บทที่ 1: หมอเทวดาจอมหลอกลวง
ถนนชนบทในชานเมืองหลงเถิง
หลี่เยว่เหยานั่งอยู่บนรถผู้บริหารคันโตหรูหราที่กำลังพุ่งไปอย่างรวดเร็วบนทางหลวงท่าทีเต็มไปด้วยความร้อนรนคนขับรถหลี่ลี่เหลือบมองไปยังหลี่เยว่เหยาจากกระจกมองหลังลังเลอยู่สองสามวินาทีก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ: “คุณหนูครับเ้าหมอเทวดานี่เชื่อถือได้แน่อย่างนั้นเหรอครับ? เื่ของเขาค่อนข้างลึกลับผมคิดว่าเขาอาจจะเป็แค่พวกหลอกลวงก็ได้นะครับ?”
หลี่เยว่เหยาที่เหม่อลอยเอนตัวพิงกระจกรถด้วยท่าทีอ่อนแรงใบหน้าบอบบางของเธอสะท้อนอยู่บนกระจกรถที่ราวกับกระจกเผยให้เห็นใบหน้างดงามใสกระจ่างเธอตอบสนองเล็กๆ ยามที่ได้ยินคำถามนั้น ริมฝีปากขยับอย่างเชื่องช้าเอ่ยขึ้น“ไปเถอะ ฉันสบายใจกว่าด้วย”
“เฮ้อ!”หลี่ลี่ถอนหายใจเล็กๆ “ไม่รู้ว่าท่านประธานเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ก็ติดโรคประหลาดมันแปลกจริงๆ เฮ้อ คนดีๆ นี่ทำไม…”
“หลี่ลี่ ถึงรึยัง?”หลี่เยว่เหยาลุกขึ้นนั่งตัวตรงอย่างช้าๆจัดปกเสื้อ แล้วเอ่ยถามเสียงเย็น
“แค่ก! ถึงแล้วครับ!ตอนนี้เข้ามาในหมู่บ้านแล้ว ถนนสภาพเลวร้ายจริงๆ” หลี่ลี่ได้สติเขาหมุนพวงมาลัยรถอย่างระมัดระวังบนถนนลูกรังที่ขรุขระ พึมพำอยู่กับริมฝีปาก“ไม่ใช่ว่าทุกหมู่บ้านควรจะมีถนนซีเมนต์แล้วงั้นเหรอ? ทำไมที่นี่ถึงมีถนนลูกรังได้เนี่ย?เกินไปแล้ว!”
เอี้ยด!
หลังจากที่เลี้ยวออกจากหัวมุมหลี่ลี่ก็พลันเหยียบเบรกจนฝุ่นฟุ้งกระจาย
ร่างของหลี่เยว่เหยาพุ่งไปด้านหน้าเธอรีบใช้มือของเธอจับเบาะหน้าเอาไว้พร้อมกับขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้น?”
“คุณหนูครับถนนด้านหน้าถูกปิด แถมยังมีคนเยอะมาก ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!”
ระบบกันเสียงของรถดีมากจริงๆเสียงผู้คนด้านนอกราวกับหม้อโจ๊กเดือดทว่าหลี่เยว่เหยากลับไม่ได้ยินอะไรเลยแม้แต่น้อยเธอค้นพบว่ามีคนอย่างน้อยสิบคนที่ยืนอยู่ที่ทางแยกหันหลังให้กับรถและกำลังมองบางอย่างอยู่
“ถึงหมู่บ้านหลินแล้วเหรอ?”หลี่เยว่เหยาเอ่ยถามขณะที่เธอหยิบกระเป๋าถือแล้วเปิดประตูรถลงไป
หลี่ลี่มองกลับไปด้วยความลนลานก่อนจะรีบพุ่งลงจากรถและคุ้มกันเธอหวาดกลัวว่าหลี่เยว่เหยาจะถูกใครชนเข้าให้
รถหรูที่จู่ๆก็ปรากฎขึ้นดึงดูดความสนใจจากคนในหมู่บ้านจำนวนมากได้พวกเขามองมาอย่างไม่ตั้งใจและอดไม่ได้ที่จะหยุดยืนอยู่กับที่
หญิงสาวร่างผอมบางเ้าของใบหน้างดงามมีเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนไม่อาจปฏิเสธ
หลี่เยว่เหยากลายเป็ดวงตะวันที่โดดเด่นที่สุดยามที่ลงมาจากรถทำให้ดวงตาของทุกคนทอประกาย
“ว้าวเป็พี่สาวที่สวยอะไรแบบนี้” เด็กชายคนหนึ่งที่น้ำมูกยืดพยายามแทรกตัวออกมาจากฝูงชนเขาแหงนหน้าจ้องหลี่เยว่เหย่ด้วยสายตาเหม่อลอยปล่อยให้น้ำมูกไหลยืดยาวออกมากลายเป็เส้นใส
ชายหญิงคนอื่น ๆนั้นกระทั่งนิ่งอึ้งยิ่งกว่า พวกเขาขยี้ตาตนเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ภาพที่เคยเต็มไปด้วยเสียงดังลั่นพลันเงียบงันลงในเสี้ยววินาทีมีเพียงแค่เสียงกิ่งไม้ใบไม้เสียดสีกันดังออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าเท่านั้น
“คนสวยนี่มาจากที่ไหนกัน?มาที่หมู่บ้านเราได้ยังไง?”
