ชายาเกศาสั้น

    35. คิดอะไรพิเรนทร์อยู่

    “เจ็บมั้ย ข้าขอโทษ เอาขี้ผึ้งทานะ” หยางเจียจุ้นเห็นรอยแดงๆ อย่างที่นางว่าจริงๆ


    ที่แท้ไม่ใช่เธอรังเกียจเขา แต่เพราะหนวดเจ้ากรรมนี่ทำให้เธอเจ็บนั่นเอง พอเข้าใจกันทั้งสองก็รู้สึกเขินจนหันไปมองทางอื่น และทางนั้นคือหยวนอิงที่นั่งเป็นคนขับรถม้าอยู่ พอสองคนนี่ลงมาจากรถม้าได้ก็ทะเลาะกันโดยไม่เห็นว่าเขายังอยู่ตรงนั้น ครั้นจะขยับตัวก็กลัวจะเสียเรื่อง


    ตอนนี้เป็นเขาเองที่ทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นคู่รักคู่ใหม่มองมาทางเขา


    “เอ่อ ข้าไม่บอกใครหรอก” หยวนอิงไม่รู้จะแก้ตัวยังไง


    “ยังไม่ไปอีก” แม่ทัพหยาง


    “ขอรับ” หยวนอิงรีบเอารถม้าไปเก็บ


    “เจ็บมากมั้ย” ท่านแม่ทัพตอนนี้กลายเป็นแมวไปแล้ว


    “อื้อ” อันดาดีใจที่ในที่สุดคนทำรู้แล้วว่าผิดตรงไหน ที่จริงเธอดีใจที่เขาบอกว่าชอบเธอต่างหาก


    “แล้วเจ้าล่ะ” แม่ทัพหยาง


    “ข้าทำไมเหรอ” อันดา


    “ข้าบอกว่าข้าชอบเจ้า แล้วเจ้าล่ะ” แม่ทัพหยางถามตอนนี้สายตาของเขาจริงจังและลึกล้ำ


    “อื้อ” อันดาเขินไม่ไหวแล้วหน้าแดงจนถึงหูถึงคอ


    “เจ้าเป็นไข้อีกแล้วหรือ” แม่ทัพหยาง


    “หยางเจียจุ้น นี่ท่านไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งข้า” อันดาผลักอกแกร่งนั้นออก แต่ยักษ์ย่อมเป็นยักษ์ไม่ขยับแต่คนผลักถูกแรงสะท้อนกลับหงายหลังดีที่คนตัวสูงแขนยาวช้อนเอวเธอขึ้นมาได้


    “ไม่ได้แกล้งแต่เห็นเจ้าอาย บอกข้ามาดีๆ เถอะนะ ข้าจะได้มีกำลังใจบากหน้าด้านๆ นี่ไปขอเจ้ากับพ่อแม่ของเจ้า” แม่ทัพหยาง


    “รู้ด้วยเหรอว่าหน้าด้านน่ะ” อันดา


    “ก็เจ้าบอกว่าเจ้าหน้าด้านข้าที่จะเป็นสามีในอนาคตก็ต้องหน้าด้านกว่าสิ” แม่ทัพหยาง


    “นี่ท่านแม่ทัพหยางเจียจุ้น หรืออ๋องอะไรก็แล้วแต่ ข้าน่ะนะ ถ้าไม่ชอบท่านป่านนี้ข้ายิงท่านไปแล้ว เรื่องนี้สำหรับข้าสำคัญถึงมันจะไม่โรแมนติกแต่มันเป็นจูบแรกของคนที่ข้าชอบ…ข้าก็เลย…ไม่ได้โกรธมาก” อันดาพูดเสร็จก็หันไปทางอื่น เป็นการบอกรักที่แข็งกระด้างจริงๆ อันดาเอ๊ย ผิดกับที่วาดฝันไว้เลยว่าจะพูดจาภาษาดอกไม้ นี่อะไร


    “ขอบคุณนะ” ที่จริงหยางเจียจุ้นอยากจูบเธอแต่กลัวเธอจะเจ็บเลยดึงเธอเข้ามากอด ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นความรู้สึกเบิกบานและอบอุ่นครั้งแรกในชีวิต


