ว่าไงทุกท่านผมชื่อว่าฟัวร์โก้คาลดินาเร่ อายุ16ปี เป็เด็กม.ปลายปี1ธรรมดาๆทั่วไปครับ ผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถคุยเป็เพื่อนได้นานนักเพราะตอนนี้ผมกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากฉะนั้นเอาเป็ว่าสิ่งที่ทุกท่านกำลังจะได้อ่านต่อจากนี้คือการเดินทางของพวกเราไม่ใช่แค่ผมแต่เป็พวกเราการเดินทางอันไม่เสร็จสมบูรณ์ของเหล่าวีรชนผู้ไล่ตา-(พอๆเดี๋ยวเขารู้กันพอดีว่าคนเขียนชอบเล่นเกมอะไร)อะแฮ่มเอาเป็ว่านี้คือการเดินทางของเหล่าคนที่ถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องกลายเป็วีรบุรุษบางคนปรารถนาชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป บางคนปรารถนาเงินทอง บางคนปรารถนาความตายถ้าหากทุกท่านพอจะมีเวลาละก็โปรดเฝ้ามองการเดินทางของพวกเราด้วยนะครับ
(บอกว่าจะไม่ยาวแต่นี้ก็ยาวใช้ได้เลยแหะ...)
------------------------------
แย่ละสิโดนประกบหน้าหลังแบบนี้หาช่องวิ่งลอดผ่านั์พวกนี้ไปไม่ได้เลยแหะแถมยังขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆอีกด้วย
อาจจะต้องพลีชีพก็ได้... แต่ว่าให้ตายยังไงก็ไม่มีวันปล่อยสิ่งที่อยู่ในมือคู่นี้ไปเด็ดขาด!
“ฟัวร์โก้!”
เสียงของเพื่อนร่วมทีมะโชื่อตัวเองมาจากด้านหลังของั์เขาวิ่งพร้อมกับชูมือขึ้นมาให้เห็น
ใช่แล้วเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเรายังมีเหล่าพวกพ้องที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้คอยเป็กำลังให้!
จงรับไปซะ!นี้นะคือพลังของมิตรภาพยังไงล่ะ!!!
“เคยามะ!”
ลูกบอลที่อยู่ในมือถูกส่งลอดหว่างขาของั์ไปที่มือของเคยามะได้สำเร็จต้อนนี้ถึงเวลาพลิกกลับของพวกเราแล้ว!
“ไปเลยเคยามะพยายามเข้า!”
เคยามะที่รับบอลได้นั้นไม่รอช้าเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนมาอยู่ในแดนของฝั่งตรงข้ามได้สำเร็จแล้วทำการปิดเกมด้วยดังค์อันสมบูรณ์แบบ
เสียงนกหวีดหมดเวลาของกรรมการดังขึ้นสกอร์หยุดอยู่ที่53-51
“โอ้ววววว!!!!!!!!!!!”
“อะไรกันโถ่เอ้ย!”
ตอนนี้รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงกู่ร้องแห่งชัยชนะและเสียงโอดครวนของความพ่ายแพ้
“เยส!พวกเรานี้ตึงจัดเลยโว้ยยยยย!”
“Nice Pass ฟัวร์โก้”
“นายเองก็ดังค์ได้สวยมากเคยามะ”
พวกเราแปะมือกันพร้อมชมอีกฝ่ายไปด้วยคนอื่นๆในทีมก็เดินเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกันไม่ขาดสายหลังทำความเคารพคู่แข่งเสร็จพวกเราก็ออกไปนั่งพักที่ข้างสนามเพราะถึงตาห้องถัดไปลงแข่งแล้ว
“สุดยอดสมแล้วที่เป็ชินคุงของเค๊า!”
“อะ มายะตอนนี้ตัวฉันเหม็นเหงื่ออย่าพึ่งเข้ามาใกล้นะ”
“ไม่เห็นเหม็นเลย!กลิ่นของชินคุงนะไม่ว่าจะเป็แบบไหนฉันก็ชอบน่ะ”
ผู้หญิงคนที่โผกอดเคยามะจากด้านหลังชื่อของเธอคือ ซาซากิ มายะ แฟนของเคยามะ ชินจิทั้งสองถือว่าเป็คู่รักที่มีชื่อเสียงในโรงเรียนเพราะทั้งคู่หน้าตาค่อนข้างดีแถมยังเป็มิตรเข้ากับคนอื่นง่ายทำให้เป็ที่ชื่นชอบของคนส่วนใหญ่
แต่ทั้งสองคนเองก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียอยู่เลย
“กร็อด กร็อดเ้าเคยามะไอสารเลวมีแฟนไม่พอมาจีบกันต่อหน้าอีกอิจฉาเว้ยเห้ยย”
“ช่วยด้วยเลิฟๆออร่าวันนี้มันช่างรุนแรงเอื้อก”
ทั้งสองคนเวลาอยู่ด้วยกันมักจะเข้าไปในโลกของสองเราแบบไม่สนใจรอบข้างจนเหล่าคนโสดทั้งหลายแหล่โดนผลกระทบไปตามๆกัน
ผมเคยบอกพวกเขาให้เพลาๆเื่จีบกันที่โรงเรียนอยู่บ้างก็จริงแต่ผ่านไปไม่นานก็กลับเป็เหมือนเดิม
“ขอทีเถอะพวกนายช่วยหยุดทำให้คนอื่นเขาสำลักน้ำตาลสักทีได้ไหม”
“เอ๊-- นี้พวกฉันก็เบาลงจากตอนที่อยู่ด้วยกันสองคนมากแล้วนะ”
“ช่างเถอะฉันมันโง่เองที่ขอให้พวกเธอเลิกจู๋จี๋กันไปซื้อน้ำแป๊ปหนึ่งเดี๋ยวมานะจะเอาอะไรไหมเคยามะ?”
“ขอโคล่า”
“ส่วนฉันขอน้ำผลไม้นะ!”
ไม่ได้ถามเธอสักหน่อยอยากจะพูดแบบนั้นอยู่หรอกแต่คงโดนพูดสวนกลับมาอยู่ดี
ผมเดินออกจากโดมพละไปที่ตู้ขายน้ำอัตโนมัติหน้าประตูใน่เลี้ยวตรงประตูมันเป็จุดอับสายตาทำให้มองไม่เห็นคนที่เดินอยู่อีกฝั่งเลยมักจะมีคนชนกันตรงนี้เป็ประจำเห็นว่าถึงขั้นมีข่าวลือว่าชายหญิงที่บังเอิญชนกันตรงนี้ในอนาคตจะกลายเป็คู่รักกันอยู่ด้วย
แต่ข่าวลือก็เป็แค่ข่าวลือชายหญิงที่ชนกันตรงนี้แล้วได้คบกันเห็นมีแค่สองคู่เองมั้ง
ระหว่างคิดเช่นนั้นตอนที่จะเลี้ยวไปตู้กดน้ำก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินตัดมาพอดี
“โอ๊ะโอ๋”
“อุ๋ย!”
โชคดีที่เราทั้งคู่หยุดร่างกายตัวเองได้ก่อนที่จะชนกันก็เลยไม่มีใครได้รับาเ็
ไอประตูเวรนี้มันต้องถูกส่งเื่ร้องเรียนสักครั้งแล้วมั้ง
“โทษทีไม่าเ็ตรงไหนใช่ไหมฮิโตมิ”
“ค่ะโชคดีที่หยุดได้ทันก่อนจะชนน่ะฟัวร์โก้คุง”
ผู้หญิงผมยาวสีม่วงแกมน้ำเงินนิดหน่อยคนนี้คือ ฮิโตมิ อายากะเป็เพื่อนร่วมห้องและเป็คนที่นั่งข้างผมในห้องเรียน
เธอคนนี้ก็เป็อีกหนึ่งคนที่มีชื่อเสียงในโรงเรียนด้วยหน้าตาที่สะสวยและกิริยามารยาทงดงามอ่อนโยนแถมใจดี เรียนก็เก่งกีฬาก็ดีแถมยังทำอาหารอร่อยสุดๆรู้จักการวางตัวไม่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามอึดอัดแถมยังมีวาทศิลป์ใช้ตอบกลับตอนโดนพวกที่ไม่ชอบขี้หน้ามาตอแยถ้าจะให้พูดเธอคนนี้เกือบจะเป็perfect girl เลยล่ะ
“มาซื้อน้ำเหรอ?”
“ใช่ๆว่าแต่เธอเถอะน้ำชาอีกแล้วเหรอกินทุกวันเลยนะ”
“ฉันจะกินแต่น้ำชาก็เื่ของฉันแล้วก็ถ้าจะให้เดานายคงจะซื้อโซดาเหมือนเดิมสินะ”
“เดี๋ยวสิทำไมถึงรู้ล่ะ”
“เช้า กลางวัน เย็น ถ้ามีตู้กดน้ำนายก็ซื้อแบบเดิมตลอด”
“กลางวันกับเย็นนะพอเข้าใจแต่เธอรู้ได้ยังไงกันว่าฉันดื่มแบบนั้นตอนเช้าด้วย? ฉันจำได้ว่าปกติเธอมาโรงเรียนหลังฉันนะ”
“คาดเดาจากพฤติกรรมการกินของนายไงล่ะ”
“เป็หมอดูรึเธอ”
“ไม่ต้องเป็ก็รู้ย่ะ ไม่รบกวนนายแล้วดีกว่าขอตัวนะ”
“อืม แล้วเจอกัน”
เธอเดินจากไปด้วยท่าทางสมกุลสตรีเช่นเคยแต่พอเข้าไปได้ไม่ทันไรก็โดนพวกผู้ชายห้องอื่นที่ดูการแข่งบาสอยู่เข้ามาทักทันทีและก็ตามสเต็ปเธอตอบกลับอย่างเ็าอ๊ะดูเหมือนผู้ชายคนหนึ่งจะไม่ยอมง่ายๆแหะอยู่ๆก็เข้าไปจับไหล่เธอเฉยเลยชะตาขาดแล้วนะนายนั้นไงๆโดนเธอใช้สายตาอำมหิตจิตสังหารเข้าให้แล้วเห็นไหมเ้าโง่เอ้ย
เื่แบบนี้มีให้เห็นจนชินตาอยู่ตลอดเป็คนดังนี้ลำบากแย่เลยนะเอาละเราเองก็รีบๆซื้อน้ำให้เสร็จดีกว่า
จริงสิผมยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลยสินะ
อย่างที่ทราบชื่อของผมคือ ฟัวร์โก้คาลดินาเร่ เป็ชาวอิตาลี่ที่ย้ายมาอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นของผมน่ะเหรอ? คงเป็ปลายผมที่เป็สีขาวของผมนั้นแหละเดิมทีแล้วมันก็เป็สีดำปกติอยู่หรอกแต่อยู่มาวันหนึ่งมันก็กลายเป็สีขาวเฉยเลยผมอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งใกล้กับโรงเรียน ไม่มีพ่อแม่
เื่ของผมเอาไว้แค่นี้ก่อนเถอะหิวน้ำจะแย่แล้ว
“อะ อ้าว โซดาหมดซะงั้น”
“ฟัวร์โก้คุง!”
มีเสียงะโเรียกมาจากข้างหลังพอหันไปก็เจอฮิโตมิชูกระป๋องโซดาขึ้นพร้อมยิ้มแบบขี้เล่นนิดๆ
“หน่อยยัยนี้”
เมื่อกริ๊งคาบเรียนสุดท้ายดังขึ้นทุกคนก็กำลังเตรียมตัวกลับบ้านกัน
“ฟัวร์โก้วันนี้ไปคาราโอเกะกันไหม?”
