ระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】

    เล่มที่ 7 บทที่ 192 ซูฉางเกอร่ายรำ กระแสแห่งสัตว์อสูรพญาปักษากรงเล็บเพลิง

            ในทะเลอันกว้างใหญ่คลื่นลมโหมกระหน่ำ สัตว์อสูรในทะเลทั้งหมด นอกจากสัตว์อสูรระดับมหาเซียนแล้วต่างก็หมอบอยู่ภายนอกรังพญาปักษากรงเล็บเพลิง

            ไม่มีสัตว์ใดที่สามารถต้านทานแรงกดดันตามธรรมชาติจากสัตว์อสูรที่ดูเหมือนพญาปักษากรงเล็บเพลิงได้!

            สัตว์อสูรระดับมหาเซียนนั้นรวดเร็วเกินไปยิ่งไปกว่านั้นมันยังได้รับการยอมรับจากรังพญาปักษากรงเล็บเพลิงอีกด้วยปีกที่กว้างนับหมื่นจั้งกระพือเบาๆ ก็สามารถเดินทางได้ไกลนับหมื่นลี้ในพริบตา

            ในไม่ช้ามันก็พุ่งเข้ามาใกล้ซูชิงอิ่ง

            “รวดเร็วเกินไปแล้ว!”

            “สัตว์อสูรระดับมหาเซียนตัวนี้เกือบจะไร้คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกัน!”

            “เด็กน้อยจากตระกูลซูคนนั้นอาจจะต้องเผชิญกับเคราะห์ร้ายในที่แห่งนี้!”

            เหล่ามหาจักรพรรดิหลายคนต่างตกใจสัตว์อสูรที่ดูเหมือนพญาปักษากรงเล็บเพลิงที่แข็งแกร่งตัวนี้ทะเลอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตนั้น สามารถให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตเช่นนี้ได้อย่างไร

            “ข้าคิดว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น!”

            “ท้ายที่สุดแล้วนางคือบุตรีของท่านผู้นั้น จะล้มง่ายๆ ได้อย่างไรกัน!”

            “มองท่าทางที่สงบนิ่งของนางแล้วคงเป็นไปได้ว่าซูฉางเซิงได้ทิ้งแผนสำรองไว้บนร่างของนางซึ่งเพียงพอที่จะรักษานางไว้ได้!”

            คำกล่าวอ้างนี้ก็ถูกโต้แย้งอย่างรวดเร็ว

            “ซูฉางเซิงจะทำกระไรได้ที่นี่คือรังพญาปักษากรงเล็บเพลิง มันแตกต่างจากในอดีต!”

            “เขาสามารถโค่นราชันเซียนอมตะลงได้แล้วอย่างไร สถานที่ฝังศพของจอมราชันเซียนอมตะ ไม่ได้ง่ายต่อการบุกรุกถึงเพียงนั้น แม้ว่าเขาจะไม่ปรากฏตัวตนจริงการใช้พลังในรังพญาปักษากรงเล็บเพลิงนั้นอาจจะถูกลดทอนและไม่สามารถส่งผลกระไรมากนัก!”

            ความเห็นต่างๆถูกแสดงออกมาเหล่าผู้แข็งแกร่งหลายคนต่างเชื่อว่าซูชิงอิ่งจะหนีไม่พ้นเคราะห์ร้าย!

            ซูอวิ๋นกลับมีสีหน้าสบายๆไม่ได้กังวลแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับฟังการโต้เถียงของพวกเขาราวกับเป็นเรื่องสนุกและพยักหน้าเป็นครั้งคราวเพื่อสนับสนุนให้อีกฝ่ายพูดต่อไป

            มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของสองคุณหนูแม้แต่สิ่งที่เรียกว่าอัจฉริยะจากเผ่าเซียน ในสายตาของเขาก็เป็นเพียงไก่บ้านหมาดินเผา [1] เท่านั้น!

            ตระกูลซูยังคงสงบเสงี่ยมมาโดยตลอด แล้วก็ไม่ใส่ใจที่จะอธิบายเช่นกัน

            ในขณะที่กรงเล็บของสัตว์อสูรระดับมหาเซียนนั้นกำลังจะฉีกกระชากร่างของซูชิงอิ่ง

            มือเล็กๆที่ขาวราวกับหยกได้ยื่นออกมา ร่างเล็กๆที่ดูเหมือนโปร่งใสก็ได้ลงมืออย่างไร้ความปรานี

            จับกรงเล็บของสัตว์อสูรเบาๆและสามารถหยุดการโจมตีที่ร้ายแรงนี้ไว้ได้โดยง่าย

            “ระดับสูงสุดของมหาเซียน!”

            “เกิดสิ่งใดขึ้น!”

            ไม่ว่าจะเป็นภายในรังพญาปักษากรงเล็บเพลิงหรือภายนอกรังทุกคนต่างก็มีสีหน้าเหลือเชื่อเมื่อนางกำนัลคนหนึ่งที่เหมือนกับคนไร้ตัวตนที่ราวกับเป็นอากาศธาตุ กลับสามารถระเบิดพลังออกมาได้ถึงระดับสูงสุดของมหาเซียน

            ซูชิงอิ่งกลับมีสีหน้าผ่อนคลายราวกับว่าคาดการณ์สถานการณ์นี้ไว้แล้ว นางยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทางสง่างาม

            สำหรับนางแล้วระดับมหาเซียนนั้นไม่ใช่สิ่งที่นางสามารถต่อกรด้วยได้ทุกอย่างปล่อยให้พี่หญิงเป็นคนจัดการก็พอ

            “นี่…นี่คือซูฉางเกอ!”

            “ธิดาคนโตของซูฉางเซิง ไม่คิดเลยว่านางจะมาด้วย!”

            ทุกคนต่างมองไปยังซูอวิ๋นด้วยความตกตะลึงไม่แปลกใจเลยว่าด้วยเหตุใดชายผู้นี้ถึงมีสีหน้าสบายๆ เช่นนั้น

            “หนึ่งตระกูลมีสองอัจฉริยะหากตระกูลซูยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าจะก้าวเข้าสู่มหาอำนาจชั้นนำในสามพันแดนสวรรค์อย่างแท้จริง!”

            มีคนอุทานออกมา

            ระดับสูงสุดของมหาเซียนภายในหนึ่งร้อยปีเป็นสิ่งที่เหล่าอัจฉริยะมากมายไม่อาจเอื้อมถึงได้และเกือบจะสามารถเอาชนะคนรุ่นใหม่ในรอบหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา ตระกูลซูจะต้องมีดาวดวงใหม่ขึ้นมาอย่างแน่นอน

            ในขณะเดียวกันพวกเขาก็รู้สึกถึงความน่ากลัวของรากฐานของตระกูลซู ควรทราบว่าซูฉางเซิงไม่ได้มีฮูหยินเพียงสองคนเท่านั้น

            ฝั่งหนึ่งคือธิดาคนโตของตระกูลซู ส่วนอีกฝั่งคือสัตว์อสูรที่ดูเหมือนพญาปักษากรงเล็บเพลิง การเผชิญหน้าเช่นนี้จะต้องเป็นการต่อสู้ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนอย่างแน่นอน

            ซูฉางเกอกำมือข้างหนึ่งขึ้นปลายหมัดยกขึ้นเล็กน้อย ในดวงตาของนางมีอักษรโบราณที่งดงามปรากฏขึ้นชุดคลุมสีเขียวอ่อน ผมสีดำโบกสะบัด กลิ่นอายของระดับสูงสุดของมหาเซียนได้แผ่ออกมาทำให้ผู้คนรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่เอาชนะไม่ได้

            ในหมู่คนรุ่นใหม่ที่เกิดในรอบร้อยปีที่ผ่านมานางก็เหมือนภูเขาที่สูงตระหง่าน ซึ่งแทบจะไม่สามารถหาคู่ต่อสู้ที่สูสีได้

            “ตูม!”

            หมัดที่ถูกปล่อยออกมานำพาพลังแห่งความว่างเปล่าที่คลุมเครือและระเบิดประกายหมัดที่สว่างไสวที่สุด พุ่งไปยังทิศทางของสัตว์อสูร

            รอบตัวของสัตว์อสูรปรากฏพลังหยินและหยางก่อตัวเป็นลมกรดล้อมรอบตัว มันสามารถสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของบุคคลตรงหน้า

            แม้ว่ามันจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งแต่ก็ไม่กล้าที่จะต่อต้านด้วยกำลัง!

            “ปัง!”

            หมัดศักดิ์สิทธิ์กระแทกเข้าใส่ฝุ่นควันตลบไปทั่ว เลือดที่น่าทึ่งก็เบ่งบาน หยดเลือดราวกับเพชรได้หยดลงบนดินแดนแห่งเซียน

            การโจมตีครั้งแรกนี้ทำให้ดินแดนแห่งเซียนทั้งหมดเหมือนถูกคว่ำลงอักขระโบราณต่างๆ เบ่งบาน สัญลักษณ์ลึกลับถูกตีแผ่ออกมา ทำให้ความว่างเปล่าแตกสลายและเกิดเสียงดังราวกับแผ่นดินถล่ม

            สัตว์อสูรสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเกล็ดด้านหลังถูกหมัดทุบแตก และฝังลึกเข้าไปในร่างกายความเจ็บปวดที่รุนแรงทำให้มันตกใจอย่างมาก มดที่อยู่ตรงหน้าตัวนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!

            ในทะเลอันกว้างใหญ่มันคือผู้ปกครองอย่างแท้จริง สามารถใช้ร่างกายเพื่อเอาชนะสัตว์อสูรมากมายแต่กลับต้องมาเผชิญกับเคราะห์ร้ายที่นี่

            ซูฉางเกอตกใจนางใช้หมัดจักรพรรดิที่พ่อของนางสอนให้ แม้ว่านางจะทำได้เพียงเลียนรูปแบบของมันแต่ก็มีพลังที่ยิ่งใหญ่ ควรจะสามารถทุบสัตว์อสูรตัวนี้ให้ตายด้วยหมัดเดียวได้!

            ไม่มีกระไรอื่นนี่คือความมั่นใจในฐานะธิดาของซูฉางเซิง เป็นความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของบิดาของตน

            นี่ก็คือความหยิ่งยโสของนางเชื่อว่าตนเองไร้คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันและเป็นความมั่นใจที่เข้มแข็งที่ทำให้นางสามารถมองคนอื่นต่ำต้อยกว่าได้

            สัตว์อสูรคำรามด้วยความไม่เต็มใจ

            กางปีกบินขึ้นไปบนท้องฟ้า มีเพียงการอยู่ท่ามกลางอากาศเท่านั้นที่ความแข็งแกร่งของมันจะระเบิดออกมาได้อย่างเต็มที่กรงเล็บที่แหลมคมนั้นเสมือนดั่งเทพเซียนที่บินจากนอกโลกส่องประกายเจิดจ้าและฟาดฟันลงมา

            สัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายพญาปักษากรงเล็บเพลิงนั่น มีเคล็ดวิชาที่คล้ายกับพญาปักษากรงเล็บเพลิง กรงเล็บของมันราวกับแสงที่น่าทึ่งส่องสว่างไปทั่วดินแดนแห่งเซียน

            ระยะทางหลายร้อยจั้งสำหรับมันเป็นเพียงไม่กี่นิ้ว

            มันปกคลุมท้องฟ้าและม้วนตัวด้วยพายุที่บ้าคลั่งเหล่าอัจฉริยะบางคนไม่ทันได้ตอบสนองก็ถูกตัดศีรษะ

            บางคนได้รับบาดเจ็บสาหัสในทันทีและหมดสิทธิ์ในการแย่งชิงสมบัติแห่งพญาปักษากรงเล็บเพลิง

            “จัดการ!”

            ซูฉางเกอไม่ได้ใช้ท่าไม้ตายมากมายนางตะโกนเบาๆ

            ชูหมัดขึ้นและโจมตีเข้าใส่ตูม! สัตว์อสูรถูกทุบร่วง

            ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้หัวใจของผู้คนสั่นสะท้าน ซูฉางเกอมีความงดงามอย่างน่าทึ่งนางลงมือด้วยความเด็ดขาด และสามารถกดดันสัตว์อสูรให้อยู่ภายใต้การควบคุมได้

            “น่าทึ่งเกินไปแล้ว!”

            มหาจักรพรรดิบางคนเอ่ยออกมาด้วยวัยที่ยังน้อยแต่กลับมีความแข็งแกร่งเช่นนี้แม้แต่ในสมัยที่พวกเขายังหนุ่มก็ยังไม่สามารถทำได้ถึงถึงเพียงนี้

            เดิมทีพวกเขาคิดว่าซูชิงอิ่งเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีผู้ใดเทียบและเอาชนะเหล่าบุตรแห่งจักรพรรดิและธิดาของจักรพรรดิอีกทั้งลูกหลานแห่งเซียนที่แท้จริง สมกับชื่อเสียงของซูฉางเซิง

            ไม่คิดเลยว่าซูฉางเกอที่เงียบๆเหมือนกับคนไร้ตัวตน ไม่คาดว่าความแข็งแกร่งของนางกลับเหนือกว่าซูชิงอิ่ง

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางไม่ได้ใช้สมบัติลับหรืออาวุธใดๆแต่กลับสามารถเอาชนะสัตว์อสูรที่ดูเหมือนพญาปักษากรงเล็บเพลิงจนต้องพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            “ความแข็งแกร่งของนางอยู่เหนือคนรุ่นใหม่ในรอบร้อยปี!”

            มหาจักรพรรดิบางคนกล่าวออกมาและยังมีเซียนอมตะบางคนที่พูดอย่างน่าตกใจ

            “หากนางปลดปล่อยพลังทั้งหมดนางอาจจะสามารถท้าทายกึ่งจักรพรรดิได้!”

            “พระเจ้าช่วย!”

            “นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว อายุยังไม่ถึงร้อยปีจะไปท้าทายพวกอัจฉริยะที่มีอายุเป็นพันปีแล้วรึ”

            กองกำลังต่างๆ ล้วนตกใจและรู้สึกหวาดกลัวกับความแข็งแกร่งเช่นนี้

            ซูฉางเกอกระโดดขึ้นไปกลางมือเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์หมัดเดียวก็สามารถระเบิดสัตว์อสูรที่กำลังล่าถอยออกไปได้โดยตรง

            เลือดและกระดูกกระจัดกระจายตกกระแทกเข้ากับซากปรักหักพังในดินแดนแห่งเซียน อักขระนับไม่ถ้วนกระจายออกไปเลือดแท้ๆ ได้หยดลงบนดินแดนแห่งเซียน

            ทำให้ทั้งบริเวณนั้นปรากฏรอยแตกออกมา

            เหล่าอัจฉริยะหลายคนยังคงมีความตั้งใจที่จะแข่งขันกับซูชิงอิ่ง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับซูฉางเกอ พวกเขาก็หมดหวังแล้ว

            ในวัยเดียวกันแท้ๆ กลับระเบิดพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ออกมาได้พวกเขาไม่สามารถตามทันได้เลย

            อักขระที่กระจัดกระจายของสัตว์อสูรสั่นเทาเปล่งประกายแสงเล็กน้อย บางอักขระในรังพญาปักษากรงเล็บเพลิงก็ได้รับการเติมเต็ม

            พลังแห่งหยินและหยางระเบิดออกมาและพญาปักษากรงเล็บเพลิงตัวหนึ่งก็ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์

            ซูฉางเกอผุดความคิดในใจและมีการคาดเดาบางอย่างเล็กน้อย

             

            ------------

            เชิงอรรถ

            [1] ไก่บ้านหมาดินเผาหมายถึง อ่อนแอเหมือนไก่บ้านที่ไม่แข็งแรงและไร้ค่าเหมือนหมาดินเผาที่แตกง่ายเปรียบเทียบถึงศัตรูหรือคู่ต่อสู้ที่ไม่น่าเกรงขามหรือผู้ที่ไม่อาจทนทานต่อแรงกดดันได้

    คล้ายกับเรื่องระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน