“เป็เ้าอีกแล้วรึ?”
หลี่ฉางอิ๋นเก็บกระบี่เข้าฝักเรียบร้อยแล้วจึงเดินมาดูสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่หลังโพรงหญ้ากอใหญ่ทันทีที่เห็นนางเข้าเขาก็จำได้แม่น ว่านางนี่แหละ!! คือผู้ที่ปีนลงมาจากเกวียนส่งสินค้าของตระกูลหลี่
นังเด็กคนนี้ช่างรนหาที่โดยแท้!!
“นายท่าน...นางเป็เพียงขอทานเร่ร่อน ไม่ใช่สายสอดแนมของฝั่งฏนายท่านโปรดไว้ชีวิตนางเถิดขอรับ” เป็ลู่หนิงเซียวที่ออกหน้าแทนเด็กแปลกหน้าทว่าหลี่ฉางอิ๋นแทบไม่ได้ฟังสิ่งที่หนิงเซียวพูดเลยแม้แต่น้อยนั่นก็เพราะยามนี้ในหัวของเขามันผุดคำถามขึ้นมามากมาย
‘หรือว่า...นี่จะเป็โชคชะตา?’
‘หรือว่า...ทวยเทพจะฟังคำขอของข้า?’
‘หรือว่า...ฮวนเอ๋อร์จะเฝ้ามองข้าจากฟากฟ้าแสนไกล?’
คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของฉางอิ๋นราวกับพลุดอกไม้ไฟที่เพิ่งถูกจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าเขาแหงนหน้าขึ้นไปมองความโอ่อ่าตระการตาของดอกไม้ไฟพวกนั้นเพียงชั่วแวบหนึ่งก่อนจะก้มลงมองเด็กหญิงตัวน้อยในโพรงหญ้าแล้วยื่นมือไปจับปลายคางอวบอ้วนของนางให้แหงนขึ้นมาสบตากับตน
ฉางอิ๋นเพ่งมองสำรวจใบหน้าอ้วนกลมของเด็กน้อยก็รู้สึกว่านางน่ารักน่าชังไม่เบาหนำซ้ำใบหน้าของนางยังมีเค้าลางของภรรยาผู้ล่วงลับปะปนอยู่ด้วยเล็กน้อยด้วยเหตุนี้เอง ทันทีที่เห็นหน้านางชัด ๆในหัวของฉางอิ๋นจึงเกิดคำถามมากมายผุดขึ้นมา
‘เ้าต้องบีบน้ำตาให้ได้มากกว่านี้พวกมนุษย์เป็คนขี้สงสารไม่นานเ้าย่อมหลอกล่อคนผู้นี้มาเป็บิดาบุญธรรมของเ้าได้แน่’
เ้างูน้อยที่ซ่อนตัวอยู่ใต้คอเสื้อของตันเจี๋ยเอ่ยกระซิบกระซาบแล้วไม่นานนักน้ำตาเม็ดโตที่ปริ่มอยู่ในกระบอกตาเล็กก็ไหลหยาดลงมาหาปลายคางราวกับฝนตกไม่เพียงเท่านั้นตันเจี๋ยจอมเ้าเล่ห์ยังขับเสียงกระเง้ากระงอดงอแงออกมาจากลำคอหวังส่งเสริมให้ตนเองดูน่าสงสารขึ้นอีกเป็เท่าตัว
“ท่านลุงจ๋าท่านลุงผู้แสนดี อย่าฆ่าข้าเลยนะ ฮะฮือ”เสียงสั่นเครือของเด็กหญิงทำให้หลี่โหวผู้โเี้ใจแป้วไปชั่วขณะแม้เขาจะขัดเคืองกับคำเรียกที่ว่า ‘ท่านลุง’ แต่กระนั้นเขาก็โกรธนางไม่ลงอยู่ดี
เห็นอยู่ชัด ๆว่าเขาหล่อเหลาถึงเพียงนี้ ทั้งร่างกายสูงใหญ่สง่างาม ทั้งยังหนุ่มยังแน่นสมควรเป็ท่านลุงเสียที่ไหนกันเล่า
“เ้าขอทานน้อยเหตุใดเ้ามาอยู่ที่นี่ เ้าเป็ใคร มาจากไหน บอกข้ามาให้ละเอียด หาไม่เช่นนั้นเ้าอาจมีสภาพไม่ต่างจากสามคนนั้นก็เป็ได้”หลี่โหวย่อตัวลง อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งยองทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ตนเองพูดคุยกับเด็กหญิงตัวน้อยได้ง่ายขึ้นแม้ว่าคำพูดคำจาของเขาจะติดร้ายกาจไปสักหน่อยแต่ทว่าท่าทีของโหวหนุ่มกลับอ่อนโยนจนดูแปลกตา
“ข้าชื่อตันเจี๋ยเ้าค่ะอพยพมาจากทางใต้ พ่อแม่ของข้าตายหมดแล้ว ระหว่างทางพวกโจรป่าจับข้าไปขายเป็ทาสข้าหนีออกมาได้ และบังเอิญมีคนใจดีเก็บไปเลี้ยงดู แต่พอท่านลุงผู้ใจดีตายจากไปภรรยาและลูกสาวของเขาก็รังแกข้า ใช้งานข้าเยี่ยงทาส และจงใจขุนข้าให้อ้วนเหมือนหมูเพื่อเตรียมขายให้พวกพ่อค้าทาสอีกทอดหนึ่งชั่วชีวิตนี้ข้าตันเจี๋ยไม่อยากเป็ทาสของผู้ใด ข้าจึงแอบหนีขึ้นเกวียนม้าหวังมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองใหญ่เ้าค่ะ”
ได้ฟังเพียงเท่านี้หลี่โหวก็พยักหน้าเข้าใจไม่ได้ถามซักไซ้อันใดต่อ เขาหันไปหามือสังหารคนสนิท แล้วเอ่ยเสียงเย็นออกมาว่า“เ้าอยู่ที่นี่ เก็บกวาดศพพวกนั้นให้เรียบร้อยส่วนข้าจะพานางหนูตันเจี๋ยกลับจวนหลี่ไปก่อน”
สิ้นคำสั่งของเ้านายลู่หนิงเซียว ถึงกับเบิกตากว้างและอ้าปากค้างเติ่งคาดไม่ถึงว่าเ้านายของตนจะหุนหันพลันแล่นเพียงนี้ั้แ่ฮูหยินน้อยกับคุณหนูหลี่น้อยถูกพวกฏ อ๋องสามฆ่าตายไปเมื่อห้าปีก่อนนายท่านของหนิงเซียวก็กลายเป็คนเยือกเย็นราวกับูเาน้ำแข็งนอกจากฝ่าาผู้เป็สหายสนิท ฮูหยินผู้เฒ่าผู้เป็มารดาและหนิงเซียวที่เป็บริวารข้างกาย นายท่านก็แทบไม่ไว้ไมตรีต่อผู้ใดเลยไฉนยามนี้ได้คุยกับเด็กขอทานตัวน้อยแค่ไม่กี่ประโยคกลับด่วนตัดสินใจจะพานางกลับจวนโหวด้วยกันเสียแล้วเล่า
นี่มันแปลกเกินไปกระมัง?
หลี่ฉางอิ๋นกอดรวบร่างอ้วนกลมของตันเจี๋ยให้ขึ้นมานั่งบนท่อนแขนของตนจากนั้นเดินดุ่ม ๆ ไปหาอาชาตัวงามแล้วพานางมุ่งตรงกลับไปยังจวนสกุลหลี่ตามที่ตนได้ลั่นวาจาเอาไว้ ด้านตันเจี๋ยน้อยที่ใช้ความน่าสงสารหลอกล่อชายหนุ่มได้สำเร็จก็แอบเผยอยิ้มร้ายเป็พัก ๆ แต่เมื่อไหวตัวทันว่าชายผู้นั้นก้มหน้าลงมามองตันเจี๋ยก็เร่งผลัดสีหน้าชื่นมื่นซุกซน ให้กลับไปเป็สีหน้าเศร้าสร้อยดังเดิม
'ฮี่ ๆมารยานี้ มันใช้ได้ผลดีโดยแท้'
เช่นนี้แล้วหลี่โหวผู้ร่ำรวยจะรอดพ้นเงื้อมมือของจอมมารน้อยตัวป่วนเช่นนางไปได้อย่างไรกัน!
เมื่อกลับถึงจวนหลี่แล้วฉางอิ๋นก็สั่งให้สาวใช้สองคนเอาตัวตันเจี๋ยไปอาบน้ำชำระร่างกายและหาเสื้อผ้าอาภรณ์ชุดใหม่มาให้นางผลัดเปลี่ยนเสียให้เรียบร้อยครั้นสบโอกาสได้อยู่คนเดียวตามลำพัง หลี่โหวผู้แสนเ็าก็ร่ำสุราพลางชมจันทร์แล้วหวนกลับไปนึกถึงคำอธิษฐานเมื่อหัวค่ำของตน
เดิมทีฉางอิ๋นไม่ใช่คนงมงายแต่ก็ไม่ใช่คนไร้ความเชื่อเสียทีเดียวด้วยเหตุนี้ก่อนที่เทศกาลบูชาเทพเ้าจะเริ่มขึ้นเขาจึงอธิษฐานกับทวยเทพทั้งหลายว่าหากเด็กคนนั้นมีอยู่จริงบนโลกใบนี้และมีส่วนเกี่ยวข้องกับตนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็ขอให้ทวยเทพช่วยส่งเด็กคนนั้นให้มาอยู่ใต้ความดูแลของเขาด้วยเถิด
ซึ่งเื่ของเื่มันมีอยู่ว่า…
ั้แ่ภรรยาและบุตรสาววัยแรกเกิดของเขาตายไปหลี่โหวก็มักฝันถึงอดีตภรรยาเป็ประจำ หากแต่ฝันถึงนางเพียงคนเดียวเขาจะไม่แปลกใจเลยสักนิดแต่ข้างกายนางยังมีเด็กหญิงคนหนึ่งปรากฏอยู่ด้วยเสมอ เขาสงสัยเหลือเกินว่าเด็กหญิงคนนั้นใช่ลูกสาวของเขา ใช่หรือไม่? หากใช่... เหตุใดบุตรสาวของเขาไม่ได้เป็ทารกตัวน้อย ๆแต่กลับเป็เด็กหญิงอ้วนกลมวัยสี่ซ้าห้าขวบ
ซึ่งตัวฉางอิ๋นเองก็หาคำตอบไม่ได้เช่นกันดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเก็บงำความสงสัยนี้เอาไว้ในใจมาตลอดหลายปีกระทั่งวันนี้เขาได้เผชิญหน้ากับตันเจี๋ยเข้าจัง ๆ เขาถึงได้รู้ว่า...นี่ไม่ใช่ความบังเอิญแต่อย่างใด ล้วนเป็โชคชะตาทั้งสิ้น
ใช่แล้วล่ะ…ตันเจี๋ยคือเด็กหญิงที่ปรากฏอยู่ในฝันของฉางอิ๋นซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยเหตุนี้เมื่อพบหน้านางชัด ๆเขาจึงไม่ลังเลที่จะพานางกลับมาอยู่ที่จวนสกุลหลี่ด้วยกัน
ว๊ายยยยย!
เสียงร้องระงมดังมาจากทิศใต้เป็เสียงกรีดร้องของสาวใช้สองคนที่ฉางอิ๋นเพิ่งสั่งให้ไปปรนนิบัติตันเจี๋ยเสียงของพวกนางทั้งสองฉุดให้ฉางอิ๋นหลุดออกจากห้วงภวังค์แห่งความคิดแล้วรีบวิ่งปร๋อไปที่ห้องอาบน้ำอย่างไม่ลังเล
“เกิดอะไรขึ้น!”เขาตะเบ็งเสียงถามอย่างร้อนรน
“งูเ้าค่ะบนตัวของนางมีงู”สาวใช้คนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้องอาบน้ำด้วยอาการหวาดผวาสุดขีดตั้งใจว่าจะวิ่งไปแจ้งเหตุแก่ผู้เป็นาย แต่นางสาวเท้าวิ่งไปได้ไม่ถึงสิบก้าวเ้านายหนุ่มก็มาปรากฏตัวถึงที่เห็นเป็เช่นนี้นางจึงรีบเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงลนลาน
หลี่ฉางอิ๋นได้ฟังอย่างนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่นมันจะเป็อย่างนั้นไปได้อย่างไร ตอนที่เขาอุ้มนางกลับมาที่จวน ทุกอย่างก็นับว่าปกติดีหากมีงูอยู่บนตัวของนางจริง ๆ นางคงตายไปนานแล้วกระมังไหนเลยจะมาโผล่หัวที่จวนสกุลหลี่หลังนี้ได้
“อย่าทำร้ายหลงจวินมันไม่ใช่สัตว์มีพิษ มันคือสหายของข้า”เสียงโวยวายของเด็กหญิงตัวน้อยดังมาจากด้านในก่อนจะมีเสียงของสาวใช้อีกคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาว่า...
“หากท่านอยากมีสหายไว้เดี๋ยวบ่าวจะบอกให้ท่านหนิงเซียวช่วยหาลูกกระต่ายน้อยมาให้ สัตว์จำพวกงูไม่ว่ามีพิษ หรือไม่มีพิษ จะเอามาเลี้ยงเป็สหายไม่ได้นะเ้าคะ”สาวใช้ผู้นี้ทั้งเอ่ยอธิบายเสียงสั่น ทั้งถือเชิงเทียนหมายจะไล่ตีงูตัวนั้นยิ่งเห็นเ้างูน้อยเลื่อยขึ้นไปชันคอและขู่ฟ่อ ๆ อยู่บนหัวไหล่ของเด็กหญิงนางก็ยิ่งรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงคล้ายหัวใจจะวอดวายเข้าไปทุกที
กลัวเหลือเกินว่า...งูตัวนั้นจะรัดคอเด็กหญิงจนตาย
หากนางเป็อะไรไป...ไม่เท่ากับว่าพวกนางสองคนจะต้องโดนโบยจนหลังลายหรอกหรือ
เอาเข้าจริง ๆเ้าเสี่ยวหลงจวินไม่ได้ทำตัวก้าวร้าวเลยสักนิดมันก็แค่อยากแสดงให้เห็นว่ามันเป็มิตรกับตันเจี๋ยและไม่มีวันทำร้ายตันเจี๋ยอย่างแน่นอนมันจึงได้เลื่อยขึ้นไปอยู่บนหัวไหล่ของนาง ส่วนที่มันขู่ฟ่อ ๆนั่นไม่ใช่เสียงขู่แต่อย่างใด แต่มันแค่กำลังอธิบายต่างหาก ว่ามันเป็งูที่ถือศีลบำเพ็ญเพียรไม่กินเนื้อ กินแค่ผักใบเขียวเท่านั้น เื่ทำร้ายมนุษย์ตัดออกไปได้เลย
แต่ก็อย่างว่า...ภาษางู มีเพียงตันเจี๋ยที่ฟังออกเท่านั้น ส่วนผู้อื่นที่ฟังภาษางูไม่ออกก็มักจะได้ยินเป็เสียงขู่ฟ่อ ๆ เหมือนอย่างที่เป็อยู่ในตอนนี้
เหตุการณ์ชุลมุนดูท่าจะไม่สงบลงง่ายๆ นั่นก็เพราะยามที่สาวใช้คนดังกล่าววิ่งปรี่เข้ามาหาพร้อมกับด้ามเชิงเทียนตันเจี๋ยที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าล่อนจ้อนก็วิ่งหลบไปอยู่อีกทางอันที่จริงตันเจี๋ยสามารถวิ่งชนสาวใช้ผู้นั้นจนทำให้นางล้มหงายหลังเทิ้มเหมือนที่เคยทำกับหยวนซู่ถงและเมิ่งอวี้ซินก็ย่อมทำได้
แต่เมื่อคำนึงว่า...ตนเพิ่งถูกพาเข้ามาอยู่ในจวนสกุลหลี่ได้ไม่นานไม่ควรก่อเื่อย่างยิ่ง เพราะหากก่อเื่วุ่นวายถึงขั้นทำให้ผู้อื่นต้องเจ็บตัว เกรงว่าจากที่จะกลายเป็หนูตกถังข้าวสารนางอาจได้กลายเป็ขอทานน้อยข้างถนนจริง ๆ ก็เป็ได้
ไม่ได้! ไม่ได้!จะทำให้แผนการบีบน้ำตาหลอกล่อใต้เท้าหลี่มาเป็บิดาต้องสูญเปล่าไม่ได้เด็ดขาด!