(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 124 การปะทะกันของจุดสูงสุด

            เทคนิคร่างกายเผาผลาญเทพ เป็นเทคนิคที่สามารถดึงพลังงานภายในทุกหยดจากร่างกายและเสริมพลังให้ถึงขีดสุด


            ในชั่วพริบตา พละกำลังของทันย่าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ความเจ็บปวดจากบาดแผลเริ่มถูกกลบด้วยพลังที่ล้นทะลักออกมา


            เขาใช้พลังนี้เร่งทั้งความเร็วและพละกำลังของตนเอง ทำให้ร่างกายของเขาเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเงาลวงตา ริ้วแสงสายฟ้าที่ห่อหุ้มร่างของทันย่าทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเสมือนเป็นพายุสายฟ้าที่ไร้ทางหยุดยั้ง


            “โฮกกกกกกกกกกกก!”


            ทันย่าพุ่งเข้าหาต้นหลิวทองคำอีกครั้ง ด้วยความเร็วที่เกินกว่ามอนสเตอร์ธรรมดาจะมองเห็น


            กรงเล็บของเขาเปล่งประกายแสงสีดำทะมึนและถูกเสริมพลังด้วยกฎแห่งสายฟ้าที่เขาควบคุม ขณะที่พุ่งผ่านกิ่งก้านนับพัน กิ่งไม้เหล่านั้นที่เคยโจมตีเขาอย่างดุเดือด กลับถูกฉีกกระชากและแตกหักเป็นเสี่ยงๆด้วยพลังแห่งการทำลายล้างอันท่วมท้น


            “เปรี๊ยง!”


            เสียงฟ้าผ่าดังลั่นไปทั่วท้องฟ้า เมื่อทันย่ารวบรวมพลังทั้งหมดและฟาดกรงเล็บลงไปที่ลำต้นของต้นหลิวทองคำ


            ลำต้นที่เคยแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้ากลับแตกออกเป็นรอยจากแรงกระแทก ริ้วแสงสายฟ้าสีดำพุ่งทะลวงเข้าภายใน ทำให้ลำต้นเริ่มแตกร้าวและสั่นสะเทือน พลังที่เคยมั่นคงของต้นหลิวทองคำบัดนี้ถูกทำลายอย่างหนักหน่วง


            “——?!!”


            ต้นหลิวทองคำสั่นไหวรุนแรง ขณะที่พลังแห่งกฎทองและสายลมของมันพยายามต้านทาน แต่พลังเผาผลาญเทพของทันย่านั้นเกินกว่าที่มันจะรับไหว แสงสายฟ้าที่ยังคงลุกโชนทั่วร่างของทันย่าแผ่พลังออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง ก่อเกิดเป็นพายุสายฟ้าขนาดยักษ์ที่โอบล้อมรอบหุบเขาไว้


            “ครืนนนนนนนนนนน!”


            ลมกระโชกแรงจากการปะทะของพลังทั้งสองราวกับสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งท้องฟ้า ทันย่ายืนหยัดอยู่บนพื้นดินเบื้องล่างในร่างของเบฮีมอท ดวงตาสีเลือดของเขาจ้องมองตรงไปยังต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่รัศมีสีทองสว่างไสวราวกับพระอาทิตย์ ภาพของมันสูงตระหง่านเต็มไปด้วยกิ่งก้านที่สะบัดอย่างเกรี้ยวกราด แม้จะเป็นพืชพรรณ แต่ท่วงท่ากลับเต็มไปด้วยพลังที่แข็งแกร่งดุจดั่งนักรบที่ผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน


            ในตอนนั้นกระแสพลังที่ทั้งสองปลดปล่อยออกมาทำให้สภาพแวดล้อมรอบข้างแปรเปลี่ยนในพริบตา พื้นดินสั่นสะเทือน รอยร้าวขยายตัวออกไปเป็นวงกว้าง เมฆหมอกดำทมิฬหมุนวนอย่างบ้าคลั่งบนท้องฟ้า มวลพลังวิบวับจากพลังของต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์แผ่ขยายออกเป็นคลื่นพลังสีทอง


            ในขณะที่พลังของทันย่าซึ่งเต็มไปด้วยความมืดมิดแห่งอำนาจที่ค่อยๆหลอมรวมกับอากาศรอบตัว แรงปะทะกันทำให้เกิดแรงกระแทกรุนแรง ราวกับโลกทั้งใบกำลังสั่นสะเทือนจากศึกครั้งนี้


            “ขะ..ขะ..แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”


            “สิ่งมีชีวิตตัวนั้นมันบ้าอะไรกัน!”


