ตอนที่ 18 ข้าไม่ขายลูกสาว (2)
แม่เล้าเหอเหลือบมองหลี่จางซื่อที่อยู่ข้างล่าง เอ่ยเสียงเย็นชาว่า “ในเมื่อท่านหลี่เจิ้งถึงขั้นเอ่ยปากแล้ว ข้าย่อมต้องไว้หน้า วันนี้ถือเสียว่าข้าโชคร้าย แต่ว่า เงินยี่สิบตำลึงนี้ อย่าให้ขาดแม้แต่แดงเดียว การที่ข้ามาเสียเที่ยว และไม่ได้คิดดอกเบี้ยเจ้า ก็ถือว่าข้ามีเมตตาพอแล้ว”
“ถ้า…ถ้าอย่างนั้นเงินนี้ข้าออกคนเดียวไม่ได้สิ คนในเรือนรองก็ต้องออกครึ่งหนึ่งด้วย!”
หลี่จางซื่อเสียเปรียบมากขนาดนี้ แต่ก็ไร้หนทาง จึงเอ่ยอย่างไม่เต็มใจ ในใจกลับด่าแช่งคนในเรือนรองอย่างโหดร้าย อีกเดี๋ยวดูว่าข้าจะจัดการกับพวกเจ้าอย่างไร
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ช่างน่าขันยิ่งนัก น่าขันเป็นที่สุด พวกเราเรือนรองไม่ได้รับเงินนี้ไว้ด้วยซ้ำ ท่านเป็นย่าแต่กลับขายหลานสาวตัวเอง ขายลูกสาวของเรือนรองพวกเรา แล้วยังขอให้เรือนรองช่วยออกเงินให้อีก ในใต้หล้านี้มีเรื่องดีๆ เช่นนี้อยู่ด้วยหรือ”
หลี่ซินเดินไปข้างหน้าพร้อมกับหัวเราะเย้ยหยัน ถ้อยคำเต็มไปด้วยความเสียดสี
“ท่านแม่ข้าต้องทำงานปักทุกเดือน ทำจนตาแทบจะบอดอยู่แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ท่านแม่ข้าแอบซุกซ่อนของ ท่านเลยกำหนดเวลาขึ้นมา ให้ท่านแม่ทำงานปักให้เสร็จและมอบให้ท่าน ท่านนำไปขายเองคนเดียว หากเสร็จช้าก็จะโดนดุว่า ไม่ให้พวกเรากินข้าว ท่านย่า ท่านลองถามมโนธรรมในจิตใจตัวท่านเถิด ท่านแม่ข้าเคยได้รับเงินสักแดงเดียวหรือไม่ อย่าว่าแต่ยี่สิบตำลึงเลย ต่อให้ท่านค้นห้องรังหนูของเรือนรองพวกเราก็หาสิบเหรียญทองแดงไม่เจอ”
ทันทีที่คำพูดของหลี่ซินเอ่ยออกไป ผู้คนในเหตุการณ์ต่างมองมาที่เยี่ยซื่อด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจ แต่สายตาที่มองไปทางหลี่จางซื่อนั้นเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
ในบ้านไร่บ้านนา หากไม่ได้แยกจากตระกูล เงินที่แต่ละเรือนหามาได้ต้องส่งมอบให้หัวหน้าตระกูลทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ถึงกับกีดกันลูกสะใภ้เหมือนกันขโมยเยี่ยงนี้ ทำงานหนักมาหลายสิบปี ไม่เคยให้เขาแม้แต่เหรียญทองแดงเดียว ทำงานปักยังต้องกำหนดเวลาอีก หากทำไม่เสร็จทั้งครอบครัวจะไม่มีข้าวกิน เรื่องนี้มากเกินไปหน่อยจริงๆ
“ท่านให้พวกเราเอาสิบตำลึงออกมา ก็ไม่ต่างจากบังคับให้เรือนรองพวกเราไปตาย ท่านคิดดูให้ดี ท่านอาเล็กกำลังจะออกเรือนอยู่แล้ว หากท่านบีบบังคับข้าและท่านแม่ข้าจนตาย เรื่องนี้แพร่ออกไป ไม่รู้ว่าท่านอาเล็กข้าจะยังออกเรือนได้อีกหรือไม่”
หลี่ซินชัดเจนดี นางไม่สนใจหลานสาวคนอื่นๆ ในตระกูลหลี่ว่าจะเป็นตายอย่างไร แต่ลูกคนสุดท้องของตน นางให้ความสำคัญอย่างมาก หลี่จินเป็นจุดอ่อนของหลี่จางซื่อ
“เจ้าพูดจาเหลวไหล! ใครจะไปบีบบังคับพวกเจ้าแม่ลูกจนตายกันเล่า เจ้าเด็กชั้นต่ำชั่วช้า…”
เป็นตามคาด หากดึงหลี่จินมาเกี่ยวข้อง หลี่จางซื่อจะทนไม่ได้ พลันกระโดดชี้จมูกหลี่ซินเตรียมจะด่าอย่างเผ็ดร้อน
“หลี่จางซื่อ เจ้าหุบปาก! แล้วคืนเงินกลับไปเสีย เป็นเจ้าที่เอาเงินของคนอื่นไป ไม่เอาที่เจ้าแล้วจะเอาที่ใคร หากยังโวยวายไร้เหตุผลอีก ก็ไสหัวออกจากหมู่บ้านซั่งหยางข้าไปเสีย!”
หลี่เจิ้งยามนี้หน้าดำคล้ำอย่างกับก้นหม้อ วันนี้คนเหล่านี้ไม่คิดจะสนใจคำพูดเขาเลยใช่ไหม
ผู้คนที่มามุงดูต่างกำลังวิพากษ์วิจารณ์สนั่น ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน มีตระกูลบ้านไหนที่ไม่รู้เรื่องของบ้านอื่นบ้าง
สิ่งที่เยี่ยซื่อแม่ลูกพบเจอนั้นพวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ก็พอได้ยินมาบ้าง หลายปีนี้ เรือนรองตระกูลหลี่อดทนกล้ำกลืนต่อการว่ากล่าว ยอมถูกตีถูกด่า ไม่เคยพูดอะไรถึงแม่สามีสักคำ กลับคิดไม่ถึงว่า นี่มันออกจะเกินเลยกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้มาก
ทันใดนั้นผู้คนก็ร้องไห้ด้วยความสะเทือนใจ รู้สึกสงสารคนของเรือนรองตระกูลหลี่ยิ่งนัก ผู้ชายจากไปแล้ว เหลือแต่ครอบครัวเล็กๆ ที่ป่วยและอ่อนแอ แม้แต่เด็กสาวคนเดียวก็ยังถูกย่าแท้ๆ ของตนขายไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของตาเฒ่า ในหมู่บ้านนี้คงหาคนอย่างหลี่จางซื่อแบบนี้ไม่เจออีกแล้ว
“ท่านลุงหลี่เจิ้ง ท่านย่าข้าไม่เพียงแต่ต้องคืนเงินเท่านั้น แต่ต้องฉีกใบสัญญาซื้อขายตัวต่อหน้าทุกคนตรงนี้ด้วย และเรือนรองข้าจะขอแยกตัวออกไปใช้ชีวิตลำพังเพื่อไม่ให้เกะกะลูกตาท่านย่าข้าอีก ไม่เช่นนั้น ท่านย่าข้าขายข้าไปครั้งหนึ่งได้ ก็อาจจะขายข้าอีกเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สาม!
“แม้แต่พี่ชายข้าและสือโถวก็อาจจะถูกท่านย่าข้าขายไปอย่างลับๆ เข้าสักวัน พวกเขาคือสายเลือดเดียวในโลกนี้ที่ท่านพ่อทิ้งไว้ให้ ครั้งนี้โชคดีที่มีท่านช่วยผดุงความยุติธรรมให้ แต่ครั้งหน้าเล่า ไม่แน่ถึงครานั้นสิ่งที่ชาวบ้านจะได้เจอ คงเป็นศพของพวกเราสี่คนแล้ว…”
ยามนี้เอง หลี่ซินกลับปากต่อ ทว่าเพิ่งสิ้นสุดเสียงของนาง หลี่จางซื่อก็คว้าไม้กวาดที่วางอยู่ตรงมุมลานบ้านขึ้นมาราวกับคลุ้มคลั่ง มุ่งตีไปทางหลี่ซินเต็มแรง พร้อมกับปากว่าสาปแช่ง
“มากไปแล้วนะเจ้า ยายแก่อย่างข้ายังไม่ตาย พวกเจ้าคิดอยากแยกตัวจากตระกูล คอยดูข้าจะตีเด็กอกตัญญูอย่างเจ้าให้ตายไปเสีย!”
หลี่จางซื่อโมโหมากแล้วจริงๆ แม้เรือนรองจะมีเด็กที่หาเงินไม่ได้ แต่งานเย็บปักถักร้อยของเยี่ยซื่อนั้นดีทีเดียว ขายงานเย็บปักถักร้อยเป็นประจำ ยังพอสามารถหาเงินให้ตระกูลหลี่ได้
สำหรับค่าหมอของเด็กสองคนในเรือนรอง หลี่จางซื่อรู้ดีแก่ใจว่านางไม่เคยได้ออกเงินเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ช่วงแรกเป็นลูกชายคนรองที่หาเงินจากการล่าสัตว์ ต่อมาเขาจากไปแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นหลี่จางซื่อขายสินสอดทองหมั้น หรือไปยืมเงินจากครอบครัวฝั่งมารดาแทน ดังนั้น บ่อเงินบ่อทองที่มีแต่ทำเงินนี้นางจะปล่อยไปง่ายๆ ได้อย่างไร
หลี่ซินหรี่ตาลง มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อขยับเล็กน้อย ขณะเตรียมจะลงมือกลับเห็นมีคนดึงมือของนางมาหลบด้านข้างซึ่งเร็วกว่านางก้าวหนึ่ง โดยเบี่ยงกายมาขวางอยู่ตรงหน้าตน กอดตนเข้าสู่อ้อมอกแน่น