EP 6 — แกะโน้ตระนาด
(POV : ริน)
หลังจากที่ฉันวิ่งออกจากห้องซ้อมวันนั้น ฉันรู้ว่าตฤณได้หลุดลอยไปจากโลกแห่งความเป็จริงแล้ว
เขาไม่ได้แค่ ซ้อมหนัก—เขาถูก ครอบงำ
คืนที่ผ่านมา ฉันแทบไม่ได้นอน
เสียงระนาดของ สุบรรณมรณะ ดังสะท้อนไปทั่วบ้าน
มันไม่ใช่เสียงที่ใช้ขับกล่อม แต่เป็เสียงที่ กดดัน และ บีบคั้น
ฉันพยายามใช้ความรู้ด้านดนตรีที่ฉันมีเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ฉันคือ นักฟัง ที่สามารถแยกแยะความแตกต่างของเสียงได้แม้ในความถี่ที่คนทั่วไปไม่ได้ยิน
ดังนั้นฉันจึงหยิบเครื่องบันทึกเสียงมาวางไว้ใกล้ ๆ ห้องซ้อม
ฉันตั้งใจจะ แกะโน้ต ที่ตฤณกำลังเล่น
เพลงที่เขาบรรเลงเป็เพลงที่รวดเร็ว ซับซ้อน และมี อารมณ์ที่รุนแรง มาก
มันฟังดูเหมือนเป็เพลงเก่าแก่ที่ถูกลืมไปแล้ว
ฉันเปิดไฟล์เสียง แล้วเริ่มเขียนโน้ตบนกระดาษห้าเส้น
ฉันต้องตั้งใจฟังอย่างหนัก เพราะความเร็วของมันเกินกว่าที่มนุษย์จะเล่นได้โดยไม่มีข้อผิดพลาด
แต่...
ยิ่งฉันแกะโน้ตไปเรื่อย ๆ...ฉันยิ่งรู้สึก หนาวสั่น
โน้ตนั้นผิดปกติ
มันมีจังหวะและทำนองที่ สมบูรณ์แบบ ในแง่ของความรู้สึก
แต่ในเชิงทฤษฎีดนตรี... มันไม่ควรมีอยู่จริง
โน้ตบางตัวมีการสั่นะเืที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเป็เสียงเดียว
เหมือนกับ เสียงสองเสียงที่ถูกบีบให้อยู่ในโน้ตเดียวกัน
เหมือนมี เสียงที่สาม ซ้อนทับอยู่เบา ๆ
ฉันหยุดเขียน
ฉันมองไปที่มือของตัวเอง
และจินตนาการถึงมือของตฤณที่กำลังตีระนาด
ตฤณเล่นโน้ตนี้ได้อย่างไร ในเมื่อนิ้วมือของเขามีเพียงสองนิ้วในแต่ละข้าง?
ฉันเปิดอินเทอร์เน็ต พยายามค้นหาเพลงโบราณที่คล้ายคลึงกัน
ฉันค้นพบว่าตฤณกำลังเล่นเพลงที่ชื่อว่า "กังวานครูบา" ซึ่งเป็เพลงที่เชื่อกันว่า สูญหาย ไปจากตำราแล้ว
ฉันพบคำบรรยายเพลงนี้ในเอกสารเก่าแก่:
> “เพลงกังวานครูบา...ต้องบรรเลงด้วยจิติญญาที่ เกินกว่ามนุษย์ เพื่อให้เกิดเสียง สะท้อนที่สาม ซึ่งเป็เสียงของผู้ที่อุทิศชีวิตให้กับสุบรรณมรณะ...”
>
ฉันเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างช้า ๆ
เสียงที่สาม
นั่นคือเสียงของใครบางคนที่ถูกขังอยู่ในนั้น!
ฉันนึกถึงเงาของชายชราที่ฉันเห็นในผืนระนาด
จังหวะนั้นเอง...เสียงระนาดก็หยุดลงอย่างกะทันหัน
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของตฤณดังมาจากทางเดิน
เขาเดินเข้ามาในห้องทำงานของฉัน
สภาพเขาดูไม่ได้เลย—ตาแดงก่ำ, เสื้อผ้าชุดเดิม, แต่เขายิ้มอย่างเยือกเย็น
“ทำอะไรอยู่ ริน?”
ฉันซ่อนสมุดโน้ตไว้ใต้โต๊ะทันที
“ฉัน...ฉันกำลังหาโน้ตเพลงใหม่ ๆ เพื่อจะซ้อมร้องน่ะค่ะ” ฉันโกหก
ตฤณเดินมาใกล้...ใกล้เกินไป
เขาไม่มองที่ฉัน
เขาจ้องมองไปที่ มือของฉัน
“มือคุณน่ะ...ทำไมไม่ไปซ้อมดนตรีให้หนักเท่าผมล่ะ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงตำหนิ
“มือของผม...ตอนนี้มันไม่รู้สึกชาแล้ว”
เขาชูมือขึ้นให้ฉันดู
ฉันเห็นปลายนิ้วของเขายังมีรอยแตกจาง ๆ
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันผงะคือ...
ฉันเห็น เงา ของ นิ้วมือที่สาม
มันเป็เงาที่โปร่งแสงและยาวกว่านิ้วปกติ
มันซ้อนทับอยู่บนนิ้วกลางของตฤณ...และมันกำลัง กระดิก อย่างรวดเร็ว
มันกำลังรอคอยที่จะได้เล่นระนาด
“ผมจะไปที่ห้องซ้อมอีกแล้วนะริน” ตฤณพูด
เขาหันหลังกลับไปอย่างไม่ไยดี
“ผมจะต้องฝึกเพลง กังวานครูบา ให้จบ
มันยังขาดโน้ตสำคัญไปอีกสามตัว... เสียงที่สาม น่ะ”
เขาเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้
เขาได้ยินเสียงที่สาม...แต่เขาคิดว่ามันคือโน้ตเพลงที่ต้องเติมเต็ม
ฉันรีบหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาดูอีกครั้ง
ฉันเพิ่งเขียนโน้ตที่ฉันแกะได้ไว้เพียง 30% ของเพลง
แล้วโน้ตที่เหลือล่ะ?
ฉันเปิดไฟล์เสียงที่บันทึกไว้
เสียงระนาดดังขึ้นอีกครั้งอย่างดุดัน
และในเสียงระนาดนั้น...
ฉันได้ยิน เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่เยือกเย็นและชั่วร้าย
มันไม่ใช่เสียงของตฤณ...แต่เป็เสียงของ เงาชายชรา ที่ถูกขังอยู่
เขาไม่้าให้ตฤณเล่นเพลง...แต่เขา้าให้ตฤณเป็เครื่องดนตรี
ฉันรู้แล้วว่าฉันต้องทำอะไรต่อไป
ฉันต้องค้นหาว่า นักระนาดคนเก่า ที่หายสาบสูญไปคือใคร
เพราะเขานั่นแหละ...คือ เงา ที่ถูกผนึกไว้ในสุบรรณมรณะ!
*โปรดติดตามตอนต่อไป*