เหมือนอาจารย์หนุ่มจะสัมผัสได้ว่าสาวหมวยกำลังจิตตก จึงปลอบประโลมด้วยกระแสเสียงที่แผ่วเบาและเยือกเย็น
“ ไม่ต้องตื่นตระหนก นี่เป็นแค่ของที่ข้าบูชาและปลุกเสกขึ้นมาเท่านั้น ไม่มีอันตรายต่อเจ้าหรอก นั่งลงเถอะ จะได้สนทนากัน ”
“ อ่า……ค่ะ….” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่หมวยสาวก็ยังไม่คลายกังวล เลยอิดเอื้อนอยู่พักนึง ก่อนจะนั่งลงบนเสื่อที่อาจารย์หนุ่มปูให้
“ ตึก ตึก ตึก…..”หัวใจของซิ้มเต้นตุ้มๆต่อมๆ เพราะตอนนี้กำลังนั่งประจันหน้าอยู่กับเด็กหนุ่มผู้ตั้งตัวเป็นหมอผี แถมยังอยู่ในห้องกันสองต่อสองอีกต่างหาก
“ นี่เขาจะทำมิดีมิร้ายชั้นเหมือนไอ้แก่บ้ากามคนนั้นมั้ย ”
พอสิ้นความคิด อาจารย์หนุ่มก็กล่าวขึ้นมาคำนึง ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่ซิ้มคิดแบบไม่มีผิดเพี้ยน
“ ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ใช่พวกสวะที่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ของตัวเอง”
“ เอ๊ะ! อาจารย์….รู้ได้ไง” นี่เป็นอีกครั้งแล้วที่สาวหมวยตกใจ เพราะอาจารย์หนุ่มตรงหน้าทำเรื่องเหลือเชื่อ ด้วยการล่วงรู้ในสิ่งที่คิด เขาเลยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยอาการสงบ
“ ที่เป็นเช่นนี้ เพราะผีพรายที่เลี้ยงไว้ มันคอยบอกข้าอยู่ตลอดว่าเจ้าคิดอะไร ”
คำตอบนั้นยิ่งทำให้สาวหมวยหวาดผวายิ่งกว่าเดิม เธอจึงเริ่มหันซ้ายแลขวา ดวงตาเรียวแปรเปลี่ยนเป็นเบิกโพลง ปากก็ร้องโวยเสียงดัง
“ เหวอ….ก็หมายความว่า….ที่นี่มีผีเหรอ อาจารย์ ”
“ ใช่แล้ว และมันก็รายล้อมรอบตัวเรา ” อาจารย์หนุ่มกล่าว สีหน้าดูเย็นยะเยือกแบบแปลกๆ
ซิ้มยอมรับว่า…..แต่เดิม เธอก็เป็นคนกลัวผีระดับหกดาวอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอสถานการณ์ที่ชวนขนลุกขนาดนี้ ความสยองยิ่งเพิ่มพูนเป็นเท่าทวี หมวยสาวจึงเตรียมจะลุกขึ้นยืน แล้วเผ่นหนีในบัดดล
“ เหวอ….อยู่ไม่ได้แล้ว หนูขอลาขาด”
แต่ก่อนที่หมวยสาวจะได้จรลีตามประสงค์ อาจารย์หนุ่มก็ถลึงตาขึ้นมา พร้อมร้องตะโกน
“ หยุด…อย่าเพิ่งไปไหน ”
สิ้นคำประกาศิต กายขาวอวบก็ทรุดฮวบลงมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน สองขาถ่างกว้างจนสุดหล้า เผยให้เห็นเป้าโหนกนูนที่ซ่อนตัวตนอยู่ในยีนส์สั้นรัดรูป
“ ฮ้า…บ้าน่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเราถึงสิ้นเรี่ยวแรงแบบนี้ ” ดวงตาของหมวยสาวฉายแววฉงนปนสงสัย แถมยังเจือไปด้วยอาการหวาดผวา เพราะเธอสูญสิ้นการควบคุมร่างกายโดยสมบูรณ์
ความหฤหื่นปรากฏบนใบหน้าขาวนวลของอาจารย์หนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งก็ไม่แปลก ด้วยประจักษ์กับท่วงท่าที่แสนเอ๊กส์ของสาวหมวย ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม และพอทุกสิ่งสงบลง หมอไสยศาสตร์ชื่อดังก็แจกแจงด้วยกระแสเสียงที่แผ่วเบา
“ ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ทำให้เจ้าอยู่ในสภาพนี้ แต่ถ้าปล่อยไป เราคงไม่ได้คุยกัน และสิ่งที่อยากจะบอกก็คือ…..ข้าจะไม่บังคับขืนใจใครทั้งนั้น ดังนั้นพอฟังจนจบ เจ้ามีสิทธิเลือกว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง ”
หมวยสาวไม่ค่อยเข้าใจ อะไรคือเดินหน้า อะไรคือถอยหลัง และอาจารย์จะบังคับขืนใจใคร หรือว่าตัวเองคือเป้าหมายที่จะถูกคนผู้นี้ย่ำยีในลำดับถัดไป ทว่าปากดันไม่ยอมขยับ จึงได้แต่กลอกตาไปมา
“ อื้อ…..”
ทั้งที่มีสาวขาวอวบมานั่งถ่างขาโชว์อยู่ตรงหน้า แต่อาจารย์หนุ่มยังคงนั่งขัดสมาธิในจุดเดิม ท่วงท่าดูสงบเยือกเย็น ไม่นาน หมอไสยศาสตร์ชื่อดังก็เริ่มสาธยาย
“ ที่เจ้าตกอยู่ในสภาพนี้ เพราะถูกมนต์สะกดตรึงร่างกายเอาไว้ และขอบอกตามตรง ข้ามีอิทธิฤทธิ์พอสมควร แถมยังมีบริวารที่ร้ายกาจหลายสิบตน ดังนั้นการจะล่วงรู้ความคิด เหตุการณ์รอบตัว จึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายดังปอกกล้วยเข้าปาก นั่นรวมถึงการทำให้สามีของเจ้ากลับมารักมาหลงดังเดิมได้อีกด้วย”
พออาจารย์หนุ่มพูดถึงตรงนี้ หูของหมวยสาวก็ผึ่งขึ้นมาทันที เพราะการทำให้ผัวกลับมาสนใจคือยอดปรารถนา และพอตรึกตรองได้ซักระยะ กายขาวอวบก็กลับมาขยับได้อีกครั้ง เธอจึงรีบหุบขาเข้ามา เพื่อหลีกหนีสภาวะที่แสนอุจาด สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
“ เอ๊ะ! เราขยับตัวได้แล้ว ”
แต่แคลงใจได้ไม่นาน อาจารย์หนุ่มก็เรียกร้องความสนใจด้วยการกล่าวต่อ
“ เอาล่ะ ถ้าเจ้ากลับมาเป็นปกติแล้ว ข้าก็จะเริ่มอธิบายรายละเอียดต่อ ”
“ รายละเอียดที่ว่า…..หมายถึงขั้นตอนการทำให้ผัวของหนูกลับมาหารึเปล่าคะ” หมวยสาวทวนคำ ถึงตอนนี้เธอเริ่มเปิดใจมากขึ้น เพราะได้เห็นอภินิหารของอาจารย์หนุ่มถึงหลายครั้ง
“ ใช่แล้ว เจ้าพร้อมจะรับฟังหรือยัง ” อาจารย์หนุ่มยิ้มเล็กน้อย
หมวยสาวยอมรับว่ารู้สึกกลัวจนอยากถอนตัว และไม่ขอเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ชวนสยองแบบนี้อีก แต่พอภาพผัวหนุ่มลอยมาเยือนในมโนทวาร เธอจึงตัดสินใจเด็ดขาด พร้อมตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว
“ พร้อมค่ะ อาจารย์ว่ามาเลย ขอแค่ได้ผัวกลับมา หนูจะยอมทุกอย่างเลย”
ทันทีที่สิ้นคำกล่าว ก็บังเกิดแสงประหลาดในแก้วตาของอาจารย์หนุ่ม คล้ายบุรุษในยามที่เกิดแรงปรารถนา แต่ปรากฏขึ้นแวบเดียว ก็ดับสูญไป เหลือไว้เพียงแววที่ลึกล้ำและดำมืด แน่นอนว่ามันรวดเร็วจนหมวยสาวไม่ทันสังเกตเห็น
ภายในห้องเต็มไปด้วยความเงียบชนิดที่เข็มตก ก็ยังได้ยิน อันสร้างความอึดอัดแก่หมวยสาวถึงขีดสุด แต่พอเธอจะอ้าปากถาม อาจารย์หนุ่มก็เอื้อมมือไปหยิบชุดกาน้ำร้อนโบราณที่ตั้งข้างกาย
“ ก่อนจะพูดคุยกัน ก็กินน้ำชาให้สบายใจก่อนเถอะ ”
หมวยสาวอยากตวาดด่า เพราะอาจารย์หนุ่มตรงหน้าดูเย็นใจเกินคน แต่ด้วยฤทธิ์เดชที่เขาเพิ่งแสดงออกมา ประกอบกับกลัวว่าจะไปล่วงเกินจนอีกฝ่ายโกรธเคือง เจ้าหล่อนจึงเลือกสงบปาก และสนองตอบอย่างนอบน้อม
“ อ่า…ขอบคุณค่ะ ”
อาจารย์หนุ่มยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะรินชาร้อนลงในจอกเล็กๆที่ทำมาจากกระเบี้องสลักลายไทย ควันลอยโขมงออกมา พร้อมกลิ่นที่หอมฉุย ไม่ผิดแผกจากบุปผางามในสวนดอกไม้
“ อืม…..เพียงแค่ได้กลิ่น ก็รู้แล้วว่าชานี้น่าจะไม่ธรรมดา แต่จะว่าไป ทำไมเราถึงแอบเคลิ้มนิดๆ คล้ายว่ากำลังอยู่ในภาพฝันอันเลื่อนลอย ” พอปลายจมูกสัมผัสกลิ่น ดวงตาของหมวยสาวก็เริ่มปรือลอย ในใจปรากฏแต่ความอยากลิ้มลองรสชาติของชา และพออาจารย์หนุ่มยื่นจอกโบราณให้ เธอก็รีบยกมันขึ้นดื่ม
“ อึก อึก อึก…..”
หมวยสาวกระดกเครื่องดื่มแบบไม่กลัวว่ามันร้อน และพอวารีอุ่นๆไหลผ่านลำคอ ความรู้สึกวูบวาบก็วิ่งแล่นไปทั่วร่างกาย พร้อมกับอารมณ์รัญจวนที่มากมายจนไม่อาจทนทาน
“ ฮ้า……..”
สองมือของหมวยสาวเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข มันคอยปาดป่ายไปทั่วเรือนกายขาวอวบของตัวเอง ดวงตาปรือลอย และในช่วงที่กระจกแห่งหัวใจใกล้จะปิดมิปิดแหล่ เธอก็เห็นเงาดำที่คล้ายบุรุษร่างใหญ่นับสิบกรูเข้ามารุมล้อม ไม่ต้องจบด็อกเตอร์ ก็รู้ว่าพวกมันคือวิญญาณร้ายที่อาจารย์หนุ่มเลี้ยงเอาไว้
“ อืม…นั่นมัน….”
ในยามปกติ ซิ้มต้องหวาดกลัวจนกรีดร้องไปแล้ว เพราะเธอไม่ค่อยถูกโลกกับสสารไร้ตัวตนที่เรียกว่า…ผี แต่ตอนนี้ หมวยสาวกลับแลดูชิว แถมยังยิ้มยั่วยวนเป็นเชิงเชื้อเชิญอีกต่างหาก
“ ฮ้า…เข้ามาสิ พวกหนุ่มๆ”
เงาดำกลุ่มนั้นรุมเข้ามาย่ำยีตามคำขอ พวกมันล้วนตะโบมไปทั่วเรือนกายอวบอัดที่ขาวอวบ ราวกับตายอดตายอยากมาซักล้านชาติ ทำให้หมวยสาวเสียวซ่านจนร้องครวญเสียงดัง
“ ฮ้า…อืม….อื้อ….อย่าดูดตรงนั้นสิ สยิวเหลือเกิน ”
ในวงล้อมแห่งเกมกามานั้นเอง หมวยสาวก็เหลือบไปเห็นอาจารย์หนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ใบหน้าของเขาแลบิดเบี้ยวจนไม่ใกล้เคียงกับความเป็นคน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะที่คลุ้มคลั่งออกมา
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า และการที่จะทำให้ผัวกลับมารักกลับมาหลงดังเดิม เจ้าต้องยอมพลีกายให้สมุนของข้า ”
และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่หมวยสาวรับรู้ ก่อนจะสิ้นสติไปในที่สุด
…………………………….
“ เอ๊ะ!.....” ซิ้มผวาเฮือกใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นมานั่ง จากนั้นก็รีบมองไปรอบๆ ทำให้พบว่าตนกำลังนอนอยู่บนเสื่อกลางห้องทำพิธี
“ นี่เราเป็นอะไรไป ทำไมถึงมานอนหลับอยู่ตรงนี้” หมวยสาวทบทวนความจำ จวบจนย้อนถึงตอนที่ฝูงเงาดำกรูเข้ามารุมกินโต๊ะ ใบหน้าที่ขาวใสก็แปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ เธอจึงก้มลงไปสำรวจร่างกายของตนเอง
“ ว้าย….เราจำได้แล้วว่าโดนอะไร แต่ทำไมเสื้อผ้าถึงยังอยู่ครบ แถมไม่มีร่องรอยล่วงละเมิดอีกต่างหาก”
หมวยสาวยอมรับว่าตกใจสุดๆ แต่เธอก็จำคำพูดสุดท้ายของอาจารย์หนุ่มไม่ได้ มันคล้ายกับติดอยู่ในหัว แต่ก็ไม่สามารถแงะออกมาใช้ ไม่นาน ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับมีใครบางคนก้าวเข้ามา
“ แอ๊ด……”
บุคคลที่ปรากฏตัวนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอาจารย์หนุ่มผู้ตั้งตัวเป็นหมอไสยศาสตร์ ใบหน้าหล่อเหลาที่ขาวเนียนยังคงเค้าของความเยือกเย็น ก่อนจะกล่าวทักทายช้าๆ
“ ตื่นแล้วเหรอ พิธีเสร็จแล้วนะ กลับบ้านได้”
“ อ่า…ค่ะ….เอ่อ…แล้วค่า….” หมวยสาวดูงงๆ ก่อนจะนึกถึงค่าจ้างที่ตนต้องจ่าย แต่ยังพูดไม่ทันจบ อาจารย์หนุ่มก็ชิงกล่าว
“ สำหรับวันนี้ยังไม่คิดค่าจ้าง ถือซะว่าช่วงทดลองวิชา ดูว่าข้าแน่จริงหรือไม่ แต่ขอเตือน….ผลของมันจะคงอยู่แค่คืนเดียวเท่านั้น ”
“ อ่า…ค่ะ…..”หมวยสาวตอบได้แค่นั้น ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืน แล้วเดินจากไปแบบไร้วิญญาณ โดยที่ไม่สนใจนายยอดซึ่งแอบจ้องมองตาเป็นมันที่หน้าเรือนไทย
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
