จ๊ะจ๋าพูดไม่ออก เพราะถ้าตอบตกลง ก็หมายถึงเธอต้องหลบอยู่ในมุมอับกับหนุ่มแปลกหน้า แต่ความกลัวฆาตกรนั้นมีมากกว่า จึงดลบันดาลให้สาวน้อยยอมทำตาม
“ตกลงค่ะ ไปกันเลย พี่ตำรวจ ”
นายตำรวจร่างสูงยิ้มมุมปาก อันจะตีความว่าเย้ยหยัน ก็พอได้ หรือแปลว่าให้กำลังใจ ก็ไม่ผิดนัก จากนั้นก็นำทางไปยังริมระเบียง
“แอ๊ด….” เสียงเปิดประตูดังขึ้น และทันทีที่ทวารถ่างออกจนสุด ก็เผยให้เห็นพื้นที่ทรงครึ่งวงกลม ซึ่งกว้างประมาณห้าตารางเมตร
“ว้าย….ลมเย็นจังเลย ” จ๊ะจ๋ายกมือขึ้นป้องใบหน้า เพราะโดนสายลมพุ่งปะทะเข้าอย่างจัง ทำให้เส้นผมประมาณติ่งหูปลิวไสว
“ เอ้า รีบๆเถอะครับ เดี๋ยวนายหรั่งออกมา จะเสียแผนซะเปล่าๆ ” นายตำรวจที่ก้าวออกมาก่อน รีบหันไปเร่งเร้าสาวน้อย
เหมือนจ๊ะจ๋าจะเกิดลางสังหรณ์บางอย่าง คล้ายสิงสาราสัตว์ที่รู้ตัวว่าเข้าใกล้มรณะภัย จึงเกิดลังเลใจอย่างรุนแรง
“เอ….ทำไม จู่ๆเราถึงอยากออกจากที่นี่ ”
พอนายตำรวจร่างสูงเห็นสาวน้อยยืนนิ่ง สีหน้าแสดงออกถึงความสับสน เขาจึงรีบร้องเตือน
“หรือน้องจ๊ะจ๋าอยากให้นายหรั่งออกมาเชือด รีบมาซ่อนตรงนี้เร็ว เดี๋ยวจะไม่ทันการ ”
จ๊ะจ๋าสะบัดหน้าอยู่หลายที เพื่อขับไล่หลากอารมณ์ในมโนทวาร แล้วก้าวตามนายตำรวจร่างสูง
“แอ๊ด…ปัง ” นายตำรวจร่างสูงปิดประตูช้าๆ ท่วงท่าสงบเยือกเย็น ประดุจดังเสือร้ายที่จ้องตะครุบเหยื่อ ทว่ามุมปากกลับแสยะยิ้มที่ดูโฉดชั่ว
“ หึ หึ หึ สาวน้อย เจ้าเสร็จข้าแล้ว ”
โชคดีที่จ๊ะจ๋ายืนอยู่ข้างหลัง เลยไม่ทันเห็นความอุบาทว์ที่ปรากฏ และเชื่อเลยว่าถ้าเธอได้ประสบแม้เพียงกลิ่นไอแห่งความระยำ มีหวังต้องเสียขวัญจนช็อกอย่างแน่นอน
จ๊ะจ๋าหยุดยืนอยู่แถวราวกั้นหินอ่อน ซึ่งสูงเทียมไหล่ สองแขนยกขึ้นกอดอก เพราะรู้สึกเหน็บหนาวจากสายลมเย็นที่พัดกระพือเป็นระยะ
“บรื้อ…หนาวเหลือเกิน รู้งี้ ใส่แจ๊กเก็ตยีนส์มาดีกว่า ไม่น่าสวมแค่สายเดี่ยวเลย ” จ๊ะจ๋าได้สำนึก แต่มาคิดดูอีกที แผนแรกของเธอคือมาแหลแถวผับ จากนั้นก็หลอกล่อชายหนุ่มให้อยาก แล้วตีจาก ทว่าตอนนี้ กลับติดอยู่ริมระเบียง พร้อมตำรวจหนุ่มอีกหนึ่งนาย เพื่อดักจับฆาตรกรต่อเนื่องชื่อดัง ดังนั้น คงไม่มีใครรับมือเรื่องนี้ได้ เพราะทุกสิ่งล้วนเกินคาด
แต่ไม่ทันที่จ๊ะจ๋าจะได้ตั้งตัว ก็มีท่อนแขนล่ำสันอ้อมมาโอบเอวบาง พร้อมร่างสูงใหญ่ที่คอยบดบังทิศทางลม
“ เอ๊ะ!” จ๊ะจ๋าสะดุ้งเล็กน้อย แต่พอหันไปมอง ก็พบกับใบหน้าคมคายของนายตำรวจหนุ่ม เขากำลังโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง เพื่อป้องลมหนาว
“อุ่นขึ้นบ้างรึยังครับ น้องจ๊ะจ๋า ” นายตำรวจรูปหล่อ ยิ้มอบอุ่น สีหน้าดูห่วงใยจากใจจริง สาวน้อยเลยคลายความระวัง แต่ไม่รู้ว่าปีศาจตนใดบันดาล จึงทำให้เธอกล่าวทัดทาน
“เอ่อ…ค่ะ ดีขึ้นมากแล้ว แต่…พี่ตำรวจไม่ต้องชิดขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ”
จ๊ะจ๋าไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะพูดคำนี้ เพราะคนที่กำลังกอด คือตำรวจหนุ่มที่หล่อประมาณพระเอก แต่เธอกลับออกปากไล่ซะอย่างงั้น พฤติกรรมไว้ตัวแบบนี้ มันไม่ควรจะเกิดขึ้นกับเด็กสาวที่บ้าผู้ชายเลย กระนั้นเจ้าหล่อนก็พอรู้คำตอบ เพราะใจลึกๆคอยฟ้องว่า……อยู่ให้ไกลจากบุรุษผู้นี้ เนื่องจากเขาเป็นบุคคลอันตราย
ทว่านายตำรวจกลับไม่ยินยอม พร้อมออกแรงกอดยิ่งกว่าเดิม ปากก็งัดหน้าที่ขึ้นมาอ้าง
“แล้วน้องจ๊ะจ๋าจะให้ผมเลิกกอดได้ยังไง เพราะหน้าที่ของผู้รักษาสันติราษฎร์ก็คือ….ทำให้ประชาชนอุ่นใจ ซึ่งผมกำลังทำตรงนี้อยู่อย่างจริงจัง ”
จ๊ะจ๋ารู้สึกว่าน้ำคำของนายตำรวจดูสมเหตุสมผล ทว่าพอนึกอีกที ก็พบว่าตนกำลังเสียเปรียบอยู่นี่หว่า เพราะเธอเป็นเด็กหญิงวัย 15 แต่กลับถูกบุรุษหนุ่มเอาเปรียบ จึงเริ่มดีดดิ้น
“ ไม่นะ ปล่อยหนูเถอะ ”
“เฮ้….อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวฆาตกรต่อเนื่องหน้าหล่อ ก็ได้ยินหรอก ทีนี้ พวกเราคงถูกมันฆ่าทั้งคู่ ”นายตำรวจเริ่มขู่ หวังให้อีกฝ่ายสงบ ซึ่งก็ได้ผล สาวน้อยหวาดกลัวจนยืนนิ่งในบัดดล กระนั้นเจ้าหล่อนก็ยังไม่วายมีคำถาม
“แล้วทำไม พี่ตำรวจถึงไม่เข้าไปจับคนร้ายในห้องน้ำ มัวแต่รอแบบนี้ ไม่กลัวว่าป้าแอน เอ๊ะ! เจ๊แอนจะเป็นอันตรายเหรอ ”
“อืม…อันที่จริง พี่ก็คิดจะทำแบบนั้นอยู่เหมือนกัน แต่มันก็มีเหตุให้ลุยต่อไม่ได้ ” นายตำรวจเริ่มหว่านล้อม พร้อมก้มหน้าลงไปดอมดมเส้นผมของเด็กสาว
จ๊ะจ๋ารู้ชัดว่านายตำรวจกำลังทำสิ่งใด แต่เธอพยายามไม่ใส่ใจ เพราะรู้ซึ้งถึงสันดานของผู้ชาย แต่ก็ยังไม่วายถามถึงปริศนาที่อีกฝ่ายทิ้งให้สงสัย
“แล้วเหตุผลที่ทำให้พี่ลุยต่อไม่ได้คือ….อะไร ”
“ หึ หึ หึ ช่างสงสัยจังเลยนะ สาวน้อย ”
เหมือนจ๊ะจ๋าจะได้ยินเสียงหัวเราะและพึมพำที่แผ่วเบาของตำรวจหนุ่ม จึงออกปากถาม
“ เอ๊ะ! เมื่อกี้ พี่พูดว่าอะไรนะ ”
แต่ไม่ทันที่สาวน้อยจะได้คำตอบ นายตำรวจหนุ่มก็ก้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างหู อันส่งผลให้เธอขนลุกไปทั่วทั้งตัว ส่วนถ้อยวาจาที่เขาปล่อยออกมาก็คือ…..
“เหตุผลที่ลุยต่อไม่ได้ เพราะพี่อยากมีเวลาอยู่กับน้องจ๊ะจ๋าสองต่อสองไง ”
ถึงตอนนี้ จ๊ะจ๋ารู้แล้วว่า…ทำไมถึงระแวงนายตำรวจผู้นี้มาตลอด เพราะบุรุษร่างสูงคิดจะเคลมสวาทเธออยู่นั่นเอง จึงออกแรงดิ้นสุดกำลัง ปากก็แผดเสียงแหลมเล็ก แบบไม่กลัวว่าใครจะได้ยิน
“กรี๊ด….ปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ตำรวจโรคจิต ”
แต่ไม่ทันที่จ๊ะจ๋าจะได้แหกปากจนสุดหลอด นายตำรวจก็รีบรุดเข้ามาประกบปากจูบอย่างดุเดือด ทำให้สาวน้อยตกใจจนสตั้น
“อื้อ….แก ปล่อยนะ ไอ้ตำรวจบ้ากาม ” พอสาวน้อยตั้งตัวได้ เธอก็สะบัดหลุด แต่นายตำรวจยังตามมาจูบต่อ
“อื้อ…อ่อยอั้นนะ (ปล่อยชั้นนะ) ” เสียงของสาวน้อยดังอู้อี้ในลำคอ ดวงตาฉายแววตื่นกลัวอย่างชัดเจน แต่ไม่นาน จ๊ะจ๋าก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อพบว่าภูเขาเนื้อคู่งามที่แสนภาคภูมิ กำลังโดนสองมือหยาบใหญ่เคล้นคลึงอย่างเมามัน
รสสัมผัสของตำรวจโฉด ทำให้สาวน้อยรู้สึกเจ็บเสียวอย่างรุนแรง และจากการเล้าโลมสุดถ่อย ส่งผลให้ร่างบางของจ๊ะจ๋าเริ่มอ่อนระทวย
“ ไม่นะ ทำไมแรงกายของเราถึงได้ถดถอยลง หรือเป็นเพราะโดนลีลาของไอ้ตำรวจบ้ากาม แต่จะว่าไป ชั้นเชิงของมันก็พอตัว หรือจะปล่อยเลยตามเลย” จ๊ะจ๋าเกิดความลังเลอีกครั้ง แรงดีดดิ้นที่เคยหนักข้อ จึงแผ่วลง สุดท้ายก็กลายเป็น......ขัดขืนแค่พอเป็นพิธี
พอสาวน้อยเริ่มเบามือลง ก็เปิดช่องให้ตำรวจหนุ่มหน้าเข้มแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ เขาจึงใช้มือขวาล้วงเข้าไปในสายเดี่ยว เพื่อบีบเคล้นเนื้อแท้ ส่วนนิ้วมือซ้ายแอบยื่นไปบดบี้ติ่งไตบนยอดทรวง
จ๊ะจ๋าอ่อนแรงลงไปอีกระดับ ทำให้เธอเลิกขัดขืนไปโดยปริยาย นายตำรวจหนุ่มจึงโชว์ลีลาจูบแบบเต็มฝีมือ
“อื้อ…..” สาวน้อยร้องอู้อี้จนฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าอ่อนเยาว์แลเคลิบเคลิ้ม ลิ้นของทั้งสองก็แอบพันตูกันอยู่ภายใน จนไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร
เหมือนนายตำรวจหนุ่มจะทิ้งสันดานเดิมตอนเป็นมนุษย์ไม่ได้ จึงไม่ยอมสวาปามอาหารจานโปรดในทันที ทั้งที่มีช่องฝังเขี้ยวอยู่หลายหน เพราะเขาต้องการส่งเด็กสาวขึ้นสวรรค์ จึงก้มลงมาดูดเลียลำคอสลับติ่งหู สร้างความกระสันแก่จ๊ะจ๋าอย่างมากมาย เพราะจุดนั้นคือศูนย์รวมแห่งอารมณ์
“อ้า…..อืม….” จ๊ะจ๋าเริ่มแลบลิ้นเลียปาก สีหน้าแสดงออกว่ารัญจวนถึงขีดสุด แต่ก่อนจะได้ทำอะไร เธอก็ถูกหมุนตัวให้กลับมาประจัน
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก….” สาวน้อยหอบถี่ ใบหน้าขาวนวลที่อ่อนเยาว์ แปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ ดวงตากลมโตแฝงแววเชื้อเชิญ
ด้วยท่วงท่าที่เหมือนกวักมือเรียก จึงทำให้นายตำรวจรุกคืบด้วยการรุดเข้ามาจูบปาก สองมือลูบไล้ไปทั่วเรือนกายขาวเนียน และพอหนำใจ มันก็เลื้อยลงต่ำไปนัวเนียแถวโคนขาอ่อน
ใบหน้าของจ๊ะจ๋าเชิดสูง กายบางกระตุกแรง พร้อมแอ่นเอวขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อรับรสสัมผัสจากมือมารอย่างเต็มที่
นายตำรวจแลบลิ้นเลียปาก เพราะนึกชอบใจที่เห็นเหยื่อนางนี้ เตลิดหนักจนยินยอมให้เขาย่ำยี นับว่าเป็นเด็กสาวที่ร่านพอตัว
“ หึ หึ หึ ทะยานอยากขนาดนี้ กูจะทิ่มมึงให้ยับจนนับแผลไม่ได้เลย” ความคิดหฤหื่นผุดขึ้นมาในสมอง นายตำรวจหนุ่มจึงยกขาขวาของเด็กสาวขึ้นมาระดับเอว
“ว้าย…..” เด็กสาวตกใจจนเผลอกรีดร้องออกมา เพราะการแหกขาแบบนี้ ทำให้ชายกระโปรงสั้นที่สวมใส่ ร่นสูงถึงเอวไปโดยปริยาย
ด้วยความที่อันแดร์แวร์ผืนนั้นทั้งบางและรัดติ้ว จึงปรากฏรูปทรงของแปรงนาอย่างชัดเจน ทำให้นายตำรวจร่างสูงถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ
“เฮือก…เห็นเอวบางร่างน้อยแบบนี้ แต่ก็ดูใหญ่โตเกินวัย ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