            มอนสเตอร์ที่อยู่รอบบริเวณต่างหวาดกลัวและพากันหลบหนีอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เห็นในขณะนี้คือพลังที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเข้าใจได้


            หุบเขาลึกทั้งผืนดินสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องจากการต่อสู้ระหว่างพลังแห่งต้นหลิวทองคำและพลังที่แท้จริงของเบฮีมอท


            ทันย่าคำรามอย่างบ้าคลั่ง กรงเล็บของเขายังคงฟาดฟันลงบนลำต้นอันศักดิ์สิทธิ์ครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับสัตว์ร้ายที่ไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือ ทุกครั้งที่กรงเล็บกระทบต้นหลิว เสียงแตกของไม้และพลังสายฟ้าดังขึ้นกึกก้อง


            ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ที่เคยเป็นหนึ่งในจักรพรรดิแห่งธรรมชาติ บัดนี้เริ่มถูกบดขยี้จนพลังศักดิ์สิทธิ์ของมันเริ่มหายไปทีละน้อย


            การต่อสู้ดำเนินไปอย่างเข้มข้น รุนแรงยิ่งขึ้นทุกขณะ ทันย่าปลดปล่อยพลังที่ซ่อนอยู่ในร่างของเขาออกมาอย่างเต็มที่


            กรงเล็บของเขากลายเป็นดั่งอาวุธที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่ง


            “ร่างกายหลอมรวมเป็นหนึ่ง—!!”


            ทันใดนั้นเบฮีมอทในร่างยักษ์ก็ย่อขยายลงเหลือครึ่งนึง ทำให้มอนสเตอร์ทั้งหมดต่างไม่เข้าใจ ขณะที่เขาปลดปล่อยท่าไม้ตาย กรงเล็บปีกสบั้นตัดผ่านดวงดาว พลังที่แฝงอยู่ในร่างของทันย่าพุ่งออกมาราวกับพายุสายฟ้า กรงเล็บของเขาฟาดฟันไปทั่วฟากฟ้า


            ประกายแสงสีทองสาดส่องผ่านท้องฟ้าประหนึ่งสายฟ้าฟาด พลังที่ถูกปล่อยออกมานั้นรวดเร็วและดุเดือดเกินกว่าที่ตาจะมองเห็นได้


            “คะ..ความบ้าคลั่งนี่มันอะไรกัน...”


            ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ต้องเผชิญกับการโจมตีที่ไม่หยุดยั้ง กิ่งก้านนับพันพยายามจะปกป้องตัวเอง แต่ทุกการป้องกันกลับถูกทำลายด้วยพลังอันมหาศาลของทันย่า


            กรงเล็บอันแหลมคมฟาดผ่านกิ่งก้านเหล่านั้นอย่างไม่มีหยุด ประกายแสงสีทองที่แผ่จากกรงเล็บฟาดลงมาราวกับฟ้าผ่า พลังงานเหล่านี้ทะยานเข้าสู่ร่างของต้นหลิวจากทุกทิศทาง รากและลำต้นที่เคยแข็งแกร่งเริ่มถูกบั่นทอนจากการโจมตีที่รุนแรงและไร้ที่สิ้นสุด


            “นี่แกมีพลังที่มหาศาลแบบนี้ได้ยังไง!”


            ต้นหลิวทองคำพยายามจะสกัดกั้นพลังของทันย่าด้วยกฎแห่งทองและสายลม แต่พลังเหล่านั้นก็ถูกทำลายไปทีละน้อย


            ทันย่าลงมือไม่หยุดยั้ง เขาใช้ร่างกายเป็นดั่งอาวุธ การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วจนท้องฟ้าสั่นสะเทือน ประกายแสงสายฟ้าสีดำและทองที่ห่อหุ้มร่างเขาพุ่งทะยานผ่านอากาศอย่างไม่มีทิศทางแน่นอน พุ่งเข้าชนต้นหลิวศักดิ์สิทธิ์อย่างจังจากทุกมุม ทำให้ลำต้นของมันสั่นสะเทือนจากการโจมตีที่บ้าคลั่ง


            “แกคิดจะปกป้องตัวเองได้งั้นหรือ?”


