ในทะเลอันกว้างใหญ่คลื่นลมโหมกระหน่ำ สัตว์อสูรในทะเลทั้งหมด นอกจากสัตว์อสูรระดับมหาเซียนแล้วต่างก็หมอบอยู่ภายนอกรังพญาปักษากรงเล็บเพลิง
ไม่มีสัตว์ใดที่สามารถต้านทานแรงกดดันตามธรรมชาติจากสัตว์อสูรที่ดูเหมือนพญาปักษากรงเล็บเพลิงได้!
สัตว์อสูรระดับมหาเซียนนั้นรวดเร็วเกินไปยิ่งไปกว่านั้นมันยังได้รับการยอมรับจากรังพญาปักษากรงเล็บเพลิงอีกด้วยปีกที่กว้างนับหมื่นจั้งกระพือเบาๆ ก็สามารถเดินทางได้ไกลนับหมื่นลี้ในพริบตา
ในไม่ช้ามันก็พุ่งเข้ามาใกล้ซูชิงอิ่ง
“รวดเร็วเกินไปแล้ว!”
“สัตว์อสูรระดับมหาเซียนตัวนี้เกือบจะไร้คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกัน!”
“เด็กน้อยจากตระกูลซูคนนั้นอาจจะต้องเผชิญกับเคราะห์ร้ายในที่แห่งนี้!”
เหล่ามหาจักรพรรดิหลายคนต่างตกใจสัตว์อสูรที่ดูเหมือนพญาปักษากรงเล็บเพลิงที่แข็งแกร่งตัวนี้ทะเลอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตนั้น สามารถให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตเช่นนี้ได้อย่างไร
“ข้าคิดว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น!”
“ท้ายที่สุดแล้วนางคือบุตรีของท่านผู้นั้น จะล้มง่ายๆ ได้อย่างไรกัน!”
“มองท่าทางที่สงบนิ่งของนางแล้วคงเป็นไปได้ว่าซูฉางเซิงได้ทิ้งแผนสำรองไว้บนร่างของนางซึ่งเพียงพอที่จะรักษานางไว้ได้!”
คำกล่าวอ้างนี้ก็ถูกโต้แย้งอย่างรวดเร็ว
“ซูฉางเซิงจะทำกระไรได้ที่นี่คือรังพญาปักษากรงเล็บเพลิง มันแตกต่างจากในอดีต!”
“เขาสามารถโค่นราชันเซียนอมตะลงได้แล้วอย่างไร สถานที่ฝังศพของจอมราชันเซียนอมตะ ไม่ได้ง่ายต่อการบุกรุกถึงเพียงนั้น แม้ว่าเขาจะไม่ปรากฏตัวตนจริงการใช้พลังในรังพญาปักษากรงเล็บเพลิงนั้นอาจจะถูกลดทอนและไม่สามารถส่งผลกระไรมากนัก!”
ความเห็นต่างๆถูกแสดงออกมาเหล่าผู้แข็งแกร่งหลายคนต่างเชื่อว่าซูชิงอิ่งจะหนีไม่พ้นเคราะห์ร้าย!
ซูอวิ๋นกลับมีสีหน้าสบายๆไม่ได้กังวลแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับฟังการโต้เถียงของพวกเขาราวกับเป็นเรื่องสนุกและพยักหน้าเป็นครั้งคราวเพื่อสนับสนุนให้อีกฝ่ายพูดต่อไป
มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของสองคุณหนูแม้แต่สิ่งที่เรียกว่าอัจฉริยะจากเผ่าเซียน ในสายตาของเขาก็เป็นเพียงไก่บ้านหมาดินเผา [1] เท่านั้น!
