มนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    ตอนที่ 25 สยิวปนสยอง

           เหมือนอาจารย์หนุ่มจะสัมผัสได้ว่าสาวหมวยกำลังจิตตก จึงปลอบประโลมด้วยกระแสเสียงที่แผ่วเบาและเยือกเย็น 


    “ ไม่ต้องตื่นตระหนก  นี่เป็นแค่ของที่ข้าบูชาและปลุกเสกขึ้นมาเท่านั้น ไม่มีอันตรายต่อเจ้าหรอก  นั่งลงเถอะ จะได้สนทนากัน ” 


    “ อ่า……ค่ะ….” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่หมวยสาวก็ยังไม่คลายกังวล  เลยอิดเอื้อนอยู่พักนึง ก่อนจะนั่งลงบนเสื่อที่อาจารย์หนุ่มปูให้ 


    “ ตึก  ตึก  ตึก…..”หัวใจของซิ้มเต้นตุ้มๆต่อมๆ  เพราะตอนนี้กำลังนั่งประจันหน้าอยู่กับเด็กหนุ่มผู้ตั้งตัวเป็นหมอผี แถมยังอยู่ในห้องกันสองต่อสองอีกต่างหาก 


    “ นี่เขาจะทำมิดีมิร้ายชั้นเหมือนไอ้แก่บ้ากามคนนั้นมั้ย ” 

               


           พอสิ้นความคิด  อาจารย์หนุ่มก็กล่าวขึ้นมาคำนึง ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่ซิ้มคิดแบบไม่มีผิดเพี้ยน 


    “ ไม่ต้องกลัว  ข้าไม่ใช่พวกสวะที่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ของตัวเอง” 


    “ เอ๊ะ!  อาจารย์….รู้ได้ไง” นี่เป็นอีกครั้งแล้วที่สาวหมวยตกใจ  เพราะอาจารย์หนุ่มตรงหน้าทำเรื่องเหลือเชื่อ ด้วยการล่วงรู้ในสิ่งที่คิด  เขาเลยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยอาการสงบ 


    “ ที่เป็นเช่นนี้  เพราะผีพรายที่เลี้ยงไว้ มันคอยบอกข้าอยู่ตลอดว่าเจ้าคิดอะไร ” 

               


            คำตอบนั้นยิ่งทำให้สาวหมวยหวาดผวายิ่งกว่าเดิม  เธอจึงเริ่มหันซ้ายแลขวา  ดวงตาเรียวแปรเปลี่ยนเป็นเบิกโพลง ปากก็ร้องโวยเสียงดัง 


    “ เหวอ….ก็หมายความว่า….ที่นี่มีผีเหรอ อาจารย์ ” 


    “ ใช่แล้ว  และมันก็รายล้อมรอบตัวเรา ” อาจารย์หนุ่มกล่าว  สีหน้าดูเย็นยะเยือกแบบแปลกๆ 

              


           ซิ้มยอมรับว่า…..แต่เดิม  เธอก็เป็นคนกลัวผีระดับหกดาวอยู่แล้ว  ยิ่งมาเจอสถานการณ์ที่ชวนขนลุกขนาดนี้ ความสยองยิ่งเพิ่มพูนเป็นเท่าทวี  หมวยสาวจึงเตรียมจะลุกขึ้นยืน แล้วเผ่นหนีในบัดดล 


    “ เหวอ….อยู่ไม่ได้แล้ว  หนูขอลาขาด” 

               


            แต่ก่อนที่หมวยสาวจะได้จรลีตามประสงค์  อาจารย์หนุ่มก็ถลึงตาขึ้นมา พร้อมร้องตะโกน 


    “ หยุด…อย่าเพิ่งไปไหน ” 

                 


            สิ้นคำประกาศิต  กายขาวอวบก็ทรุดฮวบลงมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน สองขาถ่างกว้างจนสุดหล้า  เผยให้เห็นเป้าโหนกนูนที่ซ่อนตัวตนอยู่ในยีนส์สั้นรัดรูป 


