ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 57 ไท่หังซานสูงสล้าง

           บนยอดเขาอีกลูกห่างออกไปเปลวไฟจากปากกระบอกปืนดำมะเมื่อมพวยพุ่งรุนแรงน่ากลัวประเคนใส่ยอดเขาอีกลูกที่อยู่ไม่ห่างกัน

            ฉู่เฟิงทิ้งตัวจากยอดเขาลงสู่เบื้องล่างไม่ต่างจากพญาครุฑ ยามที่ร่วงลงจากผาสูงชันเสียงลมหวีดหวิวอยู่ข้างหู

            ตูม!

            บนยอดเขา ระเบิดหกเจ็ดลูกถูกยิงใส่ ลูกไฟระเบิดรุนแรงเสียงระเบิดสะท้านสะเทือน ไหวเยือกไปทั้งเขางูขาว แผ่นดินไหวภูผาโยกก้อนหินปลิวกระจาย เป็นภาพอันน่าหวาดกลัว

            พวกมนุษย์พิเศษต่างก็สงสัย เทียนเสินเซิงอู้ลงมือรุนแรงเกินไปไหมงัดอาวุธปืนอย่างนี้มาถล่มมนุษย์พิเศษ ใครมันจะต้านทานได้?

            กองเพลิงโหมเริงแรง ต้นไม้เก่าแก่ทั้งแถบบนยอดเขาล้มโค่นกลายเป็นเถ้าถ่านภูเขาทั้งลูกถูกถล่มราบคาบ ก้อนหินไม่น้อยถูกเผาจนหลอมละลาย!

            ภาพตรงหน้าทำให้ผู้คนหนาวเยือกถึงข้างใน ยอดเขาหายไปแล้วล้านเลี่ยนเตียนโล่ง ดำเป็นตอตะโก!

            หากฉู่เฟิงช้าไปเพียงก้าวเดียว ผลที่ตามมานั้นคงเลวร้ายจนไม่อยากจะนึกถึง

            เขาอดทอดถอนใจไม่ได้ ในยุคหลังความรุ่งเรืองนี้พวกบริษัทยักษ์ใหญ่ล้วนทรงอิทธิพลอย่างน่าตกใจแม้แต่อาวุธหนักต่างก็มีในครอบครองอย่างที่คนธรรมดาทั่วไปนึกไม่ถึง

            ยุคหลังความรุ่งเรืองในช่วงระหว่างการปรับโครงสร้างทางสังคมเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการร่างกฎระเบียบต่างๆ

            หลายปีที่ผ่านมานี้ พวกเขาล้วนเก็บหัวซ่อนหาง ไม่กระโตกกระตากอะไรใครจะไปคาดคิดเล่าว่า ในช่วงเวลาสำคัญกลับสำแดงความน่าเกรงขามเช่นนี้

             ฉู่เฟิงทิ้งตัวลงมาจากยอดเขา พุ่งเข้าป่าลึกเบื้องหลังเสียงระเบิดยังคงดังสนั่น หินดินกระจัดกระจายภูเขาลูกนั้นเตี้ยลงไปถนัดใจ!

            หินผาก้อนหนึ่งตกใส่ตัวหวงหนิว กระแทกรุนแรงจนมันร้องมอไม่ใช่เพราะมันเชื่องช้าแต่เป็นเพราะการวิ่งตัวตรงทั้งที่สวมชุดหนังทำให้มันประดักประเดิดอย่างยิ่ง

            หวงหนิงตุปัดตุเป๋ แทบจะปลิวกระเด็น ยังดีที่มันหนังหนาอีกทั้งแรงดีหากเป็นคนอื่น โดนหินยักษ์หนักร่วมตันกระแทกใส่ คงกระดูกเละไปนานแล้ว

            กระนั้น หวงหนิวก็ยังโมโห ร้องมอออกมาคำหนึ่งดวงตาทั้งคู่สาดแสงสีทองเรืองรอง เพ่งมองไปยังยอดเขาที่ห่างออกไป

            “ปืนอาร์พีจีทางนั้นยกให้นาย!” ฉู่เฟิงบอก

            เขารู้ว่า หวงหนิวไม่ใช่วัวใจดี ถ้ามันพุ่งเข้าไปทำลายปืนพวกนั้น คงมีคนบาดเจ็บสาหัสกันบ้าง

            อีกทั้งตอนนั้น ฉู่เฟิงเองก็ลงมือไปแล้ว เขาพุ่งไปอีกทางจะไปคิดบัญชีกับมู่ด้วยตัวเอง ฆ่ากราดกันถึงขั้นนี้แล้วจะไปสนมันทำไมว่าอีกฝ่ายเป็นบุคคลสำคัญของเทียนเสินเซิงอู้

            กล้ามาหมายหัวเขา ลอบฆ่าเขา ไม่ว่ามันจะเป็นใคร พ่อจะฆ่าไม่ให้เหลือ!

            ความเร็วของฉู่เฟิงว่องไวอย่างยิ่งระยะทางหนึ่งร้อยเมตรตรงหน้าเขาใช้เวลาแค่หนึ่งจุดหนึ่งวินาทีสิ่งที่คนอื่นเห็นคือ พอเขาก้าวเท้าก็พุ่งไปร่วมสิบเมตรแล้ว

            ปังปังปัง...

            ระหว่างนี้ กระสุนนับไม่ถ้วนสาดกระจายไปทั่วอยู่เบื้องหลังเขาอย่างกับเทกระจาดต้นไม้ใหญ่หลายต้นหักโค่นถล่มทลาย

            เป็นเพราะห่ากระสุนเทมาแน่นๆ รัวๆ!

            โครม!

            ลูกระเบิดร่วงลงมา แสงน่ากลัวสว่างวาบกลางป่าเขา ระเบิดไอร้อนเริงแรงหลอมละลายหินผา พื้นดินไหม้เกรียม

            ที่ทำให้ผู้คนแตกตื่นคือ ไม่มีกระสุนสักนัดที่โดนฉู่เฟิงเขาเปลี่ยนตำแหน่งตลอดเวลา ชิงหลบหลีกก่อนเปลวไฟจากกระบอกปืนพวกนั้นทำได้แค่ตามก้นเขา

            ผู้คนมากมายได้แต่มองตาค้างกับภาพอันแปลกประหลาดตรงหน้าพวกเขาทั้งตกใจทั้งหวาดหวั่น แต่ในขณะเดียวกันก็อิจฉาอย่างแรงเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง

            เทคนิคระดับนี้พวกเขาล้วนเฝ้าฝันว่าหากต้องเผชิญกับอาวุธหนักเช่นนี้จะสามารถรับมือได้แต่แล้วกลับมีคนทำได้ก่อนเสียอีก!

            ฉู่เฟิงรวดเร็วว่องไว เพียงหมุนตัวก็พุ่งไปแล้วสิบกว่าเมตร กระโดดหนึ่งครั้งก็เลยออกไปอีกร่วมสิบเมตรเป็นระดับความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว

            กลางสนามรบ เขาดุจดังเงาร่างสายหนึ่ง รวดเร็วว่องไวอาศัยประสาทสัมผัสอันไม่ธรรมดาหลบหลีกภยันตรายทุกรูปแบบพุ่งผ่านห่ากระสุนที่ยิงใส่ดั่งสายฝน

            หลายคนกลายเป็นหินไปแล้ว นี่คือคนจริงๆ หรือเปล่าเนี่ยทำได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?!

            หลินนั่วอีสะท้าน เธอรู้ได้ทันทีว่าความวุ่นวายได้บังเกิดขึ้นแล้วการปะทะกันระหว่างเทียนเสินเซิงอู้กับโพธิจีนส์นั้นไม่สมควรที่จะไปยั่วโมโหยอดฝีมือระดับนี้ตั้งแต่แรก

            สีหน้าของมู่เปลี่ยนสี ก่อนหน้านี้เขาประเมินคนผู้นั้นค่อนข้างสูงตอนนี้กลายเป็นว่าร้ายกาจกว่าที่เขาประเมินไว้เสียอีก นี่มันตัวอันตรายชัดๆ

            “ต้องกำจัดมันให้สิ้นซาก พุ่งปืนไปทางนั้นทั้งหมด ฆ่ามันซะ!” มู่กัดฟันกรอด

            ดวงตาเขาเย็นเยียบ ในเมื่อก่อปัญหาขึ้นมาแล้ว ก็ต้องแก้ด้วยการขุดรากถอนโคนฉวยโอกาสนี้ตัดไฟแต่ต้นลม ไม่งั้นอาจลุกลามเป็นปัญหาใหญ่โตในภายหลัง

            เขาเป็นคนเด็ดขาด ทันทีที่ตัดสินใจ ต้องลงมือให้ถึงที่สุด

            เสียงระเบิดยิ่งดังสนั่น แม้ฉู่เฟิงจะหลบอยู่บนเขาย้ายจากลูกหนึ่งไปอีกลูกหนึ่ง ก็ยังเจอเข้ากับห่ากระสุนที่ยิงกราดอย่างรุนแรง

            หากเป็นคนอื่นก็คงกลายเป็นกองเนื้อเละๆ ไปแล้ว!

            “ผู้กำกับ หมอนั้นสุดยอดไปเลย กระสุนก็ไม่กลัว ระเบิดก็ทำอะไรเขาไม่ได้นี่มันคนหรือเปล่าเนี่ย อย่างกับเทพแน่ะ!

            บางคนโห่ร้องจนแทบจะบ้าคลั่งกันไปแล้ว

            “ยังมองบื้ออะไรอยู่ล่ะ ถ่ายเก็บไว้เร็วเข้า เก็บมันทุกมุมอย่าให้พลาดสักช่วงเลยนะเว้ย!” โจวอี่เทียนตะโกนอย่างมีน้ำโหดวงตาแดงฉาน ในใจร้อนรน แต่ก็ตื่นเต้นในขณะเดียวกัน

            จากที่เขาเห็น หนิวเสินหวังผู้นี้ร้ายกาจอย่างยิ่ง ไม่เกรงกลัวห่ากระสุนไม่หวาดกลัวอาวุธปีน พุ่งทะยานไปทั่วเขางูขาว

            โจวอี่เทียนรู้สึกว่า จะต้องได้ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน

            ปังปังปัง...

            ฉู่เฟิงตอบโต้เป็นระยะ ปืนกระบอกใหญ่อยู่ในมือ บังคับได้อย่างใจกระสุนที่ยิงออกไปปลิดชีพคนของเทียนเสินเซิงอู้ได้ทุกนัด

           “เทพตัวจริง นี่คือราชาปีศาจในตำนานที่ฉันวาดภาพไว้เก็บภาพไว้เลย ให้ไว!” โจวอี่เทียนตะโกนลั่นๆ

            “ผู้กำกับไม่ต้องห่วง นิดเดียวก็ไม่พลาด อุปกรณ์ที่พกมานี่ชั้นยอดทั้งนั้นห่างขนาดนี้ ยังเก็บภาพได้ชัดเจนละเอียดยิบ อัดไว้หมดแล้ว!”มีคนร้องตอบอย่างตื่นเต้น

            “เยี่ยม สุดยอดไปเลย!” โจวอี่เทียนกำหมัดร้องเยส

            หลายคนเห็นพวกเขามีสีหน้าท่าทางแปลกประหลาดเกินกว่าจะทำความเข้าใจได้ไอ้พวกนี้มันเบื่อชีวิตแล้วหรือว่าเสียสติตั้งแต่แรกหว่า?!

            โจวอี่เทียนและพวกไม่สนใจสายตาของคนอื่น เรื่องใครเรื่องมันมีหลายครั้งที่เสี่ยงอันตราย หากก็ยังคงโห่ร้องให้กำลังใจกัน ไล่ล่าเก็บภาพกันอย่างบ้าคลั่ง

            ไม่นานนัก เสียงระเบิดก็หยุดลง

            เพราะบนยอดเขานั้น มี “ทอเรน” เขาสีทองอีกคนหนึ่ง “ฝ่ามือ”ทั้งสองของเขาเมื่อฟาดออกไป ปืนที่เรียงรายอยู่ล้วนถูกทำลาย

            “สวรรค์ นั่นคนหรือเปล่าเนี่ย? ปีศาจชัดๆพวกนายเห็นมั้ย ที่เขาใช้มือเปล่าตบกระบอกปืนลำใหญ่เท่าต้นขากระจุยน่ะ แม่เจ้าโว้ย!”

            “นั่นเป็นพี่น้องของหนิวเสินหวังนี่ เห็นบอกว่าชื่อ หนิวหมัวหวังชื่อโหดสมตัวว่ะ ทั้งเถื่อนทั้งแกร่ง ผลักทีเดียวกระจาย!”

            บนเขาเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้อง ถึงแม้จะเป็นมนุษย์พิเศษเหมือนกัน แต่พวกเขาก็รู้สึกขนหัวลุกไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าคนรูปร่างหน้าตาพิลึกตรงหน้าจะร้ายกาจปานฉะนี้

            ห่างออกไป เสียงปืนก็เงียบลงเช่นกัน

            เพราะแค่ชั่วเวลาไม่นาน เทียนเสินเซิงอู้เสียหายหนักหน่วงแม้แต่ชายเสื้อของฉู่เฟิงพวกเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้แตะ แถมมือดีหลายคนยังถูกเขาเก็บเรียบ

            ความเสียหายนี้ใหญ่หลวงนักที่จริงแล้วอาวุธปืนพวกนี้เป็นยุทโธปกรณ์ที่เอาไว้ขู่มนุษย์พิเศษทั้งหลายไม่ให้เข้ามาแย่งชิงลูกสนสีม่วงทองฉีกหน้าพวกเขา

            แต่ตอนนี้ นักแม่นปืนหลายคนถูกฉู่เฟิงกำจัดรวดเดียว แล้วจะไม่ให้พวกเขาเจ็บใจได้อย่างไร

            พรึ่บพรึ่บพรึ่บ...

            เงาคนปรากฏขึ้นทีละหนึ่งเป็นกลุ่มกองมนุษย์พิเศษที่รับคำสั่งจากตระกูลมู่โดยเฉพาะ ทุกคนแข็งแกร่งอย่างยิ่งร่วมมือกันกำจัดฉู่เฟิง

            มนุษย์พิเศษทั้งหมดสิบหกคน ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือ ฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดา เป็นมนุษย์พิเศษที่หาตัวจับได้ยาก

            นอกจากนี้ ระหว่างที่พวกเขาตั้งวงล้อมแต่ละคนหยิบขวดแก้วขนาดนิ้วหัวแม่มือออกมา ภายในบรรจุน้ำยาสีฟ้าพวกเขาเทเข้าปากอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย

            โครม!

            คลื่นพลังน่ากลัวอย่างยิ่งระเบิดขึ้นตรงนั้น มนุษย์พิเศษสิบหกคนปลดปล่อยพลังรุนแรง

            แม้จะอยู่ห่างออกไป มนุษย์พิเศษคนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกใจสั่นเหมือนกับว่ากำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายขนาดมหึมา

            มนุษย์พิเศษสิบหกคน แต่ละคนแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่าซึ่งเป็นความสำเร็จอันน่ากลัวอย่างยิ่ง ตอนนี้ไม่ว่าจะเลือกใครก็ตามต่างก็สามารถบดขยี้มนุษย์พิเศษที่ดาหน้าเข้ามาได้อย่างราบคาบ

            แรกเริ่มเดิมที พวกเขาแต่ละคนก็มีฝีมือโดดเด่นเกินใครอยู่แล้วตอนนี้เมื่อความสามารถเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่าก็เท่ากับว่าเป็นทีมอสุรกายที่ไม่อาจต่อกรได้!

            “ฆ่ามันซะ ฉันไม่ต้องการรู้ที่มาที่ไปของมันกำจัดให้สิ้นซากอย่าให้เป็นภัยภายหลัง!” สีหน้าของมู่เย็นชาในใจของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่เก็บกดอยู่ภายใน

            วันนี้ การตัดสินใจของเขาล้วนผิดพลาดเพื่อที่จะกู้หน้าให้หลินเยี่ยอวี่ต่อหน้าหลินนั่วอีแต่แล้วผลกลับออกมาเป็นเช่นนี้

            คำสั่งของเขาทำให้คนหลายคนสิ้นชีพอย่างน่าสมเพชอาวุธร้ายแรงถูกมองว่าไร้ซึ่งอานุภาพ สร้างความเสียหายให้แก่เทียนเสินเซิงอู้

            “โฮก!”

            ทันใดนั้น เสียงคำรามลั่น สั่นสะเทือนไปทั่วเขางูขาวมนุษย์พิเศษจำนวนไม่น้อยต่างรู้สึกตาลายวิงเวียน หน้ามืดจนแทบจะล้มลงกับพื้น

            ณ จุดที่ฉู่เฟิงยืนอยู่ ดินทรายปลิวว่อน ต้นไม้ใบหญ้ากระจุยกระจายที่ตามมาติดๆ หลังจากเสียงคำรามของเขาก็คือเสียงกรีดร้องโหยหวนจากมนุษย์พิเศษทั้งสิบหกคนทั้งหมดล้วนเลือดออกจากทวารทั้งเจ็ด แล้วกุมศีรษะล้มกลิ้งลงกับพื้น

            เฉกเช่นเดียวกันกับครั้งก่อนหน้านี้ มู่ก็ยังคงคิดที่จะใช้วิธีนี้กำจัดเขาจะมีใครรู้บ้างไหมว่านี่มันไม่ต่างกับการส่งเนื้อเข้าปากเสือ

            “สวรรค์ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” เหล่ามนุษย์พิเศษต่างก็แตกตื่น

            ยอดฝีมือทั้งสิบหกคนที่เมื่อดื่มน้ำยาสีฟ้าเข้าไปแล้วระเบิดพลังอันน่าเกรงขามแข็งแกร่งจนผู้คนหวาดกลัว

            ตอนนี้ล้วนแล้วแต่โดนเสียงคำรามของหนิวเสินหวังโจมตีจนเลือดกบปากเกลือกกลิ้งลงกับพื้น

            ฉู่เฟิงเลือดเย็นไร้ความรู้สึก ในมือคือกระบี่สั้นสีดำ ต่อให้เป็นคนของบริษัทยักษ์ใหญ่เทียนเสินเซิงอู้เขาก็ลงมือสังหารจนเหี้ยน ไร้ซึ่งความลังเล

            ฉึกฉึกฉึก...

            เขากวัดแกว่งกระบี่ไม่ขาดตอน เพียงพริบตาศีรษะสิบกว่าชีวิตหล่นกลิ้งลงกับพื้น ทั้งหมดล้วนถูกเขาสังหารไม่เหลือรอดสักคน

            “อ๊าก...”

            ห่างออกไป บนยอดเขา ดวงตาของมู่แดงฉาน เขาที่มั่นคง หนักแน่นมาโดยตลอดตอนนี้กลับสุดจะทานทนจนถึงกับกู่ร้องออกมาไม่ต่างกับสัตว์ร้าย

            ทั้งหมดนี้คือมนุษย์พิเศษของตระกูลมู่ รับฟังคำสั่งจากเขามีเขาเท่านั้นที่ควบคุมได้ แต่แล้วเพียงพริบตากลับถูกทำลายจนสิ้น

            ครั้งก่อนนี้เขาสูญเสียกองกำลังมนุษย์พิเศษไปทั้งชุดมาตอนนี้ก็ถูกกำจัดไปอีกชุด แถมยังถูกคนเพียงคนเดียวสังหารในพริบตาอย่างง่ายดาย

            มู่ดวงตาเต็มไปด้วยสายเลือด เขาแค้นเสียแทบคลั่ง

            ข้อบกพร่องของน้ำยาส่งผลถึงชีวิต!

            เขารู้อยู่แล้ว หากก็สายเกินไป

            คนผู้นั้นเลือดเย็นไร้หัวใจสังหารพวกมนุษย์พิเศษรวดเดียวต่อหน้าผู้คนทั้งหลายอย่างโหดเหี้ยม

            ผู้คนที่อยู่บนเขางูขาวแล้วล้วนประหวั่นพรั่นพรึง

            “พวกนาย...อัดไว้หรือเปล่า?!” โจวอี่เทียนสั่นสะท้านริมฝีปากสั่นเทา ถามคนอื่นๆ อย่างตื่นเต้น

             “ผู้กำกับไม่ต้องห่วง อัดไว้หมดแล้ว!”คนตอบกลับมาต่างก็ตัวสั่น แตกตื่นกันทุกคน ทั้งหวาดกลัวทั้งตื่นเต้น

            ไม่ไกลนัก มนุษย์พิเศษคนอื่นๆ ต่างก็มองมาทางพวกเขา คิดว่าคนบ้าพวกนี้ไม่เต็มเต็ง

            “ฉันจะฆ่าแกเอง!” มู่ยืนอยู่บนเขา กัดฟันกรอดเขาเสียจริตไปแล้ว ช่างแตกต่างกับความสงบนิ่งในยามปรกติโดยสิ้นเชิง

            เขาส่งสัญญาณ ให้เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธพุ่งตรงมาแล้วร่อนลงตรงนั้นเขาปีนขึ้นไป!

            แต่ว่า มีคนผู้หนึ่งที่ว่องไวยิ่งกว่า เผ่นพุ่งเข้ามา

            กลางอากาศ แสงสีเงินเจิดจ้าพร้อมกับความดุดันพุ่งเป็นลำไปทางฉู่เฟิง

            “พระเจ้า เทพปีกเงิน เขาพุ่งมาแล้ว!”

            “เขาคิดจะ...ปกป้องศักดิ์ศรีแห่งเทียนเสินเซิงอู้ไม่ให้ใครอื่นดูแคลนงั้นหรือ?!”

            กลางอากาศ คนผู้นั้นสาดแสงสว่างไสวประหนึ่งดวงอาทิตย์สีเงินเต็มไปด้วยกลิ่นอายดุดันทะยานมาอย่างรวดเร็วเขาผละออกจากเทพวัชระพุ่งเข้าใส่ฉู่เฟิง!