“สำรับเที่ยงเ้าค่ะคุณหนู”
“ขอบใจท้วง สักหน่อยเอ็งช่วยไปบอกบ่าวที่โรงครัวให้ช่วยเตรียมเครื่องทำน้ำพริกกะปิ แกงเทโพแล้วก็แกงบวดฟักทองให้ข้าที”
ั้แ่เช้ามานี้เขามีท่าทีสดใสต่างจากปกติ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ตลอดเวลา จนพวกบ่าวที่แวะเวียนกันเอาสำรับอาหารมาส่งต่างก็งงไปตามๆกัน ซ้ำยังอารมณ์ดีถึงขั้นจะทำอาหารด้วยตัวเองอีก
“คุณหนูขอบใจบ่าวอีกแล้วหนาเ้าคะ”
“แล้วมันทำไมเล่า”
“ขี้กลากจักกินหัวบ่าวเอาน่ะสิเ้าคะ มิมีผู้ใดเขาทำกันดอกเ้าค่ะ”
“หึ ๆ มันจะมากินหัวเอ็งทำกระไร ข้ามิใช่พระใช่เณรเสียหน่อย”
ดรุณก็เป็แบบนี้อยู่ตลอด อ่อนโยนและจิตใจดีเสมอ เขามักจะพูดเสมอว่าจะนายหรือจะบ่าวก็เป็คนเช่นเดียวกัน ทำเอาทาสในเรือนต่างก็รักเธอ (แทบจะ) ทุกคน ยกเว้นบ่าวของเรือนอนุเท่านั้น
“แต่...คุณหนูมิได้รับอนุญาตให้ออกจากเรือนมิใช่หรือเ้าคะ”
“ข้าก็จักทำที่เรือนข้าต่างหาก หาได้ออกไปที่ใดไม่”
“คุณหนูจักทำให้นายบ่อนหรือเ้าคะ”
ดวงหน้าหวานหุบยิ้มแทบจะทันทีที่ได้คิดไปถึงเื่พ่อและเื่เมื่อวาน วันนี้แก้มของเธอยังคงปรากฏรอยมืออยู่เช่นเดิม แต่ก็จางลงกว่าเมื่อวานเล็กน้อย ก่อนจะรีบปฏิเสธออกไป
“ต่อไปนี้ข้าจักทำกับข้าวเย็นกินเอง ส่วนสำรับเช้าแลเที่ยงข้ายังรับเช่นเดิม เอาข้าวสารมาไว้ให้ข้าด้วยล่ะ พวกเอ็งจักได้มิต้องลำบากหุงหาเผื่อ ยกมาเพียงแต่สำรับก็พอ”
“ก็ได้เ้าค่ะคุณหนู...ว่าแต่ที่แก้มคุณหนูยังเจ็บอยู่หรือไม่เ้าคะ บ่าวจักเอาลูกประคบมาให้”
ดรุณลูบไปที่รอยช้ำอีกรอบ ก่อนจะยกยิ้มให้นางทาสไปอย่างอ่อนโยน
“ข้ามิเป็อันใดแล้ว แล้วชุ่มล่ะ มันเป็เยี่ยงไรบ้าง”
“ก็เจ็บหนักจนไข้ขึ้นเ้าค่ะ แต่พวกบ่าวต้มหยูกต้มยาให้มันกินแล้วนอนพักไปแล้ว”
“งั้นรึ”
เขาลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องก่อนจะหยิบเอายาแก้ไข้ของพวกฝรั่งออกมาจากกล่อง 1 ซองกระดาษเล็กๆ ยื่นส่งให้ท้วงไป
“หากมันลุกมากินข้าวตอนเย็นแล้วก็ให้มันกินยานี่ไปเสีย พรุ่งนี้เช้าก็จักดีขึ้นเอง”
“ยาฝาหรั่งรึเ้าคะคุณหนู มันแพงหนาเ้าคะ หากนายบ่อนกับนายหญิงทราบ...”
“ก็อย่าให้รู้สิ มันต้องเจ็บก็เพราะข้า เอาไปเถิดแล้วรีบไปได้แล้ว เข้ามานานเยี่ยงนี้เดี๋ยวเอ็งก็โดนหวายอีกคนดอก อย่าลืมที่ข้าสั่งล่ะ”
“เ้าค่ะๆ”
แสงสุดท้ายของวันได้ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว รอบๆบริเวณเขตเรือนของนายบ่อนและนายหญิงสว่างไสวไปด้วยตะคันไฟเหล็กขนาดใหญ่ เหล่าทาสกว่า 20 ชีวิตได้พักผ่อนจากการทำงานก็มารวมตัวกันกินข้าวอยู่แถวๆโรงครัว วันนี้บรรยากาศดูคึกคักเป็พิเศษ โดยเฉพาะพวกทาสหญิงน้อยใหญ่
“พี่อินทรีพึ่งกลับมาจากโรงบ่อนเหนื่อยๆ กินน้ำลอยดอกมะลิเย็นๆชื่นใจก่อนนะจ๊ะพี่”
“ข้านวดให้นะจ๊ะพี่อินทรี”
“นี่สำรับข้าวจ๊ะพี่อินทรี ถ้ามิอิ่มบอกข้านะ ข้าจักไปตักมาให้เพิ่ม”
“พี่อินทรีจ้ะ/พี่อินทรีจ๋า”
“จ้ะๆ ขอบใจมากจ้ะ”
รอบกายภมรหนุ่มบัดนี้คลาคล่ำไปด้วยบรรดาธราทาสหญิงน้อยใหญ่มารุมตอมจนเป็ที่หมั่นไส้ของธราทาสชายในเรือน ต่างก็พากันประท้วงจนเกิดเป็เสียงดังเอ็ดอึงจนขึ้นไปถึงเรือนใหญ่
“แหม! ทีข้าอยู่มาตั้งนานมิเคยเห็นมีผู้ใดคอยดูแลปรนนิบัติเยี่ยงนี้เลย”
“นั่นน่ะสิวะ สงสัยอีพวกนี้มันจักนิยมของใหม่”
“แหม! ต่อให้พี่ๆจะมาใหม่หรืออยู่เก่าข้าก็มิปรนนิบัติเยี่ยงนี้ดอก ดูอย่างพี่อินทรีนี่ประไร หน้าตาและรูปร่างนั้นงามกว่าพวกพี่นัก พูดกระไรมิมีหัวคิด!”
“หลังเรือนนั่นมีกระไร ใยจึงส่งเสียงดังหนกหูดึกดื่นเยี่ยงนี้ ไปดูทีฤาอ้ายสิน”
“ขอรับนายบ่อน”
สิน ทนายหน้าหอ5ของนายบ่อนทองขาวคลานจากชานเรือนใหญ่มาถึงกะไดก็รีบวิ่งตรงไปยังเรือนครัวทันที ก่อนจะเห็นภาพอินทรีกำลังโดนรุมทึ้งจากเหล่าทาสหญิง ส่วนคนที่กำลังโดนรุมทึ้งอยู่ก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มรับและพยักหน้าปรกๆเท่านั้น จะมีปฏิเสธบ้างก็แต่ปัดป้องเอามือเล็กกร้านที่พยายามมาลูบไล้ท่อนบนกำยำเปลือยเปล่าของเขา
“อ้าวๆอีพวกนี้ เป็หญิงแท้ๆกลับมาทำหน้าอับอายกับชายเช่นนี้ เดี๋ยวกูก็ฟ้องนายบ่อนให้ลงหวายสักคนละทีสองทีประไร”
“โถ่พี่สิน พวกกฉันยังมิมีผัวนี่จ๊ะ นิดหน่อยก็มิได้รึ”
สินส่ายหัวอย่างเบื่อหน่าย ถึงแม้ว่าทาสเรือนนี้กว่าครึ่งจะเป็ชาย แต่ก็ไม่มีใครรูปงามอย่างภมรอินทรี ก็ไม่แปลกที่เหล่าทาสหญิงจะชอบ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทนายหน้าหอ5 คือ ผู้รับหน้าแทนนาย, หัวหน้าคนรับใช้, ส่วนใหญ่เป็นายที่มีฐานะหรือยศศักดิ์
“อ้ายอินทรีมันเป็ข้อยกเว้นเพราะมันเป็ภมร พวกเอ็งก็รู้ใช่หรือไม่ว่ายามกลัดมันมันเป็เยี่ยงไร นายบ่อนเกรงว่าจักเกิดความโกลาหลขึ้นในเรือน จึงสั่งห้ามมิให้ทาสหญิงเข้าใกล้มันเด็ดขาด เว้นเสียก็แต่อ้ายอินทรีมันจักสนใจเอง นายบ่อนถึงจะอนุญาต”
“เฮ้อ!/โถ่!”
เหล่าทาสหญิงต่างก็สบถกับถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย พลางขยับตัวออกห่างจากเดิมเล็กน้อย แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีหวังได้ใกล้ชิดให้อินทรีมาสนใจตนแหละวะ
“ส่วนเรือนของอ้ายอินทรีจักเป็เรือนไม้แลปลูกอยู่ที่ห่างไกลจากเรือนทาสและเรือนนาย กันมิให้ผู้ใดเข้าใกล้ได้ และถึงคราเมื่อมันกลัดมัน ห้ามมิให้ธราหญิงเข้าใกล้เด็ดขาด มิฉะนั้นหลังพวกเอ็งได้ขาดแน่ เข้าใจหรือไม่?”
“…”
“บ๊ะอีพวกนี้! ข้าถามว่าเข้าใจหรือไม่วะ?!”
“เข้าใจจ้าาา!”
อีกด้านหนึ่ง
รอบๆบริเวณเรือนดอกไม้ของผกาหนุ่มนั้นมืดมิดผิดจากบริเวณเรือนอื่นๆในเขตบ้าน เพราะดรุณตั้งใจไม่อยากจะทำให้สว่าง ผิว่าภมรหนุ่มที่จะแอบบินเข้าดอมดมผกาคืนนี้จะมีใครเห็นเข้า แต่ภายในบริเวณครัวไฟบนเรือนนั้นสว่างสไวไปด้วยไฟจากเชิงเทียนและไฟจากเตาฟืน
บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มพิมใจอยู่ตลอดเวลาเพราะจินตนาการถึงหน้าภมรหนุ่มยามได้ชิมอาหารรสมือของเขา อุตส่าห์ตั้งใจทำเสียดึกดื่นป่านนี้ เพราะเกรงว่ากว่าอินทรีจะมาอาหารจะเย็นชืดหมดเสียก่อน
“โอ๊ย! นั่นประไร ก็มืดเสียปานนี้บาดเข้ามือจนได้”