ในระหว่างที่ลุงชางดูแลหลิวเหมย ลุงกัวก็เดินเข้ามาใกล้หวังฟาง กลิ่นเหงื่อไคลของชายฉกรรจ์ที่อบอวลไปด้วยความดิบเถื่อนและกลิ่นดินอันเป็นเอกลักษณ์ ลอยมาแตะจมูกของนางอย่างจัง ทำให้หวังฟางรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่างราวกับถูกไฟสุม ความรู้สึกตื่นเต้นและหวาดหวั่นปะปนกันไปในใจของนาง
ร่างสูงใหญ่ของลุงกัวบดบังสายตาของคุณชายสวี่ที่นั่งตรงข้ามได้อย่างสมบูรณ์แบบ โต๊ะอาหารกว้างที่จัดวางอย่างประณีตกลายเป็นเครื่องกำบังที่ช่วยซ่อนเร้นการกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้น เขารินสุราให้คุณชายสวี่อย่างช้าๆ ท่าทางของเขาดูสงบนิ่งและสุภาพ แต่ภายใต้ความสงบนิ่งนั้นกลับซ่อนเร้นความเจ้าเล่ห์และอันตรายไว้
มือหนาของเขากลับแอบลูบไล้ต้นขาด้านในของหวังฟางอย่างแผ่วเบาและรวดเร็ว ปลายนิ้วสากไล้ขึ้นไปจนเกือบถึงร่องรักของนางอย่างจงใจ สัมผัสเพียงแผ่วเบาแต่กลับสร้างความปั่นป่วนไปทั่วร่างของหวังฟาง การสัมผัสนั้นเบาจนแทบจะไม่รู้สึก แต่กลับทำให้หวังฟางรู้สึกเสียวซ่านจนต้องกัดริมฝีปากล่างเพื่อระงับเสียงครางที่กำลังจะหลุดออกมา
หวังฟางสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจและเสียวซ่านที่แล่นแปลบไปทั่วร่าง นางพยายามเก็บอาการไว้ ใบหน้าของนางกลับแดงก่ำราวกับผลท้อสุก ดวงตาฉ่ำเยิ้มด้วยความปรารถนาที่พลุ่งพล่าน นางกัดริมฝีปากล่างแน่นจนห้อเลือดเพื่อระงับเสียงครางที่กำลังจะหลุดออกมาจากลำคอ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกบดบังด้วยความต้องการดิบเถื่อนที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ
ในขณะเดียวกัน หวังฟางก็แอบเอื้อมมือไปใต้โต๊ะ ปลายนิ้วเรียวของนางค้นหาและพบกับท่อนเนื้อที่กำลังแข็งตัวของลุงกัวที่อยู่ใต้กางเกงผ้าสีดำ นางลูบไล้อย่างแผ่วเบาแต่เจตนา รู้สึกถึงความร้อนและความแข็งแกร่งที่แผ่ซ่านผ่านผ้า การสัมผัสนั้นทำให้ลุงกัวต้องกลั้นหายใจเพื่อไม่ให้แสดงอาการออกมา แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววพึงพอใจอย่างชัดเจน
คุณชายสวี่หันมามองหวังฟางด้วยความประหลาดใจและเป็นห่วง "ฟางเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป เหตุใดใบหน้าจึงแดงก่ำเช่นนั้น" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่แววตาของเขากลับฉายแววสงสัยอย่างปิดไม่มิด เช่นเดียวกับจางเหว่ยที่มองหลิวเหมยเมื่อครู่
หวังฟางพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "เปล่าเจ้าค่ะคุณชาย ข้าเพียงแต่รู้สึกร้อนเล็กน้อยเท่านั้น" นางแก้ตัวอย่างตะกุกตะกัก เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอับอายและตื่นเต้น นางรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัวราวกับถูกไฟสุม และความรู้สึกนั้นก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อนางเห็นรอยยิ้มมุมปากของลุงกัว
พลางบิดกายเล็กน้อยตามจังหวะที่ลุงกัวกำลังลูบไล้ต้นขาของนาง ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับขอบร่องรักของนางอย่างจงใจ ทำให้หวังฟางรู้สึกเสียวซ่านจนแทบจะยืนไม่ไหว ร่างกายของนางอ่อนระทวยราวกับไร้เรี่ยวแรง ในขณะเดียวกัน มือของนางใต้โต๊ะก็เพิ่มแรงกดคลึงท่อนเนื้อของลุงกัวมากขึ้น รู้สึกถึงการเต้นโขยงของเลือดที่ไหลเวียนอยู่ภายใน
ลุงกัวยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาของเขาฉายแววพึงพอใจอย่างชัดเจน เขาเอนตัวเข้าใกล้หวังฟางมากขึ้น ใช้ร่างกายสูงใหญ่ของเขาบดบังสายตาจากคุณชายสวี่ได้สมบูรณ์แบบ ก่อนจะเดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้หวังฟางนั่งตัวสั่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธที่ถูกกระทำต่อหน้าคู่หมั้น อายที่แสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน และปรารถนาที่พลุ่งพล่านในส่วนลึกของจิตใจ
นางรู้สึกราวกับถูกลุงกัวจุดไฟราคะขึ้นในตัวอย่างจงใจ และนางก็ไม่สามารถดับมันลงได้เลย นางต้องการเขา ต้องการสัมผัสของเขา ต้องการให้เขาเติมเต็มความปรารถนาที่กำลังแผดเผานางอยู่ นางรู้ดีว่านางกำลังตกอยู่ในวังวนแห่งความปรารถนาที่อันตราย และนางก็พร้อมที่จะจมดิ่งลงไปในวังวนนั้น
ซูหลินที่นั่งอยู่ถัดไป สังเกตเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด นางรู้สึกตื่นเต้นและเสียวซ่านไปกับเพื่อนๆ นางรู้ดีว่าลุงชางและลุงกัวกำลังเล่นเกมที่อันตราย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปรารถนาที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเกมนั้น นางเฝ้ารอคอยสัมผัสจากคนสวนผู้นี้อย่างใจจดใจจ่อ หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกบดบังด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจควบคุมได้
เมื่อลุงชางเดินกลับมาอีกครั้งเพื่อรินสุราให้คุณชายเหวิน กลิ่นกายของเขายิ่งทำให้ซูหลินรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว กลิ่นเหงื่อไคลที่ผสมผสานกับกลิ่นดินและกลิ่นบุรุษเพศอันเป็นเอกลักษณ์ของลุงชาง ทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความปรารถนา
ร่างสูงใหญ่ของลุงชางบดบังสายตาของคุณชายเหวินที่นั่งตรงข้ามได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขารินสุราอย่างใจเย็น ท่าทางของเขาดูสงบนิ่งและสุภาพ แต่ภายใต้ความสงบนิ่งนั้นกลับซ่อนเร้นความเจ้าเล่ห์และอันตรายไว้ มืออีกข้างหนึ่งของเขากลับแอบลูบไล้บั้นท้ายของซูหลินอย่างแผ่วเบาและรวดเร็ว ปลายนิ้วสากของเขากดคลึงลงบนเนื้อนุ่มของนางอย่างจงใจ สัมผัสเพียงแผ่วเบาแต่กลับสร้างความปั่นป่วนไปทั่วร่างของซูหลิน
ซูหลินไม่ได้นิ่งเฉยเช่นกัน นางแอบเอื้อมมือไปใต้โต๊ะ ค้นหาท่อนเนื้อของลุงชางที่กำลังแข็งตัวใต้กางเกงผ้าสีดำ เมื่อปลายนิ้วเรียวของนางสัมผัสกับความร้อนและความแข็งแกร่งนั้น นางรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่าง นางลูบไล้อย่างช้าๆ แต่เจตนา รู้สึกถึงขนาดที่ใหญ่โตและน่าเกรงขามของมัน การสัมผัสนั้นทำให้ลุงชางต้องกลั้นใจไม่ให้แสดงอาการออกมา แต่ความพึงพอใจในดวงตาของเขาชัดเจนมาก
ซูหลินสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจและเสียวซ่านที่แล่นแปลบไปทั่วร่าง นางพยายามเก็บอาการไว้ ใบหน้าของนางกลับแดงก่ำราวกับถูกไฟลน ดวงตาฉ่ำเยิ้มด้วยความปรารถนาที่พลุ่งพล่าน นางกัดริมฝีปากล่างแน่นจนเจ็บเพื่อระงับเสียงครางที่กำลังจะหลุดออกมาจากลำคอ
คุณชายเหวินหันมามองซูหลินด้วยความประหลาดใจ "หลินเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป เหตุใดใบหน้าจึงแดงก่ำเช่นนั้น" เขาถามด้วยความเป็นห่วง แต่แววตาของเขากลับฉายแววสงสัยเช่นเดียวกับจางเหว่ยและคุณชายสวี่
ซูหลินพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "เปล่าเจ้าค่ะคุณชาย ข้าเพียงแต่รู้สึกร้อนเล็กน้อยเท่านั้น" นางแก้ตัวอย่างตะกุกตะกัก เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย พลางบิดกายเล็กน้อยตามจังหวะที่ลุงชางกำลังลูบไล้บั้นท้ายของนาง ปลายนิ้วของเขากดคลึงลงบนร่องก้นของนางอย่างจงใจ ทำให้ซูหลินรู้สึกเสียวซ่านจนแทบจะยืนไม่ไหว
ลุงชางยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาของเขาฉายแววพึงพอใจ ก่อนจะเดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ซูหลินนั่งตัวสั่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธที่ถูกกระทำต่อหน้าคู่หมั้น อายที่แสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน และปรารถนาที่พลุ่งพล่านในส่วนลึกของจิตใจ นางรู้สึกราวกับถูกลุงชางจุดไฟราคะขึ้นในตัวอย่างจงใจ และนางก็ไม่สามารถดับมันลงได้เลย นางต้องการเขา ต้องการสัมผัสของเขา ต้องการให้เขาเติมเต็มความปรารถนาที่กำลังแผดเผานางอยู่ นางรู้สึกว่าร่างกายของนางกำลังเรียกร้องหาการปลดปล่อยอย่างรุนแรง
ในขณะนั้น จางซินที่นั่งอยู่ปลายสุดก็ไม่ได้รอดพ้นจากการล่วงละเมิดเช่นกัน เมื่อลุงกัวเดินมารินสุราให้แม่ทัพน้อยถัง ร่างกายกำยำของเขาก็บดบังสายตาของแม่ทัพน้อยถังได้อย่างสมบูรณ์แบบ มือหนาของลุงกัวแอบลูบไล้ต้นขาของจางซินอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วสากไล้ขึ้นไปจนถึงขอบร่องรักของนางอย่างจงใจ
จางซินสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ใบหน้าอ่อนเยาว์ของนางแดงก่ำทันที ดวงตาฉ่ำเยิ้มด้วยความตื่นเต้นและหวาดหวั่น นางไม่เคยสัมผัสกับสิ่งเช่นนี้มาก่อน แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองอย่างไม่อาจควบคุมได้ นางแอบเอื้อมมือไปใต้โต๊ะเช่นกัน ค้นหาท่อนเนื้อของลุงกัวที่กำลังแข็งตัว เมื่อปลายนิ้วของนางสัมผัสกับความร้อนและความแข็งแกร่งนั้น นางรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่าง
แม่ทัพน้อยถังสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของจางซิน "ซินเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป" เขาถามด้วยความเป็นห่วง
จางซินพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "ข้า... ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ เพียงแต่รู้สึกร้อนเล็กน้อย" นางตอบด้วยเสียงสั่นเครือ
ลุงกัวยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้จางซินนั่งตัวสั่นด้วยความรู้สึกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
บรรยากาศในงานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไปอย่างปกติ แขกเหรื่อต่างพูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครสังเกตเห็นความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นใต้โต๊ะอาหาร เสียงดนตรียังคงบรรเลงอย่างไพเราะ แสงโคมไฟยังคงส่องแสงอบอุ่น แต่สำหรับเหล่าคุณหนูทั้งสี่แล้ว ทุกอย่างดูเปลี่ยนไป พวกนางรู้สึกราวกับกำลังอยู่ในโลกที่แตกต่างไปจากเดิม โลกที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและอันตราย
ลุงชางและลุงกัวสลับกันเดินวนเวียนไปมาระหว่างโต๊ะ ทำหน้าที่รินสุราและปรนนิบัติแขกเหรื่อ แต่สายตาของพวกเขากลับจับจ้องไปที่เหล่าคุณหนูอย่างไม่เปิดเผย ทุกครั้งที่พวกเขาเดินผ่านมา เหล่าคุณหนูจะรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านจากร่างกายกำยำของพวกเขา กลิ่นกายชายฉกรรจ์ที่ผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อไคลและกลิ่นดิน ทำให้พวกนางรู้สึกเสียวซ่านและปั่นป่วนไปทั่วร่าง
หลิวเหมยที่เพิ่งกลับมาจากการถูกลุงชางล่วงละเมิด ยังคงรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ใบหน้าของนางยังคงแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำเยิ้มด้วยความปรารถนาที่ยังไม่สิ้นสุด นางมองไปยังเพื่อนๆ และเห็นว่าพวกนางก็อยู่ในสภาพเดียวกัน ทุกคนต่างมีใบหน้าแดงก่ำและดวงตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
เมื่อลุงชางเดินมาใกล้อีกครั้ง หลิวเหมยรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง นางแอบเอื้อมมือไปใต้โต๊ะ ค้นหาท่อนเนื้อของลุงชางที่ยังคงแข็งตัวอยู่ เมื่อปลายนิ้วของนางสัมผัสกับความร้อนและความแข็งแกร่งนั้น นางรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่าง นางลูบไล้อย่างช้าๆ แต่เจตนา รู้สึกถึงการเต้นโขยงของเลือดที่ไหลเวียนอยู่ภายใน
ลุงชางต้องกลั้นใจไม่ให้แสดงอาการออกมา แต่เขาก็แอบลูบไล้ต้นขาของหลิวเหมยกลับ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับขอบร่องรักของนางอย่างจงใจ ทำให้หลิวเหมยต้องกัดริมฝีปากล่างเพื่อระงับเสียงครางที่กำลังจะหลุดออกมา
ในขณะเดียวกัน หวังฟางก็กำลังสัมผัสกับความเสียวซ่านจากการสัมผัสของลุงกัว นางแอบลูบไล้ท่อนเนื้อของเขาใต้โต๊ะ รู้สึกถึงความร้อนและความแข็งแกร่งที่น่าตื่นเต้น ลุงกัวก็แอบลูบไล้ต้นขาของนางกลับ ปลายนิ้วของเขากดคลึงลงบนร่องรักของนางอย่างจงใจ ทำให้หวังฟางรู้สึกเสียวซ่านจนแทบจะยืนไม่ไหว
ซูหลินและจางซินก็อยู่ในสภาพเดียวกัน ทั้งสองต่างแอบลูบไล้ท่อนเนื้อของลุงชางและลุงกัวใต้โต๊ะ ขณะที่ทั้งสองก็แอบลูบไล้ร่างกายของพวกนางกลับ การสัมผัสที่เกิดขึ้นใต้โต๊ะนั้นเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและอันตราย แต่ก็น่าตื่นเต้นจนไม่อาจต้านทานได้
เหล่าคู่หมั้นที่นั่งตรงข้ามไม่มีใครสังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นใต้โต๊ะ ร่างกายสูงใหญ่ของลุงชางและลุงกัวบดบังสายตาของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ โต๊ะอาหารกว้างก็ช่วยซ่อนเร้นการกระทำที่อันตรายนั้นไว้ได้เป็นอย่างดี
บรรยากาศในงานเลี้ยงยิ่งทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เหล่าคุณหนูทั้งสี่ต่างรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านในใจของพวกนางยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่ได้รับการสัมผัสจากลุงชางและลุงกัว พวกนางรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นผิดและอันตราย แต่ร่างกายของพวกนางกลับเรียกร้องหาความสุขสมจากชายทั้งสองผู้นี้อย่างบ้าคลั่ง
หลังจากนั้นไม่นาน หลิวเหมยก็ทนไม่ไหว นางลุกขึ้นยืนและเอ่ยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ "ข้าขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่เจ้าค่ะ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
จางเหว่ยพยักหน้า "ตามสบายเถิดเหมยเอ๋อร์"
หลิวเหมยรีบเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังสวน นางเดินผ่านพุ่มไม้สูงและต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในทางเดินลับที่นำไปสู่ห้องน้ำส่วนตัวของจวน หัวใจของนางเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและปรารถนาที่ไม่อาจเก็บงำได้อีกต่อไป