บทที่ 55 : ค้นพบความจริง
วันจันทร์แรกของสัปดาห์ใหม่เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางไอหมอกจางและสภาพอากาศที่ค่อนข้างอบอ้าวของกรุงเทพมหานคร ท้องฟ้าเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีเทาหม่นคล้ายสายฝนกำลังตั้งเค้าข่มขวัญผู้คนอยู่รำไร บรรยากาศรอบตัวช่างดูอึมครึมสะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงค้างคาอยู่ภายในหัวใจของคนในครอบครัว แพรพิมพ์และภัทร์ต่างเฝ้ารอคอยความหวังเดียวด้วยความกระวนกระวายใจ พราวรับหน้าที่ขับรถยนต์อเนกประสงค์เอสยูวีคันหรูของตนเอง นำทางประคองอารมณ์และสภาพจิตใจของภพที่นั่งเงียบงันอยู่เคียงข้างบนเบาะคนขับ นักธุรกิจหนุ่มผู้เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจและทระนงบัดนี้แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนพับแขนขึ้นลวกๆ ใบหน้าคมเข้มมีไรหนวดครึ้มจางๆ บนแก้มและคางบ่งบอกถึงความเครียดสะสมและการนอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืน สายตาคมกริบทอดมองออกไปนอกกระจกข้างรถอย่างไร้จุดหมาย ปล่อยให้วิวทิวทัศน์ของอาคารสูงและเสาไฟฟ้ารูปทรงสี่เหลี่ยมวิ่งผ่านไปช้าๆ ตามจังหวะการเคลื่อนตัวของยานพาหนะ นิ้วมือหนาประสานกันแน่นอยู่บนหน้าขา บีบเกร็งเข้าหากันเป็นระยะคล้ายกับกำลังพยายามสะกดกลั้นพายุอารมณ์และความตื่นกลัวที่ปั่นป่วนอยู่ในอก
"พี่ภพคะ... ทำใจให้สบายนะคะ ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ" พราวเอ่ยเสียงนุ่มนวลพลางหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าสู่ถนนสายรองที่เงียบสงบกว่า "คลินิกที่เรากำลังจะไปนี้ พราวตรวจสอบประวัติและมาตรการรักษาความปลอดภัยมาอย่างละเอียดถ้วนถี่ที่สุดแล้ว ทุกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวและเรื่องราวที่พูดคุยในห้องบำบัดจะถูกปิดเป็นความลับสุดยอด ไม่มีทางรั่วไหลออกไปให้ใครภายนอกหรือคนในวงการธุรกิจได้รับรู้แน่นอนค่ะ"
ภพถอนหายใจยาวเหยียด เสียงลมหายใจของเขาหนักหน่วงและแฝงไปด้วยความอ่อนล้าปนอัปยศลึกซึ้ง "พี่รู้พราว... พี่เชื่อมั่นในตัวพราว แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง การที่ต้องเดินเข้าไปให้คนอื่นสะกดจิตเพื่อคุ้ยหาปมความบกพร่องไร้น้ำยาของตัวเอง... มันเหมือนกับพี่ต้องไปแก้ผ้าประจานความล้มเหลวของตัวเองต่อหน้าคนแปลกหน้า เกียรติยศและภาพลักษณ์ที่พี่เพียรสร้างมาทั้งชีวิต... สุดท้ายกลับต้องมาพังทลายเพราะเรื่องบนเตียงที่พี่ทำหน้าที่สามีไม่ได้ด้วยซ้ำ"
"มันไม่ใช่เรื่องของการประจานหรือความล้มเหลวเลยค่ะพี่ภพ" พราวมองตรงไปยังเส้นทางข้างหน้าพลางอธิบายด้วยหลักการทางจิตวิทยาอย่างประณีต "ร่างกายของคนเรามีกลไกป้องกันตัวเองที่ซับซ้อนมาก บางครั้งสมองส่วนลึกของเราก็สร้างกำแพงต้านทานและสั่งการปิดสวิตช์การตอบสนองขึ้นมาโดยที่จิตสำนึกปกติไม่รู้ตัว การไปพบ ดร.น้ำฟ้า ในวันนี้ก็เหมือนกับการที่คุณหมอจะมาช่วยคลี่คลายเงื่อนปมที่พันกันยุ่งเหยิงในสมองส่วนลึกนั้น ขอเพียงพี่ภพเปิดใจ ปล่อยให้ความจริงนำทาง พี่จะพบว่าต้นตอของปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากความเสื่อมทางกายภาพของร่างกาย และพราวเชื่อมั่นว่าหมอน้ำฟ้าจะช่วยชี้ทางสว่างให้พี่ภพกลับมาแข็งแกร่งและมีความสุขร่วมกับพิมพ์ได้อีกครั้งแน่นอนค่ะ"
คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยเหตุผลและน้ำเสียงอันอบอุ่นของพราวช่วยบรรเทาความอึดอัดใจของภพลงได้หลายส่วน ชายหนุ่มพยักหน้ารับช้าๆ ภาพใบหน้าหวานซึ้งของแพรพิมพ์ที่โบกมือส่งเขาด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตาตรงประตูคฤหาสน์เมื่อเช้านี้ยังคงสลักลึกอยู่ในใจ พิมพ์ยอมกุมมือเขาแน่นและสัญญาว่าจะไม่มีวันปล่อยมือไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ความรักและความเสียสละอย่างไม่มีเงื่อนไขของภรรยาแต่งกลายเป็นแรงผลักดันเดียวที่ทำให้เขายอมกลืนก้อนศักดิ์ศรีลูกผู้ชายลงคอ เพื่อก้าวมาสู่หนทางการบำบัดที่แหวกแนวในครั้งนี้
รถเอสยูวีเลี้ยวเข้ามาในซอยแยกส่วนบุคคลที่เงียบสงัดและร่มรื่น สองข้างทางเรียงรายด้วยต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านใบสีเขียวชอุ่มคอยกรองแสงแดดและเสียงรบกวนจากโลกภายนอกออกไปจนเกือบหมดสิ้น ก่อนจะมาหยุดลงตรงหน้าประตูรั้วเหล็กดัดสีเทาเข้มบานหนาที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ป้ายโลหะทองเหลืองสลักอักษรภาษาไทยโบราณงดงามระบุชื่อ "คลินิกซีเคร็ตทรานซ์เทอราปี" จัดตั้งไว้อย่างเรียบหรูและถ่อมตัว หลังจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบใบนัดหมายเฉพาะกิจอย่างสุภาพเรียบร้อย ประตูรั้วบานใหญ่ก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ ต้อนรับพวกเขาสู่ดินแดนลึกลับส่วนตัว
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในบริเวณคลินิก ภพสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกของระบบปรับอากาศและความเงียบงันประหนึ่งหลุดพ้นจากความวุ่นวายของสังคมเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิง โถงต้อนรับกว้างขวางถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยเครื่องเรือนและเฟอร์นิเจอร์สุดหรูสีครีมสลับน้ำตาลอ่อน พื้นไม้ปาร์เก้ขัดเงางามวับจนสะท้อนภาพโคมไฟระย้าสีนวลตา แผ่กลิ่นอายของความสงบ มั่นคง ปลอดภัย และหรูหราเหนือระดับ บรรยากาศเงียบสะกดจิตวิญญาณไม่มีแม้เสียงดนตรีคลอเคลียหรือเสียงกระซิบกระซาบของพนักงาน มีเพียงความสงบสงัดที่ช่วยกล่อมเกลาอารมณ์ที่ฟุ้งซ่านให้ค่อยๆ สงบลง
รอเพียงครู่เดียว ประตูบานคู่ด้านในก็ถูกเปิดออกอย่างนุ่มนวล ร่างระหงของจิตแพทย์เจ้าของคลินิกก้าวเดินออกมาต้อนรับ ดร.น้ำฟ้า จิตแพทย์และนักสะกดจิตบำบัดสาวระดับวีไอพี ปรากฏตัวในชุดกาวน์สั้นสีขาวสะอาดตาทับเสื้อเชิ้ตผ้าไหมเนื้อดีสีฟ้าอ่อน เส้นผมยาวสีดำขลับถูกรวบตึงเป็นมวยเรียบร้อย ใบหน้าสวยหวานไร้เครื่องสำอางหนาจัดฉายแววละมุนและเปี่ยมสติปัญญา แววตาของเธอสงบนิ่ง อบอุ่น และแฝงด้วยความเมตตาอันเป็นธรรมชาติแบบฉบับของผู้เชี่ยวชาญระดับสูง น้ำเสียงของเธอตอนกล่าวทักทายอบอุ่นและมีน้ำหนักราบเรียบแต่ชวนให้รู้สึกไว้วางใจอย่างประหลาด
