แกนกลืนวิญญาณต้องห้าม

    ตอนที่ 32 หนึ่งเดือน…เด็กคนนั้นเปลี่ยนไปจนประมุขสำนักยังต้องหยุดหายใจ

    “ศิษย์ขอคำชี้แนะจากท่านอาจารย์”


    ซ่งเทียนอวิ๋นยิ้มบาง


    ไม่ใช่รอยยิ้มพอใจ


    แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่ “กำลังทดสอบ”


    “เข้ามา”


    เสียงนั้นเบา



    แต่—


    เหมือนคำสั่งที่ไม่อาจขัด


    ลมพัดแรงขึ้นเล็กน้อย


    ใบไม้ปลิว…


    เงียบลง….


    ทันใดนั้น—


    เสี่ยวชวน “หายไป”


    ฟึ่บ—!


    เงาหนึ่งพุ่งเข้าหาซ่งเทียนอวิ๋น


    เร็ว


    ไม่มีเสียง


    ไม่มีแรงลม


    เหมือนเงาที่หลุดออกจากความจริง


    ฉัวะ—!!


    ดาบฟันลง


    แม่น!


    ตรง!


    เล็ง “จุดตาย”


    แต่—


    แกร๊ง!


    เสียงโลหะกระทบกัน


    ดาบของเสี่ยวชวน…หยุด


    เพราะ—


    นิ้วสองนิ้วของซ่งเทียนอวิ๋น


    หนีบไว้


    นิ่ง


    ไม่สั่น


    ไม่ใช้แรง


    “เร็วขึ้น…”


    เขาพูดเบา ๆ


    “…แต่ยังไม่พอ”


    ฟึ่บ—!


    แรงสะบัดเบา ๆ


    เสี่ยวชวนถอย


    เท้าแตะพื้นเพียงครั้งเดียว


    แล้ว—


    พุ่งเข้าอีกครั้ง


    ครั้งนี้—


    ไม่ใช่ดาบเดียว


    แต่เป็น “หลายจังหวะ”


    เงาที่หนึ่ง


    เงาที่สอง


    เงาที่สาม—


    ต่อเนื่อง


    ไม่มีช่องว่าง


    ไม่มีจังหวะหยุด


    เหมือนสายฝน


    ที่ตกไม่ขาด


    ซ่งเทียนอวิ๋นขยับเพียงเล็กน้อย


    หลบ


    ปัด


    สะท้อน


    ทุกท่า


    ถูกแก้


    อย่างง่ายดาย


    แต่—


    สายตาของเขา


    เริ่ม “เปลี่ยน”


    “หืม…”


    เสียงเบา ๆ หลุดออกมา


    เพราะ—


    จังหวะของเสี่ยวชวน


    “ไม่เหมือนเดิม”


    มันไม่ใช่แค่เร็ว


    แต่มัน “แม่น”


    และ—


    “เย็น”


    ทันใดนั้น—


    เสี่ยวชวน “หยุด”


    ไม่ฟัน


    ไม่บุก


    เขาเพียง—


    “มอง”


    หรือไม่ใช่


    เขา “รับรู้”


    ลมปราณของซ่งเทียนอวิ๋น


    ไหล


    นิ่ง


    แข็งแกร่ง


    แต่—


    มี “จุด”


    เล็กมาก


    แทบมองไม่เห็น


    “ตอนนี้…”


    เสียงนักพรตไร้หน้าดังขึ้นในจิต


    “…อย่าใช้ตา”


    “…ใช้ ‘ความว่าง’”


    เสี่ยวชวนก้าว


    ช้า


    แต่—


    ทันทีที่เขาขยับ


    โซ่ลมปราณพุ่งออก


    ฟึ่บ—!


    พัน


    ล็อก


    ดึง


    ซ่งเทียนอวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย


    เขาไม่หลบ


    เพียง—


    สะบัดแขน


    โซ่ “แตก”


    เหมือนของเล่น


    แต่—


    ในวินาทีนั้น


    ภาพรอบข้าง “เปลี่ยน”


    ลานฝึกหายไป


    กลายเป็น—


    สนามรบ


    เลือด


    ศพ


    เสียงกรีดร้อง


    ไฟลุก


    ศิษย์รอบข้างหายไปหมด


    เหลือเพียง—


    “ความตาย”


    ซ่งเทียนอวิ๋นหยุด


    เพียงเสี้ยววินาที


    แต่—


    เขาหยุดจริง ๆ


    “…”


    สายตาเขาเปลี่ยน


    “ภาพลวง…”


    เขาพึมพำ


    “แต่…”


    ในวินาทีนั้น—


    เสี่ยวชวน “มาแล้ว”


    เงาที่เก้า


    ดับเงา


    ฟันเดียว


    จบ


    ฉัวะ—!!


    ดาบพุ่งตรงเข้าหาคอ


    เร็ว


    แม่น


    ไร้ลังเล



    แต่—


    ก่อนจะถึง


    มือของซ่งเทียนอวิ๋น


    วางบนไหล่ของเสี่ยวชวน


    เบา ๆ


    หยุดทุกอย่าง



    “พอ”


    เสียงนั้นนิ่ง


    โลกทั้งหมด…กลับมา


    ลานฝึก


    ศิษย์


    ลม


    เหมือนเดิม


    เสี่ยวชวนหยุด


    ดาบค้างอยู่กลางอากาศ



    ห่างเพียงนิ้วเดียว


    จากจุดตาย


    เหงื่อไหลลง


    ช้า ๆ


    เขารู้



    ถ้าอีกฝ่าย “เอาจริง”


    เขาตายไปแล้ว


    ตั้งแต่ก้าวแรก


    “…”


    ซ่งเทียนอวิ๋นปล่อยมือ



    ก้าวถอย


    สายตาเขา—


    ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


    ไม่มีความสบายใจ


    ไม่มีความนิ่งแบบเดิม


    แต่เป็น—



    “ความสนใจ”


    ลึก


    จริงจัง


    “หนึ่งเดือน…”


    เขาพูดช้า ๆ


    “…เจ้าไปเจออะไรมากันแน่”


    เสี่ยวชวนไม่ตอบ


    เขาเพียงก้มศีรษะ


    “ศิษย์…เพียงแค่ฝึก”


    เงียบ


    ลมพัดผ่าน


    ศิษย์รอบข้างไม่กล้าพูด


    เพราะพวกเขา “ไม่เข้าใจ”



    แต่—


    พวกผู้อาวุโสที่มองอยู่


    เข้าใจ


    และ—


    “ตกใจ”


    ซ่งเทียนอวิ๋นหันหลัง


    “พอแค่นี้”


    แล้วหยุดเล็กน้อย


    “…อย่าใช้พลังนั้นมั่วซั่ว”


    “…มันจะกินเจ้า”


    เสี่ยวชวนเงยหน้าเล็กน้อย


    “ขอรับ”


    เขาตอบสั้น


    นิ่ง


    เหมือนเดิม


    แต่—


    ในใจของซ่งเทียนอวิ๋น


    มีประโยคหนึ่ง


    ที่เขาไม่ได้พูดออกมา


    “เด็กคนนี้…”


    “…ถ้าคุมได้ จะเป็นอัจฉริยะ”


    “…แต่ถ้าคุมไม่ได้”


    ลมพัดแรงขึ้น


    ชายเสื้อเขาปลิว


    “…มันจะกลายเป็นภัยพิบัติ”


    และเสี่ยวชวน…


    ยืนอยู่ตรงนั้น


    เงาของเขาทอดยาว


    บิดเบี้ยวเล็กน้อย


    เหมือนมี “อะไรบางอย่าง” ซ้อนอยู่


    โดยที่ไม่มีใครเห็น


    ยกเว้น—


    คนที่แข็งแกร่งพอ


    ที่จะ “มองลึกลงไป”


    และในวันนั้น


    แม้เขาจะแพ้


    แต่เขา…


    “ทิ้งรอยไว้ในใจของประมุขสำนัก”


    อย่างไม่มีวันลบออกได้


    คล้ายกับเรื่องแกนกลืนวิญญาณต้องห้าม ที่คุณอ่าน