    “ ฮ้า…บ้าน่า  นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเราถึงสิ้นเรี่ยวแรงแบบนี้ ” ดวงตาของหมวยสาวฉายแววฉงนปนสงสัย แถมยังเจือไปด้วยอาการหวาดผวา  เพราะเธอสูญสิ้นการควบคุมร่างกายโดยสมบูรณ์ 

                  


            ความหฤหื่นปรากฏบนใบหน้าขาวนวลของอาจารย์หนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งก็ไม่แปลก  ด้วยประจักษ์กับท่วงท่าที่แสนเอ๊กส์ของสาวหมวย ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม  และพอทุกสิ่งสงบลง หมอไสยศาสตร์ชื่อดังก็แจกแจงด้วยกระแสเสียงที่แผ่วเบา 


    “ ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ทำให้เจ้าอยู่ในสภาพนี้  แต่ถ้าปล่อยไป เราคงไม่ได้คุยกัน  และสิ่งที่อยากจะบอกก็คือ…..ข้าจะไม่บังคับขืนใจใครทั้งนั้น  ดังนั้นพอฟังจนจบ เจ้ามีสิทธิเลือกว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง ” 

                 


            หมวยสาวไม่ค่อยเข้าใจ  อะไรคือเดินหน้า อะไรคือถอยหลัง  และอาจารย์จะบังคับขืนใจใคร หรือว่าตัวเองคือเป้าหมายที่จะถูกคนผู้นี้ย่ำยีในลำดับถัดไป ทว่าปากดันไม่ยอมขยับ  จึงได้แต่กลอกตาไปมา 


    “ อื้อ…..” 

                  


            ทั้งที่มีสาวขาวอวบมานั่งถ่างขาโชว์อยู่ตรงหน้า  แต่อาจารย์หนุ่มยังคงนั่งขัดสมาธิในจุดเดิม ท่วงท่าดูสงบเยือกเย็น   ไม่นาน หมอไสยศาสตร์ชื่อดังก็เริ่มสาธยาย 


    “ ที่เจ้าตกอยู่ในสภาพนี้  เพราะถูกมนต์สะกดตรึงร่างกายเอาไว้ และขอบอกตามตรง  ข้ามีอิทธิฤทธิ์พอสมควร แถมยังมีบริวารที่ร้ายกาจหลายสิบตน  ดังนั้นการจะล่วงรู้ความคิด เหตุการณ์รอบตัว  จึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายดังปอกกล้วยเข้าปาก นั่นรวมถึงการทำให้สามีของเจ้ากลับมารักมาหลงดังเดิมได้อีกด้วย” 

                  


            พออาจารย์หนุ่มพูดถึงตรงนี้  หูของหมวยสาวก็ผึ่งขึ้นมาทันที เพราะการทำให้ผัวกลับมาสนใจคือยอดปรารถนา  และพอตรึกตรองได้ซักระยะ  กายขาวอวบก็กลับมาขยับได้อีกครั้ง เธอจึงรีบหุบขาเข้ามา  เพื่อหลีกหนีสภาวะที่แสนอุจาด สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย 


    “ เอ๊ะ!  เราขยับตัวได้แล้ว ”  

                   


            แต่แคลงใจได้ไม่นาน  อาจารย์หนุ่มก็เรียกร้องความสนใจด้วยการกล่าวต่อ 


    “ เอาล่ะ  ถ้าเจ้ากลับมาเป็นปกติแล้ว ข้าก็จะเริ่มอธิบายรายละเอียดต่อ ” 


    “ รายละเอียดที่ว่า…..หมายถึงขั้นตอนการทำให้ผัวของหนูกลับมาหารึเปล่าคะ” หมวยสาวทวนคำ  ถึงตอนนี้เธอเริ่มเปิดใจมากขึ้น เพราะได้เห็นอภินิหารของอาจารย์หนุ่มถึงหลายครั้ง 


    “ ใช่แล้ว  เจ้าพร้อมจะรับฟังหรือยัง ” อาจารย์หนุ่มยิ้มเล็กน้อย   

                 


            หมวยสาวยอมรับว่ารู้สึกกลัวจนอยากถอนตัว  และไม่ขอเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ชวนสยองแบบนี้อีก  แต่พอภาพผัวหนุ่มลอยมาเยือนในมโนทวาร  เธอจึงตัดสินใจเด็ดขาด พร้อมตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว 