            ทันย่าคำรามเสียงก้อง กรงเล็บของเขาฟาดผ่านกิ่งก้านหนาแน่นของต้นหลิวและฉีกกระชากพลังงานที่ห่อหุ้มต้นหลิวออกเป็นเสี่ยงๆ


            ทุกการโจมตีของทันย่าเหมือนเป็นการระเบิดพลังที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนจนแม้แต่ภูเขาโดยรอบยังคงแตกสลายไป


            มอนสเตอร์ที่เฝ้ามองการต่อสู้จากระยะไกลต่างหวาดกลัวและยืนดูด้วยความไม่เชื่อ พวกมันไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน


            การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปะทะของมอนสเตอร์สองตน แต่มันคือการต่อสู้ของพลังอำนาจแห่งจักรพรรดิที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่ง


            เสียงของต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์กรีดร้องออกมาราวกับการสะท้อนของธรรมชาติที่กำลังโกรธ


            “นี่เจ้าคิดจะสังหารข้าจริงๆยังงั้นเรอะ?”


            เสียงนั้นไม่ใช่เสียงมนุษย์ แต่มันเต็มไปด้วยพลังที่สะท้อนออกจากภายใน เหมือนกับความโกรธของผืนป่าและธรรมชาติ


            “ทำไมฉันจะต้องไว้ชีวิตแกด้วยละ?”


            ทันย่าหัวเราะเยาะ พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา


            “ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ แกเป็นเพียงแค่สิ่งที่ฉันจะบดขยี้เพื่อเดินหน้าต่อไป!”


            เมื่อคำพูดสุดท้ายหลุดจากปาก ทันย่าเสริมพลังในร่างของตน กฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าได้พวยพุ่งออกจากร่างของเขาอย่างไร้ที่สิ้นสุด ขยายตัวจนแทบจะกลืนกินท้องฟ้า ทำให้การปะทะกันของพลังทั้งสองเริ่มรุนแรงเกินกว่าจินตนาการ


            สนามพลังที่แปรปรวนในบริเวณนั้นส่งผลให้ธรรมชาติรอบข้างปั่นป่วน ทุกสรรพสิ่งถูกกดดันจนต้องล่าถอย ท้องฟ้าเปลี่ยนสี ลำแสงสีทองและพลังมืดดำพุ่งสวนทางกันอย่างบ้าคลั่ง แรงระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่ากระทบกระเทือนจนพื้นดินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ


            [หือ? สนามแม่เหล็กในส่วนลึกของทวีปมืดที่ปิดกั้นดาวเทียมกำลังหายไป?]


            [เกิดจากกระแสพลังที่แปรปรวน.. ไม่ใช่ซิ มันมาจากมอนสเตอร์ทั้งสองตัว!]


            ขณะเดียวกันบนชั้นบรรยากาศ ดาวเทียมของโลกที่โคจรอยู่ก็สัมผัสได้ถึงค่าพลังงานที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว อาซาเลียเริ่มเข้าควบคุมระบบและบันทึกภาพการต่อสู้ของทั้งสองไว้โดยไม่พลาดแม้แต่วินาทีเดียว ค่าดัชนีพลังที่แสดงบนหน้าจอแสดงถึงพลังระดับทำลายล้างโลก


            สิ่งนี้ทำให้ศูนย์บัญชาการหลักของหลี่จิ้งที่กำลังประชุมกันอยู่ต้องชะงักกลางคัน


            “นี่มัน...พลังอะไร?”


            หนึ่งในผู้ร่วมประชุมเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกตะลึง ขณะที่ทุกสายตาหันไปจ้องมองที่จอภาพโฮโลแกรมที่ถูกฉายขึ้น


            “เบฮีมอทกำลังต่อสู้อยู่กับต้นหลิวทองคำ?”


            หลี่จิ้งขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด เมื่อเห็นว่าเป็นภาพของเบฮีมอทและต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด เขาไม่ได้คาดคิดว่าศัตรูทั้งสองนี้จะมาปะทะกันเอง สายตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงงัน


            “ตอนนี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันขึ้น?!!”


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน