บทที่ 17 ผู้นำตระกูลใจคอไม่ดี เ้าพระเอกจะกราบเป็ศิษย์
'ใช่แล้ว! ต้องเป็เช่นนี้แน่นอน!'
น้ำเสียงของตานเหล่าสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด และคำว่า 'ผู้าุโ' ที่เขาเอ่ยถึง ก็ทำให้เซียวเยี่ยนใอีกครั้ง
เพราะระดับขอบเขตของตานเ่าั้สูงส่ง จนเขาไม่อาจเอื้อมถึง
แต่ยามนี้ แม้แต่ตานเหล่าก็ยังต้องเรียกอีกฝ่ายว่าผู้าุโ เช่นนั้น... ระดับขอบเขตของหลินม่อจะไปถึงขั้นที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด!
เซียวเยี่ยนไม่เข้าใจ รู้สึกเพียงว่ามันน่าตกตะลึงถึงขีดสุด
แต่ในใจของตานเหล่ากลับเริ่มมีความมั่นใจบางอย่าง
'แม้กายากระบี่เมื่อครู่จะปรากฏเพียงชั่วพริบตา แต่กลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายของความสูงสุด เห็นได้ชัดว่า... ผู้าุโท่านนี้ต้องเป็ผู้สูงสุดแห่งวิถีกระบี่แน่นอน!'
ตานเหล่าคาดเดาในใจเงียบ ๆ โดยไม่ได้บอกสิ่งที่คิดแก่เซียวเยี่ยน
และเมื่อกลิ่นอายของหลินม่อสงบลง พวกของซูฉี่อู่จึงได้สติกลับคืนมาในที่สุด
"หลิน... หลินม่อ เ้า..."
ซูฉี่อู่ตะกุกตะกักอยู่นาน ก็ยังไม่สามารถเอ่ยประโยคที่สมบูรณ์ออกมาได้สักคำ
ในทางกลับกัน เมื่อหลินม่อเห็นทุกคนต่างมองมาที่เขาด้วยสายตาตกตะลึง เขาก็ลูบจมูกด้วยความขัดเขินเล็กน้อย "ฮ่า ๆ... คือว่า... เผลอเปิดเผยออกไปเสียแล้ว
หลายปีก่อนจุดตันเถียนของข้าได้รับความเสียหาย หลายปีมานี้จึงไม่สามารถฝึกฝนเพื่อกักเก็บลมปราณได้
ดังนั้น... จึงได้ทุ่มเทใจให้แก่วิถีกระบี่ จนไม่รู้ว่าสร้างกายากระบี่ขึ้นมาั้แ่เมื่อใด
ฮ่า ๆ... ใช่แล้ว เป็เช่นนี้แหละ!" หลินม่อหัวเราะแห้ง ๆ สองที
ในเมื่ออธิบายไม่ได้ ก็พูดจาเรื่อยเปื่อยไปก่อน ส่วนจะเชื่อหรือไม่นั้น ก็สุดแท้แต่พวกเ้าแล้ว
เห็นได้ชัดว่า ทุกคนย่อมไม่เชื่อ
ซูฉี่อู่ถึงกับอดไม่ได้ที่จะอยากซักไซ้หลินม่อสักครา แต่พอคิดถึงท่าทางของหลินม่อเมื่อครู่ เขากลับรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา
"หลินม่อผู้นี้... ไม่ปกติ ระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง แต่กลับมีกายากระบี่...
มองอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผล! หรือว่าหลายปีมานี้... เขาแสร้งปิดบังตัวตน?! ซี้ด!"
ซูฉี่อู่ขนลุกซู่ หากเป็เช่นนั้นจริง... ความลึกล้ำในใจของหลินม่อก็ช่างล้ำลึกยิ่งนัก! อีกฝ่ายอาจไม่ได้ซ่อนเพียงกายากระบี่เท่านั้น! แต่อาจจะซ่อนระดับการบ่มเพาะเอาไว้ด้วย!
ในขณะเดียวกัน เซียวเยี่ยน เซียวจั้ง ซูชิงลั่ว และคนอื่น ๆ ต่างก็ตกตะลึงจนตาค้าง
เหตุผลที่หลินม่อให้มานั้นช่างเหลือเชื่อเกินไป ไม่มีใครเชื่อหรอก
แต่ทุกคนก็ไม่กล้าพูดอะไร มีเพียงสายตาของซูฉี่เหวินที่มองหลินม่ออย่างลึกซึ้งครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ
และในตอนนั้นเอง เซียวเยี่ยนที่เงียบมาตลอด เมื่อได้ยินเสียงของตานเหล่าดังขึ้นในหัวอีกครั้ง เขาก็เงยหน้าขึ้นทันที สายตาที่มองหลินม่อมีความลังเลอยู่บ้าง
'ตานเหล่า! จะให้ข้ากราบเขาเป็อาจารย์จริง ๆ หรือ?!'