    “ พร้อมค่ะ  อาจารย์ว่ามาเลย  ขอแค่ได้ผัวกลับมา  หนูจะยอมทุกอย่างเลย” 

              


             ทันทีที่สิ้นคำกล่าว  ก็บังเกิดแสงประหลาดในแก้วตาของอาจารย์หนุ่ม คล้ายบุรุษในยามที่เกิดแรงปรารถนา  แต่ปรากฏขึ้นแวบเดียว ก็ดับสูญไป  เหลือไว้เพียงแววที่ลึกล้ำและดำมืด แน่นอนว่ามันรวดเร็วจนหมวยสาวไม่ทันสังเกตเห็น 

              


            ภายในห้องเต็มไปด้วยความเงียบชนิดที่เข็มตก  ก็ยังได้ยิน  อันสร้างความอึดอัดแก่หมวยสาวถึงขีดสุด แต่พอเธอจะอ้าปากถาม  อาจารย์หนุ่มก็เอื้อมมือไปหยิบชุดกาน้ำร้อนโบราณที่ตั้งข้างกาย 


    “ ก่อนจะพูดคุยกัน  ก็กินน้ำชาให้สบายใจก่อนเถอะ ” 

               


             หมวยสาวอยากตวาดด่า  เพราะอาจารย์หนุ่มตรงหน้าดูเย็นใจเกินคน แต่ด้วยฤทธิ์เดชที่เขาเพิ่งแสดงออกมา  ประกอบกับกลัวว่าจะไปล่วงเกินจนอีกฝ่ายโกรธเคือง เจ้าหล่อนจึงเลือกสงบปาก  และสนองตอบอย่างนอบน้อม 


    “ อ่า…ขอบคุณค่ะ ” 

                


             อาจารย์หนุ่มยิ้มเล็กน้อย  ก่อนจะรินชาร้อนลงในจอกเล็กๆที่ทำมาจากกระเบี้องสลักลายไทย ควันลอยโขมงออกมา  พร้อมกลิ่นที่หอมฉุย ไม่ผิดแผกจากบุปผางามในสวนดอกไม้ 


    “ อืม…..เพียงแค่ได้กลิ่น  ก็รู้แล้วว่าชานี้น่าจะไม่ธรรมดา แต่จะว่าไป  ทำไมเราถึงแอบเคลิ้มนิดๆ คล้ายว่ากำลังอยู่ในภาพฝันอันเลื่อนลอย ” พอปลายจมูกสัมผัสกลิ่น ดวงตาของหมวยสาวก็เริ่มปรือลอย  ในใจปรากฏแต่ความอยากลิ้มลองรสชาติของชา และพออาจารย์หนุ่มยื่นจอกโบราณให้  เธอก็รีบยกมันขึ้นดื่ม


    “ อึก  อึก  อึก…..” 

              


            หมวยสาวกระดกเครื่องดื่มแบบไม่กลัวว่ามันร้อน  และพอวารีอุ่นๆไหลผ่านลำคอ  ความรู้สึกวูบวาบก็วิ่งแล่นไปทั่วร่างกาย พร้อมกับอารมณ์รัญจวนที่มากมายจนไม่อาจทนทาน 


    “ ฮ้า……..” 

             


            สองมือของหมวยสาวเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข  มันคอยปาดป่ายไปทั่วเรือนกายขาวอวบของตัวเอง ดวงตาปรือลอย  และในช่วงที่กระจกแห่งหัวใจใกล้จะปิดมิปิดแหล่ เธอก็เห็นเงาดำที่คล้ายบุรุษร่างใหญ่นับสิบกรูเข้ามารุมล้อม  ไม่ต้องจบด็อกเตอร์  ก็รู้ว่าพวกมันคือวิญญาณร้ายที่อาจารย์หนุ่มเลี้ยงเอาไว้ 


    “ อืม…นั่นมัน….” 