ตระกูลซูยังคงสงบเสงี่ยมมาโดยตลอด แล้วก็ไม่ใส่ใจที่จะอธิบายเช่นกัน
ในขณะที่กรงเล็บของสัตว์อสูรระดับมหาเซียนนั้นกำลังจะฉีกกระชากร่างของซูชิงอิ่ง
มือเล็กๆที่ขาวราวกับหยกได้ยื่นออกมา ร่างเล็กๆที่ดูเหมือนโปร่งใสก็ได้ลงมืออย่างไร้ความปรานี
จับกรงเล็บของสัตว์อสูรเบาๆและสามารถหยุดการโจมตีที่ร้ายแรงนี้ไว้ได้โดยง่าย
“ระดับสูงสุดของมหาเซียน!”
“เกิดสิ่งใดขึ้น!”
ไม่ว่าจะเป็นภายในรังพญาปักษากรงเล็บเพลิงหรือภายนอกรังทุกคนต่างก็มีสีหน้าเหลือเชื่อเมื่อนางกำนัลคนหนึ่งที่เหมือนกับคนไร้ตัวตนที่ราวกับเป็นอากาศธาตุ กลับสามารถระเบิดพลังออกมาได้ถึงระดับสูงสุดของมหาเซียน
ซูชิงอิ่งกลับมีสีหน้าผ่อนคลายราวกับว่าคาดการณ์สถานการณ์นี้ไว้แล้ว นางยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทางสง่างาม
สำหรับนางแล้วระดับมหาเซียนนั้นไม่ใช่สิ่งที่นางสามารถต่อกรด้วยได้ทุกอย่างปล่อยให้พี่หญิงเป็นคนจัดการก็พอ
“นี่…นี่คือซูฉางเกอ!”
“ธิดาคนโตของซูฉางเซิง ไม่คิดเลยว่านางจะมาด้วย!”
ทุกคนต่างมองไปยังซูอวิ๋นด้วยความตกตะลึงไม่แปลกใจเลยว่าด้วยเหตุใดชายผู้นี้ถึงมีสีหน้าสบายๆ เช่นนั้น
“หนึ่งตระกูลมีสองอัจฉริยะหากตระกูลซูยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าจะก้าวเข้าสู่มหาอำนาจชั้นนำในสามพันแดนสวรรค์อย่างแท้จริง!”
มีคนอุทานออกมา
ระดับสูงสุดของมหาเซียนภายในหนึ่งร้อยปีเป็นสิ่งที่เหล่าอัจฉริยะมากมายไม่อาจเอื้อมถึงได้และเกือบจะสามารถเอาชนะคนรุ่นใหม่ในรอบหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา ตระกูลซูจะต้องมีดาวดวงใหม่ขึ้นมาอย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกันพวกเขาก็รู้สึกถึงความน่ากลัวของรากฐานของตระกูลซู ควรทราบว่าซูฉางเซิงไม่ได้มีฮูหยินเพียงสองคนเท่านั้น
ฝั่งหนึ่งคือธิดาคนโตของตระกูลซู ส่วนอีกฝั่งคือสัตว์อสูรที่ดูเหมือนพญาปักษากรงเล็บเพลิง การเผชิญหน้าเช่นนี้จะต้องเป็นการต่อสู้ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนอย่างแน่นอน
ซูฉางเกอกำมือข้างหนึ่งขึ้นปลายหมัดยกขึ้นเล็กน้อย ในดวงตาของนางมีอักษรโบราณที่งดงามปรากฏขึ้นชุดคลุมสีเขียวอ่อน ผมสีดำโบกสะบัด กลิ่นอายของระดับสูงสุดของมหาเซียนได้แผ่ออกมาทำให้ผู้คนรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่เอาชนะไม่ได้
ในหมู่คนรุ่นใหม่ที่เกิดในรอบร้อยปีที่ผ่านมานางก็เหมือนภูเขาที่สูงตระหง่าน ซึ่งแทบจะไม่สามารถหาคู่ต่อสู้ที่สูสีได้
“ตูม!”
หมัดที่ถูกปล่อยออกมานำพาพลังแห่งความว่างเปล่าที่คลุมเครือและระเบิดประกายหมัดที่สว่างไสวที่สุด พุ่งไปยังทิศทางของสัตว์อสูร
รอบตัวของสัตว์อสูรปรากฏพลังหยินและหยางก่อตัวเป็นลมกรดล้อมรอบตัว มันสามารถสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของบุคคลตรงหน้า
แม้ว่ามันจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งแต่ก็ไม่กล้าที่จะต่อต้านด้วยกำลัง!
“ปัง!”
หมัดศักดิ์สิทธิ์กระแทกเข้าใส่ฝุ่นควันตลบไปทั่ว เลือดที่น่าทึ่งก็เบ่งบาน หยดเลือดราวกับเพชรได้หยดลงบนดินแดนแห่งเซียน
การโจมตีครั้งแรกนี้ทำให้ดินแดนแห่งเซียนทั้งหมดเหมือนถูกคว่ำลงอักขระโบราณต่างๆ เบ่งบาน สัญลักษณ์ลึกลับถูกตีแผ่ออกมา ทำให้ความว่างเปล่าแตกสลายและเกิดเสียงดังราวกับแผ่นดินถล่ม
สัตว์อสูรสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเกล็ดด้านหลังถูกหมัดทุบแตก และฝังลึกเข้าไปในร่างกายความเจ็บปวดที่รุนแรงทำให้มันตกใจอย่างมาก มดที่อยู่ตรงหน้าตัวนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!
ในทะเลอันกว้างใหญ่มันคือผู้ปกครองอย่างแท้จริง สามารถใช้ร่างกายเพื่อเอาชนะสัตว์อสูรมากมายแต่กลับต้องมาเผชิญกับเคราะห์ร้ายที่นี่
ซูฉางเกอตกใจนางใช้หมัดจักรพรรดิที่พ่อของนางสอนให้ แม้ว่านางจะทำได้เพียงเลียนรูปแบบของมันแต่ก็มีพลังที่ยิ่งใหญ่ ควรจะสามารถทุบสัตว์อสูรตัวนี้ให้ตายด้วยหมัดเดียวได้!
ไม่มีกระไรอื่นนี่คือความมั่นใจในฐานะธิดาของซูฉางเซิง เป็นความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของบิดาของตน
นี่ก็คือความหยิ่งยโสของนางเชื่อว่าตนเองไร้คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันและเป็นความมั่นใจที่เข้มแข็งที่ทำให้นางสามารถมองคนอื่นต่ำต้อยกว่าได้
สัตว์อสูรคำรามด้วยความไม่เต็มใจ
กางปีกบินขึ้นไปบนท้องฟ้า มีเพียงการอยู่ท่ามกลางอากาศเท่านั้นที่ความแข็งแกร่งของมันจะระเบิดออกมาได้อย่างเต็มที่กรงเล็บที่แหลมคมนั้นเสมือนดั่งเทพเซียนที่บินจากนอกโลกส่องประกายเจิดจ้าและฟาดฟันลงมา
สัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายพญาปักษากรงเล็บเพลิงนั่น มีเคล็ดวิชาที่คล้ายกับพญาปักษากรงเล็บเพลิง กรงเล็บของมันราวกับแสงที่น่าทึ่งส่องสว่างไปทั่วดินแดนแห่งเซียน
ระยะทางหลายร้อยจั้งสำหรับมันเป็นเพียงไม่กี่นิ้ว
มันปกคลุมท้องฟ้าและม้วนตัวด้วยพายุที่บ้าคลั่งเหล่าอัจฉริยะบางคนไม่ทันได้ตอบสนองก็ถูกตัดศีรษะ
บางคนได้รับบาดเจ็บสาหัสในทันทีและหมดสิทธิ์ในการแย่งชิงสมบัติแห่งพญาปักษากรงเล็บเพลิง
“จัดการ!”
ซูฉางเกอไม่ได้ใช้ท่าไม้ตายมากมายนางตะโกนเบาๆ
ชูหมัดขึ้นและโจมตีเข้าใส่ตูม! สัตว์อสูรถูกทุบร่วง
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้หัวใจของผู้คนสั่นสะท้าน ซูฉางเกอมีความงดงามอย่างน่าทึ่งนางลงมือด้วยความเด็ดขาด และสามารถกดดันสัตว์อสูรให้อยู่ภายใต้การควบคุมได้
“น่าทึ่งเกินไปแล้ว!”
มหาจักรพรรดิบางคนเอ่ยออกมาด้วยวัยที่ยังน้อยแต่กลับมีความแข็งแกร่งเช่นนี้แม้แต่ในสมัยที่พวกเขายังหนุ่มก็ยังไม่สามารถทำได้ถึงถึงเพียงนี้
เดิมทีพวกเขาคิดว่าซูชิงอิ่งเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีผู้ใดเทียบและเอาชนะเหล่าบุตรแห่งจักรพรรดิและธิดาของจักรพรรดิอีกทั้งลูกหลานแห่งเซียนที่แท้จริง สมกับชื่อเสียงของซูฉางเซิง
ไม่คิดเลยว่าซูฉางเกอที่เงียบๆเหมือนกับคนไร้ตัวตน ไม่คาดว่าความแข็งแกร่งของนางกลับเหนือกว่าซูชิงอิ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางไม่ได้ใช้สมบัติลับหรืออาวุธใดๆแต่กลับสามารถเอาชนะสัตว์อสูรที่ดูเหมือนพญาปักษากรงเล็บเพลิงจนต้องพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ความแข็งแกร่งของนางอยู่เหนือคนรุ่นใหม่ในรอบร้อยปี!”
มหาจักรพรรดิบางคนกล่าวออกมาและยังมีเซียนอมตะบางคนที่พูดอย่างน่าตกใจ
“หากนางปลดปล่อยพลังทั้งหมดนางอาจจะสามารถท้าทายกึ่งจักรพรรดิได้!”
“พระเจ้าช่วย!”
“นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว อายุยังไม่ถึงร้อยปีจะไปท้าทายพวกอัจฉริยะที่มีอายุเป็นพันปีแล้วรึ”
กองกำลังต่างๆ ล้วนตกใจและรู้สึกหวาดกลัวกับความแข็งแกร่งเช่นนี้
ซูฉางเกอกระโดดขึ้นไปกลางมือเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์หมัดเดียวก็สามารถระเบิดสัตว์อสูรที่กำลังล่าถอยออกไปได้โดยตรง
เลือดและกระดูกกระจัดกระจายตกกระแทกเข้ากับซากปรักหักพังในดินแดนแห่งเซียน อักขระนับไม่ถ้วนกระจายออกไปเลือดแท้ๆ ได้หยดลงบนดินแดนแห่งเซียน
ทำให้ทั้งบริเวณนั้นปรากฏรอยแตกออกมา
เหล่าอัจฉริยะหลายคนยังคงมีความตั้งใจที่จะแข่งขันกับซูชิงอิ่ง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับซูฉางเกอ พวกเขาก็หมดหวังแล้ว
ในวัยเดียวกันแท้ๆ กลับระเบิดพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ออกมาได้พวกเขาไม่สามารถตามทันได้เลย
อักขระที่กระจัดกระจายของสัตว์อสูรสั่นเทาเปล่งประกายแสงเล็กน้อย บางอักขระในรังพญาปักษากรงเล็บเพลิงก็ได้รับการเติมเต็ม
พลังแห่งหยินและหยางระเบิดออกมาและพญาปักษากรงเล็บเพลิงตัวหนึ่งก็ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์
ซูฉางเกอผุดความคิดในใจและมีการคาดเดาบางอย่างเล็กน้อย
------------
เชิงอรรถ
[1] ไก่บ้านหมาดินเผาหมายถึง อ่อนแอเหมือนไก่บ้านที่ไม่แข็งแรงและไร้ค่าเหมือนหมาดินเผาที่แตกง่ายเปรียบเทียบถึงศัตรูหรือคู่ต่อสู้ที่ไม่น่าเกรงขามหรือผู้ที่ไม่อาจทนทานต่อแรงกดดันได้