สายลมเย็น ๆ ในฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยมา ร่างเล็ก ๆ บนูเาเสี่ยวชิงกำลังเดินอยู่ท่ามกลางป่าเขาสลับกับก้มเก็บสมุนไพรเป็ระยะ สิ่งที่ดูน่าประหลาดก็คือ สมุนไพรที่นางเก็บได้นั้นจู่ ๆ ก็จะหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยเสมอ
หลี่ิเยว่เงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์บนท้องฟ้าพลางขมวดคิ้ว นางขึ้นเขามาในครั้งนี้ก็เพราะกำหนดการคลอดของนางซูที่กำลังจะมาถึงในอีกสามเดือนข้างหน้า ใน่นี้นางมักจะขึ้นมาหาสมุนไพรชนิดหนึ่งบนูเาบ่อย ๆ ก่อนหน้านี้ร่างกายของนางซูย่ำแย่ยิ่งนัก แม้ว่านางจะให้ดื่มน้ำพุิญญาทุกวัน แต่ก็ไม่อาจฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมได้เสียที
หลี่ิเยว่นึกถึงร่างกายของมารดาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น ครั้งนี้นางบอกครอบครัวเอาไว้แล้วว่าจะขึ้นเขามาเก็บสมุนไพร และคงจะกลับไปอย่างช้าที่สุดคือเวลาเย็นของวันพรุ่งนี้ ตอนแรกคนทั้งบ้านต่างไม่เห็นด้วย และยืนกรานที่จะติดตามมาด้วย หลี่ิเยว่จึงต้องเปลืองน้ำลายไปไม่น้อยกว่าจะเกลี้ยกล่อมพวกเขาได้…
“พี่ใหญ่ พี่หญิงใหญ่ ข้าจำเป็ต้องไป ร่างกายของท่านแม่ไม่อาจทนต่อการคลอดบุตรได้แล้ว ครานี้ข้าจะไปหาสมุนไพรหายากชนิดหนึ่ง อาจารย์บอกว่าเขาเคยเห็นมันในูเาเสี่ยวชิง ฉะนั้นข้าต้องไปทีู่เาเสี่ยวชิงให้ได้” หลี่ิเยว่มองเหล่าพี่น้องด้วยสายตาดื้อดึง
หลี่อวิ๋นห้าวขมวดคิ้ว ความเป็ห่วงฉายชัดอยู่บนใบหน้า ครุ่นคิดอยู่นานจึงกัดฟันเปิดปากเอ่ย “ข้าจะไปกับน้องสี่ด้วย”
“น้องสี่ ถ้าไม่ใช่พี่ใหญ่ก็ให้ข้าไปกับเ้าด้วยเถอะ! พวกเราไปด้วยกันจะได้ดูแลกันและกันได้” หลี่อวิ๋นซู่เองก็เอ่ยปากขอร้องเช่นกัน
หลี่ิหัวก็พูดเกลี้ยกล่อมขึ้นด้วยความเป็ห่วงเช่นกัน “น้องสี่ ให้พี่ใหญ่กับน้องสามไปกับเ้าเถอะนะ”
หลี่ิเยว่ส่ายหน้า หากพาพวกเขาไปด้วยแล้วเจออันตรายจะทำอย่างไร ตัวนางเองหากเจออันตรายยังสามารถเข้าไปหลบในมิติพิเศษได้ แต่คนที่มาด้วยกันไม่อาจทำเช่นนั้นได้แน่ “พี่ใหญ่ พวกพี่ไม่ต้องเกลี้ยกล่อมข้าแล้ว ข้าขึ้นเขาไปในครั้งนี้ไม่อยากให้ท่านแม่รู้ พวกพี่ก็อยู่ปกป้องครอบครัวแทนข้าเถอะ อีกอย่าง ข้าคือคนที่มีวรยุทธ์สูงที่สุดในบรรดาพี่น้องนะ หากพบเจออันตราย อย่างไรข้าก็ยังสามารถหลบหนีเอาตัวรอดได้”
เมื่อเห็นพี่สาวพี่ชายยังเป็ห่วง หลี่ิเยว่จึงใช้ไพ่ตายในมือ “หรือพวกพี่ลืมไปแล้วว่าข้ามีสถานที่วิเศษอยู่น่ะ? ในสถานที่วิเศษนั่นมีเพียงข้าแค่คนเดียวที่จะเข้าไปได้ หากพาพวกพี่ไปด้วยแล้วเจออันตรายเข้า ข้าก็จะพาไปหลบไม่ได้น่ะสิ”
เมื่อสามพี่น้องได้ยินคำพูดของน้องสาวก็ถอนหายใจอย่างทดท้อ สมบัติหรือสถานที่วิเศษของน้องสี่นั้น พวกเขารู้เกี่ยวกับมันอย่างคลุมเครือ แต่เมื่อครุ่นคิดดูดี ๆ แล้ว หากตัวเองยังดื้อดึงที่จะตามไปก็คงมีแต่จะทำให้นางลำบากขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจในที่สุด…
หลี่ิเยว่รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงสายตาอันห่วงใยของเหล่าพี่น้อง นางอยู่บนูเามาสักพักใหญ่แล้ว ในมิติก็เต็มไปด้วยสมุนไพรกองใหญ่ั์ สมุนไพรเ่าั้ล้วนเป็สมุนไพรที่มีราคาไม่เลวเลย