“สวยมากจริงๆดูผิวนั่นสิ จะมีน้ำหยดออกมาไหม?”
“หมู่บ้านเรากว้างตั้งสิบลี้จะไม่มีคนสวยแบบนี้อยู่บ้างเลยหรือ?”
“แม่ดอกไม้น้อยที่หมู่บ้านข้างๆเทียบกับเธอแล้วนับเป็อะไรไม่ได้เลย!”
เสียงพูดคุยดังขึ้นในวินาทีที่หลี่เยว่ลงจากรถดังขึ้นทีล่ะเสียงสองเสียง
หลี่เยว่เหยาเดินไปยังฝูงชนแล้วเอ่ยถามอย่างสุภาพ:“ขอโทษนะคะ มีหมอเทวดาที่อยู่ที่หมู่บ้านนี้ที่ชื่อว่าหลินเซียวไหมคะ?”
“เธอ เธอมาหาหลิน…หลินเซียว? หมอเทวดา?”
“ใช่ค่ะ!”หลี่เยว่เหยาผงะไปเล็กน้อย
“หมอเทวดา ฮ่าฮ่าฮ่า…”
“แหงอยู่แล้วมีคนโดนหลอกอีกแล้ว หลินเซียว เ้าเด็กเวรนั่นฉันไม่รู้แล้วว่ากี่คนแล้วที่โดนหลอก”
ชายแก่ผิวคล้ำคนหนึ่งส่ายศีรษะ:“แม่หนู อย่าโดนหลอกเลย หมอบ้าบออะไร เ้าเด็กนั่นมันจอมโกหกเรามาที่นี่วันนี้เพราะ้าให้เขาอธิบาย! หนูกลับไปเถอะ!”
“แม่หนูอย่าโดนเขาหลอกนะ!”
“เ้าเด็กนี่อาศัยอยู่ที่บ้านหลังเล็กๆนี่ เขาไม่ใช่หมอเทวดาอะไรหรอก เป็แค่คนหลอกลวงเท่านั้น”ชายแก่ชี้ไปยังบ้านหลังเล็กๆ ที่อยู่ข้างถนน
หัวใจของหลี่เยว่เหยาหล่นวูบความหวังสุดท้ายของเธอแตกสลายไปอย่างสิ้นเชิง เขาเป็แค่พวกต้มตุ๋นจริงๆทั้งยังเป็พวกต้มตุ๋นที่ถูกเปิดโปงอีกด้วย
“ผมบอกแล้วว่าจะไปมีหมอเทวดาในที่เล็กๆแบบนี้ได้ยังไง? คุณหนูไปกันเถอะครับ ที่นี่มีแต่กลิ่นวัว ม้า ลา แล้วก็หมูเต็มไปหมด”หลี่ลี่บีบจมูกแล้วเดินไปหาหลี่เยว่เหยา โบกมือไล่กลิ่นท่าทีเต็มไปด้วยความขยะแขยง
ทว่าในเมื่อหลี่เยว่เหยามาถึงที่นี่แล้วเธอย่อม้าลองดูสักครั้ง หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กๆ แล้วเดินไปยังบ้านหลังเล็ก
“หือ? คุณหนู รอผมด้วย!”