'ใช่แล้ว! ขอเพียงกราบเขาเป็อาจารย์ ข้ารับรองว่าความสำเร็จของเ้าในภายหน้าจะน่าทึ่งยิ่งกว่าเดิม!'
'ท่านไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะมีเจตนาร้ายหรือ? อีกอย่าง หากเขารับรู้ถึงการมีอยู่ของท่าน...'
'เหตุใดเ้าจึงยังไม่เข้าใจอีก!'
เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเยี่ยน ตานเหล่าดูจะระอาใจในความไม่เอาไหนของศิษย์
'การกระทำของผู้าุโท่านนี้เมื่อครู่ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็คนฝ่ายธรรมะ! จะทำร้ายเ้าได้อย่างไร? เ้ามีอะไรที่มีค่าพอให้คนอื่นต้องทำร้ายด้วย
ส่วนข้านั้น... เกรงว่าคงถูกค้นพบตั้งนานแล้ว หากมีผู้าุโท่านนี้ช่วยเหลือข้า ไม่แน่ว่าข้าอาจจะฟื้นฟูได้เร็วขึ้น...'
หลังจากพูดจบ ตานเหล่าก็ไม่ส่งเสียงอีก ปล่อยให้การตัดสินใจเป็ของเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย ทว่า ยังไม่ยอมเอ่ยปากทันที
จนกระทั่งพวกของซูฉี่อู่พูดคุยทักทายกันเสร็จและเตรียมจะจากไป เขาจึงก้าวยาว ๆ ไปหยุดตรงหน้าหลินม่อ
"ท่านลุงหลิน! ขอท่านโปรดรับข้าเป็ศิษย์ด้วยเถิด! ข้ายินดีจะเป็ศิษย์ของท่าน!"
เซียวเยี่ยนคุกเข่าลงต่อหน้าหลินม่ออย่างนอบน้อม น้ำเสียงนั้นจริงใจยิ่งนัก
ซึ่งการกระทำของเซียวเยี่ยนทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง!
ชั่วขณะนั้น ทุกคนต่างยืนอึ้ง
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว? เหตุใดมาตระกูลเซียวครั้งเดียวถึงมีเื่วุ่นวายมากมายเพียงนี้?
กราบหลินม่อเป็อาจารย์? ระดับกลั่นลมปราณขั้นที่สาม กราบขั้นที่หนึ่งเป็อาจารย์?
ไม่สิ... หลินม่อไม่ใช่กลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่งธรรมดา!"
พอซูฉี่อู่คิดถึงการแสดงออกของหลินม่อเมื่อครู่ ก็รู้สึกใจคอไม่ดี ยามนี้จึงไม่กล้าพูดอะไรมาก
กลับเป็เซียวจั้งที่รีบดึงตัวเซียวเยี่ยนขึ้นมา
"เด็กโง่ อย่าพูดจาส่งเดช เ้าเป็นายน้อยของตระกูลเซียว จะไปกราบผู้อื่นเป็อาจารย์ได้อย่างไร!
อีกอย่าง... คุณชายหลินมีพร์ล้ำเลิศ แต่... เ้าไม่ได้ฝึกกระบี่ ไม่เหมาะสมกัน!
ยิ่งไปกว่านั้น... ต่อให้เ้าอยากกราบเขาเป็อาจารย์ เขาก็อาจจะไม่ตกลงก็ได้!" เซียวจั้งเอ่ยห้าม พร้อมกับลอบมองหลินม่อ
เขาขึ้นสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลเซียวใน่วัยกลางคน แม้จะอายุน้อยกว่าซูฉี่อู่ แต่หลายปีมานี้เขาก็เคยพบเห็นและได้ยินเื่ราวประหลาดมาบ้าง
สำหรับหลินม่อ เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็เพียงผู้บ่มเพาะธรรมดา แต่ตอนนี้ แม้แต่เขาก็ััได้ถึงความไม่ปกติบางอย่าง
ยามนี้ย่อมไม่กล้าให้ลูกชายของตนกราบเป็ศิษย์
ทว่า เซียวเยี่ยนกลับไม่สนใจสิ่งใด ไม่ว่าเซียวจั้งจะพูดอย่างไร เขาก็ไม่ยอมลุกขึ้น เขามองหลินม่อด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
เมื่อเห็นดังนั้น หลินม่อก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
'เดิมทีตั้งใจว่าจะจากไปก่อน แล้วค่อยกลับมาสืบเื่แหวนของเ้าเด็กนี่ในภายหลัง นึกไม่ถึงว่าเขาจะขอกราบข้าเป็อาจารย์ ดูท่าคงเป็คำแนะนำจากคนที่อยู่เื้ัเขาแน่ ๆ
แต่... แบบนี้ก็ดี ข้าเองก็อยากรู้ว่าแหวนวงนั้นมีความลับอะไรซ่อนอยู่!'
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินม่อจึงก้มลงมองเซียวเยี่ยน
"เ้าอยากกราบข้าเป็อาจารย์จริง ๆ หรือ?
เ้าไม่รู้หรือว่า ระดับบ่มเพาะของข้ามีเพียงกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง?"
น้ำเสียงของหลินม่อแฝงไปด้วยความหยอกล้อ
เซียวเยี่ยนได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น "ผู้น้อยทราบขอรับ! แต่ผู้น้อยรู้สึกว่า นอกจากระดับบ่มเพาะแล้ว ท่านลุงหลินต้องมีจุดที่เหนือกว่าผู้อื่นในด้านอื่นแน่นอน
ขอเพียงได้กราบท่านลุงหลินเป็อาจารย์ ให้ข้าทำสิ่งใดข้าก็ยินดี!"
'โอ้? จริงหรือ? แม้แต่ให้เ้าส่งมอบแหวนในมือมาให้ ก็ยินดีหรือ?'
สองประโยคสุดท้ายหลินม่อใช้การส่งกระแสจิต
ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ เขาไม่สามารถเอ่ยปากโดยตรงได้ และเมื่อได้ยินคำนี้ สีหน้าของเซียวเยี่ยนก็เปลี่ยนไปทันที
'จริงด้วย! เขารู้ความลับเื่แหวนของข้าตั้งนานแล้ว การคาดเดาของตานเหล่าผิดพลาดไปหมดเลย!'
เซียวเยี่ยนตื่นตระหนกในใจอย่างยิ่ง
และในตอนนั้นเอง เสียงของตานเหล่าก็ดังขึ้นข้างหูเขาได้จังหวะพอดี
'ตกลงไปเถิด หากผู้าุโท่านนี้้าชิงวาสนาของเ้าจริง ๆ... หลบอย่างไรก็ไม่พ้น
ยิ่งไปกว่านั้น... อีกฝ่ายไม่ได้เห็นแหวนวงนี้อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย ต้องเป็การลองเชิงเ้าแน่นอน!'
เมื่อได้ยินคำพูดของตานเหล่า เซียวเยี่ยนก็เข้าใจจุดสำคัญทันที เขาจึงกัดฟันแล้วะโเสียงดังว่า "ผู้น้อยยินดีขอรับ!
ขอท่านลุงหลินโปรดรับข้าเป็ศิษย์ด้วย!"
คราวนี้ถึงตาหลินม่อที่ต้องประหลาดใจบ้าง
เขาไม่คิดว่าเซียวเยี่ยนจะตกลงจริง ๆ ดูท่าคนเื้ัจะสนใจในตัวเขาไม่น้อยเลย
'หรือจะรับเขาไว้ดี? ลั่วเอ๋อร์กับแหวนของเขามีความเกี่ยวข้องกันอย่างลึกซึ้ง และดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์กับสุสานบรรพจารย์ของสำนักชิงอวิ๋นด้วย
หากสามารถพูดคุยกับคนเื้ัผู้นี้ได้ ทุกอย่างคงจะกระจ่าง
ไม่แน่ว่า... อาจจะได้ลาภลอยที่คาดไม่ถึง!'
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินม่อจึงพยักหน้า
"ตกลง ในเมื่อเป็เช่นนี้..."
"ข้าไม่เห็นด้วย!"
คำพูดของหลินม่อยังไม่ทันจบ ทันใดนั้นก็มีเสียงตวาดอย่างเ็าดังมาจากกลุ่มคน
ซูชิงลั่วมองเซียวเยี่ยนด้วยสีหน้าเ็า