ขณะที่กำลังคิดเรื่อยเปื่อย จู่ ๆ เด็กหญิงก็ได้กลิ่นหอมโชยเข้ามาในจมูก เมื่อได้ดมกลิ่นนี้หลี่ิเยว่ก็ต้องตกตะลึง กลิ่นหอมหวานที่แสนคุ้นเคย นางเดินตามกลิ่นนั้นไป และเห็นต้นไม้ที่คุ้นเคยอยู่ไกล ๆ เถาวัลย์ที่คดเคี้ยวคล้ายงูพันเกี่ยวอยู่กับต้นไม้ใหญ่ บนเถาวัลย์นั้นมีใบสีเขียวสดงอกอยู่เต็มไปหมด ปกคลุมต้นไม้ใหญ่เป็ชั้น ๆ ดูราวกับตาข่ายสีเขียวขนาดใหญ่ที่คลุมพื้นที่รอบต้นไม้นั่นเอาไว้
องุ่นเม็ดกลมอวบอิ่ม พวงเล็ก พวงใหญ่ ห้อยระย้าจนเต็มเถา สีม่วงสดของมันตัดกับสีใบเขียวชอุ่ม พวงแล้วพวงเล่าอยู่ลดหลั่นกันบนเถาว์วัลย์ที่พันรอบไม้ใหญ่ ดูแล้วช่างงดงามยิ่งนัก ผลองุ่นสุกใสราวกับอัญมณีสีม่วงท่ามกลางมวลไม้ไพรพนา
หลี่ิเยว่เดินเข้าไปเด็ดลูกองุ่นเข้าปาก รสชาติเปรี้ยวอมหวานของมันช่างถูกปากยิ่งนัก ถึงแม้จะไม่ได้ให้รสััที่อวบอิ่มชุ่มน้ำดังองุ่นปลูกเช่นในชาติก่อน แต่มันก็นับว่ายากยิ่งนักที่จะมีโอกาสได้กินองุ่นในโลกนี้
ยัดองุ่นเข้าปากไป ในใจก็หวนคิดถึงรสชาติของไวน์ขึ้นมา ในชาติก่อนตากับยายของ ‘ชั่งกวานิเยว่’ ชอบหมักไวน์กันทั้งคู่ เมื่อรู้ว่าหลานสาวชอบดื่ม คนแก่ทั้งสองจึงตั้งใจหมักเครื่องดื่มรสอร่อยนี้ทุกปี เมื่อคิดถึงคนไกลหัวใจก็หวั่นไหว เมื่อมองดูองุ่นในมือ ดวงตาก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมา
พลันนึกถึงคำที่ตาเคยพูดไว้ “เยว่หยาเอ๋อร์ หากตาไม่อยู่แล้วก็ไม่ต้องโศกเศร้าไปนะ ไม่อย่างนั้นตาคงจะเป็ห่วงแย่”
นึกถึงตรงนี้ คนทะลุมิติมาก็รีบเช็ดน้ำตาทิ้ง ‘จะร้องไห้ไม่ได้ เดี๋ยวตาจะเป็ห่วง’ นางพยายามข่มใจ และมองไปยังผลองุ่นที่อยู่ตรงหน้า แล้วจู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา ตอนที่ตายายหมักไวน์ นางเองก็มีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน ทำไมไม่ลองเอาองุ่นพวกนี้ไปหมักไวน์เสียล่ะ!
นางหยิบกระสอบที่เตรียมไว้ออกมาจากมิติ และไม่ลืมคว้ากรรไกรที่อยู่ในนั้นมาด้วย ก่อนข้ามมิติกลับออกมาและตัดองุ่นที่สุกแล้วเก็บใส่กระสอบอย่างรวดเร็ว
เมื่อเก็บองุ่นมาได้ถึงห้ากระสอบก็พบว่าตนนั้นเก็บมันได้จนเกือบหมดแล้ว เมื่อเห็นองุ่นในมิติ นางก็อดที่จะยกยิ้มมุมปากไม่ได้ รอให้นางกลับไปซื้อไหใบใหญ่มาเสียก่อน นางจะได้นำพวกมันไปหมักเพื่อทำเหล้าองุ่น และพอถึงปีหน้า หากเหล้าองุ่นได้ที่ครอบครัวของนางจะได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นอีก
.
.
ในส่วนลึกของูเาเสี่ยวชิง มีกลุ่มคนชุดดำกว่ายี่สิบคนกำลังห้อมล้อมบุรุษชุดสีครามผู้หนึ่งเอาไว้ หัวหน้าของกลุ่มคนชุดดำใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า สายตาจ้องมองชายที่ถูกล้อมเอาไว้พลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ! “เฉินอ๋องช่างฝีมือร้ายกาจเสียจริง! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมบรรดาพี่น้องของพวกเราถึงได้พ่ายแพ้ท่านราบคาบ หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้ข้าลงมือด้วยตนเอง เกรงว่าก็คงจะบีบบังคับท่านไว้แบบนี้ไม่ได้!”
