บทที่ 45
ณ กำแพงเมืองทิศเหนือ ติดกับป้อมปราการดราก้อน เวลาพลบค่ำ ก่อนเกิดเหตุการณ์โจมตีเมืองแอนวีนสักครู่หนึ่ง“เซอร์คลีด ท่านยังไม่พักผ่อนหรือขอรับ” นายกองลีมูนที่กำลังตรวจตราความเรียบร้อยบนกำแพงเมือง เดินมาพบหัวหน้าของตนพอดี“เวลานี้ข้านอนไม่หลับหรอกลีมูน ว่าแต่เจ้าเถอะเข้าเวรมาตั้งแต่เมื่อคืนวานยังไม่ได้พักผ่อนเลยไม่ใช่รึไง” เซอร์กล่าวถามกับลูกน้องด้วยความเป็นห่วง“ข้าก็นอนไม่หลับเช่นกันขอรับ ตลอดชีวิตของข้าเคยเดินทางไปปราบมอนสเตอร์ทั่วทั้งอาณาจักรของเรา แต่ไม่เคยสักครั้งที่จะต้องมาตั้งรับอยู่ในเมืองหลวงที่ปราศจากสงครามมานับร้อยๆปีเช่นนี้ ความร้ายกาจของศัตรูไม่ธรรมดา ข้าไม่อาจนิ่งนอนใจได้” ลีมูนกล่าวความในใจของเขาออกมา“หึๆ นึกถึงสมัยก่อนที่เราเคยไปปราบมอนสเตอร์ด้วยกัน เราต่างพาครอบครัวมาอยู่ที่เมืองหลวงเหมือนกัน มันก็นานแล้วสินะที่เราเรียกเมืองแอนวีนแห่งนี้ว่าบ้าน” เซอร์คลีดกล่าวถึงความหลังที่เขา และลีมูนต่างเผชิญมาร่วมกัน“นั่นสิขอรับ นานมากจ...ท่านเซอร์มีบางอย่างอยู่ทางนั้น” ยังไม่ทันจะพูดจบ ลีมูนก็ชะงักไป เพราะเห็นการเคลื่อนไหวในความมืดมาจากชายป่าด้านทิศเหนือ“ข้าเห็นเพียงเงาดำเคลื่อนที่เร็วมากเท่านั้น ตาทิพย์ของเจ้าเห็นสิ่งใดชัดกว่านั้นหรือไม่” เซอร์คลีดจ้องไปในความมืดของชายป่าที่ห่างไกลจากกำแพงเมือง ถ้าไม่สังเกตก็แทบจะไม่เห็นการเคลื่อนไหวนั้น“สักครู่นะขอรับ...หมาป่าทมิฬนับร้อยกำลังมาทางนี้ ยิงธนูเพลิงสร้างแสงสว่างก่อนเถอะขอรับ” ลีมูนใช้วิชาตาทิพย์มองเห็นได้ในความมืด และมีระยะที่ไกลมาก จึงเห็นกองทัพของศัตรูได้“มากมายขนาดนั้นเชียวรึ!...พลธนูยิงธนูเพลิงสร้างแสงสว่างด้านนอกกำแพง ระยะไกลที่สุด!” เซอร์คลีดรีบสั่งการพลธนูทันที ไม่นานหลังจากลูกศรติดไฟจากพลธนูนับสิบคนตกลงกลางลานดินนอกกำแพงเมือง แสงสว่างจากลูกธนูเหล่านั้นก็เผยให้เห็นฝูงหมาป่าทมิฬจำนวนมาก ที่กำลังวิ่งตรงเข้ามายังเมืองแอนวีน พวกมันวิ่งเหยียบย่ำลูกศรเพลิงอย่างไม่เกรงกลัวต่อความร้อนของเปลวไฟอันน้อยนิด “บัดซบ! พวกมันมีมากเกินไป ทหารเป่าแตรสัญญาณ แจ้งเตือนข้าศึกบุกแล้ว! พลธนูเตรียมตัว!” เซอร์คลีดสั่งการทหารอย่างเร่งด่วน นั่นทำให้ทหารบนกำแพงเมืองทั้งหมดตื่นตัวทันที ทุกคนจับจ้องไปยังฝูงหมาป่าด้านล่าง แต่ขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมรับมือกับกองทัพมอนสเตอร์ด้านหน้าอยู่นั้น ก็มีลูกไฟลอยมาเป็นจำนวนมาก“ตู้ม...ตู้ม...ตู้ม...ตู้ม” ลูกบอลไฟขนาดใหญ่เท่าตัวคนตกลงมาปะทะกับพื้นหินด้านบนกำแพงอย่างแม่นยำ ทหารบางคนก็โดนลูกไฟนั้นไปเต็มๆ บางคนก็หลบได้ทัน แต่ก็โดนสะเก็ดไฟกระเด็นเข้าใส่“อ้าก!...โอ้ย!...เอื้อะ!” เสียงร้องระงมของทหารดังไปทั่ว สถานการณ์สับสนวุ่นวาย“หน่วยจอมเวทย์ สร้างม่านพลังป้องกันเร็วเข้า!” เซอร์คลีดสั่งการอย่างเร่งด่วน แต่ก็สายเกินไป ลูกไฟจำนวนมหาศาลพุ่งข้ามหัวพวกเขา ตกไปยังบ้านเรือนภายในเมืองเป็นจำนวนมาก“ท่านเซอร์ บ้านเรือนด้านล่างไฟไหม้เสียหายอย่างหนักแล้วขอรับ ข้าขอนำทหารหน่วยของข้าไปช่วยดับไฟก่อนได้หรือไม่” ลีมูนกล่าวออกมามาอย่างร้อนใจจากภาพด้านหลังกำแพงที่เขาเห็น นั่นทำให้เซอร์คลีดหันหลังกลับไปดูด้วย“บัดซบ! เพียงครู่เดียวไฟก็ไหม้ลามไปทั่วขนาดนี้เชียวรึ!...ลีมูนเจ้าไปช่วยชาวบ้านก่อนเลยด้านบนกำแพงนี้ยังมีอีกสามหน่วย ถ้ากางม่านพลังป้องกันเสร็จคนของเราก็เพียงพอแล้วล่ะ” เซอร์คลีดรีบสั่งการตามที่ลีมูนขอทันที ที่โบสถ์ในย่านการค้า เวลาปัจจุบัน“ฮือ...ฮือ...ฮือ...” เสียงหญิงสาว และเด็กๆร้องไห้กันระงมก้องดังไปทั่วโบสถ์ เหล่าบุรุษต่างก็กระวนกระวายกับบ้านเรือนที่มอดไหม้จากห่าฝนลูกไฟอันร้อนแรง ลูกไฟที่ยังคงร่วงหล่นลงมาทำให้บรรยากาศหดหู่ และชวนให้ขวัญผวาตลอดเวลา“ทอรัสเหตุใดเจ้ายังอยู่ที่นี่! มีคำสั่งให้นักบวชไปรวมตัวที่มหาวิหารไม่ใช่หรือ?” โทมัสกล่าวถามนักบวชหนุ่มที่เดินแยกจากชาวบ้านมาทางพวกเขา“สังฆราชามิได้มีคำสั่งให้เหล่านักบวชเข้าไปยังมหาวิหาร แต่ประกาศว่าถ้านักบวชคนใดต้องการหลบภัยไปยังมหาวิหารก็สามารถทำได้ ส่วนตัวข้าขออนุญาตท่านเจ้าอาวาสอยู่ดูแลที่โบสถ์นี้เอง” ทอรัสกล่าวออกมา“เจ้ายังคงเหมือนเดิมเลยนะทอรัส ยังคงเสียสละเพื่อผู้อื่นเสมอ” โทมัสยิ้มออกมาอย่างปราบปรื้ม นั่นทำให้หลงเฟยฉุกคิดบางอย่าง และกล่าวออกมา“ทั้งสองคนดูสนิทกันจังเลยนะ” ทั้งโทมัส และทอรัสเมื่อได้ยินคำพูดนั้นของหลงเฟยก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย“ก็พวกเราเป็นพี่น้องกันนี่ เหตุใดเจ้าถึงดูไม่ออกเล่าหลงเฟย” โทมัสหันไปบอกกับเพื่อน“ซะงั้น เอ่อใช่ หน้าพวกเจ้าคล้ายกัน ผมสีแดงเหมือนกันอีกต่างหาก ฮะๆ” หลงเฟยหน้าแตกต้องหัวเราะเบาๆแก้เก้อ แล้วก็หันหน้าอายๆไปทางอื่น เขาจึงบังเอิญเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยดีของไอรีน เหมือนกำลังโกรธใครอยู่ ชายหนุ่มจึงถามออกไป“ไอรีนเป็นอะไรรึเปล่าสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ”“ข้า...ข้าเกลียดที่นี่ เกลียดพวกนักบวช!” ไอรีนกล่าวออกมาพร้อมกับจ้องไปที่หน้าของทอรัสด้วยสายตาเกรี้ยวกราด และคำกล่าวนี้ทำให้บรรยากาศในกลุ่มพวกเขาตึงเครียดมากขึ้น ในขณะเดียวกันวินเซนต์ที่สังเกตเหตุการณ์ภายนอกอยู่ตลอด และนั่งเงียบๆมาสักพักรีบพูดตัดบทขึ้นมา“ด้านนอกไม่มีลูกไฟตกลงมาแล้วล่ะ จอมเวทย์ที่กำแพงเมืองน่าจะกางม่านพลังป้องกันได้พอดี” วินเซนต์กล่าวออกมากับทุกคนในโบสถ์ เมื่อวินเซนต์ตะโกนออกมาด้วยเสียงดังทำให้ทุกคนสนใจ และมองออกไปด้านนอก ชาวบ้านจึงตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง“ถ้าเช่นนั้นพวกเราขอออกไปดับไฟก่อนก็แล้วกันขอรับ ท่านทอรัส” ชายชราผู้หนึ่งกล่าวกับนักบวชหนุ่ม”“รีบไปเถอะท่านผู้เฒ่า สักครู่ข้าก็จะออกไปช่วยด้วยเช่นกัน” ทอรัสตอบกลับ พวกชาวบ้านก็รีบวิ่งออกไป เหลือไว้แต่เด็กๆไม่กี่คนกับคนแก่ กับคนเจ็บที่บาดเจ็บ หลังจากที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ออกไปแล้ว วินเซนต์ก็รีบพูดขึ้นมาทันทีด้วยความร้อนรน“ท่านนักบวช ท่านสามารถไล่ผีที่เข้าสิงร่างคนได้หรือไม่”“ไล่ผีรึ เอ่อ...ข้าเคยเป็นผู้ช่วยในพิธีแต่ไม่เคยทำด้วยตัวเองคนเดียว ทำไมเหรอ?” ทอรัสถามกลับ“ตอนนี้พวกเรากำลังจะไปทำพิธีไล่ผีให้กับเด็กคนนึง แต่ถูกลูกไฟนั่นโจมตีเสียก่อน อีกอย่างเราหานักบวชไม่ได้เลย ท่านช่วยพวกเราหน่อยเถอะ” วินเซนต์พูดออกมาด้วยเสียงจริงจัง“อ่า...ได้สิ งั้นเดี๋ยวข้าขอไปเตรียมของสักครู่” หลังจากกล่าวจบนักบวชหนุ่มก็วิ่งไปทางห้องหลังแท่นบูชา จากนั้นวินเซนต์ก็ถอนหายใจโล่งอกออกมา“โชคดีจริงๆที่เราได้นักบวชมาช่วยนะครับพี่” หลงเฟยค่อยโล่งใจตามไปด้วย“ที่ข้าโล่งใจน่ะ เรื่องที่แม่หนูนี่จะได้ไม่ต้องอาละวาดใส่ท่านนักบวชต่อหน้าชาวบ้านต่างหาก” วินเซนต์บอกกับหลงเฟยเสร็จก็หันหน้าไปมองไอรีน ซึ่งก็ทำให้หลงเฟย และโทมัสหันไปมองไอรีนที่หน้าแดงตัวสั่นแทบจะระเบิดออกมา