ตอนที่ 52 กลับโตเกียว
ตอนที่ 52ก่อนหน้านี้หลังจากที่ดนัยตัดสินใจให้คนขับรถแท็กซี่ขับลงไปที่จังหวัดมิเอะเขาก็คอยหยิบเจ้าเครื่องจับสัญญาณฉุกเฉินขึ้นมาดูตลอดตอนนั้นเองที่โค้งด้านหน้าเขาก็สังเกตเห็นไฟกระพริบฉุกเฉินของรถบรรทุกคันหนึ่ง“หือรถบรรทุกนี่มันรถบรรทุกของฟาร์มหมูงั้นเหรอ” ดนัยอุทานเบาๆพลางรีบมองไปยังเครื่องจับสัญญาณฉุกเฉินในมือซึ่งมันไม่ได้เตือนอะไร“คงเสียน่ะครับคุณผู้โดยสารหลบหน่อยก็ได้แล้วไม่ต้องกังวลหรอกครับ” คนขับแท็กซี่บอกและเมื่อขับรถมาถึงเขาก็ได้ขับหักเลี้ยวหลบออกไปควับ !! ดนัยรีบหยิบมือถือออกมาก่อนจะรีบโทรไปหาหมออิจิโนเสะทันที“หมออิจิโนเสะครับพอจะมีข้อมูลรถบรรทุกสองคันที่มุ่งหน้าไปทางเดียวกันมั้ยครับ” ดนัยถามหมออิจิโนเสะมีสิคันแรกเป็นรถของฟาร์มหมูส่วนอีกคันเป็นรถของบริษัทแช่แข็งหมออิจิโนเสะบอก“ฟาร์มหมูงั้นเหรอแสดงว่ารถเมื่อครู่สินะ” ดนัยพยักหน้ามีอะไรหรือเปล่าหมอดนัย หมออิจิโนเสะสงสัยว่ามีเรื่องอะไร“ผมเจอรถฟาร์มหมูแล้วน่ะครับคาดว่ารถบรรทุกคันข้างหน้าที่ผมจะเจออาจจะเป็นรถคันที่มีฮิคาริอยู่หรือไม่ฮิคาริก็อาจจะเป็นรถคันที่หมออิจิโนเสะตามอยู่” ดนัยบอกอืมเธอตามทางนั้นต่อไปแล้วกันฉันไม่สามารถใช้ดาวเทียมตามให้ได้เพราะถ้าคลาดกับรถบรรทุกที่กำลังตามอยู่จะแย่เอา หมออิจิโนเสะบอก“ผมเข้าใจครับ” ดนัยพูดก่อนจะตัดสายไป“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับผมเห็นคุณผู้โดยสารใช้โทรศัพท์บ่อยหรือจะรีบให้ผมเร่งความเร็วมั้ยครับ” คนขับรถแท็กซี่ถามเอายังไงดีนะจะบอกคนขับดีมั้ยเพราะถ้าเจอรถบรรทุกเป้าหมายขึ้นมาแล้วบอกให้จอดขวางเอาไว้โดยไม่มีเหตุผลไม่น่าจะได้ดนัยคิดในใจและในที่สุดเขาก็ตัดสินใจสร้างเรื่องและบอกคนขับรถแท็กซี่ไป“จริงๆแล้วผมเป็นตำรวจสากลครับ” ดนัยพูด“ห๋า !!” คนขับรถแท็กซี่ที่ได้ยินดังนั้นอุทานออกมาด้วยสีหน้าตกใจก่อนจะกลับเป็นปกติในไม่กี่วินาทีต่อมา“ฮ่ะๆ...คุณผู้โดยสารเข้าใจแกล้งผมนะครับเนี่ย” คนขับรถแท็กซี่บอก“ผมไม่ได้แกล้งนะครับคุณเห็นนี่มั้ยนี่คือเครื่องติดตามตัวพอดีพวกคนร้ายมันได้ลักพาตัวคนๆหนึ่งไปซึ่งพวกมันไม่รู้ว่ามีเครื่องติดตามถูกติดตั้งเอาไว้อยู่” ดนัยแกล้งโชว์เครื่องจับสัญญาณให้ดู“เอ่อ...” คนขับแท็กซี่ไม่รู้จักว่ามันคือเครื่องมืออะไร“นี่ครับถ้ายังไม่เชื่อลองดูบัตรตำรวจสากลของผมสิครับ” ดนัยพูดก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินออกมาและหยิบบัตรนักศึกษาสมัยตอนเรียนมหาลัยของเขาออกมาให้ดูควับ !! ดนัยโชว์ให้คนขับดูแค่พริบตาเดียวเท่านั้นก่อนจะรีบเก็บกลับไปแน่นอนคนขับรถแท็กซี่อ่านไม่ออกหรอกว่ามันคือบัตรอะไรแต่ด้วยสีหน้าอันจริงจังของดนัย“จะ จะ จริงงั้นเหรอครับคุณเป็นตำรวจสากล !!” คนขับรถแท็กซี่พูดเสียงสั่นๆเชื่อแล้วเข้าทางเราล่ะดนัยที่เห็นว่าเขาเริ่มเชื่อแล้วก็ยิ้มย่องอยู่ในใจ“ใช่ครับถ้ายังไงช่วยให้ความร่วมมือด้วยนะครับขับไปข้างหน้าอีกหน่อยจะเจอกับรถบรรทุกถ้าใช่รถบรรทุกเป้าหมายรบกวนช่วยขวางไว้ให้หน่อยจะได้มั้ยครับ” ดนัยพูด“เข้าใจแล้วครับเพื่อความถูกต้องผมจะเข้าขวางให้ได้” คนขับรถแท็กซี่บอกสิบนาทีต่อมาติ๊ด !! เสียงเครื่องจับสัญญาณในมือของดนัยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ“เจอแล้ว !!!” ดนัยก้มลงมองพลางอุทานอย่างดีใจ“ขับตรงไปเลยครับเป้าหมายอยู่ภายในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรแล้วครับ” ดนัยเงยหน้าขึ้นมาบอกกับคนขับรถแท็กซี่“ได้ครับ” คนขับรถแท็กซี่พยักหน้าซึ่งพอขับตรงไปไม่ถึงสองนาทีก็เจอกับรถบรรทุกคันหนึ่งซึ่งวิ่งด้วยความเร็วต่ำมันเป็นรถบรรทุกของบริษัทส่งของแช่แข็ง“ให้ผมขับขึ้นไปขวางเอาไว้เลยมั้ยครับ” คนขับรถแท็กซี่หันมาถามดนัย“ยังก่อนครับแซงขึ้นไปก่อนผมต้องดูก่อนมีคนร้ายกี่คน” ดนัยบอกคนขับรถแท็กซี่ที่ได้ยินดังนั้นก็ขับรถไปเทียบข้างทันทีบรืน !! เสียงรถแท็กซี่เร่งความเร็วขึ้นมาข้างก่อนจะแซงขึ้นมาเล็กน้อยดนัยมองไปยังกระจกหน้าของรถบรรทุกก่อนจะเห็นว่ามีชายสามคนนั่งอยู่ในรถบรรทุกนั่นสามคนเท่ากับที่เห็นที่โรงพยาบาลเลยแถมยังใส่ชุดเดียวกันด้วยไม่ผิดตัวแน่พวกนี้แหละที่ลักพาตัวฮิคาริไปดนัยคิดในใจหลังจากเห็นชายสามคนนี้ชัดๆ“เอายังไงต่อครับคุณตำรวจ” คนขับรถแท็กซี่ถามดนัย“ถอยกลับมาเทียบแล้วเปิดกระจกลงให้หน่อยครับ” ดนัยตอบ“ครับ” คนขับรถแท็กซี่พยักหน้าก่อนจะชะลอความเร็วครืด !! เสียงกระจกถูกเลื่อนลงมา“พี่ชายประตูด้านหลังรถมันไม่ได้ปิดแน่ะมันอันตรายนะ !!” ดนัยตะโกนบอกครืด !! หน้าต่างรถของรถบรรทุกถูกลดลงมา“ว่าไงนะ !!” คนที่อยู่บนรถบรรทุกตะโกนถามดูเหมือนเมื่อครู่เขาจะไม่ได้ยิน“ผมบอกว่าประตูด้านหลังมันไม่ได้ปิดน่ะมันอันตราย” ดนัยตะโกนบอกไปอีกรอบในรถบรรทุก“แกไม่ได้ปิดประตูเหรอ” ชายคนที่ตะโกนถามดนัยหันไปถามเพื่อนข้างๆ“ไม่นะฉันปิดแล้ว...เอ๊ะหรือว่าไม่หว่า” ชายคนที่โดนถามตอบอย่างลังเล“เฮ้อ...แกนี่นะเอาเป็นว่าลงไปปิดก่อนแล้วกันดีนะคนที่เตือนเป็นแค่คนธรรมดาน่ะถ้าเป็นตำรวจมาเตือนแล้วเกิดพวกนั้นเห็นของอยู่ที่หลังรถเข้าล่ะก็เรื่องใหญ่แน่” ชายคนนั้นพูดก่อนชายคนสุดท้ายที่เป็นคนขับจะค่อยๆชะลอความเร็วลงและจอดรถเอี๊ยด !! เสียงรถบรรทุกค่อยๆเบรกก่อนจะจอดแต่ทว่าทันทีที่จอดรถแท็กซี่คันข้างหน้าก็จอดด้วยซะงั้นก่อนจะมีคนเดินลงมาจากรถแท็กซี่ท่ามกลางความสงสัยของชายในรถบรรทุกทั้งสามคนแกร๊ก !! ปัง !! ชายคนที่ตะโกนคุยกับดนัยเปิดประตูก่อนจะลงมาเพื่อถามว่ามีเรื่องอะไร“มีเรื่อ....” แต่ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดจบก็มีหมัดพุ่งเข้ามาใส่หน้าเขาผัวะ !! อ๊าก !! หมัดนั่นพุ่งใส่ดั้งเข้าเต็มๆจนจมูกหักเขาร้องออกมาอย่างเจ็บปวดก่อนจะมีหมัดอัปเปอร์คัตต่อยเข้าซ้ำเข้าไปที่คางจนหมดสติไปเฮ้ย !! ชายในรถบรรทุกอีกสองคนร้องอุทานออกมาก่อนจะรีบลงมาจากรถเพื่อช่วยเพื่อนแต่ทว่าพอลงมาแล้วกลับโดนชายที่ชกเพื่อนของตัวเองไล่อัดจนหมดสติไปทีละคนกลับมาที่ดนัย“ฟู่ว...เรียบร้อยดีนะเราเป็นมวย” ดนัยพ่นลมหายใจออกมา“ยอดเลยคุณตำรวจยอดไปเลย” คนขับรถแท็กซี่ที่ตอนแรกไม่กล้าลงมาจากรถพูดเขามองดูคนร้ายทั้งสามคนที่ถูกจัดการอย่างรวดเร็วตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่าผู้โดยสารของเขาคือตำรวจจริงๆไม่ใช่หมอเพราะหมอคงไม่มีฝีมือจัดการคนร้ายได้ในพริบตาแบบนี้“ไปช่วยผมเปิดประตูหลังหน่อยนะครับ” ดนัยหันไปบอกคนขับรถแท็กซี่“ครับ” คนขับรถแท็กซี่พยักหน้าทั้งคู่เดินไปเปิดประตูด้านหลังรถบรรทุกก่อนจะเผยให้เห็นด้านใน“รถตู้ ??” คนขับรถแท็กซี่อุทานอย่างแปลกใจเพราะดันมีรถตู้อยู่ในรถบรรทุกแช่แข็ง“ในนั้นมีคนที่พวกมันลักพาตัวมาอยู่ครับไปช่วยกันเถอะ” ดนัยพูดก่อนจะปีนขึ้นไปในรถบรรทุกเขาหยิบมือถือออกมาก่อนจะเปิดแอพไฟฉายพรึ่บ !! ไฟฉายถูกเปิดขึ้นมาดนัยเดินไปที่รถตู้พร้อมกับคนขับรถแท็กซี่ครืด !! ดนัยเอื้อมมือไปก่อนจะเปิดประตูรถตู้ออกเขาใช้มือถือที่เปิดไฟฉายอยู่ฉายไปยังในรถก่อนจะเห็นร่างฮิคารินอนอยู่บนเตียงนั่นและดูเหมือนว่าเธอจะฟื้นแล้วด้วยสิ่งที่ดนัยเห็นคือฮิคาริกำลังพยายามดึงเข็มของสายน้ำเกลือออกจากแขนของเธออยู่หมับ !! ดนัยรีบเข้าไปในรถตู้ก่อนจะคว้าหมับเข้าที่แขนของฮิคาริทันที“ยัยบ้าเอ้ยตื่นได้ซักทีนะ...แต่ตื่นมากะดึงสายน้ำเกลือทิ้งเลยงั้นเหรอคิดบ้าอะไรของเธอเนี่ย” ดนัยพูดออกมาก่อนจะเห็นฮิคาริค่อยๆลืมตาขึ้นมามองเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง“ดะ...ดะ...ดะ...ดะ...นัย” ฮิคาริพยายามเค้นคำพูดออกมา“อืมฉันเองมาช่วยแล้วนะ” ดนัยยิ้มให้ฮิคาริ“คุณตำรวจเอายังไงต่อครับ” คนขับรถแท็กซี่ที่อยู่ข้างหลังถาม“คุณกลับไปก่อนเลยก็ได้ครับที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเองผมโทรแจ้งคนของผมไปแล้วขอบคุณมากที่ให้ความร่วมมือในภารกิจนะครับแล้วก็นี่เงินค่าโดยสารที่ตกลงเอาไว้ตอนแรกครับ” ดนัยพูดก่อนจะหยิบเงินค่าโดยสารออกมาเกือบห้าหมื่นเยนส่งให้คนขับรถแท็กซี่ไป“ยินดีที่ได้รับใช้ครับนี่นามบัตรผมถ้ามีเรื่องอะไรเรียกใช้ผมได้นะครับ” คนขับรถแท็กซี่พยักหน้าพลางรับเงินไปและยื่นนามบัตรของตัวเองให้ดนัยหลังจากนั้นเขาก็กลับไปที่รถแท็กซี่และขับรถออกไป“ตะ...ตะ...ตำรวจงั้นเหรอ...มะ...มะ...ไม่มีมาดเลยนะ” ฮิคาริพูดออกมาอย่างแปลกใจ“ช่วยไม่ได้นี่ขอโทรบอกหมออิจิโนเสะก่อนนะว่าพบเธอแล้ว” ดนัยพูดก่อนจะควักมือถือออกมาและโทรไปแจ้งหมออิจิโนเสะ“ครับหมออิจิโนเสะผมเจอเธอแล้วกำลังจะพากลับโตเกียวครับส่วนเรื่องจะพาเธอไปอยู่ไหนเอาไว้ค่อยคิดแล้วกันนะครับ” ดนัยพูดกับหมออิจิโนเสะที่อยู่ปลายสาย“เอาล่ะเธอนอนอยู่นี่แหละฉันจะขับรถตู้กลับ” ดนัยบอกกับฮิคาริ“พาฉัน...ไป...นั่งข้างหน้า...ได้...มั้ย” ฮิคาริบอกกับดนัย“เธอพึ่งจะฟื้นขึ้นมานะ !!” ดนัยอุทานเบาๆ“ไม่...เป็นไร...ฉันรู้สภาพ...ตัวเอง” ฮิคาริบอกด้วยความดื้อดึง“เฮ้อก็ได้” ดนัยถอนหายใจออกมาก่อนจะจัดการหยิบยกอุปกรณ์ต่างๆไปไว้ที่หน้ารถและค่อยๆพาฮิคาริไปนั่งที่ข้างคนขับเมื่อจัดการย้ายฮิคาริมานั่งข้างคนขับเรียบร้อยแล้วเขาก็ไปนั่งตรงที่นั่งคนขับและขับรถตู้ออกมาจากรถบรรทุก“ดนัย...คนพวกนั้น” ฮิคาริมองไปยังร่างชายสามคนที่นอนอยู่บนพื้นถนน“พวกที่ลักพาตัวเธอน่ะ” ดนับบอก“เหรอ...แล้วจะปล่อยไว้...เหรอ” ฮิคาริถามขึ้นมา“ปล่อยไว้แบบนี้แหละแจ้งตำรวจไปก็ยุ่งยากเพราะมันต้องบอกชื่อคนแจ้งความนี่ถ้าทำแบบนั้นมันจะเหลือหลักฐานน่ะสิถ้าพวกนั้นไปสืบกับตำรวจขึ้นมาคงรู้ได้ไม่ยากว่าคนที่เป็นคนมาพาตัวเธอกลับไปเป็นฉัน” ดนับตอบอย่างมีเหตุผลแถมเขาเองก็ลงมือกับพวกนี้ไม่หนักเท่าไหร่ด้วยคาดว่าไม่เกินชั่วโมงก็จะฟื้นขึ้นมา“อืม” ฮิคาริพยักหน้าบรืน !! ดนัยขับรถตู้ออกไปทันทีเขามุ่งตรงขับกลับไปที่โตเกียวซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง“นี่ฮิคาริเธอจำทุกอย่างได้หมดเลยใช่มั้ย” ดนัยถามระหว่างที่กำลังขับรถ“จำได้...ฉันจำได้ทั้งหมด” ฮิคาริตอบ“แม้กระทั่งตอนที่เป็นวิญญาณด้วยเหรอ” ดนัยพูด“ถามโง่ๆ...ถ้าจำไม่ได้...ฉันจะเรียกชื่อนายได้ยังไง” ฮิคาริเหล่มองดนัยอุ๊ก !! ด่าตรงๆแบบนี้มีแค่เธอเท่านั้นรู้สึกเหมือนไม่ได้ยินมานานเลยแฮะ ดนัยคิดในใจดนัยยังคงขับรถไปเรื่อยๆจนกระทั่งฮิคาริถามถึงหมอยูมิขึ้นมา“ยูมิล่ะดนัย” ฮิคาริถาม“เฮ้ยจริงด้วยลืมโทรบอกหมอยูมิเลย !!” ดนัยที่ได้ยินดังนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าลืมโทรไปบอกหมอยูมิหมอดนัยเหรอคะโทรมามีอะไรหรือเปล่าคะฉันกำลังซุ่มดูอยู่ที่หน้าบ้านของนากิสะค่ะ หมอยูมิพูด“ยังอยู่นั่นอยู่อีกเหรอครับ” ดนัยพูดอย่างแปลกใจก็ต้องอยู่สิคะเพราะไม่แน่ว่าบางทียัยนั่นอาจจะแกล้งหลอกกลับบ้านเพื่อให้ฉันตายใจก็ได้ฉันต้องเฝ้าเอาไว้อยู่แล้วค่ะหมอยูมิพูด“เอ่อ...ไม่ต้องเฝ้าแล้วก็ได้นะครับคือตอนนี้ผมอยู่กับฮิคาริแล้วครับ” ดนัยพูดว่าไงนะคะอยู่กับฮิคาริแล้วงั้นเหรอคะ !! หมอยูมิส่งเสียงตกใจ“ใช่ครับแล้วเธอก็ฟื้นแล้วด้วยผมกำลังกลับไปโตเกียวอยู่” ดนัยบอกก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นการโทรแบบวีดีโอและแพนหน้าจอไปทางฮิคาริ“งะ...งะ...ไง” ฮิคาริที่เห็นหน้าของหมอยูมิก็ทักทายช้าๆฮิคาริเป็นเธอจริงๆด้วยเธอฟื้นแล้วกว่าจะฟื้นได้นะยัยบ้า...ฮือ หมอยูมิร้องไห้ออกมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนของเธอ“ฮ่ะๆ...ยัง...ขี้แยเหมือนเดิม...เลยนะ” ฮิคาริที่ยังพูดไม่ค่อยคล่องพูดกับหมอยูมิเพื่อนของเธอจากนั้นสองสาวก็คุยกันจ้อถึงส่วนมากหมอยูมิจะพูดอยู่คนเดียวก็เถอะนะจบ...