ในเวลานี้ตามร่างกายของชายชุดครามเต็มไปด้วยาแจากคมดาบ ชุดสีครามบนตัวเขาถูกย้อมด้วยสีเืแดงฉานแทบไม่เห็นสีดั้งเดิม และไม่รู้เลยว่านั่นเป็เืของเ้าตัวหรือเืของศัตรูกันแน่ ทว่าแม้ชายหนุ่มจะาเ็หนักแต่ก็ยังคงยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปที่คนชุดดำอย่างแน่วแน่
“เ้าสาม คนขี้ขลาดตาขาว ไม่กล้าสู้กันซึ่งหน้ารึ? ซ่อนหัวแต่หางกลับโผล่ ทุกครั้งก็ลงมือเช่นนี้หรือว่ามีน้ำยาทำได้แค่นี้กัน?” ชายในชุดครามพ่นคำสบประมาทก่อนยกยิ้มเหยียดหยาม
คนชุดดำมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่พอใจ เขาไม่คิดจะพูดอะไรไร้สาระให้มากความอีก จึงออกคำสั่งกับพรรคพวกที่อยู่ข้างหลังทันที “ลงมือซะ! อย่าให้มันได้มีชีวิตรอดไปจากที่นี่ได้”
ทันใดนั้น ภายในป่าลึกท่ามกลางหุบเขาที่แสนเงียบสงบก็เกิดเสียงอาวุธหนักปะทะกันดังลั่น สัตว์ป่าที่อยู่ในรัศมีของเสียงโดยรอบต่างขวัญหาย วิ่งหนีตายกระเจิดกระเจิงด้วยความใ
หลี่ิเยว่เงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของหุบเขาลึก เกิดอะไรขึ้นที่นั่นกัน สัตว์ป่าถึงได้ใวิ่งเตลิดมาทางนี้กันหมดเช่นนี้ แต่นางเพียงเหลือบมองและไม่คิดย่างกรายเข้าไปใกล้ เื่โกลหลวุ่นวายแบบนั้นนางไม่อาจเข้าไปยุ่งได้
สาวน้อยหมุนกายเดินไปยังทิศทางตรงข้ามกับเสียง อย่างไรก็ตามภายในใจยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหุบเขาลึกนั้น เพราะกำลังคิดเหม่อลอยอยู่จึงไม่ทันระวังเท้าของตัวเอง ในพริบตาถัดมา จู่ ๆ นางก็รู้สึกว่าพื้นใต้เท้าที่เหยียบลงไปนั้นว่างเปล่า และร่างทั้งร่างก็กลิ้งหลุน ๆ ลงไปเบื้องล่างทันที
ร่างกายที่เสียหลักร่วงหล่นกระทันหันทำให้นางไม่มีเวลาได้ตอบสนอง แต่ไม่นานนักร่างเล็กก็ถูกต้นไม้ใหญ่ล่างเนินเขาหยุดเอาไว้ จึงไม่ได้กลิ้งตกลงไปต่อ ทว่า่ท้องของหลี่ิเยว่กระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นเข้าเต็มแรง เด็กสาวเจ็บจนจุกไปครู่หนึ่ง มือน้อย ๆ ค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งบนผืนหญ้าใต้ต้นไม้ รอจนความเ็ปตรงส่วนท้องทุเลาลงจึงเงยหน้ามองสภาพแวดล้อมที่อยู่โดยรอบ ที่แท้เพราะมัวเหม่อลอยอยู่เมื่อครู่นี้ นางจึงไม่ทันได้สังเกตว่ามีทางลาดเล็ก ๆ อยู่ข้างหน้า เมื่อก้าวเดินต่อเท้าจึงเหยียบเจอเข้ากับความว่างเปล่าเป็ผลให้กลิ้งตกลงมา
หลี่ิเยว่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าบนร่างกาย แล้วเริ่มสำรวจสถานการณ์โดยรอบอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่ารอบด้านดูไม่มีอันตรายอะไรจึงวางใจ แต่พอนึกขึ้นว่าตนจะกลับขึ้นไปอย่างไร จู่ ๆ สายตาก็ปะทะเข้ากับต้นไม้ต้นหนึ่ง และถูกมันสะกดไว้ไม่อาจละสายตา เด็กสาวเดินเข้าไปหาต้นไม้ต้นนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะนั่งยอง ๆ และพิจารณาอย่างละเอียดว่านี่ใช่สมุนไพรที่นางตามหาอยู่หรือไม่ เมื่อสำรวจดูทุกส่วนอย่างถี่ถ้วนแล้วนางจึงมั่นใจ ใช่แล้ว นี่แหละ! ใช่เ้านี่จริง ๆ และมันคือหนึ่งในจุดประสงค์ที่นางต้องขึ้นเขามาในครั้งนี้
.
.
.
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง