ปลายฝนไม่ได้พูดอะไรกับพีทเื่พีต้าหลังจากวันนั้น แต่ที่เธอรู้คือ...ั้แ่คืนนั้น พีทเปลี่ยนไป
ไม่ใช่คนใหม่
แต่เป็ พีทคนเดิม ที่ ชัดเจนกว่าเดิมมาก
:
“คุณแว่น วันนี้ว่างไหม”
“ก็...พอมีเวลาหลังเลิกงานค่ะ”
“งั้นฝากเวลาไว้กับพี่นะ”
พีทพูดพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ใจเธอกระตุก
สถานที่นัดหมายไม่ใช่ร้านหรู
แต่เป็ลานดาดฟ้าของออฟฟิศ ที่มีพรมปูเรียบ ๆ
กล่องข้าวจากร้านข้างทาง
กับโปรเจกเตอร์เล็กฉายหนังอนิเมะเื่โปรดของปลายฝนบนผนังตึก
เธออึ้งไปเลย
“พี่รู้ปลายฝนชอบดูหนังเงียบ ๆ ตอนกลางคืน เลย...ลองทำเวอร์ชั่นคาเฟ่ rooftop ดู”
“แต่อาจจะไม่มีเบียร์ มีแค่โยเกิร์ตรสมะม่วงนะ”
เธอหัวเราะจนน้ำตาจะไหล
พีทไม่ได้พูดว่าจะจีบ
แต่ทุกอย่างที่เขาทำ...มันคือการพูดว่า
“พี่กำลังพยายามเป็ความสุขให้ปลายฝนในแบบที่ไม่มีใครเคยทำ”
:
ตอนหนังเล่นไปครึ่งเื่ พีทเอาผ้าห่มบาง ๆ มาคลุมไหล่เธอ มือเขาแตะมือเธอเบา ๆ - ไม่รุกล้ำ ไม่จงใจ แต่...ก็ไม่ใช่บังเอิญ
“ปลายฝน "
“คะ?"
“ถ้าไม่ชอบให้พี่จีบ...บอกได้นะ พี่จะถอย”
เธอไม่ตอบ
แต่เธอกลับยื่นมาร์ชเมลโล่ในมือไปจอที่ปากเขา “ถ้าไม่ชอบ คงไม่ยื่นอันนี้ให้พี่กินก่อนตัวเองหรอกค่ะ”
พีทยิ้ม...แบบที่คนอ่านต้องกรี๊ด
เขาเคี้ยวมาร์ชเมลโล่คำเดียว แต่แววตาเต็มไปด้วยความสุข
ก่อนจะพูดเสียงเบา
“แปลว่าพี่จีบต่อได้ใช่ไหม?”
ปลายฝนไม่พูด
แค่พยักหน้าเบา ๆ
แล้วเอนหัวลงมาพิงที่ไหล่เขา...
และในค่ำคืนที่ไม่มีดาว
ความเงียบของหนัง
เสียงลมเบา ๆ
กับผ้าห่มผืนเล็ก
กลายเป็พื้นที่ที่คนสองคน...รู้ว่าหัวใจตัวเองกำลังเอนเอียงไปทางไหน
ปลายฝนกำลังจะลุกเก็บของ แต่พีทยื่นมือมาดึงแขนไว้เบา ๆ
“เดี๋ยว...”
“คะ?”
พีทใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาบนหน้าเธอ แล้วพูดเบา ๆ
“ปลายฝนเป็ผู้หญิงคนเดียว...ที่ทำให้พี่อยากรีบเลิกเป็คนเ้าชู้เลยรู้ไหม”
แล้วเขาก็ลุกไปก่อน ปล่อยให้ปลายฝนยืนนิ่ง...หน้าแดงเหมือนเตาแก๊ส