“โทษทีนะแต่ฉันนัดกับคุณอาราตะเอาไว้แล้วนะเอาเป็พรุ่งนี้แทนแล้วกัน”
“เหรอถ้าเป็คุณอาราตะก็ช่วยไม่ได้งั้นวันนี้ฉันไปเดทกับมายะแค่สองคนก็แล้วกัน คุณฮิโตมิดูแลเ้าหมอนี้ด้วยนะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“งั้นฉันขอตัวไปรับมายะที่ห้องก่อนนะแล้วเจอกัน”
“เออเจอกันส่งยัยซาซากิให้ถึงบ้านตัวเองด้วยล่ะไม่ใช้พากันเข้าโรงแรม”
“หนวกหูน่า”
ว่าแล้วเคยามะก็วิ่งออกจากห้องไปไม่นานหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงซาซากิะโออกมาว่า'ชินคุ๊งงงงงง'มาแต่ไกล
คู่นี้มันรักกันดีจริงๆคนที่อยู่ตรงทางเดินก็เตรียมรับเลิฟๆออร่าไปน่ะ
“พวกเขารักกันดีเหมือนเดิมเลยนะฮ่าฮ่าฮ่า”
“ปล่อยพวกมันไปเถอะเอ้าไปกันเลยไหมฮิโตมิ”
“ก่อนกลับขอซื้อวัตถุดิบสำหรับมือเย็นก่อนนะ”
“ได้สิเพราะยังไงฉันก็ได้กินด้วยนี่นะ”
พวกเราเดินไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ระหว่างทางเพราะมันอยู่ใกล้โรงเรียนก็เลยมีนักเรียนโรงเรียนเดียวกันอยู่จำนวนหนึ่ง
พอพวกเขาเห็นพวกเราสองคนอยู่ด้วยกันก็เริ่มซุบซิบกันถ้าให้เดาหัวข้อสนทนาคงจะเป็ 'นี้ดูสิสองคนนั้นอยู่ด้วยกันอีกแล้ว' บ้างล่ะไม่ก็ 'ข่าวลือที่ว่าสองคนนั้นคบกันอยู่เป็ความจริงสินะ' บ้างล่ะเฮ้อพวกนั้นน่าจะชินกันได้แล้วน่ะ
แต่นี้ก็ยังถือว่าดีกว่าตอนแรกเยอะล่ะนะคราวนั้นเป็ข่าวครึกโครมใหญ่โตไปทั้งโรงเรียนก็ยังดีที่ฮิโตมิไม่ได้คิดอะไรมากกับเื่นั้นล่ะนะ
ดูเหมือนว่าฮิโตมิหยุดยืนดูอะไรสักอย่างอยู่
“หืม”
ไข่ไก่ลดราคาจำกัดจำนวนคนละสองแพงเท่านั้นวันนี้วันเดียว!
อ้อเก็ตละจะว่าไปของลดราคาแบบนี้เป็จุดอ่อนของเธอเลยสินะ
ผมหยิบไข่ไก่สี่แพงมาใส่ไว้ในตะกร้าตอนจ่ายก็แค่จ่ายแยกบิลเอาก็พอ
“เธอติดหนี้ฉันนะเพราะงั้นอาหารเย็นวันนี้ขอเป็แกงกะหรี่แสนอร่อยฝีมือเชฟฮิโตมินะ”
“ฉันคิดจะทำแกงกะหรี่ให้ั้แ่แรกแล้วล่ะวันนี้นายชนะการแข่งระหว่างห้องนี่”
“จริงเหรอแต้งกิ้วน่ะ!”
“แล้วก็เลิกพูดอวยฉันแบบนั้นเถอะมันน่าอายนะ”
"ก็มันจริงนี่อาหารของเธอเอาไปทำขายในร้านอาหารดังๆยังได้เลยน่ะ"
"ชมกันเกินไปแล้วย๊ะฉันขอตัวไปดูอย่างอื่นก่อนนะ"
เธอเก็บทรงทำเป็ไม่รู้สึกอะไรแล้วรีบเดินไปโซนขายเนื้อ
ผมนึกถึงภาพของเธอที่เขินอายตอนโดนชมเมื้อสักครู่คนอะไรทั้งสวยทั้งน่ารักเพราะงี้แหละถึงเลิกแหย่เธอเล่นไม่ได้
พวกเราหาของที่ต้องซื้อจนครบแล้วไปชำระเงินที่แคชเชียร์
"เอ้าเอาถุงมาซิ"
"ฉันว่าฉันเคยบอกไปหลายครั้งแล้วนะว่าถือเองได้น่ะ"
"ฉันเองก็บอกไปแล้วหลายครั้งเหมือนกันว่าเดี๋ยวถือของให้"
ว่าแล้วผมก็ไปคว้าถุงมาจากมือของเธอมันก็ไม่ได้หนักอะไรมากหรอกแต่เธอเป็คนที่คอยทำอาหารให้กินในตอนเย็นถ้าผมเอาแต่กินอย่างเดียวมันรู้สึกผิดแปลกๆอย่างน้อยก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระของเธอบ้าง
"ถ้าไม่รีบเดี๋ยวพ่อของเธอก็รอนานหรอก"
"เข้าใจแล้วน่าเอ่อแล้วก็...ขอบคุณนะ"
"ด้วยความยินดี"
"ย้าก!"
