้ดาบมารพลังเพลิงสุริยันออกมาต้าน โครม เทียนกับศิษย์พี่จงขุยถูกพลังที่สูงกว่ากระแทกถอยหลังไปหลายก้าว แล้วกระอักเลือดออกมา เทียนพุ่งตรงเข้าไปปล่อยหมัดดาวนพเก้าเข้าใส่ ตูม ๆ ๆ ๆ ร่างของจักรพรรดิ ถึงกับยืนนิ่ง มองร่างตัวเองที่พรุนเป็นรูหมัด อย่างสงสัย แต่เนื้อเยื่อก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม พอเงยหน้ามาอีกที
ก็พบกับดาบมารพลังเพลิงสุริยันพุ่งเข้าฟันเข้าที่กลางหัว จักรพรรดิผีดิบใช้แขนซ้ายต้านทาน ฉัวะ ! แขนขาดทันที ดาบยังผ่านไปที่ซอกคอถูกฟันลงไปลึกเกือบถึงหัวใจ จักรพรรดิได้แต่ตะลึงไม่คิดว่าดาบเล่มนี้จะทำร้ายเขาได้ แต่เพียงได้แต่คิดไม่ทันแล้ว ร่างกายเริ่มถูกเพลิงสุริยันเผาไหม้ไปทั่วร่าง ศิษย์พี่จงขุยกระโดดเข้าใจไม้กระบองปราบมารทุบเข้าใส่อีกที ร่างวิญญาณถูกดูดมาเข้าในกระบอง จักรพรรดิผีดิบ ร้องโหยหวนอย่างทรมานแล้วก็สูญสลายหายไป
เทียนหันมาหาเจ้าอาวาสที่เวลานี้ถูกพิษผีดิบเหมือนอาจารย์ของเขา เทียนรีบเข้ามาตรวจชีพจร และ ใช้ตามองเข้าไปในร่างของเจ้าอาวาสก็พบว่า พิษผีดิบนี้เป็นพิษเลือดนี่เอง เทียนให้เจ้าอาวาสนั่งสมาธิ แล้วรีบถอดจีวรออก แล้วปักเข็มไปที่แผ่นหลัง 100 กว่าเล่ม จากนั้นเทียนใช้พลังเทพบริสุทธิ์ปล่อยเข้าไปในร่างของ เจ้าอาวาสเพื่อทำการขับเลือดพิษผีดิบออกมาให้มากที่สุด พอเข็มด้านหลังกลายเป็นสีดำ เทียนก็เปลี่ยนเข็มไปอีกชุด จนเลือดที่ออกมาไม่มีสีดำแล้วเทียนวางฝ่ามือไว้บนศรีษะเจ้าอาวาสแล้วปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์ เข้าไปรักษาอีกครั้ง
ไม่นานก็รักษาสำเร็จ ส่วนคนอื่นๆ โดนเล็กๆ น้อย เทียนใช้แสงแห่งพุทธะขับไล่
พิษผีดิบออกไปก็หายกลับมาเป็นปกติทุก ๆ คน
“ อมิตาพุทธ ต้องขอบคุณประสกทั้งสองที่ได้ช่วยชีวิตอาตมากับลูกศิษย์เอาไว้อีกแล้ว นี่ถ้าอาตมาได้รู้จักกับประสกน้อยก่อนหน้านี้ ท่านอาจารย์คงไม่ต้องเป็นเช่นนี้” เจ้าอาวาสเอ่ยแบบเสียดาย
“ มันเป็นลิขิตฟ้า ที่มิอาจฝืน หมอกควันแห่งความชั่วผ่านไปแล้ว พวกเราทั้งคู่คงต้องขออำลา” ศิษย์พี่จงขุยเอ่ยลาเจ้าอาวาส แล้ว ก็พาเทียนจากไป
“ นี่เจ้ารู้วิธีขับพิษผีดิบได้ด้วยหรือนี่” ศิษย์พี่จงขุยเดินออกจากวัดมาแล้วเอ่ยถามเทียน
“ ก็แค่ลองทำดูเท่านั้น ไม่คิดว่าจะสำเร็จ ข้าเพิ่งเคยเห็นพิษผีดิบนี่เป็นครั้งแรก” เทียนกล่าวไปตามจริง
“ เจ้านี่ครบเครื่องจริง ๆ สมแล้วที่อาจารย์ฝากความหวังไว้กับเจ้า”
“ ความหวังอะไรหรือ”
“ เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องรู้หรอก เจ้ายังเด็กนัก ค่อยๆ เรียนรู้ไป” จงขุยไม่ยอมบอก เทียนก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก
พอทั้งสองคนกลับมาถึงสำนัก ก็เกิดบรรยากาศแปลกๆ รอบๆ สำนักมือปราบ พวกห้าเซียนรีบเข้ามารายงานทันที
“ พี่ใหญ่ ท่านมาพอดี ในห้องร้องเรียน มีเงาดำอยู่เต็มไปหมดเลย พวกเราไม่มีใครใครสัมผัสวิญญาณได้ พี่ใหญ่เข้าไปดูเร็ว” ว่านเอ๋อบอกกับ จงขุยทันที เทียนเข้าไปดูด้วยความสนใจ
จงขุยเข้าไปในห้องร้องเรียน พบกับเงาสีดำสองกลุ่ม พอเห็นจงขุยเดินเข้ามาเงาดำสองกลุ่มก็เผยร่างออกมาให้เห็น เป็นยมทูตหัววัว กับ ยมทูตหัวม้า ทั้งสองแต่งกายด้วยชุดเกราะสีดำ ก้มคุกเข่าคำนับ จงขุยแล้วกล่าวว่า
“ คำนับ องค์ชายสี่”
“ ลุกขึ้น พวกท่านมีเรื่องด่วนอันใดกัน”
“ มีปีศาจกลืนกินวิญญาณ หลบหนีเข้ามาในแดนสนธยา 1 ตน พวกมันคอยกลืนกินจิตวิญญาณของคนที่หวาดกลัวไปเพิ่มพลังให้มัน ส่วนอีกตนหลบหนีไปที่โลกมนุษย์ เป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้น ท่านอ๋องให้พวกเรามาส่งข่าวให้องค์ชายสี่ ให้ท่านช่วยจัดการด้วย” จากนั้น ยมทูตหัววัว ก็มอบลูกแก้ว ที่บอกหน้าตาของปีศาจกลืนกิน ให้จงขุยดู มันเป็นปีศาจตัวใหญ่รูปร่างเหมือนกับคางคกตัวอ้วน มีตารอบตัวเหมือนสัปรด 1 ตัว อีกคนเป็นมนุษย์ธรรมดา เป็นชายวัย 30 ปี ไม่มีฤทธิ์เดชอะไร
“ ทำไมพวกท่านไม่จัดการพวกมัน ทำไมต้องให้ข้าทำด้วย” จงขุยสงสัย
“ ท่านอ๋อง ส่งภารกิจให้คนอื่นแล้วแต่ใบสั่งทำภารกิจระบุเป็นชื่อของท่านเท่านั้น”
ยมทูตหัววัว เอ่ยตอบ
“ มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ แล้วจะข้าจะจัดการปีศาจกลืนกินอย่างไร”
“ ปีศาจกลืนกินวิญญาณพวกมันกลัวไฟ สามารถสิงร่างสิ่งมีชีวิตทุกชนิดได้ ท่านกระบองปราบมารก็สยบมันได้แล้ว พวกเราต้องขอตัว” ยมทูตหัววัว กับ ยมทูตหัวม้าเอ่ยจบก็หายไปพร้อมกับกลุ่มควันสีดำ
เทียนยืนมองด้วยความตื่นเต้น ไม่คิดว่าจะมีอากาสได้เจอ ยมทูตหัววัว กับ ยมทูตหัวม้า อย่างใกล้ๆ เช่นนี้
“ อาเทียน ข้าจะจัดการปีศาจกลืนกินเอง เจ้าช่วยข้าไปจับตัววิญญาณมนุษย์คนนั้นกลับมาด้วยก็แล้วกัน” เทียนพยักหน้า แล้วก็เดินเข้ามาจับลูกแก้วที่ยมทูตทั้งสองให้มา ก็รู้ที่อยู่ของวิญญาณชายผู้นั้นทันที
“ ไปโลกมนุษย์หรือ” เทียนเอ่ยอย่างแปลกใจ ไม่คิดว่าวิญญาณธรรมดาจะสามารถหลบหนีไปแดนมนุษย์ได้
“ อาเทียนปกติวิญญาณมนุษย์ จะไม่สามารถหนีออกมาได้ เจ้าไปสืบเรื่องนี้ให้ดู อาจมีบางอย่างผิดปกติก็ได้”
เทียนพยักหน้า แล้วปล่อยจิตให้ว่างแล้วก็หายวับไป ยังโลกมนุษย์ทันที
ระหว่างเดินทางเทียนกลับมีนิมิตประหลาด เทียนเห็นภาพผู้ชายที่หนีมาจากโลกวิญญาณ เมื่อครั้งยังมีชีวิต ได้ทำหน้าที่เป็นยามรักษาความปลอดภัยที่โกดังแห่งหนึ่ง หลังออกเวรเขาจะไปหาลูกสาววัย 4 ขวบที่โรงพยาบาล เพราะว่าลูกสาวเขากำลังป่วยหนัก จากการเป็นโรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาว โดยที่เด็กสาวจะรอคอยพ่อของเขามาเยี่ยมทุกวันเวลา 6 โมงเย็น โดยที่แม่ของเธอไม่เคยมาเยี่ยมเลย
เทียนเห็นความรักความผูกพันของสองคนพ่อลูกแล้วก็มีรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ภาพตัดมาที่รปภ.คนนี้เดินทางกลับมาบ้าน พบว่าภรรยาของเขาวัย 25ปีได้ทำการคบชู้ในบ้านของเขาเอง โดยทั้งเธอและชู้ต่างก็เสพยาโดยไม่สนใจใคร จึงทำให้เกิดเรื่องชั่วช้า ชายรปภ. คนนี้กำมีดไว้ในมือตั้งใจว่าจะฆ่าทั้งคู่ให้ตาย
แต่ภาพของลูกสาวที่นอนรออยู่ที่โรงพยาบาล ทำให้เขาต้องวางมีดลงแล้วเก็บเสื้อผ้าออกมา ด้วยความเศร้าสร้อยแล้วกลับไปทำงานต่อ เขาทำงานแล้วไปดูแลลูกสาวทุกวัน โดยไม่กลับบ้านอีกเลย วันหนึ่งขณะที่เขากำลังทำงานอยู่ ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาเพื่อตรวจค้นโกดัง แล้วบอกให้ตัวเขายกมือขึ้น
ด้วยความตกใจเขาได้ยกมือขึ้นทั้งสองข้าง แต่ขณะนั้นเองก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขาไม่เคยให้เบอร์ใครเลย นอกจากโรงพยาบาลที่ลูกสาวรักษาตัวเท่านั้น
เขาเอามือลงแล้วรีบควักโทรศัพท์ยี่ห้อฮีโร่ขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงทันที พร้อมกับมีเสียงปืนกระหน่ำยิงเข้าใส่เขาไม่ต่ำกว่าสิบนัด กระสุนพุ่งเข้าสู่จุดสำคัญ เขาเสียชีวิตทันที เสียงมือถือดังขึ้นไม่หยุดปลายสายมาจากโรงพยาบาลจริงๆ ด้วย พยาบาลจะโทรแจ้งให้เขาทราบว่า อาการลูกสาวไม่ดีขึ้นเลย อยากให้เขามาคุยกับหมอ ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดีกับชีวิตลูกสาวของเขา แต่ไม่ว่าเสียงจากมือถือจะดังแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้ชายรปภ.คนนี้ฟื้นขึ้นมาได้อีกเลย
หลังจากชายคนนี้ตาย วิญญาณก็ถูกดึงเข้าไปในโลกวิญญาณทันที ไม่ปล่อยโอกาสให้เขาได้เห็นหน้าลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย ชายคนนี้ร้องไห้เสียใจอย่างน่าเวทนา ผ่านไปสองวันลูกสาวก็มีอาการไม่ดีขึ้นคุณหมอจึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเอาไว้ แล้วพยายามติดต่อกับ แม่ที่ยังเหลืออยู่ แต่ว่าเธอก็ถูกตำรวจจับข้อหาเสพยาและค้ายา ติดคุกไปเสียแล้ว เด็กน้อยวัยสี่ขวบกลายเป็นวิญญาณวิ่งไปวิ่งมาอยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อเฝ้ารอคอยพ่อของเธอกลับมา เทียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
“ นี่มันอะไรกันวะ ชีวิตคนทำไมต้องรันทดอะไรขนาดนี้ แล้วยังจะให้เรามาจับพ่อเด็กกลับไปโลกวิญญาณอีกหรือ” เทียนมาปรากฏร่างอยู่ในห้องของเด็กหญิงที่นอนหลับตาอยู่บนเตียงโดยปราศจากเส้นผม ข้างโต๊ะหัวเตียงมีเอกสารอยู่ใบหนึ่ง
เป็นใบอนุญาตให้ปลดเครื่องช่วยหายใจให้กับเด็กน้อยคนนี้ แต่ว่า ยังไม่มีผู้ใดเซ็นให้ เพราะแม่ถูกจับติดคุก พ่อก็ถูกยิงตาย
เทียนเริ่มคิดหนักว่าถ้าช่วยชีวิตเด็กคนนี้ขึ้นมาแล้วเธอจะอยู่ได้อย่างไรในเมื่อปราศจากพ่อที่รักของเธอ หากไม่ช่วยปล่อยให้เธอไปอยู่โลกวิญญาณกับพ่อของเธอ จรรยาบรรณแพทย์ที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ชาติก่อน ไม่ว่าจะอย่างไรต้องรักษาชีวิตคนไข้เอาไว้ก่อน
“ ควรจะทำอย่างไรดีนะ...”