              


             ในยามปกติ  ซิ้มต้องหวาดกลัวจนกรีดร้องไปแล้ว เพราะเธอไม่ค่อยถูกโลกกับสสารไร้ตัวตนที่เรียกว่า…ผี  แต่ตอนนี้  หมวยสาวกลับแลดูชิว แถมยังยิ้มยั่วยวนเป็นเชิงเชื้อเชิญอีกต่างหาก 


    “ ฮ้า…เข้ามาสิ  พวกหนุ่มๆ” 

             


            เงาดำกลุ่มนั้นรุมเข้ามาย่ำยีตามคำขอ  พวกมันล้วนตะโบมไปทั่วเรือนกายอวบอัดที่ขาวอวบ ราวกับตายอดตายอยากมาซักล้านชาติ  ทำให้หมวยสาวเสียวซ่านจนร้องครวญเสียงดัง 


    “ ฮ้า…อืม….อื้อ….อย่าดูดตรงนั้นสิ  สยิวเหลือเกิน ” 

              


           ในวงล้อมแห่งเกมกามานั้นเอง  หมวยสาวก็เหลือบไปเห็นอาจารย์หนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ใบหน้าของเขาแลบิดเบี้ยวจนไม่ใกล้เคียงกับความเป็นคน  ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะที่คลุ้มคลั่งออกมา   


    “ ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า และการที่จะทำให้ผัวกลับมารักกลับมาหลงดังเดิม  เจ้าต้องยอมพลีกายให้สมุนของข้า ” 

               


             และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่หมวยสาวรับรู้  ก่อนจะสิ้นสติไปในที่สุด 


    …………………………….


    “ เอ๊ะ!.....” ซิ้มผวาเฮือกใหญ่  ก่อนจะลุกขึ้นมานั่ง  จากนั้นก็รีบมองไปรอบๆ ทำให้พบว่าตนกำลังนอนอยู่บนเสื่อกลางห้องทำพิธี 


    “ นี่เราเป็นอะไรไป  ทำไมถึงมานอนหลับอยู่ตรงนี้” หมวยสาวทบทวนความจำ  จวบจนย้อนถึงตอนที่ฝูงเงาดำกรูเข้ามารุมกินโต๊ะ ใบหน้าที่ขาวใสก็แปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ  เธอจึงก้มลงไปสำรวจร่างกายของตนเอง 


    “ ว้าย….เราจำได้แล้วว่าโดนอะไร  แต่ทำไมเสื้อผ้าถึงยังอยู่ครบ  แถมไม่มีร่องรอยล่วงละเมิดอีกต่างหาก”  

                


           หมวยสาวยอมรับว่าตกใจสุดๆ  แต่เธอก็จำคำพูดสุดท้ายของอาจารย์หนุ่มไม่ได้ มันคล้ายกับติดอยู่ในหัว  แต่ก็ไม่สามารถแงะออกมาใช้ ไม่นาน  ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับมีใครบางคนก้าวเข้ามา 


    “ แอ๊ด……” 

                 


            บุคคลที่ปรากฏตัวนั้นไม่ใช่ใครอื่น  แต่เป็นอาจารย์หนุ่มผู้ตั้งตัวเป็นหมอไสยศาสตร์ ใบหน้าหล่อเหลาที่ขาวเนียนยังคงเค้าของความเยือกเย็น  ก่อนจะกล่าวทักทายช้าๆ 


    “ ตื่นแล้วเหรอ  พิธีเสร็จแล้วนะ  กลับบ้านได้”            


    “ อ่า…ค่ะ….เอ่อ…แล้วค่า….” หมวยสาวดูงงๆ  ก่อนจะนึกถึงค่าจ้างที่ตนต้องจ่าย  แต่ยังพูดไม่ทันจบ อาจารย์หนุ่มก็ชิงกล่าว 


    “ สำหรับวันนี้ยังไม่คิดค่าจ้าง  ถือซะว่าช่วงทดลองวิชา ดูว่าข้าแน่จริงหรือไม่  แต่ขอเตือน….ผลของมันจะคงอยู่แค่คืนเดียวเท่านั้น ” 


    “ อ่า…ค่ะ…..”หมวยสาวตอบได้แค่นั้น  ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืน แล้วเดินจากไปแบบไร้วิญญาณ  โดยที่ไม่สนใจนายยอดซึ่งแอบจ้องมองตาเป็นมันที่หน้าเรือนไทย



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องมนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน