ทริสตันลอบยินดีอยู่ในอกอย่างเหลือเชื่อที่ฟิโอร่าจัดการเื่ยากเช่นนี้จนสำเร็จ ทว่าเบื้องหน้าเขายังคงรักษามาดเคร่งขรึมและพยักหน้าตอบรับด้วยอาการสงบ ก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามาสวมกอดอีกครั้งด้วยความซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง แม้จะไร้ซึ่งสายเืเดียวกัน ทว่าฟิโอร่ากลับเติมเต็มช่องว่างในใจเขาได้อย่างน่าประหลาด จนเขาอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงน้องสาวในโลกเก่า... ความสัมพันธ์ที่พังทลายจนไม่ได้พูดคุยกันนานถึงสี่ปีด้วยรอยร้าวที่ยากจะประสาน แม้กระทั่งวาระสุดท้ายก่อนเขาจะมาเยือนโลกนี้ ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน เขาได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองในใจว่า ในงานศพที่โลกนั้น น้องสาวจะยอมมาร่ำลาพี่ชายคนนี้เป็ครั้งสุดท้ายบ้างไหม
“เห้อ...” เสียงถอนหายใจแ่เบาดังออกมาอย่างปลงตก... ช่างมันเถอะ จะมาหรือไม่ก็คงไม่ใช่เื่สลักสำคัญอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อรอยร้าวที่ค้างคาไม่เคยถูกประสานจนกระทั่งนาทีสุดท้าย หากถามว่าเสียใจหรือไม่? ก็คงตอบได้เต็มปากว่าไม่ ในเมื่อมีทัศนคติที่สวนทางกันมีแต่จะทำให้การพบเจอเป็เพียงการซ้ำเติมรอยแผลเดิมให้ลึกยิ่งขึ้นเพียงเท่านั้น
หลังจากเอ่ยลาฟิโอร่า ทริสตันก็เริ่มขยับเขยื้อนตามแผนการที่วางไว้ทันที ท่ามกลางบรรยากาศวุ่นวายของเหล่าศิษย์เก่าที่กำลังทยอยเก็บสัมภาระออกจากวิทยาลัย ทริสตันเลือกที่จะสวมผ้าคลุมศีรษะและอาภรณ์สีเข้มเพื่อพรางใบหน้าและแววตาให้พ้นจากสายตาผู้คน เขาเยื้องกรายออกมาพร้อมกับรถบรรทุกสัมภาระคันใหญ่ โดยมีผู้ติดตามจากตระกูลวินด์สเกลคอยปรนนิบัติลากจูงมุ่งหน้าออกสู่ภายนอก
เขาแวะพำนักที่โรงแรมแห่งหนึ่งเพียงคืนเดียวเพื่อจัดสรรสัมภาระเข้าสู่โรงเก็บของให้เรียบร้อย ครั้นรุ่งสางหลังจากพักผ่อนได้เพียงหนึ่งวัน ก็มุ่งหน้าออกจากเมืองทันที โดยมีกองกำลังทหารคุ้มกันกว่าห้าสิบนายคอยอารักขาขบวนเดินทางมุ่งสู่ดินแดนในปกครองของเขาอย่างเคร่งครัด
ข่าวการเคลื่อนไหวของทริสตันส่งถึงหูผู้บงการในเวลาอันรวดเร็ว “มันออกจากเมืองไปพร้อมทหารอารักขาห้าสิบนายงั้นหรือ?” น้ำเสียงเข้มที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ทว่าแววตากลับว่างเปล่าไร้ความรู้สึก ราวกับมองชีวิตของเป้าหมายเป็เพียงสิ่งไร้ค่า
“รับทราบครับท่าน... ผู้น้อยได้ส่งคนฝีมือดีหนึ่งร้อยนายตามประกบมันไปแล้ว รอเพียงให้ขบวนนั้นพ้นจากเขตอำนาจขององค์จักรพรรดิไปเสียหน่อย พวกเราจะเริ่มลงมือทันที ครั้งนี้ข้ารับรองด้วยหัวว่า... เ้าเด็กนั่นไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชไปได้อย่างแน่นอน” ชายชราผมขาวในชุดภูมิฐานสะอาดตาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ทว่ายังคงไว้ซึ่งความเคารพนอบน้อมต่อผู้เป็นาย
ผู้บงการพยักหน้าอย่างพึงใจ “ดี! ครั้งนี้จงกำชับคนของเราว่าห้ามพลาดเป็อันขาด หากปล่อยให้มันหลุดรอดกลับไปยังเขตอำนาจของาาวินด์สเกล หรือเหยียบเข้าสู่ดินแดนของมันได้สำเร็จ การจะลงมือสังหารอีกครั้งคงกลายเป็เื่ยุ่งยากและวุ่นวายเกินการควบคุม”
ชายชราผมขาวพยักหน้าช้า ๆ อย่างเห็นพ้อง “ถ้าเช่นนั้น... เพื่อความรัดกุม ข้าผู้น้อยจะส่งกำลังไปสมทบอีกห้าสิบคน ด้วยจำนวนคนที่เหนือกว่าถึงสามเท่าเช่นนี้ ต่อให้มันจะมีปีกงอกออกมาเพื่อบินหนี ก็คงยากที่จะรอดพ้นความตายไปได้” มันเอ่ยด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม พลางยกยิ้มเย็นเยียบและขยับกำหมัดแน่นด้วยความย่ามใจ
ราวครึ่งวันหลังจากขบวนของทริสตันเคลื่อนตัวลับสายตาไป เสียงเคาะจังหวะประหลาดก็ดังขึ้นที่หน้าโรงเก็บของของโรงแรม... เริ่มจากสิบครั้งติดต่อกัน ก่อนจะเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วตามด้วยอีกห้าครั้งอย่างหนักแน่น จากนั้นทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบงัน ทันใดนั้น บุคคลปริศนาสองรายในหน้ากากสีขาวและสีดำก็เร้นกายออกมาจากความมืดภายในโรงเก็บของ ทั้งคู่มุ่งหน้าไปยังขบวนสินค้าขนาดใหญ่ที่จอดรออยู่ไม่ไกล ซึ่งมีกองกำลังคุ้มกันนับร้อยนายคอยอารักขา ก่อนจะเข้าพบเพื่อสนทนาบางอย่างกับหัวหน้าขบวนอย่างรวดเร็ว
คนส่วมหน้ากากขาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่มั่นคง “ท่านหญิงฟิโอร่ามีบัญชาให้เราทั้งสองร่วมเดินทางไปกับขบวนนี้... ท่านได้รับคำสั่งแจ้งเหตุล่วงหน้าแล้วใช่หรือไม่?”
ชายผู้เป็หัวหน้าขบวนหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อจ้องจับผิดพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “รหัสยืนยันคืออะไร”
คนส่วมหน้ากากดำเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ “อนาคตวันข้างหน้า... ผู้ใดเล่าจะล่วงรู้?”
หัวหน้าขบวนคลี่ยิ้มออกมาในที่สุด ก่อนจะโน้มตัวลงทำความเคารพบุคคลภายใต้หน้ากากทั้งสองอย่างนอบน้อม “ในเมื่อเป็เช่นนั้น เชิญท่านทั้งสองรีบออกเดินทางเถอะครับ พวกเราพร้อมปฏิบัติการตามแผนแล้ว”
ทั้งสองพยักหน้าตอบรับก่อนจะก้าวขึ้นสู่รถม้าที่จัดเตรียมไว้ และทันทีที่บานประตูรถปิดลง ขบวนขนส่งสินค้าทั้งหมดก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากเมืองด้วยความรวดเร็วและเป็ระเบียบ มุ่งหน้าสู่เส้นทางเบื้องหน้าอย่างไม่รีรอ
เมื่อขบวนเดินทางออกมาได้ระยะหนึ่ง ร่างบนรถม้าทั้งสองก็ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าของทริสตันและกิเซลล์ ฝ่ายชายยกยิ้มอย่างพึงใจในผลลัพธ์ ผิดกับหญิงสาวที่มีสีหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด ทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมาล้วนเป็ส่วนหนึ่งของแผนการสลัดเหยื่อที่เขาจัดวางไว้อย่างแยบยล แม้มันจะเป็แผนที่เปี่ยมไปด้วยความเสี่ยง ราวกับกำลังเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่บางเฉียบพร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อก็ตาม
ย้อนกลับไปหลังจากเอ่ยลาฟิโอร่า แผนการลวงโลกก็ได้เริ่มต้นขึ้น ทริสตันจัดเตรียมชายที่มีรูปร่างและส่วนสูงใกล้เคียงกับตนมาสวมรอย โดยให้ปกปิดใบหน้าด้วยผ้าคลุมมิดชิดเพื่อตบตาเหล่าสายลับที่คอยซุ่มมองอยู่ ในขณะที่ตัวเขาเองกลับลอบเร้นกายเข้าไปซ่อนตัวท่ามกลางกองสัมภาระบนรถเข็นขนาดใหญ่ ทริสตันตัวปลอมแยกตัวไปพำนักที่โรงแรมเพื่อดึงความสนใจ ส่วนตัวเขาที่แฝงตัวมากับรถเข็นก็ได้มาปรากฏตัวอีกครั้ง ณ ห้องเก็บของที่เขาแอบเช่าไว้ล่วงหน้า ซึ่งภายในนั้นถูกจัดเตรียมเสบียงและที่พักชั่วคราวไว้อย่างพรั่งพร้อม โดยมีกิเซลล์มารอสมทบอยู่ก่อนแล้ว
หลังจากทริสตันตัวปลอมและกลุ่มทหารรับจ้างห้าสิบนายเร่งรุดออกจากเมืองไป เขาก็ยอมเสียเวลาเฝ้ารออยู่ในห้องเก็บของอีกครึ่งวัน เพื่อให้มั่นใจว่าความสนใจทั้งหมดของศัตรูถูกเบี่ยงเบนไปจนหมดสิ้น จนกระทั่งเสียงเคาะประตูตามจังหวะที่นัดหมายดังขึ้นเพื่อยืนยันว่าพื้นที่โดยรอบปลอดสายตา ทหารฝีมือดีหนึ่งร้อยนายที่ปรากฏตัวขึ้นนั้น คือกองกำลังของตระกูลวินด์สเกลที่ฟิโอร่าแอบเขียนจดหมายไปร้องขอต่อาาวินด์สเกลไว้ล่วงหน้า เพราะทริสตันรู้ดีว่าหากเขาเป็ผู้ขอเองคงถูกเมินเฉย แต่หากเป็คำขอจากบุตรสาวสุดที่รัก มีหรือที่าาผู้ชราจะใจแข็งปฏิเสธได้
กองกำลังวินด์สเกลทั้งร้อยนายแฝงตัวเข้ามาในเมืองหลวงภายใต้คราบของกลุ่มพ่อค้าตามแผนที่ฟิโอร่าวางไว้ โดยอ้างว่าเดินทางมาเพื่อกว้านซื้อสินค้าไปขายต่างเมือง เมื่อหัวหน้าขบวนเดินทางมาถึงตามกำหนดนัดหมาย เขาก็ได้รับจดหมายลับจากฟิโอร่าที่ระบุภารกิจและรหัสลับยืนยันตัวตนของบุคคลที่จะร่วมขบวนออกไปไว้อย่างละเอียด ส่วนผู้ที่ยอมสวมรอยเป็ทริสตันนั้น คือทหารหน่วยกล้าตายผู้ภักดีที่พร้อมสละชีพเพื่อตระกูลวินด์สเกลโดยปราศจากข้อแม้ ซึ่งฟิโอร่าเป็ผู้คัดเลือกมาด้วยตนเอง เรียกได้ว่าแผนการหลบหนีในครั้งนี้ ฟิโอร่าคือผู้ที่มีบทบาทช่วยเหลือสำคัญที่สุดอย่างแท้จริง
หากมีข้อมูลเพียงนิดเดียวรั่วไหล หรือหากคนในแผนการเกิดแปรพักตร์เป็ไส้ศึกให้ฝ่ายศัตรู แผนการทั้งหมดคงพังทลายลงในพริบตา แม้กระทั่งหากกลุ่มมือสังหารเกิดใจร้อนลงมือก่อนกำหนดจนล่วงรู้ว่าเป้าหมายคือตัวปลอมก่อนที่เขาจะทันได้ออกจากเมือง ทุกอย่างที่ลงแรงไปย่อมกลายเป็สูญเปล่า มันคือแผนการที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายและเต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยง ทว่าท้ายที่สุด... เขาก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคเ่าั้จนบรรลุผลแผนการได้สำเร็จ
กิเซลล์จ้องมองชายหนุ่มที่นั่งอมยิ้มอย่างอารมณ์ดีพลางขมวดคิ้วด้วยความระอา อันที่จริงเธอไม่ได้มีความปรารถนาจะติดตามเขาแม้แต่น้อย ทว่าในฐานะคนของตระกูลที่ถวายความซื่อสัตย์ต่อตระกูลวินด์สเกลมาทุกชั่วอายุคน ประกอบกับคำขอร้องของท่านหญิงฟิโอร่าที่กำชับให้เธอตามอารักขาพี่ชายผู้นี้เป็เวลาสองปี โดยมีสัญญาว่าหากครบกำหนดแล้วเธอจะกลับไปหาท่านหญิงเมื่อใดก็ได้ ด้วยเหตุนี้... ต่อให้ภายในใจจะคัดค้านเพียงใด เธอก็จำต้องน้อมรับคำสั่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หญิงสาวถอนหายใจออกมาแ่เบา พลางนึกหวั่นใจถึงอนาคตในอีกสองปีข้างหน้า ทว่าเมื่อเธอหันไปมองชายหนุ่มอีกครั้งกลับต้องชะงักด้วยความตกตะลึง ทริสตันในยามนี้กลับมีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง หมัดของเขาขยับกำแน่นขณะที่ั์ตาทั้งคู่ทอประกายแห่งอำนาจอันลึกลับ... มันดูน่าเกรงขามจนเธอเผลอใจสั่น ริมฝีปากของเขาขยับพึมพำบางอย่างแ่เบามากจนเธอไม่ได้ยิน
หลังจากรอยยิ้มแห่งชัยชนะจางหายไป สีหน้าของทริสตันพลันเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม หมัดของเขากำแน่นจนสั่นสะท้าน ในที่สุด... ฉันก็รอดชีวิตมาได้' เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ 'พวกที่บงการอยู่เื้ั... จงรอเถอะ เตรียมรับมือกับการกลับมาของฉันคนนี้ให้ดี เพราะความตายที่พวกเ้าหยิบยื่นมาให้ ฉันจะสนองคืนให้อย่างสาสม
เขาพึมพำถ้อยคำที่แ่เบาจนแทบเลือนหายไปในสายลม “จุดเริ่มต้นของอาณาจักรที่จะสั่นคลอนอำนาจขององค์จักรพรรดิ... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว”