ฟ่านหนิงเหอลืมตาตื่นขึ้นในห้องนอนตนเอง ถึงกับอดชมตัวเองไม่ได้ถึงเมาขนาดไหนเขาก็กลับห้องนอนได้สำเร็จ เมื่อเห็นว่าเช้าแล้วจึงรีบลุกขึ้นล้างหน้าล้างตา ถึงเขาจะปวดหัวเพราะเมื่อคืนเมาแต่เช้านี้เขาก็ต้องเข้าไปดูแลฉินอ๋องตามหน้าที่
เมื่อเขาเข้ามาในห้องนอน ฉินอ๋องก็ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วมานั่งบนเก้าอี้ให้เขาเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ ลุกขึ้นยืนให้เขาเปลี่ยนอาภรณ์ให้ เมื่อเสื้อหลุดพ้นตัวเผยให้เห็นไหล่กว้าง หน้าอกหนัดแน่น หน้าท้องแกร่ง ฟ่านหนิงเหอถึงกับเบือนสายตาออกแล้วกลืนน้ำลายลงคอ รีบไปหยิบเสื้อตัวใหม่มาสวมให้คนที่ยืนมองหน้าเขาอยู่
"เ้ากับองค์ชายสี่สนิทกันมากหรือไม่"
คนตัวสูงที่ยืนให้เขารัดผ้าคาดเอวให้เอ่ยถาม ฟ่านหนิงเหอเงยหน้าขึ้นมองคนถามแล้วจึงเอ่ยตอบ
"ก็คงไม่สนิทสนมกันเท่าท่านอ๋องกับว่าที่พระชายาหรอกพ่ะย่ะค่ะ"
ฟ่านหนิงเหอพูดมือทั้งสองข้างก็เอื้อมไปด้านหลังเอวสอบเพื่อผูกผ้าคาดเอวให้
"ว่าที่พระชายาของข้าเหรอ"
"ก็ท่านกับคุณหนูไป๋ลี่หรูบุตรีคนงามของเสนาบดีฝ่ายซ้าย ว่าที่พระชายาของท่านอ๋องอย่างไรเล่า กุ้ยเฟยคงจะพอพระทัยถ้าท่านอ๋องได้อภิเษกกับนาง เพราะดูเหมาะสมกัน อภิเษกไปคงจะมีแต่ความสุข ท่านอ๋องก็จะได้มีคนรู้ใจมาดูแลข้างกาย"
ฟ่านหนิงเหอพูดไปด้วยแต่งตัวให้โจวจินเยว่ไปด้วยจนเสร็จ จึงเตรียมตัวจะเดินหันหลังออกจากห้อง
"ข้าควรแต่งกับใคร...จำเป็ให้เ้ามาบอกด้วยเหรอ" โจวจินเยว่จับข้อมือฟ่านหนิงเหอไว้ แล้วพูดด้วยเสียงเ็า
"ข้าขออภัยท่านอ๋อง ข้าคงลืมตัวไปว่าตัวเองอยู่ในฐานะใด ต่อไปไม่บังอาจไปสอดเื่ของเ้านายอีกแล้ว"
เขาพูดทั้งที่ไม่ได้หันหน้ากลับมามองคนที่ยืนจับข้อมือเขาไว้ เขาดึงมือตนเองออกจากการเกาะกุมออกแล้วรีบเดินออกจากห้องไปทันที
ถ้าฟ่านหนิงเหอหันกลับมามองสักนิด เขาก็คงจะได้เห็นโจวจินเยว่ยกยิ้มที่มุมปาก เป็รอยยิ้มที่นาน ๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งบนใบหน้าผู้บัญชาการกององครักษ์หลวง ด้วยพึงพอใจที่รู้ว่าคนตัวเล็กที่เพิ่งเดินออกไป...หึงเขา!!
