บทที่ 42
โลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวโพลนกลิ่นของอากาศชื้นๆของป่ามลายหายไปจนหมด เอเลนผนึกพลังขึ้นทั่วร่างตามสถานะการณ์พลางนึกถึงหน้าเพื่อนเก่าอย่างโซลเบรกเกอร์ แต่แทนที่เขาจะได้ไปโผล่ยังห้องใต้ดินอันแสนมืดมิดของมหาวงกตเขากลับมาโผล่ยังจุดสูงสุดของมหาวงกตแทนซะได้ ต่างกับครั้งที่แล้วตรงที่คราวนี้ไม่มีประตูให้กลับออกไป
ไม่ไกลนักคือร่างกายที่เต็มไปด้วยเลือดของมหาจอมเวทย์ชรา สภาพของมันดูไม่ดีเท่าไหร่เนื่องจากมีหอกสีขาวปักแน่นอยู่กลางหน้าอกใบหน้าซีดขาวเพราะเสียเลือดไปมากแต่ใบหน้าของมันก็ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มจนน่าประหลาดใจ
เอเลนไม่อยากอยู่ในที่แปลกตานานนักกระดิกนิ้วเพื่อเรียกหอกสีขาวให้กลับมาอยู่ในมือ หอกพลันกระชากออกด้วยมือที่มองไม่เห็นก่อนจะลอยกลับมาอยู่ในมือของเอเลนอย่างนุ่มนวลแต่แล้วเด็กหนุ่มก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติเพราะมานาที่ถูกใช้ไปเพื่อดึงควินดีลกลับมาดันหายไปมากกว่าที่ควรจะเป็นถึงสองเท่า
“นี่มันอะไร...”
เด็กหนุ่มพึมพำแต่เป็นชายชราที่ให้ความกระจ่าง
“ผลสะท้อนจะขุนเขาวงกตทิวาสนทยายังไงล่ะ”
น่าแปลกที่ถึงจะบาดเจ็บหนักแต่น้ำเสียงของคาริเอ็นกลุ่มนุ่มลึกและมั่นคง ไม่เหมือนคนที่กำลังบาดเจ็บหนักแม้แต่น้อย แต่ยังไม่ทันที่เอเลนจะอ้าปากพูดอะไรเขากลับรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกเมื่อก้มลงมองใบหน่าของเขาก็มืดลงเนื่องจากกำลังมีเลือดสดๆไหลออกมาจากบากแผลที่ไม่รู้เขาได้รับมาตอนไหน
“นี่แกเล่นตลกอะไร”
เด็กหนุ่มคิดว่าเป็นภาพมายาจนกระทั่งเหลือบดูค่าพลังชีวิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะที่เขากำลังแย่ลงเรื่อยๆสีหน้าของคาริเอ็นกลับดูมีเลือดฝาดผิดจากในตอนแรก
“หึหึ ก็ไม่มีอะไรมากนักหรอกก็แค้ตราบใดที่เจ้ายังคงตกอยู่ภายใต้อาณาเขตของข้าทรัพยากรที่จำเป็นจะต้องใช้ในการร่ายทักษะซึ่งก็คือมานาจะถูกบังคับให้จ่ายออกมากถึงสองเท่าและครึ่งหนึ่งของพลังที่เจ้าใช้ออกจะถูกนำมาฟื้นฟูค่าพลังเวทมนต์ให้แก่ข้า”
ชายชรากล่าวตอนนี้แผลที่หน้าอกของมันไม่มีเลือดไหลออกมาอีกแล้ว คาริเอ็นเหยียดกายตรงอย่างสง่างามราวกับจอมปราชญ์ผิดกับเอเลนที่เริ่มมีสีหน้าตรึงเครียด
“นอกจากพลังเวทย์และเขตแดนนี่ยังช่วงชิงพลังชีวิตของชั้นไปด้วยสินะ”
เอเลนแค่นเสียงอย่างดูแคลนแต่ไม่ได้ดูถูกเป็นที่รู้กันดีว่าการศึกย่อมไม่หน่ายอุบายเป็นเรื่องปกติที่คาริเอ็นนจะใช้สุดยอดทักษะออกมาในช่วงเวลาที่มันคับขันจริงๆ
“เรียกว่าค่อยๆสลับพลังชีวิตกันจะเหมาะกว่า ที่เหนือกว่านั้นก็คือมันสามารถสลับบาดแผลระหว่างเจ้ากับข้าได้ด้วย”
ฉัวะ! พรวด!
ยังไม่ทันพูดจบดีผิวหนังบริเวณหน้าอกของเขาพลันหลุดลอกออกพร้อมกับที่มีบบาแผลฉกรรณืผุดจึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย พลังชีวิตลดลงเท่ากับค่าพลังชีวิตของคาริเอ็นที่ลดลงเมื่อครู่เอเลนฝืนกลืนเลือดที่กำลังจะพุ่งออกมาร่างกายโงนเงนประหนึ่งกิ่งไม้ต้องพายุ
ที่คาริเอ็นยังคงไม่โจมตีเข้ามาแม้ในตอนนี้มันจะได้เปรียบแบบสุดๆไม่ใช่เพราะมันไม่อยากทำแต่มันไม่อาจฝ่าฝืนข้อบังคับเวลามนต์เขตแดนที่มันเป็นผู้ตั้งขึ้นมาเองได้ เพื่อให้เขตแดนแสดงพลังของมันออกมาได้อย่างเต็มที่คาริเอ็นจะไม่สามารถขยับไปไหนได้ตราบที่เป้าหมายที่ได้รับบาดเจ็บจะพร้อมสำหรับการต่อสู้ นี่ก็เพื่อไม่ให้เขตแดนของมันเสียสมดุลแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าพอที่มันจะเป้นเขตแดนที่มีเอาไว้ใช้ในยามที่คับขันสุดๆ
แม้จะบาดเจ็บหนักแต่เอเลนก็ยังคงเยือกเย็นแม้จะตกใจที่พลังชีวิตหายไปทีเดียวร่วมสามหมื่นหน่วยแต่เขามีขีดจำกัดพลังชีวิตพิเศษที่เพื่มขึ้นจากเกราะอ่อนลูกมังกรอีกหนึ่งหมื่นหน่วยไม่เช่นนั้นเขาอาจจหมดสติไปแล้วก็ได้
และแล้วช่วงเวลาต้องห้ามก็หหมดลงชายชราและเอเลนสามารถขยับตัวได้อีกครั้ง คาริเอ็นรีบกระแทกไม้เท้าลงพื้น ตอนนั้นเองที่ผืนดินใต้เท้าของทั้งสองกำลันสั่นสะท้านก่อนที่มันจะลดระดับลงซึ่งมันคือคุณสมบัติอีกประการของขุนเขาวงกตทิวาสนทยายิ่งผืนดินนที่เปรียบดังลานประลองนี้ลดระดับลงไปมากเท่าไหร่เอเลนก็จะต้องยิ่งแบกรับแรงกดดันมากขึ้นเท่านั้นในตอนนี้เอเลนเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ หากปล่อยเอาไว้แบบนี้เขาก็มีแต่เสียเปรียบ
ในเมื่อทรัพยากรถูกบังคับให้จ่ายมากกว่าเดิมสองเท่าเอเลนจึงเลือกเก็บมันเอาไว้ใช้ในตอนที่เหมาะสมและคิดจะพึ่งพาแต่เพียงเคล็ดวิชาเทพสงครามเท่านั้น เขตแดนเป็นของตายแต่คนเป้นของเป็น เด็กหนุ่มไม่เชื่อว่าคลาสผู้ใช้เวทมนต์ที่มีร่างกายอ่อนแอจะทานทนการโจมตีระยะประชิดได้นานนัก
เอเลนเป็นฝ่ายที่เคลื่อนไหวก่อนเปิดการโจมตีในจังหวะที่ดีที่สุดราวกับหอกได้หลลอมรวมเป็นหนี่งเดียวกับร่างกาย ทิ่งแทงหนึ่งครั้งหอกพลังแยกออกเป็นสี่สายโดยที่เขาเล็งไปที่หัว หน้าอก และช่องท้อง ฝ่ายคาริเอ็นที่เห็นแบบนั้นก็ยิ่งตกใจเพราะเอเลนที่ควรจะเจ็บจนขยับไม่ได้ดั่งใจกลับยังสามารถเคลื่อนไหวได้ราวกับไม่บาดเจ็บไม้เท้าเศียรมังกรในมือพลันส่องแสงเวทมนต์ระดับกลางสองบทถูกเรียกใช้ออกมาอย่างไม่หวงแหน
เวทมนต์ระดับกลาง เงาสายลมกระซิบ
เวทมนต์ระดับกลาง เร่งการคาดคะเน
เวทมนต์ระดับกลาง ความคิดคู่ขนาน
ก่อนที่หอกแรกจะทันได้สัมผัสกับศีรษะกลับพลาดเป้าเพราะคาริเอ็นสามารถหลบมันได้ด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึงพร้อมทั้งร่ายเวทย์แสงโดยหวังจะให้เอเลนตาบอด
“เวทมนต์ที่เร่งความคิดงั้นเหรอ สมเป็นพวกจอมเวทย์”
เอเลนกล่าวชมแต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่งหอกแรกพลาดเป้าไปเขาจึงเปลี่ยนกระบวนท่ากลางคันแต่ด้วยเวทมนต์ระดับกลางเงาสายลมกระซิบและเร่งการคาดคะเนทำให้คาริเอ็นสามารถคาดเดาวิธีการเคลื่อนไหวผ่านท่าร่างอันละเอียดอ่อนของเอเลยได้ราวกับอ่านลายนิ้วมือ
เวทมนต์ระดับกลาง หัตถ์ปฐพี
ครืนน
ทันใดนั้นเองชายชราก็อัญเชิญหัตถ์ที่สร้างจากพลังธาตุดินออกมาหนึ่งคู่ ขนาดของมันใหญ่เกินครึ่งของพื้นที่สนามประลองเอเลนไม่มีที่ให้หลบถูกหัตถ์คู่ตบจับเอาไว้ เอเลนใช้ควินดีลขวางกันไม่ให้ตัวเขาถูกบี้จนแบนก่อนจะใช้หมัดสั้นกระแทกเข้าไปที่หัตถ์ธาตุแต่ก็ใช้เรี่ยวแรงมากกว่าปกติเพราะต้องการสงวนพลังเวทย์เอาไว้เพื่อโจมตี
ตูม
หมัดสั้นกระแทกเข้ากับหัตถ์ปฐพีเอเลนอาศัยพละกำลังเพียวสามารถหลุดรอดออกมาจากเวทมนต์ธาตุดินที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน รอยแตกลามเลียไปทั่วทั้งหัตถ์ปฐพีก่อนที่มันจะสลายเป็นฝุ่น ในขณะที่กำลังจะคว้าหอกเถาวัลย์เส้นหนึ่งก็ผุดขึ้นมาชิงแย่งควินดีลไปต่อหน้าต่อตาก่อนจะนำไปส่งให้แก่คาริเอ็นถึงมือ
“เป็นหอกที่ดี”
ชายชรากล่าวชมถึงจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแต่สายตาของมันก็ยังแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนคือของดีพลางมองเอเลนด้วยสายตาดูแคลน
“แต่กลับอยู่ในมือของผู้ที่ไม่เหมาะสม ของดีๆแบบนี้ดันมาอยู่ในมือเด็กชั้นต่ำซะได้ดังนั้นข้าจะขอริบเอาไว้”
ในขณะที่ชายชรากำลังจะเก็บหอกเข้าไปในอุปกรณ์มิติเอเลนก็แค่นเสียงก่อนจะส่งพลังเข้าไปในแหวนคลังศาสตรา อาวุธที่ถูกทำพันธะด้วยจะถูกส่งกลับเข้าไปในแหวนก่อนที่เอเลนจะยิ้มเยาะ
“ไม่เหมาะสมงั้นเรอะ นี่แกกล้าพูดกับคนที่สร้างมันขึ้นมางั้นเรอะ”
“จะเพ้อเจ้อก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย”
คาริเอ็นไม่เชื่อถ้อยคำที่เอเลนพ่นออกมาแม้แต่น้อย ถ้าหากเด็กหนุ่มพูดว่ามันเป็นลูกศิษย์ของเทพสงครามยังจะดูน่าเชื่อกว่านี้เยอะ แต่เอเลนก็หาได้แยแสถีบเท้าจรดหอกไปด้านหน้าในท่าจู่โจมจู่ผืนดินด้านหน้าก็เปลี่ยนสภาพเป็นของเหลวพร้อมกันนั้นหอกน้ำแข็งก็พุ่งตามมาจากทางด้านบน
“ลูกไม้งี่เง่า”
เด็กหนุ่มไม่แม้แต่จะเหลือบแลเปลี่ยนกระบวนท่ากลางอากาศกวาดหอกไปรอบตัวเป็นวงกลมรอบหนึ่งตัดผ่านเวทมนต์ของชายชราได้อย่างง่ายดายเศษไม้และน้ำแข็งปลิวว่อน แต่นั่นคือกับดักเพราะการโจมตีที่แท้จริงจะเริ่มหลังจากนี้
“รับไปซะ”
ชายชราตวาดลั่นหลังจากที่พึมพำคาถาอยู่นานสองนานเป็นเพราะทักษะความคิดคู่ขนานและเร่งการคิดคำนวนทำให้มันสามารถลดระยะเวลาร่ายเวทมนต์ระดับสูงทั้งยังเป็นเวทมนต์ระดับสูงถึงสองชนิด
เวทมนต์ระดับสูง โลงศพสายลมเหมันต์
เวทมนต์ระดับสูง ลำแสงพฤกษามรณา
ทันใดนั้นเองเศษน้ำแข็งพลันขยายกลายเป็นลิ่มน้ำแข็งนับพันรายล้อตัวเด็กหนุ่มและที่เบื้องหลังของชายชราก็ได้มีดอกทานตะวันงอกเงยออกมาจากผืนดินขนาดลำต้นของมันกว้างพอจะให้คนห้าคนโอบได้รอบที่น่ากลัวกว่าคือพลังเวทมนต์บริสุทธิ์ที่ถูกรวบรวมเอาไว้ที่ดอกทานตะวันที่กำลังเติบโต
ลำพังแค่ลิ่มน้ำแข็งก็แย่พออยู่แล้วต่อให้เอเลนเร็วกว่านี้ร้อยเท่าก็ไม่อาจหลักเลี่ยงการบาดเจ็บได้เห็นแบบนี้ลิ่มน้ำแข็งและแท่งมีพลังโจมตีที่สูงเทียบเท่ากับศรเทมนต์ระดับกลางแต่ที่น่าหวาดหวั่นคือจำนวนและไอเย็นที่มันแผ่ออกมาพร้อมกับบรรยากาศที่น่าอึดอัด
เอเลนไม่พูดพร่ำทำเพลงตัดสินใจจุดระเบิดพลังออกไปรอบตัวโดยมีเขาเป็นจุดศูนย์กลาง พลังเวทย์มหาศาลกระแทกเข้ากับลิ่มน้ำแข็งจนพวกมันหยุดชะงักและกระดอนออก การทำเช่นนี้ทำให้เขาสูญเสียพลังเวทมนต์ไปถึงสองในสี่ส่วนแต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเพราะดอนทานตะวันนั้นกำลังเบ่นบานแล้ว
“จงตายด้วยเวทมนต์ระดับสูงที่งดงามซะเถอะ”
“พูดมากจริง เอาเถอะอีกเดี๋ยวคงจะพูดไม่ออกแล้ว....”
เอเลนแค่เสียงก่อนที่ดอกทานตะวันจะปลดปล่อยพลังเวทมนต์ออกมานระดับที่น่าหวาดหวั่น คาริเอ็นก็ต้องแปลกใจว่าทำไมเด็กหนุ่มผมดำถึงเลือกจะป้องกันแทนที่จะหลบริมฝีปากของเอเลนขยับเปล่งเสียงด้วยใบหน้าที่เฉยเมย
ดูดกลืนมานา
ลำแสงสีเขียวปะทะเข้ากับร่างกายของเด็กหนุ่มอย่างแรงชัยชนะตกอยู่ในกำมือของชายชราแต่แล้วใบหน้าเปื้อมยิ้มของเขาก็ต้องสลายไปเมื่อแสงแห่งการโจมตีสิ้นสุดลงเอเลนยังคงยืนอยู่ที่เดิมทั้งเสื้อผ้ายังไม่มีรอยยับเลยซักนิด สิ่งที่เปปลี่ยนไปคือพลังเวทมนต์ที่มากเพิ่มมากขึ้นผิดจากตอนแรก
ดูดกลืนมานาเป็นทักษะที่ติดมากกับชุดเกราะอ่อนลูกมังกรโดยปกติแล้วมันสามารถแปรเปลี่ยนมานาบริสุทธิ์ซึ่งมีอยู่แต่ในธรรมชาติให้กลายเป็นพลังงานสำรองซึ่งเวทมนต์ลำแสงพฤกษามรณะรวมไปถึงการโจมตีด้วยทักษะของจอมเวทย์หลายชนิดก็เป็นการดึงพลังธรรมชาติมาใช้ด้วยกันทั้งนั้น
ผิดกับพวกสายต่อสู้ระยะประชิดอย่างที่ทราบกันดีว่าเอเลนครอบครองวงจรเวทมนต์เอาไว้สองชนิด วงจรเวทย์จะแปรเปลี่ยนพลังธรรทชาติมากักเอาไว้ในร่างกายส่วนจอมเวทย์นั้นมีขั้นตอนที่เรียบง่ายกว่านั้นมากนัก พวกเขาจะใช้คาถาเป็นตัวออกคำสั่งกับเวทมนต์ให้ตอบสนองโดยตรงเพื่อเปลี่ยนเป็นเวทมนต์ชนิดต่างๆวิธีนี้สะดวกกว่าพวกนักสู้ก็จริงแต่ก้ต้องแลกมาด้วยข้อจำกัดด้านความเฉพาะตัวแต่ในส่วนนี้ก็ถูกทดทแนด้วยความหลากหลายของชนิดเวทมนต์
เอเลนคล้ายทะเลทรายที่เหือดแห้งได้รับพลังเวทมนต์จากคาริเอ็น(แบบไม่เต็มใจ)มาจนเต็มเปี่ยมทั้งยังมีพลังเวทมนต์ส่วนเกินหลงเหลืออยู่ในอากาศให้ดูดซับได้อีก ในชั่วขณะที่คาริเอ็นกำลังสับสนเอเลนก็กระทืบเท้าใช้ท่าเท่าทะยานเมฆอ้อมไปด้านหลังของชายชราก่อนที่จะแทงหอกออกไปปมากถึงแปดครั้งซ้อน
คมเขี้ยวมังกรคลั่ง
แต่ละหอกล้วนแฝงไปด้วยเสียงคำรามของมังกรที่เกรี้ยวกราดพลังเวทมนต์มหาศาลปะทุออกแยกย้ายกันจับจองพื้นที่บนร่างของชายชราแต่แล้วเสื้อคลุมตัวโตของคาริเอ็นก็มีปฏิกิริยากลายเป็นของเหลวเข้าพัวพันหอกควินดีลเอาไว้จนอยู่หมัดเอเลนเองก็ไม่อาจปล่อยมือได้
“อะไรกัน”
เป็นฝ่ายที่เอเลนเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจการโตมตีของเขาทั้งหมดนั้นจมหลายไปกับความว่างเปล่าเขารู้ได้ในทันทีว่าเขาตกหลุมพรางแล้ว คาริเอ็นในสภาพไร้ผ้าคลุมเผยให้แห็นร่างกายผ่ายผอมปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งห่างจากเอเลนไปไม่ถึงห้าเมตรพร้อมกับที่เวทมนต์ระดับสูงถูกร่ายจนเสร็จพอดี
เวทมนต์ระดับสูง แว่วเสียงยมทูต
วิ้งงง
ทันใดนั้นเองเวทมนต์ระดับสูงพลันถูกใช้ออกไม้เท้าเศียรมังกรส่งเสียงอื้ออึง เอเลนพลันได้ยินเสียงเปาะในหูก่อนที่ทุกเสียงในโลกจะหายไปพร้อมกับมีเลือดไหลออกมาจากรูหู สายตาของเขาพลันพร่ามัวซึ่งชายชราไม่มีทางละทิ้งโอกาสทองที่หาได้ยากนี้ไปรีบฟาดไม้เท้าใส่หน้าอกเด็กหนุ่ม
อาจจะดูเหมือนเป็นการกระทำที่งี่เง่าไม่มีทางที่นักสู้จะตายเพราะถูกตีด้วยไม้เท้าจริงแล้วที่ไม้เท้าไม่ได้มีพลังโจมตีกายภาพที่สูงส่งอะไร แต่คลื่นเสียงที่แฝงมากับตัวไม้เท้าได้ส่งผลต่อร่างกายของเขาอย่างรุนแรงเอเลนรู้สึกเหมือนอวัยวะภายในถูกทุบตีด้วยค้อนเหล็กซ้ำแล้วซ้ำเล่าโลหิตสดๆทะลักออกมาจากหูตาจมูกและปากอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงทำให้หอกเล่มสำคัญหลุดมือ
“เด็กก็เป็นแค่เด็กวันยังค่ำ”
คาริเอ็นที่คิดว่าเอเลนคงไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อสู้ได้อีกพลันถอนหายใจอย่างโล่งอก หากเมื่อครู่ผ้าคลุมอนันตกาลไม่สุ่มแสดงคุณสมมบัติจับกุมออกมาก็เป็นตัวมันเองนี่แหละที่เสียท่าดวงตาของชายชราจับจ้องไปยังเอเลนที่ผิวหนังเริ่มปริแตกด้วยแววตาเย็นชา
แว่วเสียงยมทูต เวทมนนต์ระดับสูงที่คาริเดอ็นได้รับมาเนิ่นแล้วงเพียงแต่ไม่มีโอกาสได้ใช้งานเพราะรูปแบบการต่อสู้ของมันจะมุ่งเน้นไปที่การใช้เวทมนต์กดดันศัตรูจากระยะไกลไม่เคยมีใครหน้าไหนสามารถเข้าภถึงตัวมันได้มากขนาดนี้มาก่อน
ที่ผ่านมาคาริเอ็นอาจจะไม่รู้ตัวว่ามันต่อสู้กับคนที่อ่อนแอกว่ามาตลอด
แว่วเสียงยมทูตเป็นเวทมนต์ที่สร้างคลื่นเสียงความถี่สูงส่งเข้าไปในร่างกายศัตรูข้อเสียเพียงอย่างเดียวของมันก็คือจะต้องส่งเวทมนต์เข้าไปด้วยก่ารโจมตีระยะประชิดเท่านั้นเรียกได้ว่าในจังหวะเมื่อครู่ที่ได้มานั้นเพราะโชคช่วย
เอเลนกระอักเลือดออกมารอบที่สามพลังชีวิตค่อยๆลดลงไม่น่ารำคาญเท่าความผิดผกติบนร่างกายที่น่ารำคาญเป็นอย่างยิ่ง ระหว่างที่คาริเอ็นกำลังบ่นพึมพำเอเลนก็ใช้พลังเวทย์ขับเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายถึงพลังชีวิตจะเหลือไม่มากแต่พลังเวทมนต์ของเขายังมีเหลือเฟือ
ความห่วงใยของบิดา
ทันใดนั้นเองพลังชีวิตที่ลดลงก็หยุดชะงักก่อนจะดีดตัวเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่น่าหวาดหวั่นแน่นอนว่าคาริเอ็นเองก็สังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงและไม่ลังเลที่จะจัดเวทมนต์ชุดใหญ่เพื่อส่งเอเลนไม่ลงนรก
เวทมนต์ระดับกลาง วารีวิปโยค
เวทมนต์ระดับกลาง อัศนีวิบัติ
เวทมนต์ระดับกลางถูกร่ายออกมาในเสี้ยววินาที สายน้ำทะลักออกมาจากไม้เท้าเปลี่ยนลานประหารเป็นแอ่งน้ำในเสี้ยววินาที เวลาเดียวกันนั้นลูกแก้วสีเหลืองสิบลูกปรากฏขึ้นรอบกายของชายชราแต่ละลูกล้วนอัดแน่นไปด้วยพลังเวทมนต์สายฟ้า
“ปลดปล่อย”
คาริเอ็นชี้มือไปด้านหน้าลูกแก้วทั้งสิบพลันปลดปล่อยสายฟ้าแรงสูงออกมาผนวกการโจมตีเข้ากับน้ำที่มีคะณสมบัติเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้ายิ่งทำให้ความเร็วในการปลดปล่อยพลังเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เอเลนรีบกระโดขึ้นท้องฟ้าข้างกายของเขาพลันปรากฏร่างของคามิทาชิ
ศาสตราวิญญาณภูติ อาภรณ์มารอัสนีบาต
เปรี้ยะ!
สายฟ้าที่บรรลุถึงตัวเอเลนถูกลดทอนความรุนแรงลงไปหลายส่วนเด็กหนุ่มใช้โอกาสนี้เพื่อร่นระยะแต่คาริเอ็นไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มที่ไร้อาวุธระดับสูงจะมีปัญญาต่อกรกับเขาได้แต่หากเข้ามาใกล้ได้เกรงว่าจะเกิดปัญหาจึงแบ่งจิตมาร่ายเวทถ่วงเวลา
เวทมนต์ระดับกลาง แรงโน้มถ่วง(สิบเท่า)
?
คาริเอ็นได้แต่เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจแรงโน้มถ่วงสิบเท่าไม่ใช่อะไรที่มนุษย์สามารถรับมือได้อย่างน้อยก็ต้องมีอาการชะงักให้เห็นบ้างแต่เจ้าเด็กนี่กลับยังสามารถรักษาความเร็วดั้งเดิมเอาไว้ได้
“กะอีแค่แรงแรงโน้มถ่วงแค่นี้ไม่พอจะถ่วงแข้งถ่วงขาชั้นไว้ได้หรอกนะ”
เอเลนคำรามลั่นเขาที่ถูกพลังรำพันเดียวดายเหนี่ยวรั้งมาตลอดการฝึกแรงโน้มถ่วงสิบเท่าแทบไม่ต่างอะไรกับของเล่นเด็กแต่ชายชราก็ยังคงเยือกเย็นในเมื่อแผนแรกไม่ได้ผลแผนที่สองก็ถูกใช้ออก
เวทมนต์ระดับกลาง ตรวนศักดิ์สิทธิ์
“เวทมนต์พันธนการเยอะนักนะ”
เด็กหนุ่มสบถอย่างหงุดหงิดดวงตาสีทับทิมจ้องมองตรวนสีขาวก่อนจะคุ่นคิดเพียงชั่วครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพุ่งเข้าหามือขวาคว้าโซ่เอาไว้แน่นขนัดเนื่องจากเวทมนต์นี้ไม่ได้มีเอาไว้เพื่อโจมตีดังนั้นเขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องระแวงแม้แต่น้อย
[ท่านบรรลุเงื่อนไข ได้รับเวทนมนต์ระดับกลาง ตรวนศักดิ์สิทธิ์ ระดับ 1]
เอเลนฉีกยิ้มอย่างยินดีเพราดูเหมือนพรที่ได้รับบจากเรมิเอเลและนาธาเรียจะไม่ใช่ของตั้งโชว์ ไวเท่าความคิดเด็กหนุ่มกวาดมือไปทางคาริเอ็นพลางยิ้มเจ้าเล่ห์
เวทมนต์ระดับกลาง ตรวนศักดิ์สิทธิ์
หนามยอกย่อมต้องเอาหนามบ่งตรวนศักดิ์สิทธิ์อีกเส้นรัดร่างของชายชราเอาไว้อย่างแน่นหน่าท่ามกลางสายตาตกตะลึง
“นี่แกเป็นนักสู้ชัดๆ ใช้เวทมนต์แบบนี้ได้ยังไง”
ทักษะเวทมนต์คือสิทธิพิเศษของจอมเวทย์หากใครก็ได้สามารถร่ายคาถาได้เหมือนจอมเวทย์นั่นจะทำให้สมดุลพังทลาย ตรวนสีขาวบริสุทธิ์ทำให้เวทย์ระดับสูงที่กำลังร่ายอยู่หยุดชะงักจนต้องเริ่มร่ายใหม่ทั้งหมดแต่เมื่อคิดจะร่ายเวทมนต์ใหม่เอเลนก็เข้ามาอยู่ในระยะอันตรายแล้ว
“จบสักที”
หัตถ์สลายวิญญญาณ
มือขวากลายเป็นสีดำจนถึงข้อศอกกระแทกเข้ากับหน้าอกของมหาจอมเวทย์เต็มแรงแต่คาริเอ็นยังคงไม่ยอมแพ้จุดระเบิดพลังเวทย์แบบที่เอเลนเคยทำเพื่อชะลอร่างเอเลนเอาไว้อย่างน้อยซักวินาทีก็ยังดี แรงระเบิดรุนแรงมากพอจะฝากบาดแผลเอาไว้บนร่างของเด็กหนุ่ม
เอเลนกัดฟันกรอดยอมเจ็บแต่ไม่ยอมจบฝืนร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลดันหมัดที่ถูกหยุดเอาไว้เริ่มเคลื่อนไหว ฝั่งชายชราเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนักเทคนิคระเบิดพลังถือเป็นวิชาที่ม่ถนัดเอาเสียเลยทำให้ตอนนี้ร่างที่ไร้รอยขีดข่วนของมันเริ่มปรากฏรอยแผล
“ตายๆไปซักที ไอ้เด็กเลว”
คาริเอ็นตะคอกอย่างเหลืออดก่อนจะเสกดวงตะวันสีดำสนิทขึ้นมาเหนือหัวความร้อนของมันเริ่มแผดเผาทุกสิ่งแม้กระทั่งดินแดนจินตภาพ ห่วงมิติโดยรอบเริ่มปรากฦฏร่องรอยการปริแตกโดยมีตะวันสีดำเป็นจุดศูนย์กลาง
เวทมนต์ระดับสูง สุริยันทมิฬ
ครืนนน
เวทมนต์ธาตุไฟระดับสูงถูกใช้ออกอย่างฉุกละหุกแต่ก็มากพอกับเวทมนต์ที่มุ่งเน้นการทำลายโยไม่เลือกฝ่าย ดวงตะวันแผดเผาทุกสิ่งแม้แต่ตัวมันเอง พลังชีวิตของมันมีมากกว่าเอเลนแน่นอนตอนนี้ต้องแข่งกันแล้วว่าใครจะยืนหยัดได้นานกว่ากัน
ดวงตาสีทับทิมไม่มีร่องรอบของการยอมจำนนแม้การโจมตีของเขาจะรุนแรงแต่กลับไปไม่ถึงคาริเอ็น เด็กหนุ่มจัดการระเบิดพลังเวทมนต์ออกมาอย่างไม่หวงแหนดวงตาวาวโรจน์ราวกับพระอาทิตย์กลางแจ้งชายชรี่เห็นดังนั้นก็ยิ้มเยาะ
“เป็นการดิ้นรนครั้งสุดท้ายที่เปล่าประโยชน์น่า”
......
เอเลนไม่สนใจคำปรามาสเขาเพียงแสยะยิ้มโดยที่ชายชราไม่เข้าใจความหมายก่อนที่พลังที่กระจัดกระจายของเด็กหนุ่มจะหลอมรวมกันอีกครั้งเป็นดาบสีเงินที่มีหน้าตาเหมืออนกันจำนวนสามเล่มแต่ละเล่มเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตเสียบเข้าที่กลางหลังของชายชราโยไม่ทันได้ตั้งตัว
“แค่ก!”
ชายชราสำรอกเลือดพลังโจมตีของดาบอาจจะไม่ได้สูงมากเผลอๆยังต่ำกว่าการโจมตีด้วยมือเปล่าของเอเลนเสียอีกแต่นั่นก็มากเพียงพอที่จะเล่นงานมหาจอมเวทย์ที่ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อป้องกันเอเลนแล้ว ห้วงสติของชายชราแตกกระเจิงพลังสมาธิถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดส่งผลให้ม่านเวทมนต์ที่ขวางหมัดของเขาอยู่สลายไป
เอเลนง้างหมัดกลับก่อนจะเปลี่ยนไปหวดหมัดเข้าที่ใบหน้าของชายชราแทน พลังชีวิตของคาริเอ็นหล่นวูบพร้อมกับฟันออีกหลายซี่ที่ปลิวกระเด็นหายไป เวลาเดียวกันนั้นเองดวงตะวันสีดำก็หล่นทับลงมาจากฟากฟ้าก่อให้เกิดแรงทำลายล้างวอย่างรุนแรง
บรึ้มมม
แรงระเบิดฉีกกระชากห้วงดินแดนจินตภาพอย่างรุนแรงเอเลนและคาริเอ็นถูกแรงระเบิดส่งลงมาบนผืนดินในโลกแห่งความเป็นจริง ร่างสูงของเอเลนถูกเพลิงสีดำแผดเผาจนมีบาดแผลผุดขึ้นทั่วร่าง คาริเอ็นเองก็ไม่ต่างกันเพียงแค่มีดดาบสีเงินสามเล่มเสียบอยู่กลางแผ่นหลัง
“แค่ก...”
เอเลนกระอักเลือดออกไม่รู้รอบที่เท่าไหร่บาดแผลทั่วร่างทำให้เขาบาดเจ็บเหลือคณาแต่แล้วค่าสถานะความอดทนที่ไม่คิดเลยว่าจะมีประโยชน์เอาในเวลาแบบนี้ส่งผลให้เขาไม่หมดสติไปเสียก่อนส่วนคามิทาชิเองก็บาดเจ็บใช่เล่นเขาจึงชิงสลายอาภรณ์มารอัสนีก่อนที่ตะวันดำจะระเบิด เด็กหนุ่มประคับประคองร่างกายที่บอบช้ำก่อนจะจ้องมองไปยังร่างไหม้เกรียมของชายชราที่อยู่ไม่ห่างกันมากนักดูเหมือนว่าคาริเอ็นจะยังคงประคองสติไว้ได้เหมือนกันแต่ไม่อาจขยับร่างกายได้แม้แต่มิลลิเมตร
“ดาบนั่นมันอะไร...”