"สวัสดีค่ะคุณภพ คุณพราว ยินดีต้อนรับสู่ซีเคร็ตทรานซ์เทอราปีค่ะ" ดร.น้ำฟ้าค้อมศีรษะทักทายอย่างมีมารยาท "หมอได้รับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอาการและประวัติของคุณภพจากคุณพราวเรียบร้อยแล้วนะคะ วันนี้เราจะเน้นการพูดคุยและใช้วิธีสะกดจิตบำบัดเพื่อค้นหาสาเหตุจากจิตใต้สำนึกเป็นหลัก ขอให้คุณภพผ่อนคลายและไม่ต้องกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ ที่นี่คือพื้นที่ปลอดภัยของคุณอย่างสมบูรณ์ค่ะ"
ภพมองสบสายตาของแพทย์หญิง เขาไม่พบร่องรอยของการประเมินค่า การตัดสิน หรือความสมเพชอยู่ในดวงตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมั่นคงและจรรยาบรรณแพทย์ที่สะท้อนออกมาอย่างสัตย์จริง ความระแวดระวังและเกราะกำแพงในใจของชายหนุ่มพลันพังทลายลงไปหลายส่วน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเบา "ครับ... ฝากตัวด้วยครับคุณหมอ"
"พราวจะนั่งรอพี่ภพอยู่ที่ห้องโถงต้อนรับด้านนอกนี้นะคะ ขอให้ทุกอย่างราบรื่นค่ะ" พราวยิ้มให้กำลังใจภพพลางบีบไหล่หนาแผ่วเบาก่อนจะแยกตัวไปนั่งรอที่มุมโซฟาตัวใหญ่
ดร.น้ำฟ้าผายมือเชิญภพให้เดินตามเธอเข้าไปยังห้องสะกดจิตบำบัดส่วนตัวด้านใน บานประตูหนาเก็บเสียงปิดลงอย่างเงียบสนิท ภายในห้องมีขนาดกว้างขวางพอเหมาะ แสงสว่างถูกปรับให้อยู่ในระดับสลัวอบอุ่นด้วยโคมไฟสีส้มรำไร อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเย็นสบายพอดี กลิ่นหอมอโรม่าระเหยอ่อนๆ จากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติโชยแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกผ่อนคลายและง่วงงุนจางๆ ตรงกลางห้องมีเตียงนอนบำบัดขนาดใหญ่ที่บุด้วยฟูกกำมะหยี่และปูผ้าซาตินหนานุ่มสีครีมสะอาดตา ดูนุ่มนวลชวนให้เอนกายลงนอนพักผ่อน
"เชิญคุณภพนอนเอนกายลงบนเตียงบำบัดในท่าที่สบายที่สุดเลยค่ะ ปล่อยแขนขาตามสบาย ไม่ต้องเกร็งนะคะ" ดร.น้ำฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอบอุ่นพลางลากเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียงบำบัดในตำแหน่งที่เหมาะสม
ภพก้าวขึ้นไปนอนราบลงบนเตียงผ้าซาตินหนานุ่ม สัมผัสที่ละเอียดอ่อนเบาสบายของเนื้อผ้าทำให้ร่างกายที่ตึงเครียดมาตลอดหลายวันเริ่มคลายตัวลงทีละน้อย ชายหนุ่มประสานมือไว้บนหน้าท้องพลางแหงนหน้ามองเพดานสลัว หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหม่าในกระบวนการที่กำลังจะเกิดขึ้น
"ก่อนที่เราจะเริ่ม หมออยากให้คุณภพเข้าใจว่า กระบวนการสะกดจิตบำบัดไม่ใช่การที่หมอเข้ามาควบคุมจิตใจหรือบังคับให้คุณทำในสิ่งที่ไม่ต้องการนะคะ" น้ำเสียงราบเรียบของหมอน้ำฟ้ามีกระแสของความน่าเชื่อถือ "แต่เป็นการที่หมอใช้น้ำเสียงเหนี่ยวนำให้คลื่นสมองของคุณภพผ่อนคลายลงช้าๆ จากสภาวะปกติที่เป็นการตื่นตัวและวิเคราะห์ด้วยตรรกะ สู่สภาวะภวังค์สะกดจิตลึก ที่จิตใต้สำนึกจะเปิดออก ทำให้เราสามารถเข้าไปค้นหาข้อมูล ความทรงจำ และความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด ซึ่งบางครั้งจิตสำนึกปกติอาจปิดกั้นเอาไว้เพราะความเจ็บปวดหรือความกังวลใจค่ะ"
"ผม... ผมเข้าใจครับ" ภพเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาเริ่มนุ่มนวลลงตามบรรยากาศที่แวดล้อม
"ดีมากค่ะ ตอนนี้... ขอให้คุณภพโฟกัสไปที่เสียงของหมอนะคะ ลืมเรื่องราววุ่นวายภายนอกไปให้หมด หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ... หายใจออกยาวๆ..." ดร.น้ำฟ้าเริ่มต้นใช้น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มีจังหวะจะโคนสม่ำเสมอ ผสานไปกับเสียงลมหายใจเข้าออกที่เป็นระบบของเธอเอง "หายใจเข้า... รับเอาความผ่อนคลายและความสงบเข้ามา... หายใจออก... ปล่อยวางความกังวลใจ ความเครียด และศักดิ์ศรีที่เหนี่ยวรั้งคุณเอาไว้ออกไปให้หมด..."
ภพทำตามคำชี้นำของหมอน้ำฟ้าช้าๆ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกกว้างขยายตัวออก แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ความเย็นสบายของห้องและเสียงที่นุ่มนวลของจิตแพทย์สาวทำให้เปลือกตาของเขาเริ่มหนักอึ้งและยอมปิดลงในที่สุด
"ดีมากค่ะ... ตอนนี้หมอจะช่วยให้ร่างกายของคุณผ่อนคลายทีละส่วนนะคะ..." ดร.น้ำฟ้ากล่าวต่อ น้ำเสียงของเธอคล้ายกับมีมนตร์สะกดลอยละล่องอยู่ในความมืดสลัว "ขอให้ส่งความรู้สึกไปที่กล้ามเนื้อปลายเท้า... ให้มันผ่อนคลายลงช้าๆ... ข้อเท้า... น่อง... ต้นขา... คลายตัวลงเหมือนดินน้ำมันที่โดนความอบอุ่น... หน้าท้อง... หน้าอก... ผ่อนคลายจนรู้สึกเบาหวิว... บ่าและไหล่ที่เคยกดทับด้วยความรับผิดชอบ... ปล่อยให้มันลู่ลง... ผ่อนคลายออกไป... กล้ามเนื้อใบหน้า... หน้าผาก... เปลือกตา... ทุกส่วนผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์แบบ..."
ร่างกายของภพเริ่มจมดิ่งลงสู่เตียงนอนบุผ้าซาตินหนานุ่ม ความรู้สึกตึงตัวที่เคยมีหายไปหมดสิ้น ปลายนิ้วมือและนิ้วเท้าเริ่มรู้สึกชาเบาๆ ราวกับลอยละล่องอยู่บนปุยเมฆ คลื่นสมองของเขาเริ่มปรับเปลี่ยนจากระดับเบต้าที่คิดอ่านรวดเร็วสับสน ดิ่งลงสู่ระดับอัลฟ่าที่สงบนิ่งและผ่อนคลายลึกซึ้ง จนกระทั่งเริ่มก้าวล่วงเข้าสู่ระดับเธต้าอันเป็นดินแดนแห่งความฝันและภวังค์ลึก
"ตอนนี้คุณภพกำลังลื่นไหลลึกลงไปเรื่อยๆ... ลึกลงไปเหมือนการเดินลงบันไดช้าๆ... หมอจะนับเลขสิบถึงหนึ่ง และในทุกตัวเลขที่คุณได้ยิน คลื่นสมองของคุณจะผ่อนคลายลึกซึ้งลงไปอีกเท่าทวีคูณ... สิบ... ดิ่งลึกลงไป... เก้า... ร่างกายเบาสบายเหมือนขนนก... แปด... เจ็ด... หก... ปล่อยให้ตัวเองจมลงสู่ห้วงน้ำที่นิ่งสงบและเย็นสบาย... ห้า... สี่... สาม... สอง... หนึ่ง..."
เมื่อสิ้นเสียงเลขหนึ่ง ระบบสั่งการและจิตสำนึกตรรกะปกติของภพได้หลับใหลลงโดยสมณ์ ทว่าจิตใต้สำนึกส่วนลึกที่เปรียบเสมือนคลังข้อมูลลับของชีวิตกลับเปิดกว้างและมีสติรับรู้เต็มเปี่ยม ภพตกอยู่ในสภาวะภวังค์สะกดจิตลึกและสมบูรณ์ภายใต้เสียงนำทางของ ดร.น้ำฟ้า
"คุณภพคะ... ตอนนี้คุณอยู่ในสถานที่ที่สงบและปลอดภัยที่สุดแล้วนะคะ ในดินแดนแห่งนี้ไม่มีการตัดสิน ไม่มีคำตำหนิ มีเพียงสัจธรรมและความจริงใจของตัวคุณเองเท่านั้น... หมออยากชวนให้คุณย้อนเวลากลับไปมองเรื่องราวความสัมพันธ์และร่างกายของคุณในช่วงที่ผ่านมา..." หมอน้ำฟ้าถามชี้ช่องอย่างนุ่มนวล "บอกหมอหน่อยได้ไหมคะ... ตอนที่คุณร่วมรักกับคุณพราวในคืนบำบัดนั้น... ร่างกายของคุณรู้สึกอย่างไร และทำไมคุณถึงสามารถทำมันได้อย่างราบรื่นคะ"
ภายใต้สภาวะสะกดจิตลึกซึ้ง เกราะแห่งศักดิ์ศรีและการปฏิเสธความจริงถูกปลดออก ภพเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เลื่อนลอยแต่สัตย์ซื่อและเปิดเผยอย่างที่สุดจากก้นบึ้งของหัวใจ "กับพราว... ร่างกายของผมรู้สึกอิสระ... ไม่มีแรงกดดันใดๆ เลย... พราวคือคนนอก... เธอไม่ใช่ภรรยาแต่งของผม... การร่วมรักกับเธอไม่ต้องมีพันธะผูกพันเชิงสมรส... ไม่มีเงื่อนไขศีลธรรมอันดีที่ผมต้องแบกรับ... ผมไม่ต้องพิสูจน์ศักดิ์ศรีความเป็นสามีหรือทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวต่อหน้าเธอ... ความคิดในสมองของผมยามนั้นเห็นเธอเป็นความแปลกใหม่... เป็นความสุขทางสรีระที่เบาสบาย ปราศจากความรับผิดชอบ... สมองของผมจึงไม่สั่งการป้องกันตัวใดๆ ร่างกายจึงสามารถขยับขับเคลื่อนไปตามธรรมชาติได้อย่างเต็มเปี่ยม..."
"ดีมากค่ะ... เข้าใจกระจ่างชัดแล้วนะคะ" ดร.น้ำฟ้าบันทึกข้อมูลอย่างประณีต แววตาของเธอฉายแววตระหนักรู้ในกลไกจิตวิทยา "แล้วในทางตรงกันข้ามล่ะคะ... ยามที่คุณเผชิญหน้ากับคุณแพรพิมพ์ ภรรยาของคุณล่ะ เกิดอะไรขึ้นในจิตใจและร่างกายของคุณยามที่สัมผัสเธอคะ"
พอหมอน้ำฟ้าเอ่ยถึงชื่อแพรพิมพ์ สีหน้าของภพในภวังค์สะกดจิตพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากัน ลมหายใจเริ่มหอบถี่ขึ้นเล็กน้อย มือหนาบีบประสานกันแน่นขึ้นอีกครั้ง บ่งบอกถึงความเจ็บปวดและแรงกดดันมหาศาลที่ปะทุขึ้นในห้วงลึก
"กับพิมพ์... มัน... มันเจ็บปวดเหลือเกิน..." ภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แฝงด้วยความทุกข์ระทมอย่างถึงที่สุด "พิมพ์คือภรรยาแต่งของผม... เธอคือผู้หญิงที่ผมต้องปกป้อง เกียรติยศและศักดิ์ศรีของผมผูกติดอยู่กับตัวเธอ... แต่สิ่งที่กรีดลึกที่สุดในหัวใจของผม... คือภาพความสัมพันธ์ชู้รักระหว่างเธอกับภัทร์... น้องชายร่วมสายเลือดของผม..."
ดร.น้ำฟ้านิ่งฟังอย่างตั้งใจ ปล่อยให้ชายหนุ่มระบายปมสีดำที่กดทับในใจออกมา
"ทุกครั้งที่ผมมองหน้าพิมพ์ หรือยามที่ผมพยายามจะสัมผัสตัวเธอ... จิตใต้สำนึกของผมจะกรีดร้องขึ้นมาทันที... ภาพพวกเขาสองคนร่วมรักกัน... กลิ่นอายความเสน่หาทรยศหักหลังที่พวกเขาลักลอบทำลับหลังผม... มันแล่นเข้ามากระทบระบบประสาทของผมอย่างรุนแรง... แม้ว่าในทางความคิดปกติผมนึกอยากจะยอมรับและให้อภัยเพื่อรักษาครอบครัวไว้... แต่ในส่วนลึกของจิตใต้สำนึก... ผมรู้สึกอับอายและผิดอย่างมหันต์ยามที่คิดว่าตัวเองต้องมาใช้ผู้หญิงร่วมกับน้องชาย... ร่างกายของผมประเมินว่าการร่วมรักกับพิมพ์คือสถานการณ์ตึงเครียดสูง... เป็นอันตรายต่อสภาพจิตใจและความมั่นคงทางจิตวิญญาณของผมอย่างร้ายแรง... สมองส่วนกลางจึงสั่งปิดสวิตช์ระบบสัญชาตญาณทางเพศทันที... สั่งให้แก่นกายหดปวกเปียกเพื่อตัดกระบวนการที่จะนำผมไปสู่ความเจ็บปวดและการเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายนั้น..."
หยาดน้ำตาใสๆ พลันไหลซึมออกมาจากหางตาของภพที่ยังคงปิดสนิท มันไหลอาบแก้มครึ้มหนวดช้าๆ สะท้อนความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมานานหลายเดือน ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องบำบัดชั่วครู่ มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาของนักธุรกิจหนุ่มผู้พ่ายแพ้แก่บาดแผลทางใจของตนเอง
ดร.น้ำฟ้าเอื้อมมือไปจับมือหนาของภพแผ่วเบาเพื่อส่งผ่านความมั่นคงปลอดภัย "คุณภพคะ... ฟังหมอนะคะ สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของคุณไม่ใช่ความล้มเหลว ไม่ใช่เพราะคุณไม่มีน้ำยา หรือหมดสมรรถภาพทางกายภาพ... แต่เป็นเพราะระบบประสาทของคุณรักคุณมาก... มันพยายามปกป้องจิตใจที่บอบช้ำของคุณจากการปะทะกับความขัดแย้งเชิงศีลธรรมอันเจ็บปวดนั้น ร่างกายของคุณแสดงออกอย่างซื่อสัตย์ต่อบาดแผลในใจ... ตอนนี้คุณได้รับรู้ความจริงข้อนี้แล้ว... คุณไม่ได้อ่อนแอ... แต่คุณเพียงแค่ต้องการเวลาและความเข้าใจในการสลัดความรู้สึกผิดบาปนี้ออกไปเท่านั้นค่ะ..."
คำปลอบโยนที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจลึกซึ้งและหลักวิชาการของจิตแพทย์สาว คล้ายกับสายน้ำอุ่นที่ราดรดลงบนกองเพลิงอันรุ่มร้อนในใจของภพ คิ้วที่ขมวดมุ่นค่อยๆ คลายออก ลมหายใจที่เคยหอบกระชั้นกลับคืนสู่จังหวะที่สม่ำเสมอและสงบลง หยาดน้ำตาหยุดไหล ทิ้งไว้เพียงรอยชื้นจางๆ บนใบหน้า ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อตึงเครียดในอกได้รับการนวดผ่อนคลายและปลดเปลื้องภาระอันหนักอึ้งออกไปทีละน้อย
"ดีมากค่ะ... ตอนนี้เราได้พบรากเหง้าของสัจธรรมในใจคุณแล้วนะคะ จากนี้ไปหมอจะเริ่มปรับกระบวนการสั่งการของสมองให้คุณมองเห็นภาพของการให้อภัยและความรักในมุมมองใหม่... แต่สำหรับวันนี้... ร่างกายและจิตใจของคุณได้เรียนรู้ความจริงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว..." ดร.น้ำฟ้ายิ้มบางเบา "หมอจะนำคุณออกจากสภาวะภวังค์สะกดจิตช้าๆ นะคะ... เมื่อหมอนับถอยหลังจากห้าถึงหนึ่ง... คุณภพจะค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ลมหายใจจะสดชื่น หัวใจจะเบาสบายและกระจ่างแจ้งในคำตอบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน... ห้า... เริ่มรู้สึกตัวทั่วพร้อม... สี่... กล้ามเนื้อทุกส่วนตื่นตัว... สาม... หายใจเข้าลึกๆ รับความสดชื่น... สอง... เกือบตื่นเต็มที่แล้ว... หนึ่ง... ลืมตาขึ้นมาได้ค่ะ"
ภพค่อยๆ ขยับเปลือกตาหนาหนักของตนช้าๆ ก่อนจะเปิดดวงตาคู่คมขึ้นสู้แสงไฟสีส้มอบอุ่นสลัวในห้องบำบัด ชายหนุ่มนอนนิ่งอยู่ชั่วครู่ ลมหายใจหอบยาวผ่อนเข้าออกอย่างเป็นระบบ เหงื่อชุ่มชื้นพรายเต็มดวงหน้าคมเข้มรวมถึงแผ่นหลังกว้างจนเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนแนบเนื้อ ทว่า... สิ่งที่แตกต่างไปจากทุกครั้งคือ หัวอกที่เคยแน่นตึงและหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินหมื่นชั่งทับถมอยู่ บัดนี้กลับรู้สึกเบาสบาย โล่งกว้าง และปลอดโปร่งอย่างประหลาด ปมเชือกสีดำที่พันกันยุ่งเหยิงขมวดแน่นในสมองของเขามานานหลายเดือน บัดนี้ได้รับการคลี่คลายและจัดระเบียบจนเขาสามารถมองเห็นโครงสร้างของมันได้อย่างกระจ่างชัดเป็นครั้งแรกในชีวิต
ภพขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนขอบเตียงบำบัด ดร.น้ำฟ้ายื่นแก้วน้ำอุ่นและกระดาษทิชชู่ส่งให้เขาอย่างสุภาพ ชายหนุ่มรับมาดื่มช้าๆ พลางซับเหงื่อและคราบน้ำตาที่แก้ม
"เป็นอย่างไรบ้างคะคุณภพ... รู้สึกอย่างไรบ้างคะ" ดร.น้ำฟ้าเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น
ภพลดแก้วน้ำลงพลางทอดสายตามองคุณหมอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แววตาของคนหลงทางที่เต็มไปด้วยความอับอายอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นแววตาของคนที่ค้นพบกุญแจสำคัญในการไขประตูลับของตัวเอง "หมอครับ... มันแปลกมาก... ในใจของผมตอนนี้มันรู้สึกเบาลงอย่างบอกไม่ถูก เหมือนผมเข้าใจตัวเองแล้ว... เข้าใจแล้วว่าทำไมร่างกายของผมถึงต่อต้านพิมพ์อย่างรุนแรงขนาดนั้น ทั้งที่ผมเองก็พยายามบังคับตัวเองและอยากจะกอดเธอใจจะขาด..."
"นั่นคือจุดเริ่มต้นที่วิเศษที่สุดของการรักษาค่ะคุณภพ" ดร.น้ำฟ้าประเมินผลด้วยความพึงพอใจ "การหย่อนสมรรถภาพทางเพศของคุณไม่ได้เกิดจากความเสื่อมโทรมของร่างกาย แต่เป็นกระบวนการทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน เมื่อเรารู้พิกัดของปัญหาและต้นตอของปมอย่างแน่ชัดแล้ว คาบบำบัดถัดๆ ไปเราจะเน้นการปรับจูนระบบความเชื่อและการเชื่อมโยงความรู้สึกใหม่ เพื่อให้จิตใต้สำนึกของคุณยอมรับการร่วมรักกับภรรยาแต่งโดยปราศจากความหวาดระแวงและความรู้สึกผิดบาปค่ะ หมอเชื่อมั่นว่าด้วยความตั้งใจของคุณและแรงสนับสนุนของคนในครอบครัว คุณภพจะสามารถกลับมาตื่นตัวและร่วมรักกับคุณแพรพิมพ์ได้เป็นปกติอย่างแน่นอนค่ะ"
ภพพยักหน้ารับอย่างมีความหวังเต็มเปี่ยม ความกังวลเรื่องศักดิ์ศรีและความเป็นชายชาตรีที่เคยค้ำคอบัดนี้สลายตัวไปเกือบหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความเด็ดเดี่ยวที่จะเดินหน้าบำบัดรักษาต่อไปจนถึงที่สุด ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณแพทย์หญิงด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องสะกดจิตบำบัดส่วนตัวกลับคืนสู่โถงต้อนรับด้านนอก
เมื่อประตูห้องบำบัดเปิดออก พราวที่นั่งเฝ้ารออยู่รีบลุกขึ้นยืนเดินตรงเข้ามาหาทันที ดวงตาสวยคมจับจ้องมองใบหน้าของภพด้วยความห่วงใย ทว่าเมื่อเห็นแววตาที่ผ่อนคลายและไร้เงาหมองหม่นของนักธุรกิจหนุ่ม พราวก็ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดพร้อมรอยยิ้มกว้างด้วยความโล่งอก
"เป็นอย่างไรบ้างคะพี่ภพ... โอเคไหมคะ" พราวเอ่ยถามอย่างใส่ใจ
"ดีมากเลยพราว... พี่รู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่กลับคืนมาครึ่งหนึ่งแล้ว" ภพยิ้มบางเบาอย่างจริงใจ "พี่เข้าใจทุกอย่างแล้ว... เข้าใจปมที่ขังพี่ไว้ในความมืดมาตลอด ขอบคุณพราวมากๆ นะที่ช่วยแนะนำพี่ให้มาพบหมอน้ำฟ้าในวันนี้"
"ยินดีที่สุดเลยค่ะพี่ภพ! พราบอกแล้วว่าหมอน้ำฟ้าเก่งมากและจะช่วยพี่ได้จริงๆ" พราวพูดน้ำเสียงแจ่มใสและตบบ่าหนาของชายหนุ่มเบาๆ ก่อนจะหันไปขอบคุณ ดร.น้ำฟ้า ที่ยืนส่งพวกเขาอยู่ตรงประตู
เมื่อทั้งคู่เดินกลับมาขึ้นรถยนต์อเนกประสงค์เอสยูวีคันเดิม ภพไม่รอช้ารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาคนทางบ้านทันที แพรพิมพ์กดรับสายในวินาทีแรกด้วยหัวใจที่เต้นระทึกและห่วงใยสูงสุด น้ำเสียงหวานสั่นเครือถามไถ่ถึงผลการบำบัดรักษาด้วยความกังวลใจ ภพได้ยินเสียงภรรยาก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ เขาบอกเล่าความคืบหน้าอย่างละเอียดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและมั่นใจ ยืนยันว่าเขาพบกุญแจสำคัญแล้วและไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ปลายสายได้ยินดังนั้นก็ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาด้วยความโล่งอกและตื้นตันใจอย่างที่สุด ภัทร์ที่คอยฟังข่าวอยู่ใกล้ๆ ก็พลอยผ่อนคลายความอึดอัดแน่นอกและยิ้มออกตามไปด้วย
การเดินทางมายังคลินิกสะกดจิตบำบัดเฉพาะทางในวันนี้เปรียบเสมือนการก้าวข้ามแดนดิบแห่งความลึกลับเข้าสู่ดินแดนแห่งสัจจะและความจริงใจของคนทั้งสี่ แม้หนทางข้างหน้าในการปรับตัวและแก้ไขปมในใจจะยังคงต้องใช้ความพยายามและความเสียสละร่วมกันอีกหลายขั้น แต่ก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ในการค้นพบความจริงเบื้องลึกและการทลายกำแพงทิฐินี้ ก็นับเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่เจิดจ้า พร้อมจะนำพาครอบครัวและชีวิตสมรสของภพและแพรพิมพ์ให้กลับมารอดพ้นวิกฤตและผลิบานใหม่อีกครั้งอย่างมั่นคงในที่สุด
(จบตอนที่ ๕๕)