บ่ายวันนี้โจวเหิงเยว่ มาเข้าพบโจวจินเยว่ผู้เป็พี่ชายถึงตำหนัก ด้วยมีเื่จะปรึกษาหารือหลังจากเข้าวังไปเฝ้าฮ่องเต้มาใน่เช้าก็มีเื่กลัดกลุ้ม
"เสด็จพี่เสนาบดีซ้ายกดดันฮ่องเต้อย่างหนักให้แต่งตั้งท่านรัชทายาท ด้วยอ้างเพียงท่านเป็โอรสคนรอง และมีความสามารถสูงอยากให้ท่านรับตำแหน่งไท่จื่อ และยังกดดันให้กุ้ยเฟยซึ่งเป็พระญาติให้ทูลฮ่องเต้ มอบสมรสพระราชทานให้ท่านกับคุณหนูไป๋ลี่หรู คราวนี้ข้าว่าคงเป็เื่ใหญ่เสียแล้ว"
"อืม..ข้ารู้แล้ว..เอาเป็ว่าเื่นี้เดี๋ยวข้าจะจัดการเอง เื่กองกำลังที่แอบซ่องสุมอาวุธอยู่นอกเมืองตอนนี้เ้าจัดให้คนไปเฝ้าได้ข่าวคืบหน้าอย่างไรบ้าง"
"ข้าได้ยินมาว่าที่โจวเยี่ยนจื่อติดต่อกับนักเลงบ่อนพนันที่เมืองอิงโตวเพราะ้าสืบเื่นี้เช่นเดียวกัน เขาคงระแคะระคายมาจากสายข่าวชายแดนจึงออกสืบหาความจริง ข้าคุยกับเขาแล้วได้ความว่าตอนเขาอยู่ชายแดนแคว้นเหลียงอันส่งคนเข้ามาลักลอบสอดแนมในกองทหาร และยังส่งคนแฝงตัวเข้ามาเมืองหลวงเพื่อกระทำการบางอย่าง"
"แล้วเขาว่าอย่างไรบ้าง"
"เขาบอกว่าไม่นานจะมีปฏิบัติการครั้งใหญ่ ด้วยสายข่าวเขาที่ส่งไปแทรกซึมอยู่ที่แคว้นเหลียงอันเพิ่งส่งสารมาแจ้งเมื่อเร็ว ๆ นี้ และวันนี้จะขอพบท่านกับข้าเพื่อปรึกษาว่าจะป้องกันอย่างไรดี นี่ข้าก็ให้เขามาพบที่นี่"
"แล้วท่าทีของเขากับฮองเฮาเกี่ยวกับการแต่งตั้งรัชทายาทเป็อย่างไร"
"เขาบอกเพียงว่าชีวิตไม่้าบัลลังก์..เขา้าแค่คนผู้เดียว"
"อืม" โจวจินเยว่ตอบเพียงแค่นั้นด้วยเขาพอจะเดาออกว่าโจวเยี่ยนจื่อคิดอย่างไร เพราะถูกเลี้ยงดูมาด้วยกันั้แ่เยาว์วัย
"เ้าเห็นเขาติดต่อกับใครอีกหรือไม่"
"นอกจากชอบชักชวนฟ่านหนิงเทียนร่ำสุรา ข้าก็ไม่เห็นว่าเขาจะติดต่อกับผู้ใดอีกเลย"
"ฟ่านหนิงเทียนอย่างนั้นหรือ" โจวจินเยว่พูดคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน
"แล้วเื่สมรสพระราชทานท่านจะตัดสินใจเช่นไร" โจวเหิงเยว่เห็นพี่ชายเงียบไปจึงเอ่ยถามขึ้น
"ก็คงต้องอภิเษกกับคุณหนูไป๋ลี่หรูน่ะสิ"
ฟ่านหนิงเหอที่กำลังเดินเข้ามาเมื่อทราบว่าจิ้นอ๋องพาฮุ่ยิมาด้วย ตั้งใจจะหาเพื่อนคุย กลับได้ยินโจวจินเยว่พูดว่าเขาจะสมรสพระราชทานกับคุณหนูไป๋ลี่หรู ใจเขาหล่นวูบ ใจสั่นสมองพร่าเลือน เขาค่อย ๆ หันหลังช้า ๆ แล้วเดินออกไปเงียบ ๆ อย่างตอนที่เขาเข้ามา
ฟ่านหนิงเหอเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าตำหนัก เขาตั้งใจจะเดินหาฮุ่ยิ อย่างน้อยถึงเขาจะอกหัก ถ้าได้ฮุ่ยิมาคุยด้วยเขาอาจจะดีขึ้นก็ได้ กลับเจอองค์ชายโจวเยี่ยนจื่อที่เดินเข้ามาในตำหนักแทน
"เ้าจะไปไหนเหรอฟ่านหนิงเทียน"
"องค์ชายข้าตามหาสหายอยู่พ่ะย่ะค่ะ"
"เ้าพอมีเวลาจะคุยกับข้าสักครู่หรือไม่"
"ข้ามิได้เร่งรีบไปไหนถ้าเป็เช่นนั้นเชิญองค์ชายสี่ที่อุทยานจะสะดวกกว่า"
ทั้งคู่เดินไปด้วยกันมาหยุดยืนตรงศาลาในอุทยาน
"ข้ามีเื่จะถามเ้า เ้ามีคนรักแล้วหรือไม่"
"ห๊ะ! ท่านถามเยี่ยงนี้ข้าตั้งตัวไม่ทัน"
"ข้าแค่อยากถามให้แน่ใจ"
"ข้าไม่มีคนรักหรอกพ่ะย่ะค่ะ" ฟ่านหนิงเหอพูดไปมองมือตัวเองแล้วได้แต่ถอนหายใจ
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย ข้ามีเื่จะสารภาพกับเ้าหวังว่าเ้าจะรับมันไว้"
"อะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ"
"ข้าชอบเ้า..เ้ามาเป็คนรักของข้าได้หรือไม่"
"อึก!...คนรักเหรอ"
"ข้าชอบเ้าจริง ๆ ข้าอยากให้เ้ารับรู้ไว้ว่าข้าจริงใจ"
องค์ชายโจวเยี่ยนจื่อสารภาพว่าชอบเขาทั้งที่มีความสัมพันธ์กับคุณหนูไป๋ลี่หรูอยู่แล้วน่ะเหรอ เล่นเอาฟ่านหนิงเหอถึงกับตะลึงงัน เมื่อได้สติจึงตอบกลับไป
"แต่ว่ากระหม่อมมีคนที่ชอบอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ต้องขอประทานอภัยที่ข้าไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของท่านได้"
"ข้ารู้อยู่แล้ว..ข้าแค่อยากถามให้มั่นใจ อีกอย่างข้าไม่อยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้แค่ในใจ ถึงเ้าไม่รับรักข้าอย่างน้อยให้ข้าได้บอกความรู้สึกไป ข้าก็พอใจมากแล้ว"
"ท่านรู้?"
"ข้าขอกอดเ้าหน่อยได้หรือไม่"
ฟ่านหนิงเหอมองหน้าโจวเยี่ยนจื่ออย่างตกตะลึงอีกครั้งที่อยู่ดี ๆ ก็มาบอกชอบเขา แล้วมาขอกอดเขาอีก ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันยุ่งเหยิงไปหมดจนเขาถึงกับงงงันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว
โจวเยี่ยนจื่อที่เห็นฟ่านหนิงเหอยืนนิ่ง จึงเดินเข้าไปสวมกอดร่างนั้นไว้ในอ้อมแขนนิ่งนาน
"ข้ามาขัดจังหวะท่านทั้งสองหรือไม่"
เสียงคุณหนูไป๋ลี่หรูเอ่ยขึ้นจนคนที่กอดฟ่านหนิงเหอไว้ผละร่างออก แล้วหันกลับไปมองผู้ที่มาใหม่เ้าของเสียงหวานที่เอ่ยทัก
"คารวะองค์ชายสี่เพคะ" นางยอบกายทำความเคารพโจวเยี่ยนจื่ออย่างอ่อนช้อยตามธรรมเนียมคุณหนูที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็อย่างดี
"ตามสบายเถอะ"
"สงสัยงานนี้พระราชวังคงจะมีงานมงคลเกิดขึ้นถึงสองงานนะเพคะองค์ชาย" ไป๋ลี่หรูพูดแล้วหันมายิ้มกับโจวเยี่ยนจื่อ
"อ๋อ...ข้าลืมไปงานมงคลของเ้ากับฉินอ๋องจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ แล้วอีกงานเล่าเป็งานของผู้ใด"
"ก็งานมงคลของท่านกับองครักษ์คนงามอย่างไรเล่า"
นางพูดแล้วหันมาหัวเราะเบา ๆ ให้ฟ่านหนิงเหอที่แทบจะเป็ลมเมื่อได้ยินว่าเป็งานมงคลของเขากับโจวเยี่ยนจื่อ เขาได้แต่ยืนนิ่งยิ้มก็ไม่ได้ หัวเราะก็ไม่ออก นี่คุณหนูไป๋ลี่หรูหึงเขากับโจวเยี่ยนจื่อจึงประชด หรือพูดจริง ๆ เื่จะแต่งกับโจวจินเยว่
"เ้าไม่กลัวหรอกเหรอถ้าแต่งเข้าตำหนักฉินอ๋องแล้วเ้าต้องแบ่งฉินอ๋องให้สนมคนอื่นด้วย พี่ชายข้าออกจะสง่างามถึงเพียงนั้น"
โจวเยี่ยนจื่อแกล้งเย้าด้วยเขารู้ว่าไป๋ลี่หรูผู้นี้ย่อมรู้ว่าฉินอ๋องกับองครักษ์หน้าหวานมีสัมพันธ์กันลึกซึ้ง จากกิริยาที่นางจ้องมองคล้ายจะข่มว่านางอยู่เหนือกว่าอยู่ร่ำไป
"พอดีข้าเป็ชายาที่ใจกว้างขวาง ถ้าท่านอ๋องจะรับสนมข้าย่อมยินดีอยู่แล้ว ท่านน่าจะต้องถามฟ่านหนิงเทียนเสียมากกว่าว่าจะยินยอมหรือไม่ถ้าองค์ชายสี่จะมีสนมเข้าประดับในตำหนัก"
ไป๋ลี่หรูพูดแล้วหันไปยกยิ้มให้ฟ่านหนิงเหอ นี่เขายืนอยู่ในาอารมณ์หรือย่างไรกัน คู่ผัวเมียคู่นี้กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่
"ข้าคงไม่ต้องทำให้ผู้ใดยุ่งยากหรอกคุณหนูไป๋ เพราะถ้าข้ารักปักใจกับผู้ใด ข้าย่อมจะมีผู้นั้นแค่คนเดียวไม่รับสนมมาให้ปวดหัวหรอก"
ไป่ลี่หรูถึงกับหุบยิ้มทันที เมื่อได้ยินคำของโจวเยี่ยนจื่อ แต่ก็ยังปรับสีหน้าแล้วเอื้อนเอ่ยต่อ
"เป็เช่นนั้นข้าคงต้องยินดีกับคนรักของท่านที่โชคดีที่ท่านเป็คนรักเดียว"
"ย่อมเป็เช่นนั้นอยู่แล้ว...ถึงวันงานมงคลของเ้าข้าย่อมไปร่วมแสดงความยินดีด้วยแน่นอน ข้าต้องขอตัวก่อน"
โจวเยี่ยนจื่อหันไปคว้าข้อมือฟ่านหนิงเหอให้เดินตามออกไปจากศาลา ทิ้งให้คุณหนูไป๋ลี่หรูยืนกำหมัดแน่น ด้วยความแค้นใจ ที่ไม่สามารถข่มฟ่านหนิงเหอให้จมลงใต้เท้านางได้สำเร็จ นางทราบดีว่าองครักษ์ผู้นี้กับฉินอ๋องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเช่นไร ด้วยนางกำนัลตำหนักฉินอ๋องที่นางให้สินบนไว้อย่างงาม รายงานนางถึงขั้นฉินอ๋องให้องครักษ์คนงามผู้นี้นอนร่วมเตียงในห้องบรรทมทั้งคืน ไม่เช่นนั้นนางคงไม่แค้นเคืองถึงเพียงนี้ที่บังอาจแย่งคนที่นางหมายปอง
นางพยายามเข้าหาแต่กลับถูกโจวจินเยว่ปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยมาตลอด เมื่อนางเปลี่ยนเป้าหมายใหม่เป็องค์ชายโจวเยี่ยนจื่อ องครักษ์ผู้นี้ยังจะมาแย่งองค์ชายสี่ไปจากนางอีกเหรอ
"ฟ่านหนิงเทียน...เ้า!"