    การเป็นองค์ชายในวังหลางที่โดดเดี่ยว ไม่เคยได้รับการกอดหรือปลอบโยนใดๆ เพราะเป็นองค์ชายห้ามอ่อนแอให้ใครเห็น และแม้แต่เพื่ออำนาจ แม่แท้ๆของตัวเองก็ส่งเขามาอยู่ในที่ยิ่งกว่าแร้นแค้น สนามรบกับเด็กอายุแค่สิบหนาวนั้นยากแค่ไหนที่จะรอดมาจนถึงทุกวันนี้


    จริงอยู่เขามีอาจารย์ที่เคารพเหมือนพ่อคนหนึ่งแต่เพื่อให้เขาอยู่รอด อาจารย์จึงไม่แสดงความรัก ความผูกพันใดๆ และมักจะให้บทเรียนที่ยากเย็นกับเขาเสมอ


    “ท่านอ๋อง” อันดาเรียก


    “หือ” แม่ทัพหยาง


    “หายใจไม่ออก” อันดาพยายามโผล่หน้าออกมาจากอกของเขา ตานี่ไม่เคยกะแรงถูกเลย


    “ขอโทษข้าจะคลายแขน” แม่ทัพหยางไม่ยอมปล่อยแต่คลายวงแขนเพื่อให้นางได้หายใจสะดวกขึ้น


    “นี่ตั้งใจจะยืนกอดกันอย่างนี้ทั้งวันเลยหรือไง” อันดา


    “ได้มั้ยล่ะ” แม่ทัพหยาง


    “ได้..ที่ไหนเล่าปล่อยข้าเถอะ เดี๋ยวหยวนอิงเดินย้อนมาเห็นเข้าอีก ป่านนี้รู้เรื่องทั้งกองทัพแล้ว” อันดาถึงแม้จะหน้าหนาแต่ก็อายเป็นนะ


    “พวกเขาไม่มีเวลาหรอก จัดห้องให้เจ้าอยู่” แม่ทัพยอมปล่อยเธอแต่ไม่ปล่อยมือ จูงมือเธอเดินไป


    “เอ๋?” อันดาเอียงคอถาม


    “ก็เจ้าเป็นหญิงแล้วจะนอนร่วมเตียงก่อนแต่งงานเจ้าจะเสียหายได้” แม่ทัพมองคนรักที่เอียงคอน่ารักแล้วอยากจะฟัดให้หายอยาก แก้มใสๆ ตาโตๆ น่าเอ็นดูขนาดนี้ หัวใจของเขาดูเหมือนจะพองโตจนเขาแทบจะลอยได้อยู่แล้ว


    “ที่จริงไม่ต้องทำใหญ่โตมากก็ได้ ท่านก็รู้ว่าข้ามีที่นอนที่อื่น” อันดารู้สึกว่าถ้าจะคบหากันคงต้องบอกเรื่องมิติกับเขาอย่างตรงไปตรงมา


    “เรื่องมิติของเจ้าอย่าให้ใครรู้จะดีกว่า” แม่ทัพหยางตอบ


    “ท่านรู้” อันดา


    “รู้สิ เจ้าจำไม่ได้หรือ เมื่อวานเจ้าโผล่หัวออกมาจากมิติ ถ้าใครมาเห็นเข้าคงคิดว่าเจ้าเป็นผีหัวขาดแล้ว” แม่ทัพบีบจมูกจอมนั้นของเขา


    “ก็ข้ารู้ว่ามีแค่ท่าน เอาล่ะ ต่อไปจะระวังให้มากขึ้น อยู่กับท่านข้ามักจะลืมตัวนี่นา” อันดาต้องจัดการวิธีคิดใหม่เสียแล้ว


    “ลืมตัว..อย่างไร?” แม่ทัพหยาง


    “ก็คิดว่าอยู่กับท่านแล้วปลอดภัย ใครก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วท่านก็จะไม่ทำร้ายข้า ข้าเลยวางใจ ลืมตัวไปว่าคนอื่นอาจไม่เหมือนท่าน แต่อย่างว่าคนเรามักจะเปลี่ยนไปได้” อันดาพูดไปก็ทำความเข้าใจไป


    “จริงอย่างเจ้าว่า แต่สัญญาว่าใจข้าจะไม่เปลี่ยนไปจากเจ้า จะเปลี่ยนก็คือจะรักเจ้ามากขึ้นทุกวัน” แม่ทัพหยางมองยอดดวงใจด้วยความอ่อนโยน


    “ข้ารู้แล้วว่าคนที่ไม่โรแมนติคเป็นข้าเอง” อันดาเขินจนแทบละลาย นางพูดไม่ออก อยากหาคำหวานๆ มาให้เขาแต่ตอนนี้เหมือนเธอจะมีแรงแค่ประคองให้ทรงตัวอยู่ได้ ไม่อย่างนั้นคงจะล้มไปซุกในอกของเขาแล้ว


    “ไม่เป็นไรหรอก เอาไว้ข้าจะสอนเจ้าเอง” หน้าด้านได้อีกท่านแม่ทัพเคลมกันขนาดนี้


    ทำให้อันดาทั้งขำทั้งเขิน ที่จริงตาหนวดเป็นคนน่ารักขนาดนี้เลยหรือ ที่จริงตาลุงคนนี้มีมุมน่ารักขนาดนี้เลยหรือ การเรียนรู้เรื่องของคนคนนี้ในวันนี้ทำให้ไอจากแสงแดดจ้ากำลังเต้นระบำไปพร้อมกับหัวใจของเธอ ใบไม้ที่ถูกลมพัดก็เหมือนกำลังปรบมือเชียร์เธอให้ชอบเขามากขึ้น


    นกที่ร้องเชียร์อยู่รอบๆ ข้าอยากจะบอกว่าข้าชอบเขามากขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่แม่ทัพหยางหรอกที่จะชอบเธอมากขึ้นทุกๆ วัน เธอเองก็เช่นกัน รู้อยู่ว่าในอนาคตอาจจะมีเรื่องขัดใจกัน แต่เธอไม่สนหรอก ขอให้ได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ กับคนที่อยู่ตรงหน้านี้ก่อน


    อันดาฉีกยิ้มกว้างใจเธอฟูจนทำให้เธอฝืนหุบยิ้มไม่ไหว หยางเจียจุ้นเองก็เช่นกัน ตอนนี้เหมือนความรักมันล้นอกจนพูดไม่ออก ความยินดีที่ทำให้ทั้งสองเดินไปแล้วก็แค่ยิ้มให้กัน


    “หึหึ” หยางเจียจุ้นเผลอหัวเราะออกมา


    “ท่านขำอะไร” อันดา


    “ข้าไม่ได้ขำ ข้ามีความสุข เป็นความสุขที่ข้าไม่เคยมีมาก่อนเลย” หยางเจียจุ้นหยุดเดินแล้วหันมาหาเธอ เขารักเธอจนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว


    “ข้าก็เช่นกัน” ตอนอยู่กับพ่อบุญธรรมและทีม เธอมีความสนุกสนานและตื่นเต้นนับการค้นพบสิ่งใหม่ๆ มีความรักของลุงๆ ป้าๆ ก็จริง แต่ความสุขที่มันล้นอกขึ้นมาจนรู้สึกว่ามันสามารถกระจายตัวออกไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดนี้ เธอเพิ่งเคยจะมีเป็นครั้งแรก


    อันดาเดินไปกอดแขนของเขาและซบศีรษะลงตรงไหล่ของเขา เขาตัวสูงมากหัวเธอยังแทบไม่ถึงไหล่ของเขาเลย อันดานั้นจัดว่าเป็นผู้หญิงตัวสูง แต่เมื่อยืนเทียบกับเขาเธอเหมือนเด็กน้อย แต่อายุเท่านี้เธอต้องสูงขึ้นไปอีกให้ได้ ให้สูงพอที่จะไม่ต้องกระโดดเพื่อไปจูบเขา แค่คิดก็เขินเธอมุดหน้าลงไปที่แขนของเขา ใกล้จนได้กลิ่นตัวของเขา กลิ่นเหมือนป่าสนยามเช้า รู้สึกอบอุ่นและสบายใจจัง


    “คิดอะไรพิเรนทร์อยู่ใช่หรือไม่” หยางเจียจุ้นส่ายหัวให้กับคนรักของเขา

    _______________________


    ตอนนี้มาหวานหน่อยนะคะ สงสารก็แต่หยวนอิง ถ้ารีบออกรถไปก่อนก็ไม่โดนจับได้หรอก อยากรู้อยากเห็นแหละ

    คล้ายกับเรื่องชายาเกศาสั้น ที่คุณอ่าน