เสียงไม้กระทบกันดังก้องไปทั่วในห้องปูเสื่อทาทามิชายสองคนในชุดเคนโด้กำลังดวลกันโดยมีผู้หญิงคนหนึ่งคอยเป็กรรมการ
ผู้เล่นฝ่ายแดงเริ่มทำการรุกกลับผู้เล่นฝ่ายขาวอย่างต่อเนื่องแต่ผู้เล่นฝ่ายขาวก็ปัดป้องการโจมตีได้ทุกครั้ง
เมื่อเห็นว่าการโจมตีของตัวเองไม่ได้ผลผู้เล่นฝ่ายแดงจึงหยุดการโจมตีแล้วถอยไปตั้งหลักเพื่อดูเชิง
ผู้เล่นฝ่ายขาวเห็นช่องว่างดังนั้นจึงเริ่มทำการรุกใส่ผู้เล่นฝ่ายแดงโดยการฝาดไปที่ลำตัวแต่ผู้เล่นฝ่ายแดงได้ขยับลำตัวเล็กน้อยเพื่อหลบการโจมตีนั้นแล้วฝาดดาบไม้เข้าไปที่ศรีษะของฝ่ายขาวผู้เล่นฝ่ายขาวที่ขาดเดาเอาไว้อยู่แล้วจึงดึงดาบกลับมาป้องกันการโจมตีได้ทันแล้วฝาดดาบใส่ศรีษะของฝ่ายแดงอย่างรวดเร็ว
"ได้แต้ม ผู้ชนะคือฝ่ายขาว"
เมื่อการดวลสิ้นสุดลงผู้เล่นทั้งสองก็ถอดหมวกออก
"แฮ่ก แฮ่กรู้อยู่แล้วสินะครับว่าจงใจเปิดช่องว่าง"
"ถูกต้องปกติแล้วเธอมักจะปกปิดช่องว่างของตัวเองเอาไว้เป็อย่างดีเสมอฉะนั้นการที่ช่องว่างนั้นถูกเปิดเผยออกก็แปลว่าเธอจงใจไงล่ะ"
"แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นก็เถอะการชักดาบกลับมาป้องกันแล้วโจมตีต่อทันทีในเวลาไม่ถึง1วิเนี้ยมันก็เกินไปนะครับ"
ถ้าเขาโจมตีตอบโต้ช้ากว่านี้สัก1วินาทีเราเองก็พอจะป้องกันได้ทันแต่ถึงจะกันได้เขาคงหักเหทิศทางการลงดาบไปโจมตีจุดอื่นอยู่ดีคุณอาราตะสมแล้วจริงๆ
อ้อจริงด้วยลืมแนะนำตัวเขาไปเลยชายวัยกลางคนที่มีดผมยาวสีดำเอาไว้คนนี้มีชื่อว่า ฮิโตมิ อาราตะเป็เ้าของโรงฝึกเค้นโด้และพ่อแท้ๆของฮิโตมิตอนเปิดภาคเรียน่แรกๆผมตั้งใจจะเข้าชมรมเคนโด้เพราะผมค่อนข้างชื่นชอบการใช้ดาบของญี่ปุ่นมาแต่ไหนแต่ไรแล้วแต่ก็มาเอารู้ทีหลังว่าโรงเรียนที่เรียนอยู่นั้นไม่มีชมรมเคนโด้ในตอนที่เดินคอตกกลับบ้านก็ไปบังเอิญเจอโรงฝึกเคนโด้แห่งนี้เข้าพอลองแอบเข้าไปดูก็ได้เจอกับคุณอาราตะกำลังนั่งสมาธิอยู่
โชคดีที่ตอนนั้นเขาไม่ได้ว่าอะไรแถมยังเสนอสอนเคนโด้ให้กับผมที่เป็ชาวต่างชาติอีกด้วยและนั้นเองก็เป็จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างผมกับฮิโตมิด้วยเหมือนกัน
"แต่ฟัวร์โก้คุงก็เคลื่อนไหวได้ดีขึ้นมากแล้วนะเมื่อเที่ยบกับเมื่อหนึ่งเดือนก่อนอีกไม่นานคงแซงหน้าฉันไปแน่"
"ทั้งหมดเป็เพราะได้รับการสั่งสอนจากคุณอาราตะครับต่อจากนี้ไปผมก็จะเรียนรู้จากคุณอาราตะอีกเยอะๆเลย"
คุณอาราตะเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ทำเขาพยักหน้าให้แล้วเดินออกไปพักผ่อนที่สวน
นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเป็แบบนั้นพอลองถามเขาดูก็ตอบกลับมาแค่ว่า 'ไม่มีอะไรมากหรอก' ทุกครั้ง
หรือว่าเขาจะ...
"จึ๋ย!"
อยู่ดีๆก็มีอะไรเย็นๆมาจี่แก้มของผมพอหันไปก็พบกับฮิโตมิที่ถือน้ำเปล่าอัดลมอยู่ในมือ
"เหนื่อยหน่อยนะ"
เธอพูดพร้อมกับส่งยิ้มมาให้
"ไม่หรอกแค่เห็นใบหน้าแสนสวยของเธอฉันก็หายเหนื่อยแล้วละ"
"ถ้าพูดแบบนั้นได้ละก็แปลว่าไม่้ามื้อเย็นแล้วสินะ"
"ตะ ้าครับ! ยกโทษให้ด้วยนะครับ!ว่าแต่ทำไมคราวนี้เธอถึงไม่เขินละเนี้ย"
"ครั้งนี้ดูก็รู้แล้วค่ะว่านายตั้งใจแกล้งฉันแล้วคำพูดยกยอพวกนั่นฉันไม่สนใจนายก็รู้นี่"
"แต่เื่ที่เธอสวยนะเป็ความจริงนะเธอควรรู้ตัวเอาไว้หน่อยก็ดีว่าตัวเองน่ะสวยแค่ไหนในสายตาฉันขนาดนางแบบนิตยสารยังต้องอายเธอเลยมั้ง"
ที่พูดมาทั้งหมดผมคิดแบบนั้นจริงๆแค่หน้าสดของเธอก็สวยสุดๆแล้วไม่อยากคิดเลยว่าถ้าให้เธอแต่งหน้าจะสวยขึ้นแค่ไหน
"พูดยกยอไปก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ"
"ก็ไม่ได้หวังอะไรั้แ่แรกอยู่แล้วชักหิวแล้วสิพอถอดชุดเสร็จฉันขอกินข้าวเย็นเลยนะ"
"เดี๋ยวฉันจะไปเรียกคุณพ่อแล้วไปรอที่ห้องอาหารนะคะ"
อ้อแล้วก็เหตุผมที่ผมทานข้าวเย็นที่บ้านของฮิโตมิเพราะที่นี้กับหอพักที่ผมอยู่ห่างกันไม่มากแล้วผมก็ทำอาหารไม่เป็ด้วยพอพวกเราสนิทกันได้ระดับหนึ่งเธอก็ชวนให้อยู่กินมื้อเย็นด้วยกันเป็แบบนี้มาจะสองเดือนแล้ว
เมื่อผมไปที่โต๊ะอาหารก็พบฮิโตมิกับคุณอาราตะนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"ในเมื่ออยู่กันครบแล้วก็มากินกันเถอะ"
"""จะทานละนะครับ/คะ"""
่แรกที่มาญี่ปุ่นก็ไม่ค่อยชินกับวัฒนธรรมการพูดก่อนและหลังอาหารสักเท่าไหร่แต่ว่าพอผ่านไป3เดือนมันก็กลายเป็เื่ปกติไปแล้ว
ผมตักข้าวแกงกะหรี่คำแรกเข้าปากกลิ่นของเครื่องแกงกะหรี่หอมเข็มข้นกำลังดีแล้วก็แอบเปิ้ลบดละเอียดที่ใส่เข้าทำให้ตัวแกงมีความนัวร์มากขึ้นเนื้อวัวกับมันฝรั่งก็ตุ๋นจนได้ที่ พอกินกับข้าวร้อนๆแล้วยิ่งดีเข้าไปใหญ่
"อร่อย!สมแล้วที่เป็ฮิโตมิทำออกมาได้สุดยอดไปเลย!"
"รสชาติอาหารของลูกยังสุดยอดเหมือนเคยนะอายากะ"
"ขอบคุณค่ะ"
การที่ผมได้กินอาหารดีๆแบบนี้ทุก่เย็นถ้าเป็เมื่อก่อนคงคาดไม่ถึงแน่ไม่สิถ้าเป็เมื่อก่อนแค่ไปโรงเรียนและใช้ชีวิตกับเพื่อนฝูงอย่างมีความสุขมันก็เป็เหมือนเื่เพ้อฝันที่ไม่มีทางเป็จริง
แต่ตอนนี้สิ่งที่เคยคิดว่าเป็แค่เื่เพ้อฝันกำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเราความสุขแบบที่ไม่เคยััมาก่อนขนาดที่ว่าในชีวิตนี้ไม่ขออะไรอีกแล้วนอกจากการได้ใช้ชีวิตแบบปกติต่อไปเรื่อยๆกำลังเกิดขึ้นอยู่จริงๆ
"ฟัวร์โก้คุงมีอะไรรึเปล่าเห็นเหม่อั้แ่เมื้อกี้แล้วน่ะ
"เปล่าๆไม่มีอะไรหรอก"
แต่ถ้ามีเื่อะไรที่เราอยากจะขอละก็เื่นั้นคงเป็...
หลังกินมื้อเย็นที่บ้านฮิโตมิเสร็จผมก็ใช้เวลาทบทวยบทเรียนกับเธออีกสักพักแล้วค่อยกลับบ้าน
หอพักที่ผมอาศัยอยู่ห่างจากบ้านของฮิโตมิประมาณ15นาทีแต่ถ้าใช้เส้นทางลัดก็จะย่นระยะทางได้ประมาณ5นาทีเป็ทางที่ผมใช้ประจำ
แต่วันนี้มีอะไรต่างออกไปนิดหน่อยอะไรนะเหรอ เพราะวันนี้ดูเหมือนว่าทางมันจะถูกปิดด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างนะสิมีตำรวจจำนวนหนึ่งคอยยืนขวางเส้นทางเอาไว้แล้วก็มีรถพยาบาลอยู่ด้วย
เกิดอุบัติเหตุขึ้นรึไงนะลองถามญี่ปุ่นมุงดูหน่อยละกัน
"เอ่อคือ ขอโทษนะครับแต่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับหรือว่าจะมีอุบัติเหตุ"
"อ้อไม่ใช่อุบัติเหตุหรอกเห็นว่าเกิดเหตุฆาตกรรมยกครัวขึ้นน่ะทั้งพ่อแม่แล้วกูลูกสาวอีกสองคนถูกฆ่าตายหมดเลยแล้วได้ยินมาด้วยว่าเงินสดในบ้านถูกเอาไปหมดเลยล่ะ"
ไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็คดีฆาตกรรมซะงั้น
ผมลองชะเง้อมองผ่านญี่ปุ่นมุงดูก็เห็นศพของผู้เสียชีวิคทั้งสี่คนกำลังถูกขนย้ายขึ้นรถพยาบาล
"แล้วจับกุมตัวคนร้ายได้รึยังครับ?"
"เห็นว่ายังน่ะอะว่าแต่เธอจากชุดเป็เด็กม.ปลายไม่ใช่เหรอรีบกลับบ้านไปเลยไป๊มันอันตรายนะ"
"จริงด้วยนะครับถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณลุง"
"อืมระวังตัวด้วยนะเ้าหนู"
"ครับ!"
ดูเหมือนจะต้องใช้เส้นทางปกติในการกลับแหะ ให้ตายสิเสียเวลาชะมัดเลยจะว่าไปแล้วจำได้ว่าตรอกพวกนี้มันทะลุไปอีกฝากได้ด้วยสินะ
ว่าแล้วผมก็เดินเข้าไปในตรอกที่ทั่งเหม็นและอับชื้นแถมยังมีหนูวิ่งเผ่นผ่านให้ตายสิกระทรวงสาธารณสุขมัวทำอะไรอยู่นะ
"หืม?"
พอผมเดินมาได้กลางทางก็บังเอิญเจอกับผู้หญิงแสนสวยคนหนึ่งที่กำลังถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่ชุดชั้นในถ้าเป็ในสถานการณ์ปกติอาจจะคิดว่าได้เห็นของดีเข้าให้แล้วติดแค่อย่างเดียวเสื้อผ้าที่ผู้หญิงคนนั้นถอดแล้วกำลังทิ้งลงถังโชกเืเต็มไปหมดแถมข้างๆกันก็มีมีดเปื้นเืวางเอาไว้ด้วยตรงขาของเธอก็มีกระเป๋าใบหนึ่งที่ปิดไม่สนิททำให้เห็นธนบัตรแว่บออกมา
หรือก็คือผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้คือฆาตกรฆ่ายกครัวสี่ศพที่ตำรวจกำลังตามหาอยู่
เธอจ้องมาที่ผมพร้อมหยิบมีดขึ้นมาแล้วเดินมาทางผม
"โชคร้ายหน่อยน่ะเ้าหนูแต่ถ้าเห็นแล้วก็ช่วยไม่ได้!"
เธอง้างมีดขึ้นแล้ววิ่งมาทางผม
นี้มันสถานการณ์ฆ่าปิดปากนี้หว่า!ซวยละสิแบบนี้! ถ้าเป็แบบนี้ละก็!
เธอวิ่งมาจนถึงตัวผมแล้วแทงมีดลงมาผมใช้กระเป๋านักเรียนที่สะพายอยู่เหวี่ยงใส่แขนข้างที่ถือมีดของเธอจนหลุดมือแล้วถีบเข้าที่ท้องของเธอ
"เอื้อก!"
เมื่อเธอล้มลงกับพื้นผมก็เข้าไปใกล้ๆถังขยะแล้วหยิบเสื้อผ้าโชคเืของเธอมาพันมือ
เธอพยายามลุกขึ้นเพื่อไปหยิบมีดผมเห็นดังนั้นจึงกระชากผมของเธอแล้วเหวี่ยงออกไป
"อ้าก!"
ผมใช้มือข้างที่พันด้วยเสื้อหยีบมีดขึ้นมาแล้วเดินไปหาเธอ
เธอค่อยๆคลานไปข้างหลังเพื่อหาทางหนีพร้อมอ้อนวอนขอชีวิต
"ยะ อย่านะ อย่าฆ่าฉันน่ะ! ฉะฉันสำนึกผิดแล้วฉันผิดไปแล้ว! ขอโทษที่ฆ่าคนในบ้านนั้น! อย่าเข้ามาน่ะ!"
ขืนเธอะโดังกว่านี้มันจะเป็ปัญหาผมเลยเข้าไปปิดปากเธอซะ
"อ๊ะอ้ะ"
"อื้ออออออออ!!!!!! อื้ออ!!!อื้อ!!!!!!!"
ผมค่อยๆแทงมีดลงที่หน้าอกของเธอ
"อื้ออออออ!!! อื้อออออ!!!!!!"
เืค่อยๆไหลออกมานองเต็มพื้นผมเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ไปเยียบแอ่งเืไม่งั้นตำรวจจะสงสัยเอาได้
ผ่านไปประมาณ10วินาทีเธอก็ตายสนิท
"โชคร้ายเองน่ะที่คิดจะฆ่าฉัน"
ผมเดินทะลุตรอกไปยังเส้นทางกลับบ้านระหว่างทางมีตำรวจหลายนายกำลังทำการค้นหาตัวฆาตกรที่กำลังหลบหนี
เดาได้ว่าอีกไม่นานพวกเขาก็คงจะพบศพของเธอคนนั้นที่เสียชีวิตในตรอกแล้วทำการพิสูจน์จนรู้ว่าเธอคือฆากรที่พวกเขากำลังตามหา
ตึกที่ผมเดินผ่านออกมาจากตรอกไม่มีกล้องวงจรปิดคงยากที่จะสาวตัวมาถึงผม
"ให้ตายสิเราก็แค่อยากใช้ชีวิตปกติแท้ๆ"
กันไว้ก็ดีกว่าแก้คืนนี้ติดต่อไปหาทางนั้นให้จัดการให้แล้วกัน