ณ อาคารหลบภัย
ผมนั่งกอดเข่ามองเหล่าผู้คนในโถงหลบภัยเงียบๆในขณะเงี่ยหูฟังเสียงและแรงสั่นะเืที่รอดผ่านประตูเข้ามาบางคนนั่งกอดกันตัวสั่นเทิ้ม บ้างก็นั่งตัวสั่นอยู่ตามลำพัง อีกมุมห้องมีกลุ่มคลั่งศาสนานั่งสวดภาวนาด้วยใบหน้าอันสิ้นหวังก็ไม่รู้หรอกนะว่าพวกเขากำลังสวนถึงพระเ้าองค์ไหนแต่ถ้าพระองค์ปล่อยให้ผู้คนที่ศรัทธาตกในสภาพสิ้นหวังขนาดนี้ก็คงไม่ใช่เทพที่ดีอะไรนักไม่รู้ทำไมเวลาเห็นคนสวดภาวนาอะไรแบบนี้มันอดนึกถึงพวกชาวบ้านบ้าๆบอๆที่แห่กันไปนับถือคนทรงเ้าแถวบ้านไม่ได้ทุกทีหลวงพี่ไบอัน หลวงพ่อโดราเอม่อนบ้างล่ะ หัวจะปวด...
โครมมม!!
เสียงะเิดังขึ้นอีกครั้งกระชากสติน้อยๆของผมกลับมาจากห้วงจินตนาการผืนดินที่สั่นะเืทำอาคารหลบภัยสั่นไหว ฮิกาชิ เ้าคนที่ลากผมมาที่นี่ก็เริ่มเข้าร่วมสาวกพนมมือสวดกับเขาบ้างแล้วหันไปด้านหลังยิ่งหนักเพราะเสียงที่สวดที่ดังออกมามันราวกับงานบวงสรวงรวมญาติของเหล่าทวยเทพจากทั่วสารทิศพระพุทธ พระธรรม พระถังซัมจั๋ง...มาไง? ผมมองพวกเขาอยู่สักพักก่อนจะนำตัวเองเข้าสู่ห้วงจินตนาการอีกครั้ง
ก็นะ..ไม่ใช่ว่าผมจะไม่เข้าใจความรู้สึกของพวกเขา ตอนนี้ที่ด้านนอกนั่นกำลังมีศึกชี้เป็ชี้ตายของเผ่าพันธุ์ ผลลัพธ์ข้างนอกนั่นจะตัดสินชะตากรรมของพวกเราทุกคนที่หลบอยู่ข้างในนี้นอกจากการเอาใจช่วยเหล่าผู้กล้ายอดนักสู้ทั้งหลายแล้วก็มีแต่การสวดภาวนานี่แหละที่พอจะทำให้สติของพวกเขายังไม่เตลิด
โครมมมม
ตูมมมมม
เสียงโครมครามและเสียงะเิที่ดังรอดผ่านประตูเข้ามาเป็ระยะๆ มันทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงหนังาโลกที่เคยดูเมื่อก่อนฉากที่พวกตัวเอกต้องมานั่งหลบอยู่ในบังเกอร์ในขณะที่อีกฝ่ายยิงห่าะุปืนใหญ่เข้ามาพอมาเจอสถานการณ์แบบนั้นกับตัวถึงได้รู้ว่ามันน่ากลัวขนาดไหนและไม่แปลกใจเลยที่ในหนังจะมีคนบางพวกรับความกดดันไม่ไหวแล้ววิ่งหนีออกไป
‘หนังาโลกงั้นเหรอ...?’
ไม่สิ..จะบอกว่าตอนนี้ก็คือาโลกก็ไม่ผิดนัก เพียงแค่ศัตรูของเราคราวนี้ไม่ใช่มนุษย์ก็เท่านั้นเองหากแต่เป็มอนเตอร์!
"นายคิดว่าคราวนี้เราจะรอดไหม?"เสียงของฮิกาชิดังขึ้นอย่างแ่เบาหลังจากผ่านไปหลายสิบนาทีสีหน้าของเขาหลังจากสวดภาวนาซีดเซียวเข้าไปใหญ่ ไม่รู้ว่าเพราะพระเ้าไม่รับฟังคำอ้อนวอนของนายช่างผู้นี้หรือเพราะอีกฝ่ายกำลังปวดท้องหนักอยู่กันแน่แยกไม่ออกเลยจริงๆ เ้าหมอนี่ยิ่งชอบท้องไส้ปั่นป่วนเวลาเครียดๆอยู่ด้วยไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก็ตามผมไม่พาเขาไปเข้าห้องน้ำในเวลานี้แน่นอน
"ก็ได้แต่หวังว่ารอบนี้เราจะผ่านกันไปได้เหมือนทุกๆครั้ง"ผมตอบั์ตาของผมยังไม่สิ้นความหวัง จะดีจะร้ายผมก้ยังอยากจะรอดชีวิตต่อไป ตอนนี้ในตระกูลเหลือผมแค่คนเดียวแล้วผมจะไม่ยอมให้สายเืของตระกูลจบลงด้วยการนั่งมองไอ้คนที่ปวดท้องเข้าห้องส้วมแล้วตายไปหรอกไม่ใช่วันนี้
….
….
….
ผ่านไปสามชั่วโมงเศษๆ เสียงด้านนอกเริ่มเงียบลง ผู้คนเริ่มหันมองหน้ามองตากันเป็ที่รู้กันว่าศึกนี้อาจจบลงแล้ว แต่..ที่จบเนี่ยฝ่ายไหนชนะล่ะ?
ผ่านไปอีกสิบนาทีผู้คนเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เนื่องจากปกติแล้วหากาจบลงพวกฮันเตอร์จะต้องมาเรียกให้พวกเราออกไปเพื่อช่วยกันเคลียร์สถานที่ แต่นี่มัน..
ทันใดนั้นเอง
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงของแข็งเคาะประตูโลหะอย่างรุนแรงก็ดังขึ้น ทำเอาชายหนุ่มที่อยู่ใกล้ๆประตูทางออกสะดุ้งโหยงก่อนจะเดินเข้าไปเปิดด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ แต่เมื่อมองผ่านตาแมวแล้วเห็นว่าผู้ที่มาเคาะประตูเป็ฮันเตอร์นายหนึ่งเขาจึงรีบเปิดประตูให้กับฮันเตอร์นายนั้น
ทว่าทันทีที่ประตูบานนั้นถูกแง้มเผยให้เห็นใบหน้าที่เือาบไปทั้งหน้ากลับยิ่งทำให้เหล่านายช่างใอีกฝ่ายหาได้สนใจสีหน้าของผู้ที่อยู่ภายใน ด้วยสภาพที่แทบจะหมดสติอยู่รอมลร่อ เขาได้พยายามกล่าวบางคำออกมาด้วยความยากลำบาก
"น น่ะ หนี!!"
ฟู๊มมมมมม!
สิ้นคำก็มีคลื่นพลังบางอย่างพุ่งเข้ามาอัดร่างของฮันเตอร์ ปะทะประตูและผลักคนที่เดินไปเปิดประตูรวมถึงคนที่อยู่ตรงนั้น ปลิวกระเด็นจนร่างแหลกเละ วินาทีนั้นทั่วทั้งโถงอาคารต่างเต็มไปด้วยความโกลาหลผู้คนที่ไม่มีสติต่างมัวแต่จะคิดหนีเอาตัวรอดท่าเดียว ส่วนพวกที่พอมีสติอยู่บ้างต่างรู้ๆกันว่ามันไม่มีทางหนีอื่นอีกแล้วทางเดียวที่จะออกจากที่นี่ได้คือทางที่พวกเขาเข้ามา และตอนนี้มันก็มีร่างๆหนึ่งย่างสามขุมเข้ามามันมีลักษณะคล้ายมนุษย์แต่จุดต่างใหญ่ๆคือมันมีปีกที่ดูคล้ายกับปีกค้างคาวที่ด้านหลังมีเขาบนหน้าผากสองข้าง ตัวสูงกว่าสองเมตรกล้ามบึ๊กสวมเกราะที่ตอนนี้พังยับเยิน และเืสีเขียวที่ไหลรินที่น่าแปลกคือแผลตรงกลางอกของมันสาหัสมาก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าขนาดมันมีรูโบ๋ที่กลางอกแบบนั้นยังหน้าด้านหน้าทนไม่ยอมตายเดินตัวปลิวแบบนี้ถ้าหากเป็มนุษย์ สภาพนี้มีแต่ต้องจองศาลาลูกเดียว ด้วยสายตาอันซุกซนของผมผมดันเผลอมองลอดผ่านรูตรงกลางอกของมัน
อนิจจา
ไอ้ก้อนเนื้อที่กำลังเต้นอยู่ข้างในคือหัวใจใช่ไหมนั่น!
แต่การกระทำของมันกลับทำให้ผู้คนต้องดวงตาเบิกตากว้างเพราะทันทีที่มันเข้ามามันก็ยิงคลื่นพลังเหมือนที่ยิงประตูแตกกระจายไปเมื่อครู่สาดเข้าใส่ฝูงชนรัวๆ
ฟู๊มมม! ฟู๊มมมมม!
และหนึ่งในละลอกพลังก็ถูกสาดมาทางผม เหล่าสหายนายช่างต่างก็ยกโล่ขึ้นป้องกันดูเหมือนพวกเขาจะมีสติมากพอสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ส่วนผมที่ไม่มีสกิลสายป้องกันน่ะเหรอ? รีบโกยให้ไวไปอยู่หลังฮิกาชินู้น ซึ่งอีกฝ่ายก็ยืนอยู่หลังเพื่อนๆเหล่านายช่างอีกที
บึ้มมมมม!!
เพียงแค่การะเิละลอกเดียวก็ทำเอาทุกอย่างที่อยู่ใกล้ประตูกระเด็นหายไปหมดผมก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรเกิดขึ้นต่อจากนั้น เพราะผมเองก็เป็หนึ่งในคนที่ถูกพลังนั่นเป่ากระเด็นภาพจำสุดท้ายที่จำได้คือ ฮิกาชิ นายช่างที่เป็หัวหน้างานของผมใช้โล่และตัวของเขาบังผมเอาไว้...
"ฮิกาชิ!!"จินตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเ็ปที่ทะลักเข้าสู่สมองท่ามกลางเสียงต่อสู้ที่ดังสนั่นหวั่นไหวซึ่งห่างออกไปไม่ไกลนัก ชายหนุ่มสาดส่ายสายตาที่พร่ามัวพร้อมกับหูที่อื้ออึงมองไปรอบๆเพื่อหาชายที่ช่วยชีวิตของเขามันทำให้รู้ว่าไอ้หัวมีเขาหลังมีปีกนั่นยังไม่ตายและตอนนี้ผู้คนในโถงหลบภัยกำลังพยายามต่อสู้กับมันอยู่
หลายร่างถูกหอบและหามเข้ามายังมุมที่จินอยู่ผู้าเ็และหมดลมหายใจถูกหามเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆทุกวินาที สวนทางกับจำนวนคนที่พอต่อสู้ได้ที่ลดลงอย่างน่าใจหาย
ถ้ายังเป็ไปในทางนี้ทุกคนในโถงหลบภัยต่างรู้ชะตากรรมตัวเองแล้วว่าพวกเขาคงได้จองตั๋วไปเที่ยวปรโลกกันยกก๊วนแน่และเนื่องจากทุกคนในที่นี้เป็สายสนับสนุน พวกเขาจึงไม่มีความสามารถในการโจมตีที่รุนแรงพอที่จะจัดการเ้ากล้ามล่ำนั่นได้และที่ยังพอสู้ได้มาจนถึงตอนนี้ก็เพราะอาวุธและอุปกรณ์และอุปกรณ์ของเหล่านายช่าง
“พวก! ฆ่าม๊านนนน!”
แต่อีกฝ่ายก็ใช่ว่าจะยอมง่ายๆ มันปล่อยพลังจากมือสวนกลับไปเช่นกันเพียงการสะบัดมือแค่คราเดียวเหล่าสมิธก็ตายห่ากันนับสิบ ดีที่อีกมือของมันกุมปากแผลตรงหน้าอกเอาไว้ไม่อย่างนั้นสถานการณ์คงเลวร้ายยิ่งกว่านี้ส่วนแผนของเหล่าสมิธนั้นช่างเลวร้ายยิ่งกว่าพวกเขาไม่มีแผนใดๆที่จับต้องได้เลยในการสังหารผู้มาเยือนได้แต่พยายามโจมตีอีกฝ่ายอย่างสิ้นหวัง
สิ่งเดียวที่ทำให้ทุกคนยังสู้อยู่ก็คือเืเขียวๆที่ไหลออกมาจากอกของมัน
ฟู๊มมมมมมมม!!
ตัดมาที่จิน ตอนนี้เขาหาฮิกาชิเจอแล้ว สภาพของอีกฝ่ายดูแย่เอามากๆแขนข้างที่ยกโล่ขึ้นมาป้องกันตอนนี้หายไปแล้วเหลือเพียงเศษเนื้อเล็กน้อยห้อยต่องแต่งให้หวนนึกถึงแถมาแที่ใบหน้าว่าแย่แล้ว ตรงหน้าอกยิ่งแย่กว่าเขากำลังถูกหญิงสาวฝ่ายสมิธคนหนึ่งพยายามยัดโพชั่นฟื้นฟูเข้าปากอยู่
อั๊ก!
ทว่าทุกครั้งที่เธอให้ฮิกาชิดื่ม อีกฝ่ายมักกระอักเืออกมาคำโต
“นายต้องดื่มเข้าไปนะเพื่อน”จินเข้ามาจับมืออีกฝ่ายพร้อมพยายามข่มเสียงให้ฟังดูปกติที่สุดพอมาเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดๆจินถึงได้รู้ว่าตอนนี้ตาขวาของอีกฝ่ายนั้นหายไปแล้วส่วนตาซ้ายเสียหายเกินกว่าที่โพชั่นทั่วไปจะช่วยอะไรได้
“จิน? นั่นนายเหรอ? ทุกคนเป็ไงบ้าง”นางช่างหนุ่มถามพร้อมจับมือจินแน่นเขามองไม่เห็นอะไรแล้วในนตอนนี้ แม้แต่เสียงยังอู้อี้จินพยักหน้ารัวๆพร้อมกับโกหกว่าเพื่อนๆนายช่างปลอดภัยดีแม้จะยังไม่ปักใจเชื่ออีกฝ่ายมากนักแต่พอได้ยินแบบนี้มันก็ทำให้ฮิกาชิสบายใจ
เขารู้ตัวว่าตนคงเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว และก่อนที่ทุกสิ่งจะมืดดับไปเขาต้องมอบบางสิ่งให้เพื่อนต่างแดนคนนี้เสียก่อน
"ฉันฝากอัดไอ้นั่นในส่วนของฉันด้วย"หลังจากพูดจบฮิกาชิก็จากไปอย่างสงบ
จินจ้องมองร่างที่ไม่ไหวติงของสหายชาวญี่ปุ่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเบนสายตาไปมองที่ดาบในมือมันคือดาบที่ฮิกาชิฝากไว้ก่อนตาย แม้จะเสียใจแต่ในใจของจินก็แอบบ่นด่าศพตรงหน้าฮิกาชิ เ้าบ้าเอ้ย! เป็ถึงนายช่างใหญ่ต้องมีของอยู่ในแหวนมิติมากมายไม่ใช่เหรอ?แต่ดันให้ดาบมาแค่เล่มเดียวเนี่ยนะ
‘แต่ก็นะนายคงไม่คิดจะให้ฉันเดินดุ่มๆเอาดาบนี่ไปแทงเ้าบ้านั่นหรอกใช่มั้ย?’
“ประเมิน”จินรีบใช้หนึ่งในไม่กี่สกิลที่เขามีทันทีก่อนที่ข้อมูลไอเทมก็เด้งขึ้นมา
ดาบสั้น BLAZE SLAYER
ระดับ:ยูนีค
พลังโจมตี40-60
ความสามารถเพิ่มเติม:เมื่อใส่มานาลงในตัวดาบพลังโจมตีจะเพิ่มขึ้น4เท่าพร้อมกับเปลวไฟทำลายล้าง
ดวงตาของจินเบิกตากว้างด้วยความตลึงนี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เขาเห็นอาวุธระดับยูนีคทันใดนั้นเขาก็รู้ทันทีว่าฮิกาชิ้าให้เขาทำอะไรไอ้หมอนี่มัน้าให้เขาถือดาบเดินดุ่มๆไปแทงไอ้บ้านั่นจริงๆด้วย
แต่!
ถ้าดาบนี่รวมกับสกิลมานาชาร์จที่เขามี...แค่คิดใจของจินก็เต้นตูมตามขึ้นมาแล้วแต่แล้วใจที่กำลังพองโตกลับต้องหดลงอย่างรวดเร็วพลังโจมตีของดาบนี่รวมกับสกิลของเขามันสุดยอดก็จริง แต่ปัญหาคือ
เขาจะเข้าไกล้ไอ้หน้าโหดมีรูอยู่กลางอกนั่นยังไงโดยไม่โดนพลังของมันเป่าตายไปซะก่อนจินจ้องไปที่เ้าตัวโหดที่กำลังสังหารเหล่าสมิธล้มตายลงไปเรื่อยๆก่อนจะใช้"ประเมิน"
ซีคอฟ เผ่า:ปีศาจ
เลเวล86
อ่าาาาา~~~