หลี่ลี่รีบเดินตามไปอย่าเห็นว่าเขาเอาแต่ก้มหัวราวกับลูกกระจ๊อกเช่นนี้ความจริงแล้วเขาเป็คนที่มีฝีมือดีคนหนึ่ง
ภายใต้การปกป้องของอีกฝ่ายหลี่เยว่เหยาสบายใจอย่างมาก ไม่ว่าคนรอบๆ จะมองเธอด้วยสายตาแปลกประหลาดแบบไหนเธอก็ยังคงแทรกตัวเข้าไปในประตูบ้านหลังนั้นแล้วเดินเข้าไป
ในเวลาเดียวกันฝูงชนที่โกรธเกรี้ยวก็พุ่งเข้าไปในลานหน้าบ้านเล็กๆ นั้นแล้วกั้นประตูเอาไว้ในมือถือค้อน เสียม และไม้อยู่ พวกเขามีท่าทีดุดันและ้าลงไม้ลงมือฆ่าคน
“หลินเซียว!ฉันบอกให้ออกมา!”
“เด็กสมัยนี้ไร้ยางอายจริงๆเฮ้อ มีความผิด!!!”
หลี่เยว่เหยามองไปรอบๆที่ลานบ้านด้านซ้ายมีแปลงสมุนไพรที่เต็มไปด้วยสมุนไพรหลากหลายอยู่
ที่ประตูด้านหน้าของบ้านมีก้อนหินและเครื่องเหล็กวางอยู่
บนหลังคามีที่ตักขยะกับกรงเหล็กที่ใช้ตากพืชแปลกประหลาดบางอย่างที่ส่งกลิ่นประหลาดๆออกมา
ทั้งบริเวณบ้านนั้นดูธรรมดาและคับแคบอย่างมากทว่ามันกลับให้ความรู้สึกของคนที่มีความสุขกับการใช้ชีวิตคนเดียวอย่างสะดวกสบาย
แกร่ก!
ร่างที่ค่อนข้างผอมร่างหนึ่งเปิดประตูเดินออกมาจากด้านใน
ชายหนุ่มเปลือยท่อนบนใส่กางเกงขาสั้นสีสันสดใส ที่น่องขาปรากฎใบไม้ติดอยู่ รองเท้าผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยดินเขาดูคล้ายกับชาวบ้านเถื่อนๆ คนหนึ่ง
รูปลักษณ์ของเขาแม้ไม่อาจเรียกได้ว่าหล่อทว่าก็ยังคงดูดีมากดวงตาของเขาใสกระจ่างราวกับดวงดาวยามที่กะพริบตาก็ดูคล้ายกับดวงดาวเ่าั้กำลังส่องประกายอยู่ในนั้น
ภายใต้ผิวที่ค่อนข้างคล้ำนั้นคือกล้ามเนื้อแน่นแต่ล่ะส่วนดูคมชัดราวกับมีดที่กรีดลงบนแผ่นเหล็ก เตะตาผู้คนยิ่งนัก
สีหน้าของหลินเซียวเรียบเฉยยิ่งนักเขาถือสากด้ามยาวหนาเอาไว้ในมือหนึ่งขณะขมวดคิ้วและเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ:“พวกนายบุกรุกเข้ามาในสวนฉันทำไม?”
ทันทีที่เ้าของเดินออกมาเหล่าชาวบ้านที่รวมตัวกันอยู่ด้านนอกก็โวยวาย เต็มไปด้วยความเดือดดาลที่ซื่อตรงราวกับว่าพวกเขาเห็นศัตรูสีหน้าของพวกเขาราวกับอยากจะพุ่งเข้าไปฟาดอีกฝ่ายให้ตายเพื่อคลายความโกรธแค้นของตนเองลง
“หลินเซียว!เ้าคนโกหก!”
“ไล่เขาออกไปเถอะโกหกหลอกลวงอยู่ทุกวัน”
“ถ้าไม่ใช่ว่าเห็นแก่หน้าของหัวหน้าหมู่บ้านฉันคงจะไล่เขาออกไปก่อนหน้านี้แล้ว”
“มาอยู่ที่หมู่บ้านสองสามเดือนแล้วทำงานก็ไม่ทำงาน เอาแต่หลอกคนอื่นกินอยู่ได้”
เหล่าชาวบ้านฉันพูดที นายพูดที หลินเซียวถูกเอ่ยกล่าวราวกับคนชั่วร้ายที่ไม่อาจให้อภัยหรือเป็คนเลวร้ายที่จิตใจเต็มไปด้วยความหยาบช้า
หลินเซียวยกมุมปากเหลือบมองเหล่าชาวบ้านจากนั้นจึงกระแทกสากลงในตอนนั้นเองที่เขาบังเอิญเห็นหลี่เยว่เหยาในฝูงคน ดวงตาของชายหนุ่มทอประกายวูบ
ผู้หญิงหน้าสวยที่ไม่พูดอะไรเลยนี่ดูคุ้นๆอยู่นะ!
.
.
.