ชายชราถามด้วยน้ำเสียงแหหบพร่าไร้พลังเอเลนย่อมรู้ดีว่าคาริเอ็นกำลังหมายถถึงดาบสีเงินสามเล่มที่ปักกอยู่บนแผ่นหลัง
หลังจากได้พบกับเรมิเอลและนาธาเรียพลังเวทมนต์พื้นฐานประสิทธิศาสตราก็ถูกยกระดับครั้งใหญ่ ในการยกระดับครั้งนี้การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดคือคุณสมบัติใหม่ที่มีชื่อว่าจำแลงศาสตรา
จำแลงศาสตรา ทำให้เอเลนสามารถสร้างอาวุธขึ้นมาจากพลังเวทมนต์โดยอาวุธชิ้นนั้นจะถูกนับเป็นยุทธภัณฑ์ชิ้นหนึ่งซึ่งสามารถสร้างได้เร็วกว่าการเรียกอาวุธออกมาจากคลังศาสตรา แต่ว่าศาสตราวุธที่สร้างจากอณูเวทย์นั้นกินพลังเยอะมากๆแม้แต่เอเลนเองก็ไม่อยากจะใช้มันบ่อยๆแถมอาวุธที่สร้างออกมาจะต้องเป็นนสิ่งที่เอเลนเคยสร้างออกมาแล้วผ่านทักษะการตีเหล็กแถมระดับอาวุธยังไม่สามารถมีแรงค์เกินกว่า B ได้
แต่หากผ่านความยุ่งยากนี้ไปได้เอเลนจะได้รับอาวุธที่ศัตรูไม่มีทางตรวจจับได้ด้วยพลังเวทย์นั่นจึงเป็นสาเหตุที่คาริเอ็นไม่ระแคะระคายมาจนกระทั่งถูกโจมตี เอเลนหยิบน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตขึ้นมาดื่มด้วยมือที่สั่นเทาน้ำยาราคาแพงถูกใช้อย่างไม่เสียดาย
บาดแผลฉกรรน์เริ่มสมานตัว เขาไม่มีความจำเป็นต้องตอบคำถามของคาริเอ็นดาบทั้งสามสามารถขยับได้เองโดยเพียงเขาใช้ความคิด พวกมันสลายไปอย่างเงียบๆทำให้เลือดเริ่มทะลักออกมาจากร่างกาย ดวงตาสีทับทิมเหลือบไปเห็นไม้เท้าเศียรมังกรที่นอนแน่นิ่งเคียงข้างกับหอกควินดีลก่อนจะเบนสายตากลับมา
“บอกมาว่าอาณาจักรริชมอนด์มีแผนการอะไร”
“ฮ่าๆ พอชนะแล้วคิดว่าจะได้รู้ทุกอย่างงั้น คิดว่าตัวเองเป็นอัศวินรึยังไง”
“ชั้นแค่ใช้สิทธิของผู้ชนะก็เท่านั้น เอาล่ะเลิกเฉไฉได้แล้ว”
ไม่พูดเปล่าเอเลนเรียกควินดีลให้มาสถิตในมือก่อนจะชี้ปลายหอกไปที่หน้าอกที่ไหม้เกรียมของคาริเอ็น คมหอกค่อยเสียดแทงเข้าไปในกายเนื้อของมัน ชายชรากรีดร้องอย่างน่าสวังเวชแต่เอเลนก็ไม่เปลี่ยนสีหน้า
“เจ้าจะไม่มีวันได้รู้ ยังไงซะจักรวรรดิก็ถึงเวลาต้องล่มสลายแล้ว”
คาริเอ้นมีท่าทีชัดเจนทำให้เอเลนได้แต่ถอนหายใจดูเหมือนต่อให้คาดคั้นยังไงก็คงไม่ได้อะไรเพิ่ม ในขณะที่กำลังจะลงมือปลิดชีพเด็กหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหาร ดวงตาสีทับทิมตวัดมองไปยังทิศทางหนึ่งตอนนั้นเองเขามองเห็นร่างของไวร์เวิร์นสีทองที่อยู่ในสภาพปากทั้งสองขาดวิ่นและมีบาดแผลเต็มตัวกำลังตะเกียกตะกายมาทางเขาอย่างไม่คิดชีวิต
ลมหายใจมังกร
แซ่ดดด
โดยไม่คาดคิดไวร์เวิร์นที่ดูเหมือนใกล้ตายกลับสามารถปลดปล่อยท่าดจมตีรุนแรงออกมาจากปากได้ สายฟ้าสีเหลืองพุ่งเลียดพื้นก่อนที่จะกระแทกกับเอเลนที่อ่อนแรงส่งร่างเด็กหนุ่มปลิวกระเด็นไปไกลหลายเมตร
เอเลนกัดฟันกรอดฝืนความเจ็บปวดขว้างหอกสวนไป ควินดีลปักลงที่ขาหน้าของไวร์เวิร์นแต่มันยังคงไม่ยอมหยุดเอเลนลุกขึ้นอย่างยากลำบากด้วยสีหน้าตึงเครียดเพราะต้องเผชิฐหน้ากับสัตว์อสูรที่ทรงพลัง ไวร์เวิร์นเข้ามาใกล้กับเขามากขึ้นแต่แล้วมันกลับชะลอความเร็ว
ทีแรกเขาคิดว่ามันบาดเจ็บจนหยุดไปเองแต่แล้วเขากฌ็ต้องพบว่าคิดผิดมหันต์เมื่อโกลด์ไวร์เวิร์นไม่ได้มีเป้าหมายที่เขาตั้งแต่แรก เพราะมันได้อ้าปากกลืนไม่เท้าเศียรมังกรสินสงครามของเขาเข้าไปทั้งด้ามหนำซ้ำยังอ้าปากเขมือบร่างของคาริเอ็นเข้าไปต่อหน้าต่อตา
“นี่เจ้า...อ้ากกกก”
คาริเอ็นกรีดร้องเสียงแหลมด้วยใบหน้าไม่อยากจะเชื่อๆก่อนที่เอเลนจะไม่ได้ยินเสียงของเขาอีก โกลด์ไวร์เวร์นคล้ายบรรลุเป้าหมายพลันยนกู่ร้องออกมาราวกับกำลังยินดีก่อนจะฟุบหมอบลงตอนนั้นเองที่เสียงของโลกก็ได้ดังขึ้น
[โกลด์ไวร์เวิร์น ทำการกลืนกินแก่นผลึกมังกร บรรลุเงื่อนไข เริ่มต้นการวิวัฒนาการ อันตราย]
**********************************************************************
แวะเอาตอนใหม่มาส่งครับ
Zero Times