นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 190 ศึกหลายทาง

        ตอนที่ 190 ศึกหลายทาง

         

         

        แม้พวกเขาจะรวมตัวกันได้ไม่นาน แต่ด้วยความสามารถส่วนบุคคล พวกเขาจึงจัดสรรหน้าที่ของตนกันได้ด้วยตนเอง

         

        เพชฌฆาตพุ่งเข้าปะทะกับ 1 ใน 5ร่างแยก ดูจากรัศมีพลังและการที่นิทานสามารถสังหารได้หนึ่งตัวอย่างรวดเร็วแล้ว ร่างแยกพวกนี้สมควรไม่แข็งแกร่งไปกว่าระดับนักสลักโทนัก เป็นระดับที่พวกเขารับมือได้

         

        ปัญหาหลักคือจำนวนและการแบ่งงาน หากเป็นไม่กี่ตัวพวกเขายังสามารถพอรับมือได้ด้วยกระบวนทัพของสองแนวหน้าอย่างอิซึมิและเพชฌฆาต หากเมื่อมีถึง 5ตัว การจะดึงทั้งหมดให้มาพัวพันกับพวกเขาได้นั้นไม่ง่ายเลย

         

        ด้วยการสนับสนุนจากศรของโฮโจ พวกเขาสามารถรับมือกับร่างแยกได้ทั้งหมด 3ร่าง

         

        นิทานคีตาก่อนหน้านี้สามารถรุมโจมตีร่างหลักและควบคุมจังหวะของการต่อสู้ได้ หากเมื่อมีร่างแยกอีกสองร่างมาพัวพันกับพวกเขา นิทานจึงต้องเป็นผู้ที่หันเหความสนใจไปรับมือคนเดียวสองร่าง

         

        เลโอทุ่มการสนับสนุนส่วนใหญ่ไปให้คีตา ขณะนี้มันคือผู้ที่ต้องรับมือกับร่างหลักเพียงตัวเดียว โชคยังดีที่มันไม่เพลี่ยงพล้ำ แม้ในภาพรวมสิงโตครึ่งหมาป่าร่างหลักจะแข็งแกร่งกว่าเพราะคำแห่งพลังของมันเป็นรูปแบบต่อสู้โดยตรงแต่คีตาก็ไม่ได้อ่อนแอกว่าถึงเพียงนั้น ยังมีการที่มันขาขาดไปข้างหนึ่งอีกด้วย

         

        นิทานขมวดคิ้วแน่น เขาพยายามอาศัยจังหวะหลบหลีกใช้ท่าประสานหัตถ์เพื่อสังหารร่างแยกทิ้ง ด้วยความบอบบางเพียงเท่านี้เขาสามารถจัดการมันได้ไม่ยาก แต่พวกมันราวกับรับรู้ความคิดของเขาได้ เพียงผลัดกันเข้ารุกรับเพื่อขัดขวางเขาแทนการพยายามสังหาร

         

        เขาพลันเข้าใจความรู้สึกของตาไกรยามที่อยู่ในป่าเขตชายแดนตอนนั้นทันที แม้ศัตรูจะอ่อนแอกว่าตนแต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าและรูปแบบการต่อสู้ที่เน้นถ่วงเวลาทำให้เขาไม่สามารถปิดฉากได้โดยง่าย

         

        นิทานฉวยโอกาสใช้ร่มปกปักหทัยที่อัดการระเบิดของทัณฑ์สีขจีฟาดลงพื้นเพื่อดันให้ร่างแยกทั้งสองถอยออกไป เขาก้าวเหยียบนภาขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะตบมืออย่างรวดเร็วเพื่อสังหารร่างแยกตัวหนึ่ง

         

        ร่างของนิทานไม่ได้ไร้ซึ่งบาดแผล พลังปราการยามนี้อยู่กับคีตาถาวร มันต้องรับมือกับระดับอริยะเพียงตัวเดียว การป้องกันเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้

         

        บาดแผลจากแรงระเบิดทำให้นิทานปรากฏรอยช้ำทั่วทั้งร่าง แต่หากแลกกับการที่เขาสามารถลดกำลังรบของศัตรูได้นั้นถือว่าคุ้มค่า

         

        “คุณนิทานครับ!”

         

        เสียงของโฮโจดังขึ้นขัดจังหวะของนิทาน หากเสียงนั่นก็เตือนให้เขาได้เห็นดวงเนตรดวงหนึ่งที่ไม่ทราบว่าปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ดวงเนตรนั้นกำลังรวบรวมพลังเพื่อปลดปล่อยการฉีกกระชากระยะไกลใส่ตัวเขา

         

        นิทานรีบเปลี่ยนเป้าหมายไปใช้ประสานหัตถ์เพื่อทำลายดวงเนตรดวงนั้น นิทานไม่มีเวลาให้ใช้ประสานหัตถ์อีกครั้ง ร่างแยกทั้งสองพุ่งกลับเข้ามาหาเขาแล้ว

         

        นิทานเดาะลิ้นด้วยความหงุดหงิด สิงโตครึ่งหมาป่าร่างหลักเผยรอยยิ้มเยาะ การที่มันใช้ร่างแยกไม่ได้หมายความว่ามันจะใช้เนตรของมันไม่ได้ นัยน์ตาหัวหมาป่าเริ่มส่องแสงเรืองรองอีกครั้ง การที่มันมีศัตรูเพียงตัวเดียวหมายความว่าหัวหมาป่าของมันสามารถหันไปจู่โจมทางอื่นได้

         

        คีตารีบพุ่งเข้าไปตะปบหัวหมาป่าเพื่อขัดขวาง แม้มันจะทำได้สำเร็จแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ภาพรวมดีขึ้นแม้แต่น้อย

         

        ในตอนต้นพวกเขานั้นได้เปรียบอยู่เต็มประตูแถมยังสามารถสร้างบาดแผลใหญ่ให้แก่มันได้ แต่ยามนี้ที่มันเผยความสามารถในการสร้างร่างแยกที่อ่อนแอกว่าตนเล็กน้อยออกมากระแสของสนามรบก็พลิกผันไปในพริบตา

         

        นิทานเค้นสมองเพื่อหาทางแก้ปัญหานี้ วิธีที่ดีที่สุดที่เขาคิดออกคือการรีบหาทางสังหารร่างแยกพวกนี้ให้ได้ตัวหรือสองตัว พวกมันไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก เพียงแต่มันวุ่นวายเพราะคอยเข้ามากวนตลอดต่างหาก หากเขาสามารถสังหารไปได้บ้างก็จะลดภาระไปได้มาก

         

        ก่อนหน้านี้ที่เขายอมเจ็บตัวใช้แรงระเบิดก็เพื่อการนี้ น่าเสียดายที่มันไม่ได้ผล และเพราะความล้มเหลวนั้นยามนี้พวกมันจึงระวังตัวยิ่งกว่าเดิม

         

        ผู้ที่ลงมือเป็นคนถัดมาคือฟาง หมิงที่แทบไม่มีส่วนร่วมในการต่อสู้ก่อนหน้า เธอตบอกของตนอย่างแรงครั้งหนึ่งจนเธอสำรอก สิ่งที่ออกมาพร้อมเลือดและของเหลวในช่องท้องของเธอคือกระดิ่งขนาดเท่าหัวแม่โป้ง

         

        เธอกรีดเลือดของตนลงไปที่กระดิ่งนั้นก่อนจะโยนมันไปทาง 3ร่างแยกที่พวกเธอกำลังรับมือ สมาชิกกลุ่มอื่นมองวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยหางตา เพชฌฆาตและอิซึมิรีบกระโดดร่างถอยห่างออกมายามกระดิ่งนั้นตกลงสู่พื้น

         

        กระดิ่งนั้นแตกออก ภายในปรากฏเป็นหนวดของปลาหมึกที่มีสีม่วงอ่อน ทั่วทั้งรยางค์เต็มไปด้วยเมือกลื่นที่แผ่กลิ่นอายของการกัดกร่อน ร่างแยกนั้นมีตัวหนึ่งที่โชคร้ายหลบรยางค์มหาศาลเหล่านั้นไม่ทัน ร่างของมันถูกรัดพันอย่างรวดเร็ว

         

        มันกรีดร้องอย่างโหยหวนเมื่อเมือกเหล่านั้นเริ่มละลายร่างของมัน แม้ร่างแยกจะอ่อนแอกว่าร่างหลัก หากก็ยังเป็นถึงระดับนักสลักโท กายาของนักสลักโทกลับไม่อาจต้านทานรยางค์พวกนี้ได้เลย เลือดเนื้อของมันกลายสภาพไปเป็นกองของเสียปฏิกูลเน่าเหม็น

         

        ในจังหวะที่ร่างแยกร่างนั้นกำลังถูกหลอมละลาย เพชฌฆาตไม่เสียเวลาจับจ้องภาพอันน่าสยดสยองนั้น เขาที่กระโดดถอยออกมาเพียงไม่กี่ก้าวพุ่งทะยานเข้าไปหาร่างแยกร่างหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างออกไป

         

        ร่างแยกนั้นตอบโต้ไม่ทันกาล มันยังคงตื่นตกใจกับรยางค์เหล่านั้น แต่ยามนี้ความตายมาประชิดร่างมันแล้ว หากผู้ที่ตอบสนองทันกลับเป็นร่างหลัก ดวงเนตรดวงหนึ่งส่องประกายเจิดจ้า เพียงพริบตาพลังฉีกกระชากก็ถูกยิงออกมาทางเพชฌฆาต

         

        เพชฌฆาตไม่ใช่เพียงผู้เดียวที่พยายามฉวยจังหวะจากความวุ่นวาย มันเองก็ฉวยจังหวะนั้นทันเช่นกัน!

         

        เพชฌฆาตที่พึ่งถวายกำไลส่วนหนึ่งบนข้อมือไปตรวจพบได้ถึงจิตสังหารที่จับจ้องมาทางตน หางตาของเขาเห็นดวงเนตรที่ปลดปล่อยพลังฉีกกระชาก สัญชาตญาณของเขาระเบิดออก ร่างกายของเขาขยับด้วยประสบการณ์

         

        “ถวายลมหายใจ!”

         

        สิ้นเสียง ร่างของเพชฌฆาตพลันกลายเป็นซีดขาว ใบหน้าซีดลงราวกับผู้ที่ขาดพลังงานในร่าง หากดาบตัดเศียรกลับสว่างเจิดจ้า

         

        “ฟัน!”

         

        เพชฌฆาตตวัดดาบตัดเศียรด้วยร่างกายที่ซีดขาวและดูไร้เรี่ยวแรง หากยามดาบตัดเศียรถูกฟันออก พลังงานมหาศาลพลันไหลทะลักออกมาจากตัวดาบ เกิดเป็นลำแสงดาบที่ส่งเสียงกรีดร้องของเหล่าวิญญาณแค้น

         

        ลำแสงดาบนั้นตัดผ่านทั้งพลังฉีกกระชากในระดับอริยะและร่างแยกทางด้านหลัง หนึ่งการโจมตีของเขานี้ทำลายการโจมตีของอริยะได้สำเร็จ!

         

        เพชฌฆาตร่างกายห่อเหี่ยว ร่างกำลังจะล้มลง หากกลับเป็นฟาง หมิงอีกครั้งที่มาถึงข้างตัว โอสถขวดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมราวดอกไม้นับพันถูกกรอกใส่ปากของเพชฌฆาตอย่างรวดเร็ว

         

        เลโอแบ่งสันพลังมาฟื้นฟูเพชฌฆาตเป็นการเร่งด่วน โฮโจระดมยิงศรไปยังร่างหลักเพื่อกลบช่องว่างจากการขาดม่านพลังสีทองที่คีตา

         

        เพียงไม่กี่วินาที เพชฌฆาตก็พุ่งทะยานตัวเข้าไปช่วยนิทาน นิทานที่เผยรอยยิ้มกว้างปลดปล่อยพลังผลักทั่วร่าง ดันร่างแยกทั้งสองที่พัวพันกับเขาให้ไปกองอยู่ใกล้เพชฌฆาตและอิซึมิ

         

        พวกเพชฌฆาตคืนสู่สภาพการต่อสู้ที่รับมือกับร่างแยก 3ร่างเช่นเคย เลโอยกเลิกการสนับสนุนคีตาเพียงอย่างเดียวแต่แบ่งส่วนหนึ่งไปให้คีตาและคอยเสริมพลังเล็กน้อยแก่คนที่เหลือ

         

        ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดเวลานี้คือนิทานกลายเป็นอิสระอีกครั้งแล้ว คีตาราวกับรู้ใจของเขา มันพุ่งเข้าโรมรันกับสิงโตครึ่งหมาป่าร่างหลักโดยไม่สนอาการบาดเจ็บบนร่าง บีบให้มันต้องมุ่งความสนใจที่มันเพียงตัวเดียว

         

        การลงมือของฟาง หมิงและเพชฌฆาตนั้นทำให้กระแสการรบเปลี่ยนไปในเวลาไม่กี่วินาที! ความได้เปรียบกลับมาอยู่กับพวกเขาอีกครั้ง

         

        นิทานฉีกยิ้มกว้าง เขาหัวเราะร่าอย่างสะใจเมื่อได้รับรู้ว่าสหายของเขานั้นไว้วางใจได้ถึงเพียงนี้ พลังบนร่างถูกบีบอัดแน่น ร่างของเขาเลือนหายไปอีกครั้งด้วยพลังจางหาย คราวนี้เขาไร้ร่องรอยโดยแท้จริง

         

        คีตาที่โรมรันในระยะประชิดพลันดีดตัวออก สิงโตครึ่งหมาป่ากำลังจะกระโจนหลบแต่นั่นก็ไม่ทันแล้ว เงาหัตถ์ขนาดยักษ์ประทับลงมาอีกครั้ง กักมันไว้ภายในพร้อมแรงบีบมหาศาลที่ทรงพลังยิ่งกว่าครั้งที่แล้ว ๆ มา

         

        ยามนี้นิทานใช้พลังทั้งหมดที่มีกับประสานหัตถ์เพียงอย่างเดียว และพลังนั้นมากพอจะกักระดับอริยะที่โดดเด่นด้านพละกำลังได้เป็นผลสำเร็จ!

         

        นัยน์ตาที่หัวหมาป่าเปล่งแสงเรืองรอง หากมันกลับไม่อาจหาตัวเป้าหมายของมันได้ มันคำรามอย่างหงุดหงิด มันต้องการจะเปลี่ยนเป้าไปโจมตีคนอื่นแทนหากเพราะพลังบีบอัดนั้นถูกใช้ในองศาที่น่ารังเกียจ มันไม่อาจเห็นตัวเป้าหมายอื่นในมุมมองสายตาได้เลย

         

        การผสานคำเนตรและฉีกกระชากของมันทำให้มันสามารถฉีกกระชากสิ่งที่มันมองเห็นได้ หากยามนี้มันไม่เห็นสิ่งใดเลย!

         

        ขนของมันลุกตั้งชูชันพร้อมกับร่างกายที่สั่นสะท้าน มันสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของมันทางด้านหลัง เป็นกลิ่นอายของความตายที่มันไม่ได้สัมผัสมานานนับร้อยปี!

         

        ด้านหลังของมันคือหมาป่าสีดำตัวมหึมา บนหัวของมันปรากฏร่มปกปักหทัยที่ถูกบิดเป็นเกลียว ยามนี้ร่มนั้นเริ่มหมุนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ประกายสายฟ้าแลบลั่นออกมาจากตัวร่มด้วยตัวมันเอง

         

        ร่มปกปักหทัยยามนี้หมุนเร็วจนเทียบเคียงได้กับยามที่นิทานใช้วัชระดาวตกก่อนหน้า หากคีตารับรู้ได้ว่าแค่นี้มันยังไม่เพียงพอ ร่มปกปักหทัยนั้นเร่งความเร็วการหมุนขึ้นอีกครั้ง

         

        “โฮก!”

         

        เสียงคำรามของมันเป็นดั่งคำบัญชาการ ร่างแยกทั้ง 3ที่เหลืออยู่พลันพุ่งทะยานไปด้านหลังของมัน เล็งเป้าหมายไปยังหมาป่าสีดำตัวนั้น หากมันไม่ขัดขวางหมาป่าตัวนั้นมันจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!

         

        ร่างของมันพยายามดิ้นไปมาอย่างบ้าคลั่งหากก็ไม่อาจหลุดจากภาพมายาหัตถ์ยักษ์ที่พยายามบีบอัดมันนี้ได้ นิทานยามนี้ที่หลบซ่อนตัวอยู่เหงื่อกาฬไหลอย่างบ้าคลั่ง เขาใช้พลังทั้งหมดไปกับการประสานหัตถ์ครั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่ยอมให้มันหลุดออกมาได้

         

        นิทานเห็นร่างแยกทั้งสามที่พุ่งเข้าหาคีตาได้อย่างชัดเจน คีตายามสะสมพลังเพื่อใช้วัชระดาวตกนั้นคล้ายกันกับเขา เขาสามารถเคลื่อนไหวได้บ้างหากคีตานั้นไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย มันต้องตั้งสมาธิรวมพลังเพียงอย่างเดียว

         

        แม้มันจะไม่สามารถปกป้องตัวเองได้เลยแต่นิทานก็ไม่ได้ลงมือแต่อย่างใด เขามั่นใจว่าสหายร่วมรบของเขารู้หน้าที่ของตน

         

        ร่างของอิซึมิและเพชฌฆาตตามทันทั้งสามร่างแยกในพริบตา ฝนศรถูกระดมยิงราวกับพายุคลั่ง ทั้งหมดเข้าโรมรันขัดขวางด้วยความดุเดือดที่มากกว่าเดิม ไม่ยินยอมให้พวกมันทั้ง 3ผ่านไปได้โดยเด็ดขาด

         

        ร่มปกปักหทัยยามนี้กลายเป็นเส้นแสงสีขาวจาง คล้ายกับลำแสงที่ถูกบีบอัดจนแทบไม่เห็นรูปร่าง นี่เป็นความเร็วสูงสุดที่นิทานเคยหมุนวัชระดาวตกได้ ติดเพียงแค่ว่าเขาไม่อาจหมุนได้เร็วกว่านี้เพราะข้อจำกัดของกระสุน

         

        หากเป็นหอกชั้นดีทั่ว ๆ ไปความเร็วที่มากกว่านี้เพียงนิดจะทำให้ตัวหอกพังทลายลงคามือของเขาเอง แต่ครั้งนี้สิ่งที่คีตาใช้เป็นกระสุนคือสมบัติระดับอริยะ ร่มปกปักหทัย!

         

        ความทนทานของร่มปกปักหทัยเหนือล้ำกว่าหอกทั่ว ๆ ไปหลายร้อยเท่า ความเร็วเพียงแค่นี้ไม่แม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนแก่ตัวร่ม

         

        เมื่อสิงโตครึ่งหมาป่ารับรู้ได้ว่าร่างแยกของมันติดพันไม่อาจไปจัดการต้นกำเนิดจิตสังหารได้ มันคำรามอย่างบ้าคลั่ง เสียงแห่งความโกรธแค้นดังก้องปะทะเข้าใส่ดวงจิตทุกคนในที่นี้

         

        มันสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าความตายกำลังเข้าใกล้มันมากขึ้นเรื่อย ๆ


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน